
เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์: 1,000 ผลงานสั่งทำพิเศษ สร้างนิยามใหม่แห่งยนตรกรรมหรู
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีในวงการยนตรกรรมระดับสูงมานานกว่าทศวรรษ การก้าวสู่หลักไมล์ที่ 1,000 ของผลงานออกแบบสั่งทำพิเศษโดย เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ตั้งแต่ก่อตั้งแผนกในปี 2557 ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและความสามารถที่เหนือชั้นของแบรนด์นี้ ผมเคยเห็นการเติบโตของความต้องการ “Customization” หรือการปรับแต่งเฉพาะบุคคลมาโดยตลอด และ เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ก็ได้ตอบสนองความต้องการนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จุดเริ่มต้นที่เหนือความคาดหมาย: งานออกแบบชิ้นที่ 1,000
ผลงานแห่งความสำเร็จชิ้นที่ 1,000 นี้ เป็นของลูกค้าชาวยุโรปผู้เปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์ ซึ่งต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่พิเศษยิ่งกว่าเดิม สิ่งที่น่าสนใจคือการผสานเทคนิคการตกแต่งภายในอันซับซ้อนสองประการเข้าไว้ด้วยกัน ประการแรก คือการนำ ไม้วีเนียร์ Olive Ash ซึ่งปกติใช้ในรุ่น Mulsanne มาประดับประดาภายในของ Bentayga ให้ความรู้สึกหรูหราแบบดั้งเดิมแต่แฝงด้วยความทันสมัย ประการที่สอง คือการใช้ การปักเย็บแบบตะเข็บคู่ (Double Stitching) ด้วยสีที่ตัดกันอย่างลงตัวบริเวณเบาะนั่งและแผงประตู ซึ่งช่วยขับเน้นความคมชัดและความประณีตของรายละเอียดภายใน
เมื่อย้อนกลับไปเจ็ดปีก่อน โปรเจกต์แรกที่ผมจำได้ดีคือ Flying Spur Serenity รุ่นพิเศษเพียง 15 คัน ที่เน้นความสะดวกสบายสูงสุด โดยเฉพาะการออกแบบเบาะนั่งและพนักพิงศีรษะใหม่ รวมถึงการนำลายปักแบบเพชร (Diamond Pattern Quilting) ที่ไม่เหมือนใครมาใช้ทั่วทั้งห้องโดยสาร เพื่อสร้างบรรยากาศที่พิเศษและเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์นี้เองที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการออกแบบลายปักสำหรับ Continental GT Mulliner ในปัจจุบัน
1,000 เรื่องราวของความประณีต: จาก jets สู่ V8 ขนาด 6¾ ลิตร
ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข แต่คือการรวบรวมเรื่องราวอันน่าประทับใจของโปรเจกต์ต่างๆ ที่ผ่านมา ทีมงานมูลินเนอร์ได้โชว์ผลงานอันหลากหลายที่ครอบคลุมรถยนต์ทุกรุ่นของเบนท์ลีย์ในช่วงเวลานั้น ตั้งแต่ Continental GT ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินเจ็ตอันสง่างาม ไปจนถึง Mulsanne ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6¾ ลิตร อันทรงพลัง หรือแม้แต่ Bentayga ที่สามารถปรับแต่งรายละเอียดภายในให้แตกต่างกันระหว่างฝั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างลงตัว
โปรเจกต์สั่งทำพิเศษกว่า 1,000 ชิ้นงาน ตั้งแต่ปี 2557 ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่ กาบบันได (Sill Plates) ที่สลักชื่อลูกค้า ไปจนถึงโปรเจกต์ที่ซับซ้อนอย่าง Bentley Mulliner Bacalar ซึ่งเป็นการออกแบบตัวถังใหม่ทั้งหมด หรือแม้แต่งานออกแบบเฉพาะภูมิภาค ระดับโลก รุ่นผลิตจำนวนจำกัด และรวมถึงการออกแบบรถแข่งที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งสมรรถนะของเบนท์ลีย์
ทีมงานเบื้องหลัง: ศิลปินดิจิทัลและนักออกแบบผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์
ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของมูลินเนอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกออกแบบหลักของ Bentley Motors ประกอบด้วยนักออกแบบมากฝีมือและศิลปินดิจิทัลที่ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์การผสมผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างการออกแบบที่ไร้ที่ติ กับความสามารถในการสร้างภาพจำลองเสมือนจริง (Virtual Visualization) ที่ช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพรถของตนเองก่อนการผลิตจริง
ทีมงานของ เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ เป็นทีมเดียวที่รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ออกแบบโดยมูลินเนอร์ในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมา สิ่งนี้ทำให้การผสมผสาน DNA การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์ เข้ากับผลิตภัณฑ์มูลินเนอร์เป็นไปอย่างลงตัว ขณะเดียวกันก็เพิ่มทางเลือกที่ไร้ขีดจำกัดให้กับลูกค้า ปัจจุบัน ข้อจำกัดของการออกแบบตามความต้องการของลูกค้ามูลินเนอร์นั้นมีเพียงสองประการหลักเท่านั้น คือจินตนาการอันไร้ขีดจำกัดของลูกค้า และข้อกำหนดทางกฎหมาย
Mulliner Personal Commissioning Guide: คู่มือสู่ความเป็นเอก
การออกแบบของมูลินเนอร์เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การสร้างสรรค์ของ เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ทีมงานทำงานอย่างใกล้ชิดกับทั้งสามแผนกย่อยของแผนกออกแบบพิเศษ หนึ่งในตัวอย่างที่น่าประทับใจคือ การใช้ระบบ Zoom ในการนำเสนอและหารือเกี่ยวกับตัวเลือกการออกแบบกับลูกค้า Bentley Mulliner Bacalar กว่า 12 ราย ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 หรือการให้คำแนะนำแก่ลูกค้า 12 รายของ Blower Continuation Series เกี่ยวกับรายละเอียดทางเทคนิคที่ต้องการ
นอกจากนี้ มูลินเนอร์ยังได้สร้างสรรค์ Mulliner Personal Commissioning Guide ซึ่งเป็นคู่มือที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าเบนท์ลีย์ทุกคนสามารถเพิ่มรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับรถยนต์ของตนเองได้ การมีส่วนร่วมของลูกค้าในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบคลาสสิก การสร้างตัวถัง ไปจนถึงคอลเลกชันพิเศษต่างๆ ทำให้ทีมออกแบบสามารถส่งมอบประสบการณ์มูลินเนอร์ที่ทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างแท้จริง
อิสระแห่งการสร้างสรรค์: เกินกว่าขีดจำกัดของสายการผลิต
ลักษณะงานที่มีปริมาณจำกัดของมูลินเนอร์ยังนำมาซึ่งอิสระในการสร้างสรรค์ให้กับทีมออกแบบ พวกเขาทำงานอย่างใกล้ชิดกับแผนกอื่นๆ ของเบนท์ลีย์ เพื่อพัฒนาไอเดียและแนวคิดใหม่ๆ ที่ไม่สามารถนำไปใช้ได้ในสายการผลิตรถยนต์เบนท์ลีย์ทั่วไป ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ ชุดไม้วีเนียร์อัดหิน (Stone Veneer) อันเป็นเอกลักษณ์ของมูลินเนอร์ ซึ่งมีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนและยากเป็นพิเศษ การขึ้นรูปและตกแต่งแผ่นหินที่มีความหนาน้อยกว่าหนึ่งมิลลิเมตร เพื่อให้ได้ผิวสัมผัสและลวดลายที่เป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์แบบ
พอลล์ วิลเลียมส์ (Paul Williams) ผู้อำนวยการฝ่ายมูลินเนอร์และมอเตอร์สปอร์ต กล่าวว่า “ตั้งแต่ปี 2557 ทีมงานนักออกแบบมูลินเนอร์ของเรามีงานออกแบบพิเศษจากลูกค้าเฉลี่ย 3 ชิ้นงานต่อสัปดาห์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของงานออกแบบพิเศษจากเบนท์ลีย์ ทีมงานที่นำโดย ฟิลล์ ดีน (Phil Dean) ผู้จัดการฝ่ายออกแบบ ได้ดำเนินการทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตกแต่งภายในของ Continental GT3 ไปจนถึงการกำหนดรายละเอียดทั้งหมดของรถยนต์ Blower Continuation Series ทั้ง 12 คัน สิ่งเดียวที่งานออกแบบเหล่านี้มีเหมือนกันคือความเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าแต่ละราย นอกเหนือจากนั้น แต่ละแบบล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
มาตรฐานการผลิตอันเข้มงวดของเบนท์ลีย์ยังคงถูกรักษาไว้โดยทีมงานผ่านการใช้ Mulliner Visualiser ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกสีและรายละเอียดเฉพาะของรถยนต์ พร้อมชมภาพจำลองที่สมจริงแบบเรียลไทม์ได้อย่างสะดวกสบาย ปัจจุบัน การร่วมสร้างสรรค์กับนักออกแบบมูลินเนอร์ของเราพร้อมเปิดให้บริการแก่ทุกท่านแล้ว”
ความหลากหลายสู่ความสำเร็จ: ไม้วีเนียร์ ผ้าปัก และเรื่องราวที่ไม่ซ้ำใคร
งานออกแบบพิเศษสำหรับลูกค้าแต่ละรายมีความหลากหลายน่าทึ่ง ตั้งแต่ ไม้วีเนียร์ที่สลักลายฉลุ สุดประณีต การผสมผสานสีของหนังที่งดงามสะดุดตา หรือการออกแบบเฉดสีเฉพาะตัว ไปจนถึง การปักเย็บ (Embroidery) ตามความต้องการที่หลากหลาย รวมถึงกาบบันไดและไฟต้อนรับที่สามารถปรับเปลี่ยนได้
วัสดุที่คัดสรรมานั้นล้วนมีเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบลายขนสัตว์ (Wool Weave) แบบเฉพาะตัว การใช้ไม้วีเนียร์ที่ทำจากหินแทนไม้แบบดั้งเดิม หรือแม้แต่การนำสิ่งประดิษฐ์ชิ้นเล็กๆ จากประวัติศาสตร์อันยาวนานของเบนท์ลีย์ มาผสมผสานในงานออกแบบ
การออกแบบเฉพาะตัวมักถูกสร้างสรรค์เป็นซีรีส์รถยนต์รุ่นพิเศษ ซึ่งมักจะมีเจ้าของเพียงไม่กี่คน ตัวอย่างเช่น ซีรีส์รถยนต์เบนท์ลีย์เจ็ดคันที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองทีมนักบิน Breitling Jets โดยจับคู่สีของรถกับเครื่องบินที่สร้างแรงบันดาลใจได้อย่างลงตัว ด้วยเฉดสีดำ สีเงิน และสีเหลือง
รุ่นพิเศษสำหรับแต่ละภูมิภาคก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยมักจะออกแบบโดยตัวแทนจำหน่ายหรือลูกค้าเอง หรือเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของเบนท์ลีย์ เช่นเดียวกับ Continental GT Pikes Peak ที่ผลิตขึ้นในปี 2562 เพื่อเฉลิมฉลองสถิติอันน่าทึ่งของเบนท์ลีย์ในการแข่งขัน Pikes Peak International Hillclimb
ขยายขอบเขตสู่ศิลปะ: จากภายในสู่ประติมากรรม
ทักษะของทีมงานออกแบบมูลินเนอร์ได้ก้าวข้ามขอบเขตของการออกแบบภายในรถยนต์ไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่การออกแบบโมเดลจำลองขนาด (Scale Models) ไปจนถึงงานประติมากรรมที่มีธีมการออกแบบเฉพาะตัว
ทีมงานมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์ ชุดตะกร้าปิกนิกสำหรับ Bentayga อันวิจิตรงดงาม ซึ่งมาพร้อมกับตู้เย็นแบบ Built-in, ชุดช้อนส้อมจาก Porcelain ชั้นดีที่สั่งทำพิเศษ, ถ้วยชาม, แก้วคริสตัล และพื้นที่จัดเก็บที่ลงตัว เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง โดยตะกร้านี้ยังสามารถถอดออกและใช้เป็นที่นั่งเสริมได้อีกด้วย
ลูกค้าของ Blower Continuation Series และ Bentley Mulliner Bacalar ยังได้รับ “speedforms” ซึ่งเป็นโมเดลจำลองรถที่ออกแบบพิเศษล่วงหน้า ก่อนที่จะรับมอบรถยนต์จริง ควบคู่ไปกับงานออกแบบพิเศษเฉพาะคัน ที่มูลินเนอร์ได้รังสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถแต่ละคัน
การเฉลิมฉลอง 20 ปี Continental GT: การผสานตำนานและนวัตกรรม
ในโอกาสครบรอบ 20 ปี ของ Continental GT อันเป็นที่รัก เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ได้จัดงานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการจัดแสดงยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้และกิจกรรมทดลองขับเป็นเวลา 4 เดือน เริ่มต้นที่งาน Shanghai Auto Show ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน พร้อมกับการเปิดตัว Continental GTS รุ่นพิเศษ หนึ่งเดียวในโลก
Continental GTS คือสุดยอดสปอร์ตคูเป้ที่ได้รับการตกแต่งแบบสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ โดยฝีมือของ เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ผสมผสานคุณสมบัติพิเศษมากมาย อาทิ ตราสัญลักษณ์ฉลองครบรอบ และลวดลายดีไซน์ที่สื่อถึง 20 ปีแห่งยุคใหม่ของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส
การตกแต่งภายนอกของ Continental GTS รุ่นพิเศษ โดดเด่นด้วยเฉดสีเทาเข้มเมทัลลิกอันดุดัน เสริมด้วยโครเมียมเฉดสีดำ และล้ออัลลอยด์สปอร์ต 10 ก้าน สีดำขนาด 22 นิ้ว พร้อมคาลิเปอร์เบรกสีแดงเพื่อตอกย้ำความเป็นสปอร์ต
ภายในห้องโดยสารมาในธีมสีดำและแดงสุดคลาสสิก ด้วยการตกแต่งแบบทูโทนจากหนังเฉดสีดำ Beluga และเฉดสีแดง Hotspur พร้อมการตกแต่งด้วยไม้วีเนียร์ Piano Black อันเงางาม
การตกแต่งภายในแบบสั่งทำพิเศษยังมาพร้อมกับโทนสีอันเป็นเอกลักษณ์ของ เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ บนแผงหน้าปัดและรอบห้องโดยสารที่เคลือบผิวแบบทูโทน รวมถึงรายละเอียดพิเศษบริเวณคอนโซลกลางและกาบบันได
ไม้วีเนียร์ Granite Stone และ Grand Black: สัมผัสแห่งกาลเวลา
สำหรับแผ่นไม้วีเนียร์แบบทูโทนแถบบน รังสรรค์จาก Granite Stone มอบผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติและไม่เหมือนใคร ขณะที่แผ่นไม้วีเนียร์แถบล่างรังสรรค์เป็นเฉดสีดำ Grand Black พร้อมตัวอักษร “20 YEARS OF THE CONTINENTAL GT” ที่สลักด้วยเลเซอร์อย่างประณีต แถบสีแดงคาดเป็นแนวนอนพาดผ่านคอนโซลกลางและช่องแอร์ เพื่อแบ่งแยกพื้นผิวทั้งสองส่วนออกจากกันอย่างลงตัว
กาบบันไดและไฟต้อนรับ: รำลึกถึงประวัติศาสตร์
กาบบันไดถูกออกแบบพิเศษเพื่อเฉลิมฉลอง 20 ปีแห่ง Continental GT โดยสลักลวดลายของล้ออัลลอยด์ของ Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 1 และ 3 รวมถึงภาพสัดส่วนตัวถังของ Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 1 และ 3 เพื่อให้ระลึกถึงวิวัฒนาการตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา บริเวณคอนโซลกลางและไฟต้อนรับแบบ LED ก็ได้รับการออกแบบดีไซน์เฉพาะตัวเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้
20 ปี Continental GT: สปอร์ตคูเป้แห่งยุคสมัย
Continental GT สปอร์ตคูเป้ ได้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2546 ในฐานะยนตรกรรมรุ่นแรกของเบนท์ลีย์ในยุคใหม่ เป็นยนตรกรรมขับเคลื่อนสี่ล้อคันแรกที่มาพร้อมกับนวัตกรรมเครื่องยนต์ W12 อันทรงพลัง ยนตรกรรมรุ่นนี้ได้ผลักดันให้เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์ผู้ผลิตยนตรกรรมระดับโลกที่มีชื่อเสียงที่สุดในปัจจุบัน
ในช่วงเวลาที่เปิดตัวในปี 2546 Continental GT ได้นำเสนอการผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์ระหว่างการออกแบบที่น่าทึ่ง สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ และงานฝีมืออันประณีต ได้รับการยกย่องว่าเป็นรถยนต์สปอร์ตคูเป้แบบสี่ที่นั่งที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็วสูงสุดมากกว่า 190 ไมล์ต่อชั่วโมง (300 กม./ชม.) และอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงภายใน 4.7 วินาที (0-100 กม./ชม. ใน 4.8 วินาที) ด้วยการที่ไม่มีคู่แข่งในระดับเดียวกัน ณ ขณะนั้น ทำให้ Continental GT กลายเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และได้เจาะกลุ่มตลาดใหม่ที่กว้างขึ้น
ปัจจุบัน เจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Continental GT และ Continental GTC ยังคงได้รับรางวัลและคำชมเชยอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2565 Continental GT Speed ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจาก Robb Report Car of the Year และ Continental GT V8 S ได้รับรางวัล Car of the Year ประจำปี 2566 นอกจากนี้ Continental GT ยังได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องจากงาน Auto Motor und Sport ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ในสาขารถยนต์นำเข้าหรูเป็นปีที่สองติดต่อกัน จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้อ่านนิตยสารมากกว่า 101,000 คน
สัมผัสประสบการณ์ Continental GT: สุนทรียภาพแห่งการขับขี่
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดโอกาสให้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ Continental GT เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ณ สำนักงานใหญ่ที่เมืองครูว์ และอีกแห่งที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมี Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 1 และ 2 จาก Bentley Heritage Collection พร้อมให้ทดลองขับ เคียงข้างกับ Continental GT รุ่นใหม่ ซึ่งจะทำให้เห็นถึงวิวัฒนาการด้านการออกแบบและวิศวกรรมตลอดระยะเวลา 20 ปีได้อย่างชัดเจน
20 ปี แห่งสุดยอดการออกแบบและขุมพลัง W12
โอกาสครบรอบ 20 ปีของ Continental GT ยังถือเป็นการเฉลิมฉลอง 20 ปีของเครื่องยนต์ W12 เทอร์โบคู่ขนาด 6.0 ลิตร อันทรงพลังของเบนท์ลีย์ ซึ่งเป็นขุมพลังที่ขับเคลื่อนแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จมาตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยการประกาศสิ้นสุดการผลิตเครื่องยนต์ W12 ในเดือนเมษายน 2567 เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส จึงมีเวลาอีกเพียง 12 เดือนสำหรับการผลิตเครื่องยนต์รุ่นนี้ ก่อนที่จะเปิดทางสู่อนาคตแห่งยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า
โอกาสครั้งสำคัญนี้จะได้รับการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ณ งาน Goodwood Festival of Speed ในวันที่ 13-16 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส จะร่วมจัดแสดงยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W12 ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา รวมถึง Bentley Batur รุ่นใหม่ล่าสุดที่รังสรรค์ขึ้นโดย เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์
ตำนาน Continental GT ณ Monterey Car Week
Continental GT คันแรกที่ออกจากสายการผลิต ณ เมืองครูว์ในปี 2546 หมายเลขตัวถัง VIN 20001 ได้รับการตกแต่งด้วยเฉดสีเขียว Cypress Green ภายในบุด้วยหนังเฉดสีน้ำตาล และไม้วีเนียร์ Burr Walnut จากวันนั้นถึงวันนี้ Continental GT คันแรกยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดี เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงก้าวสำคัญของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ในอดีต
สำหรับงาน Monterey Car Week ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-18 สิงหาคม 2566 เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ได้เตรียมเผยโฉม Continental GT รุ่นสุดท้ายคันเดียวในโลก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก Continental GT คันแรก VIN 20001 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้
สำหรับ BENTLEY CONTINENTAL GT V8 ทาง AASฯ เปิดรับคำสั่งจอง พร้อมมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดในการครอบครอง ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 19.4 ล้านบาท พร้อมการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตนาน 3 ปี ตัวเลือกสำหรับแผนต่อระยะเวลาการรับประกันจากโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี และบริการผู้ช่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบและความเป็นเอกลักษณ์ เฉกเช่นเดียวกับผลงานสั่งทำพิเศษ 1,000 ชิ้นของมูลินเนอร์ หรือต้องการสัมผัสกับตำนาน 20 ปีของ Continental GT อย่ารอช้า เข้าร่วมกับครอบครัวเบนท์ลีย์ และให้เราได้รังสรรค์ยนตรกรรมที่สะท้อนตัวตนของคุณได้อย่างแท้จริง ติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของเบนท์ลีย์ในประเทศไทย หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่ยนตรกรรมในฝันของคุณวันนี้