
Bentley Continental GT V8: สุนทรียะแห่งสมรรถนะและความหรูหราเหนือกาลเวลา
ในโลกแห่งยานยนต์ระดับสูง ตราสัญลักษณ์ที่ประทับอยู่บนตัวถัง ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อแบรนด์ แต่คือการบ่งบอกถึงมรดกตกทอด เรื่องราวแห่งความสำเร็จ และจิตวิญญาณแห่งวิศวกรรมที่หล่อหลอมขึ้นมาเป็นผลงานชิ้นเอก หนึ่งในแบรนด์ที่สามารถสื่อสารสิ่งเหล่านี้ได้อย่างทรงพลังตลอดระยะเวลาอันยาวนาน คือ Bentley แบรนด์รถยนต์สัญชาติอังกฤษ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าศตวรรษ เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาในฐานะสุดยอดยนตรกรรมที่มอบทั้งความหรูหรา สง่างาม และสมรรถนะอันไร้ที่ติ เหมาะสำหรับผู้ที่แสวงหาความเป็นเลิศในทุกมิติ
สำหรับผมในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการรถยนต์หรูมากว่า 10 ปี การได้สัมผัสและทดลองขับ Bentley Continental GT V8 ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ยนตรกรรมรุ่นนี้ไม่เพียงสืบทอด DNA แห่งความพิเศษจาก Bentley แต่ยังนำเสนอการผสมผสานระหว่างพลังดิบและการประณีตอันเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างลงตัว
รากฐานแห่งความภาคภูมิ: จาก Crewe สู่สายตาชาวโลก
โรงงานผลิตรถยนต์ Bentley ที่เมือง Crewe ประเทศอังกฤษ คือศูนย์กลางแห่งความเชี่ยวชาญอันยาวนานกว่า 70 ปี ที่ซึ่งจิตวิญญาณแห่งการผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกได้ถือกำเนิดขึ้น ที่นี่ไม่เพียงผลิตรถซีดานขนาดใหญ่ที่สะท้อนถึงฐานะและความสง่างามอย่าง Bentley Flying Spur และรถ SUV อเนกประสงค์ระดับหรูอย่าง Bentley Bentayga แต่ยังเป็นบ้านของรถสปอร์ตคูเป้ระดับพรีเมียมอย่าง Bentley Continental GT ซึ่งเข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 3 และได้สร้างความประทับใจในตลาดทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยมานานหลายปี โดยมีทั้งรุ่นตัวถัง Coupe และ Convertible (เปิดประทุน)
ในระยะแรกของการเปิดตัว Continental GT ถูกขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง W12 ขนาด 6.0 ลิตร เทอร์โบคู่ อันทรงพลัง มอบกำลังสูงสุดถึง 635 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาล 900 นิวตันเมตร ซึ่งได้รับการยอมรับในฐานะขุมพลังที่มอบประสิทธิภาพเหนือชั้น แต่เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับจิตวิญญาณแห่ง Bentley ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทาง Bentley จึงได้นำเสนอทางเลือกที่ “เล็กลงแต่เจ๋งกว่า” ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่
การเข้ามาของ Bentley Continental GT V8 ในประเทศไทยนั้น เป็นการยืนยันถึงความสำคัญของตลาดนี้ โดยบริษัท เอ.เอ.เอส. ออโต้ เซอร์วิส จำกัด หรือ Bentley Bangkok ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว ได้นำเสนอรถรุ่นนี้ในงาน Bangkok Motor Show 2021 และหลังจากนั้นไม่นานก็มีโอกาสได้ยลโฉมและสัมผัสตัวจริงในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
Bentley Continental GT V8: รูปลักษณ์ที่เชื้อเชิญ สู่ประสบการณ์แห่งการขับขี่
รุ่นที่ผมมีโอกาสได้ทดลองขับในครั้งนี้คือ Bentley Continental GT V8 รุ่นเริ่มต้น หรือรุ่นพื้นฐาน ซึ่งแม้จะถูกวางตำแหน่งให้เป็นรุ่น entry-level แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราสง่างามตามแบบฉบับ Bentley อย่างครบถ้วน การปรับแต่งภายนอกอาจจะมีความเรียบง่ายกว่ารุ่นพี่ W12 แต่ก็ยังคงสามารถสั่งเพิ่มเติมออปชันต่างๆ เพื่อให้ตรงกับรสนิยมส่วนตัวได้ ซึ่งแน่นอนว่าการปรับแต่งเหล่านี้จะมีผลต่อราคาขายสุดท้าย
การปรากฏตัวของ Continental GT V8 สะกดทุกสายตาได้ทันที ด้วยตัวถังสีดำขลับเฉด Onyx ที่มีการผสมผสานเฉดสีน้ำเงินเข้มอย่างลงตัว ทำให้ได้โทนสีดำที่ดูโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร สีนี้เคยถูกใช้ในรุ่น Continental และ Flying Spur รุ่น Speed มาก่อน เสริมความดุดันด้วยกระจังหน้าดีไซน์แบบ Matrix (Radshell) ที่เป็นรูปทรงรังผึ้งสีดำตลอดทั้งชิ้น เส้นขอบกระจังหน้าประดับด้วยโลโก้ปีกนกอันเป็นสัญลักษณ์อันทรงเกียรติ และตัวอักษร B อันเป็นเอกลักษณ์ ชุดระบายอากาศบริเวณกันชนหน้าถูกออกแบบมาอย่างลงตัว ล้อมกรอบด้วยไฟหน้า Full Matrix LED ที่ทำงานร่วมกับระบบไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist กรอบไฟหน้าแบบวงแหวนคู่ (Front Headlamp Bezels) ทั้งวงเล็กและวงใหญ่ รวมถึงไฟ DRL แบบ LED เสริมความสปอร์ตด้วยสเกิร์ตใต้กันชนหน้าชิ้นเล็กที่ตกแต่งด้วยลายคาร์บอนสีเข้ม
เมื่อมองจากด้านข้าง การออกแบบหลังคาที่ลาดเอียงลงเล็กน้อย สะท้อนถึงความพรีเมียมและความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ขณะที่เส้นสายบริเวณบังโคลนหน้าและหลัง ได้รับการถ่ายทอดความคลาสสิกมาจาก Bentley รุ่นก่อนๆ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวทรงสปูนให้มุมมองที่ชัดเจน มือเปิดประตูสีดำเรียบหรู เมื่อเปิดประตูจะมีไฟส่องสว่างบริเวณด้านล่างเพิ่มความสะดวกในเวลากลางคืน บังโคลนซ้าย-ขวาติดตั้งช่องระบายอากาศที่กลมกลืนไปกับตัวรถ ล้ออัลลอยสีดำตัดกับสีเงิน ขนาด 21 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ (Five Tri-Spoke) พร้อมยาง Pirelli PZero ขนาด 265/40 ZR21 สำหรับล้อหน้า และ 305/35 ZR21 สำหรับล้อหลัง ตอกย้ำความสปอร์ตด้วยสเกิร์ตข้างลายคาร์บอน
ส่วนท้ายของรถ โดดเด่นด้วยสปอยเลอร์ขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่บนขอบฝากระโปรงท้าย โลโก้ปีกนกและตัวอักษร Bentley อันเป็นที่คุ้นเคย ไฟท้าย LED ทรงกลมพร้อมกรอบที่ดูแข็งแกร่ง กันชนหลังได้รับการออกแบบอย่างลงตัว พร้อมท่อไอเสียคู่ทรงเลข 8 บริเวณซ้าย-ขวาที่ฝังอยู่ในกันชน และลิ้นสปอยเลอร์เสริมกันชนหลังลายคาร์บอน เพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ ไฟตัดหมอกหลัง และเซ็นเซอร์ระยะจอดรถที่ฝังอยู่ในกันชนหน้าและหลัง (สำหรับรุ่นเริ่มต้นจะได้กล้องมองหลังเท่านั้น) และแน่นอน สัญลักษณ์ V8 ที่ติดอยู่บนบังโคลนซ้าย-ขวา คือเครื่องหมายที่บ่งบอกถึงขุมพลังที่ซ่อนอยู่
ด้วยมิติความยาว 4,850 มม. ความกว้าง 1,954 มม. และความสูง 1,405 มม. ระยะฐานล้อ 2,851 มม. น้ำหนักตัวรถ 2,164 กก. Bentley Continental GT V8 เป็นรถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่มาพร้อมสัดส่วนที่ลงตัวบนแพลตฟอร์ม MSB platform ที่แชร์ร่วมกับรถยนต์ในเครือ Volkswagen Group ทำให้มีความมั่นคงและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม
ภายใน: ความหรูหราที่สัมผัสได้ ความประณีตที่ใส่ใจทุกรายละเอียด
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Bentley Continental GT V8 แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศแห่งความหรูหราและความพิถีพิถันอย่างที่คุณคาดหวังจาก Bentley การตกแต่งภายในนั้น แม้จะมีการตัดออปชันบางรายการออกไปเพื่อให้เหมาะสมกับตำแหน่งทางการตลาด แต่ก็ยังคงสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุตกแต่งภายใน หรือระบบเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์อย่าง Bang & Olufsen
ภายในของรถทดสอบคันนี้ตกแต่งด้วยหนัง Nappa Beluga สีดำ มาพร้อมเบาะนั่งที่ให้ความรู้สึกภูมิฐาน สร้างสรรค์จากหนังแท้คุณภาพสูงที่คัดสรรมาจากวัตถุดิบชั้นเลิศ หนังที่ใช้ผลิตเบาะนั่งของ Bentley นั้นมีกระบวนการผลิตที่พิเศษ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าหนังจะมีความทนทาน ไม่เป็นริ้วรอยจากแมลง หรือปัจจัยภายนอกอื่นๆ เบาะคู่หน้าทรงสปอร์ตโอบกระชับลำตัว ปรับด้วยระบบไฟฟ้าได้ถึง 12 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะ 2 ตำแหน่ง ส่วนเบาะหลัง แม้จะมีพื้นที่จำกัดตามสไตล์รถคูเป้ แต่ก็ยังให้ความสบายในระดับที่น่าพอใจ การเข้า-ออกเบาะหลังสามารถทำได้สะดวกด้วยสวิตช์ปรับเบาะบริเวณด้านข้างเบาะหน้า วัสดุหุ้มหลังคาภายในก็เป็นแบบคุณภาพสูงสีดำ
คอนโซลหน้าโดดเด่นด้วยการตกแต่งที่ผสมผสานระหว่างหนังแท้และลายไม้ Veneer ชั้นดีสีดำ Piano Black ที่สะท้อนความเงางามราวกับอัญมณีสีเข้ม แสดงให้เห็นถึงความประณีตและความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน หุ้มด้วยหนังแท้คุณภาพดี จับกระชับมือ ควบคุมระบบเครื่องเสียง การรับสายโทรศัพท์ และมาตรวัดได้อย่างสะดวก ด้านหลังพวงมาลัยมีก้านควบคุม Cruise Control แบบธรรมดา ซึ่งอาจต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยในการใช้งาน แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การขับขี่ที่ต้องใส่ใจ แป้น Paddle Shift ช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่อย่างสนุกสนาน
มาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่ สามารถปรับการแสดงผลได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งมาตรวัดความเร็ว และมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ จอตรงกลางแบบ TFT แสดงข้อมูลต่างๆ เช่น วันที่ คลื่นวิทยุ และแผนที่ นอกเหนือจากนี้ หน้าจอสัมผัส HD ขนาด 12.3 นิ้ว ให้ความบันเทิงและการสื่อสารที่ครบครัน เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบ iOS, Android, Bluetooth, WiFi และ USB ถึง 4 ตำแหน่ง พร้อมระบบนำทาง ระบบเครื่องเสียง Bentley ประกอบด้วยลำโพง 10 จุด ให้กำลังขับ 650 วัตต์ สร้างประสบการณ์เสียงที่น่าประทับใจ สวิตช์ควบคุมช่องลมแอร์ที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกแบบดึง/กด สำหรับเปิด-ปิดแอร์ด้วยระบบไฟฟ้า
บริเวณคอนโซลเกียร์ หัวเกียร์ตกแต่งด้วยสีเงินโครเมียมสลับหนังสีดำ สามารถเลือกตำแหน่งเกียร์ตั้งแต่ R ถึง D และ M ได้ด้วยการกดที่หัวเกียร์รูปตัว B ส่วนตำแหน่งจอด P จะอยู่ที่ปุ่มด้านหลังหัวเกียร์ คอนโซลเกียร์ตกแต่งด้วยสีดำ Piano Black, โครเมียม และสีเงินด้าน ล้อมรอบด้วยสวิตช์ควบคุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศแบบแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา ระบบอุ่นเบาะคู่หน้า สปอยเลอร์หลังที่สามารถเปิด-ปิดได้ และระบบโหมดการขับขี่ 4 โหมด ได้แก่ Sport, Bentley, Comfort และ Custom ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมระบบ Auto Brake Hold (ซึ่งทำงานเมื่อเหยียบเบรกจนสุด) และปุ่ม Push Start ที่อยู่ตรงกลางระหว่างปุ่มเลือกโหมดการขับขี่
ในด้านระบบความปลอดภัย Bentley Continental GT V8 ติดตั้งระบบที่จำเป็นมาให้ครบครัน เช่น ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot), ถุงลมนิรภัยรอบคัน, และระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS) สำหรับ 4 ล้อ อย่างไรก็ตาม หากต้องการระบบ Head-up Display, Adaptive Cruise Control หรือกล้องรอบคัน จำเป็นต้องสั่งเพิ่มเติม
สมรรถนะ V8: พละกำลังที่ตอบสนองทุกความต้องการ
แม้จะลดขนาดเครื่องยนต์ลง แต่ Bentley Continental GT V8 ก็ยังคงมอบสมรรถนะอันน่าประทับใจ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร (3,993 ซีซี) ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดมหาศาล 770 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 จังหวะ (8-speed Bentley Dual-Clutch transmission) และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Full-Time
จากข้อมูลของโรงงาน Bentley Continental GT V8 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 318 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.0 วินาที ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถสปอร์ตคูเป้ขนาดนี้
ประสบการณ์ขับขี่: ความเร้าใจที่มาพร้อมความนุ่มนวล
ในช่วงเวลาที่ได้ทดลองขับ Bentley Continental GT V8 เป็นเวลา 1 วัน การเดินทางส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร แต่เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะสัมผัสถึงสมรรถนะอันน่าทึ่งของรถคันนี้ เสียงเครื่องยนต์ V8 คำรามกึกก้อง ยามเร่งความเร็ว ให้ความรู้สึกดุดันและเร้าใจ แรง G ที่กดเราเข้ากับเบาะ เป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานอย่างแท้จริง
แรกเริ่ม ผมคาดว่ารถที่มีความยาวเกือบ 5 เมตร และน้ำหนักกว่า 2 ตัน อาจจะดูอุ้ยอ้าย ไม่คล่องแคล่ว แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม Continental GT V8 ให้ความรู้สึกคล่องตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งความสุขุมในการใช้งานในชีวิตประจำวัน สามารถขับขี่ในเมืองได้อย่างสบายๆ หรือจะขับไปไหนมาไหนก็ดูเท่มีสไตล์
ในการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. สามารถทำได้ 3 ครั้ง โดยได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.65 วินาที ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับตัวเลขที่โรงงานแจ้งไว้เป็นอย่างยิ่ง ระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 สปีด ทำงานได้อย่างราบรื่น นุ่มนวล ไม่มีการกระตุก หรือหน่วง เหมือนเกียร์อัตโนมัติทั่วไป การเลือกใช้แป้น Paddle Shift ช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี
Bentley Continental GT V8 มาพร้อมโหมดการขับขี่ 4 โหมด ที่ช่วยปรับบุคลิกของรถให้เหมาะสมกับสไตล์การขับขี่และความต้องการในแต่ละสถานการณ์:
Sport: โหมดนี้เน้นความเข้มข้นของการขับขี่ เสียงท่อไอเสียจะดังกระหึ่ม สร้างความเร้าใจ ระบบช่วงล่างจะหนึบขึ้น พวงมาลัยมีน้ำหนักแข็งขึ้นเล็กน้อย เพิ่มความมั่นใจในการเข้าโค้ง
Bentley: โหมดนี้เน้นการขับขี่ทั่วไป โดยที่ระบบจะคำนวณและปรับการทำงานของเครื่องยนต์และช่วงล่างโดยอัตโนมัติ ให้ความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความสะดวกสบาย
Comfort: โหมดนี้เน้นความนุ่มนวลเป็นพิเศษ ช่วงล่างจะนุ่มขึ้น เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง หรือการเดินทางไกลที่ต้องการความผ่อนคลาย
Custom: โหมดนี้ให้ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าบุคลิกของรถได้ตามต้องการ ทั้งความแรงของเครื่องยนต์ ความนุ่มนวล หรือความหนึบของช่วงล่าง
ระบบช่วงล่างแบบถุงลม (Air Suspension) สามารถปรับระดับสูง-ต่ำของตัวรถได้ตามความเหมาะสม และยังทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่ต่างๆ ได้อย่างลงตัว ในโหมด Comfort ช่วงล่างจะเน้นความนุ่มนวล แต่ในโหมด Sport จะให้ความหนึบแน่นไม่กระด้าง ความยืดหยุ่นของช่วงล่าง หรือการเก็บรายละเอียดของพื้นผิวถนน ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ประกอบกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Full-Time ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจและเพลิดเพลินไปกับการขับขี่ได้อย่างไร้ขีดจำกัด
พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า ที่สามารถปรับน้ำหนักได้ตามโหมดการขับขี่ ให้ความแม่นยำในการควบคุม ไม่แพ้คู่แข่งจากเยอรมนีแต่อย่างใด
บทสรุป: สมดุลแห่งสมรรถนะ ความหรูหรา และความเป็นอังกฤษแท้
ตลอดระยะเวลา 1 วัน ที่ได้ทดลองขับ Bentley Continental GT V8 รถสปอร์ตคูเป้จากอังกฤษคันนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ผมขอชื่นชมในเรื่องการเซ็ตอัพช่วงล่างที่ยอดเยี่ยม พลัง V8 เทอร์โบคู่เพียงพอที่จะมอบความเร้าใจ และอัตราเร่งที่เฉียบฉับไว สามารถแซงรถคันอื่นได้อย่างมั่นใจ
อย่างไรก็ตาม ด้วยสนนราคา 17,300,000 บาท (สำหรับรุ่นทดสอบ) ออปชันที่ให้มาในรุ่นเริ่มต้นอาจจะดูน้อยไปนิด โดยเฉพาะกล้องรอบคัน ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่จำกัด แต่ก็ยังมีข้อดีคือ สามารถสั่งเพิ่มเติมออปชันต่างๆ ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งหนังแท้ ลายไม้ หรือระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม
สำหรับผู้ที่มองหารถสปอร์ตคูเป้ที่สะท้อนถึงความเป็นอังกฤษแท้ ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะที่น่าตื่นเต้น และประวัติศาสตร์อันยาวนาน Bentley Continental GT V8 คือคำตอบที่ลงตัวอย่างแท้จริง
สิ่งที่ประทับใจ:
รูปลักษณ์ภายนอก: หรูหรา ดูดี มีความเข้มขึ้น
การตกแต่งภายใน: ใช้งานง่ายกว่า Bentley รุ่นก่อนๆ
เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่: ตอบสนองได้อย่างคล่องแคล่ว
พวงมาลัย: แม่นยำคมกริบ
ช่วงล่าง: ดีเยี่ยม นุ่มนวลและหนึบแน่น ตามสไตล์รถสมรรถนะสูง
การปรับแต่ง: สามารถ Customize ออปชันต่างๆ ทั้งโทนสี ลายไม้ และอุปกรณ์อื่นๆ ได้ตามอัธยาศัย
มองหารถสปอร์ตหรูที่ผสานสมรรถนะอันเร้าใจเข้ากับความประณีตเหนือระดับ? Bentley Continental GT V8 คือนิยามใหม่ของยนตรกรรมที่คุณไม่ควรพลาด ให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการนำพาท่านไปสู่ประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษนี้
(หมายเหตุ: ส่วนท้ายของบทความต้นฉบับที่มีข้อมูลเกี่ยวกับ Bentley Continental GT3, Bentley Continental GT V8S และราคาขายของรุ่น V8S ได้ถูกนำเสนอในลักษณะข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมเพื่อเสริมความสมบูรณ์ของเนื้อหา แต่ไม่ได้รวมอยู่ในเนื้อหาหลักที่ถูกเขียนใหม่ตามคำสั่ง)