
Bentley Continental GT V8: ประตูสู่โลกแห่งความหรูหราที่สัมผัสได้
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ การได้สัมผัสกับยนตรกรรมที่สะท้อนถึงความภาคภูมิใจและประณีตบรรจง คือสิ่งที่ผมให้ความสำคัญเสมอมา และเมื่อพูดถึงแบรนด์ที่ยืนหยัดเหนือกาลเวลา พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ หนึ่งในชื่อที่ผุดขึ้นมาในใจคือ Bentley Continental GT V8 นี่ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ ความสง่างาม และสุนทรียภาพในการเดินทาง
ตลอดระยะเวลากว่า 102 ปีที่ตราสัญลักษณ์ปีกอันโดดเด่นของ Bentley ได้ปรากฏบนท้องถนนทั่วโลก รถยนต์จากอังกฤษคันนี้ได้สร้างนิยามใหม่ของ “อัครยานยนต์” ที่ผสานความหรูหราขั้นสูงสุดเข้ากับสมรรถนะที่น่าเกรงขาม เป็นที่หมายปองของเหล่าผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต ผู้ประกอบการเศรษฐีพันล้าน และผู้หลงใหลในความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์
ประวัติศาสตร์อันยาวนาน สู่ยนตรกรรมแห่งอนาคต
โรงงาน Bentley Motors ในเมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ คือแหล่งกำเนิดของตำนานที่ยาวนานกว่า 70 ปี ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่ผลิตรถซีดานหรูอย่าง Flying Spur หรือ SUV ทรงพลังอย่าง Bentayga แต่ยังเป็นบ้านของสปอร์ตคูเป้ระดับพรีเมียมอย่าง Bentley Continental GT รุ่นที่ 3 ที่เข้ามาเขย่าวงการยานยนต์ทั่วโลก รวมถึงตลาดประเทศไทยมานานกว่า 3 ปี
ในช่วงแรกของการเปิดตัว Continental GT มาพร้อมกับขุมพลัง W12 ขนาด 6.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ให้พละกำลังสูงถึง 635 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 900 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นที่ยอมรับในประสิทธิภาพอันไร้ที่ติ อย่างไรก็ตาม เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและเทรนด์ยานยนต์ที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพที่ชาญฉลาดขึ้น Bentley ได้นำเสนอทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ คือเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่แม้จะ “Downsizing” แต่ก็ยังคงเปี่ยมด้วยพละกำลังและความจัดจ้าน
และในปี 2021 นี้เอง AAS Auto Service หรือ Bentley Bangkok ในฐานะผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้นำ Bentley Continental GT V8 มาจัดแสดงและเปิดให้จับจองกันอย่างเป็นทางการ โดยรุ่นที่ผมมีโอกาสได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด คือรุ่น V8 ที่ถือเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วย DNA ความหรูหราและสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley
การออกแบบภายนอก: ความเข้มขรึม สง่างาม ที่มาพร้อมรายละเอียดอันน่าทึ่ง
เมื่อก้าวแรกที่ได้ยลโฉม Bentley Continental GT V8 สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความสง่างามที่แฝงไปด้วยความเข้มขรึม ตัวถังสีดำสนิทเฉด “Onyx” ที่ผสมผสานกับสีน้ำเงินเข้มอย่างลงตัว สร้างมิติที่ลุ่มลึกและเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนถึงความภูมิฐานและความมั่นใจ การออกแบบภายนอกนี้ไม่ได้แตกต่างจากรุ่น W12 มากนัก แต่กลับแฝงไว้ด้วยรายละเอียดที่ทำให้รู้สึกพิเศษ
กระจังหน้าแบบ Matrix (Radshell) ขนาดใหญ่รูปทรงรังผึ้งสีดำโดดเด่น สะกดทุกสายตา ขอบกระจังประดับด้วยโลโก้ปีกอันเป็นสัญลักษณ์ของ Bentley พร้อมด้วยช่องระบายอากาศที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันในชุดกันชนหน้า เสริมด้วยไฟหน้า Full Matrix LED ที่ทำงานร่วมกับระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist และกรอบไฟหน้า LED DRL ที่ส่องสว่างอย่างมีระดับ
สเกิร์ตหน้าชิ้นเล็กตกแต่งด้วยลายคาร์บอนสีเข้ม ช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่สปอร์ตยิ่งขึ้น ในขณะที่ด้านข้าง การออกแบบหลังคาที่ลาดลงอย่างนุ่มนวลไม่มากนัก สะท้อนถึงความสบายสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง การออกแบบบังโคลนทั้งด้านหน้าและหลังได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นคลาสสิกของ Bentley ในอดีต เสริมด้วยกระจกมองข้างทรงสปอร์ตที่มาพร้อมไฟเลี้ยว และมือเปิดประตูสีดำที่เมื่อเปิดออกจะมีไฟส่องสว่างบริเวณประตูเพื่ออำนวยความสะดวกในยามค่ำคืน
ช่องระบายอากาศด้านข้างที่กลมกลืนไปกับตัวถัง บ่งบอกถึงความใส่ใจในรายละเอียด ล้ออัลลอยสีดำตัดกับสีเงิน ขนาด 21 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ “Five Tri-Spoke” พร้อมยาง Pirelli PZero ขนาด 265/40 ZR21 สำหรับล้อหน้า และ 305/35 ZR21 สำหรับล้อหลัง เสริมด้วยสเกิร์ตข้างลายคาร์บอนที่เพิ่มความดุดัน
ด้านท้ายของรถ โดดเด่นด้วยสปอยเลอร์หลังขนาดเล็กที่ติดขอบฝากระโปรงท้าย โลโก้ปีกและตัวอักษร Bentley ที่คุ้นเคย ไฟท้าย LED ทรงกลมที่สวยงาม กันชนหลังออกแบบได้อย่างลงตัวพร้อมท่อไอเสียคู่รูปทรงเลข 8 ที่ซ่อนอยู่อย่างแนบเนียน เสริมด้วยลิ้นสปอยเลอร์หลังลายคาร์บอนที่เติมเต็มความสปอร์ตให้สมบูรณ์แบบ ไฟตัดหมอกหลัง และเซ็นเซอร์กะระยะที่ติดตั้งมาทั้งด้านหน้าและหลัง (สำหรับรุ่นเริ่มต้นจะมาพร้อมกล้องมองหลัง) และแน่นอนที่ขาดไม่ได้คือสัญลักษณ์ “V8” บนบังโคลนหน้าทั้งสองข้าง
ด้วยขนาดตัวถังที่ยาว 4,850 มม. กว้าง 1,954 มม. และสูง 1,405 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2,851 มม. และน้ำหนัก 2,164 กก. Bentley Continental GT V8 แสดงออกถึงความสง่างามและทรงพลังในแบบคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม MSB อันทันสมัย ซึ่งใช้ร่วมกับรถยนต์ในเครือ Volkswagen Group อย่าง Bentley Flying Spur, Bentley Mulliner Bacalar และ Porsche Panamera
ภายใน: ความหรูหราที่สัมผัสได้ ทุกรายละเอียดคือความประณีต
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Bentley Continental GT V8 สิ่งที่สัมผัสได้คือความหรูหราที่อบอวลอยู่รอบกาย แม้จะเป็นรุ่นพื้นฐาน แต่ Bentley ก็ได้บรรจงตกแต่งทุกอย่างให้อยู่ในระดับพรีเมียม หากต้องการออปชันเพิ่มเติม เช่น ระบบเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์อย่าง Bang & Olufsen หรือวัสดุตกแต่งพิเศษ ก็สามารถสั่งเพิ่มได้ตามความต้องการ ซึ่งแน่นอนว่าจะมีผลต่อราคา
ภายในที่ผมได้ทดลองขับ ตกแต่งด้วยหนัง Nappa Beluga สีดำสนิทที่ให้สัมผัสอ่อนนุ่ม แต่แข็งแรงทนทาน หนังที่ใช้คัดสรรมาจากวัวที่เลี้ยงในทุ่งหญ้าสูงในภาคเหนือของทวีปยุโรป ซึ่งมีแมลงรบกวนน้อย ทำให้หนังมีความเรียบเนียน ปราศจากรอยด่างต่างๆ เบาะนั่งคู่หน้าทรงสปอร์ต โอบกระชับสรีระ ปรับด้วยระบบไฟฟ้าได้ 12 ทิศทาง พร้อมระบบความจำ 2 ตำแหน่ง
สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง แม้จะมีพื้นที่วางขาที่จำกัดตามสไตล์รถคูเป้ แต่ก็ยังคงความสบายตามมาตรฐาน Bentley หลังคารถตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงสีดำ ให้ความรู้สึกปิดมิดชิดและหรูหรา
คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยการผสมผสานระหว่างหนังแท้ชั้นดีและลายไม้ Veneer สีดำ Piano Black ที่สะท้อนความมันเงาเหมือนอัญมณีสีเข้ม บ่งบอกถึงความประณีตและความร่วมสมัย
พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน หุ้มหนังแท้คุณภาพสูง ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างครบครัน ทั้งระบบเครื่องเสียง การรับโทรศัพท์ และการแสดงผลบนมาตรวัด พร้อม Paddle Shift สำหรับการเปลี่ยนเกียร์ที่เพิ่มอรรถรสในการขับขี่
มาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่ สามารถปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งความเร็ว รอบเครื่องยนต์ และข้อมูลอื่นๆ ส่วนหน้าจอตรงกลางในชุดมาตรวัด TFT แสดงผลข้อมูลต่างๆ เช่น วันที่ คลื่นวิทยุ และระบบนำทาง
หน้าจอสัมผัส HD ขนาด 12.3 นิ้ว มอบประสบการณ์ความบันเทิงและการสื่อสารที่ไร้ขีดจำกัด รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน iOS, Android, Bluetooth, Wi-Fi และ USB 4 ตำแหน่ง มาพร้อมระบบนำทาง และระบบเสียง Bentley ที่มีลำโพง 10 ตำแหน่ง กำลังขับ 650 วัตต์
เอกลักษณ์ของรถยุโรปหรูอย่าง Bentley คือการมีนาฬิกาเข็มแบบอนาล็อก และช่องลมแอร์ที่สามารถควบคุมการเปิด-ปิดด้วยสวิตช์แบบดึง/กด ที่ดูคลาสสิก
หัวเกียร์ตกแต่งด้วยโครเมียมสลับหนังสีดำ ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์จาก R ถึง D และ M ด้วยการกดที่หัวเกียร์รูปตัว B ส่วนการจอดรถ ต้องกดปุ่ม P ด้านหลังหัวเกียร์ คอนโซลเกียร์ตกแต่งด้วย Piano Black, โครเมียม และสีเงินด้าน รายล้อมด้วยแผงควบคุมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศแบบแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา ระบบอุ่นเบาะ ระบบควบคุมสปอยเลอร์หลัง และที่สำคัญคือระบบโหมดการขับขี่ 4 โหมด ได้แก่ Sport, Bentley, Comfort และ Custom
นอกจากนี้ ยังมีเบรกมือไฟฟ้า ระบบ Auto Brake Hold ที่ทำงานเมื่อเหยียบเบรกจนสุด และปุ่ม Push Start ที่อยู่ตรงกลางปุ่มเลือกโหมดการขับขี่
ด้านระบบความปลอดภัย Bentley Continental GT V8 มาพร้อมระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot, ถุงลมนิรภัยรอบคัน, ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง TPMS และอื่นๆ อีกมากมาย หากต้องการออปชันเพิ่มเติม เช่น Head-up Display, Adaptive Cruise Control หรือกล้องรอบคัน ก็สามารถสั่งเพิ่มได้
ขุมพลัง V8: ความแรงที่คุ้มค่า และการตอบสนองที่เหนือความคาดหมาย
ถึงแม้จะเป็นเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ แต่ Bentley Continental GT V8 กลับไม่เป็นสองรองใครในเรื่องสมรรถนะ เครื่องยนต์รหัสนี้ให้กำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิด 770 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 สปีด Bentley Dual-Clutch Transmission และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-Time
ตามข้อมูลจากโรงงาน รถคันนี้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 318 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.0 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง
เมื่อได้สัมผัสกับการขับขี่จริง แม้จะมีเวลาจำกัดในการทดสอบ แต่ผมสามารถยืนยันได้ว่า Bentley Continental GT V8 คันนี้ มอบประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เสียงเครื่องยนต์ V8 คำรามกึกก้อง โดยเฉพาะในช่วงความเร็วสูง ให้ความรู้สึกเร้าใจ และอัตราเร่งที่ติดหนึบหลังเบาะ ชวนให้รู้สึกสนุกสนานกับการขับขี่
ผมได้ทดลองจับเวลาอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ 3 ครั้ง ซึ่งผลลัพธ์เฉลี่ยอยู่ที่ 4.65 วินาที ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับตัวเลขจากโรงงานอย่างมาก ระบบเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด ทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่มีการกระตุก หรือหน่วงใดๆ การเปลี่ยนเกียร์ผ่าน Paddle Shift ก็ทำได้อย่างแม่นยำ สร้างอรรถรสในการขับขี่ได้อย่างเต็มที่
ระบบโหมดการขับขี่ 4 โหมด ช่วยปรับอารมณ์ของรถให้เหมาะสมกับสถานการณ์:
Sport: เน้นความเข้มข้นของการขับขี่ เสียงท่อไอเสียดุดัน พวงมาลัยมีน้ำหนักมากขึ้น ช่วงล่างแน่นขึ้น
Bentley: โหมดที่เน้นการขับขี่ทั่วไป ระบบจะคำนวณและปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้โดยอัตโนมัติ
Comfort: เน้นความนุ่มนวล ช่วงล่างนุ่ม เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง
Custom: โหมดที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ปรับตั้งค่าต่างๆ ได้ตามต้องการ ทั้งกำลังเครื่องยนต์ ช่วงล่าง และอื่นๆ
ช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน: ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบ
แม้จะเป็นช่วงล่างแบบถุงลม แต่ Bentley Continental GT V8 สามารถปรับระดับสูง-ต่ำของตัวรถได้ตามความเหมาะสม และทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่ได้อย่างลงตัว ในโหมด Comfort ช่วงล่างจะนุ่มนวลเป็นพิเศษ แต่ในโหมด Sport ก็จะให้ความหนึบแน่น ไม่กระด้างจนเกินไป การยุบตัวและคืนตัวของช่วงล่างเก็บรายละเอียดของพื้นผิวถนนได้ดีเยี่ยม
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-Time ทำงานร่วมกับพวงมาลัยไฟฟ้าที่สามารถปรับน้ำหนักได้ตามโหมดการขับขี่ ให้ความแม่นยำในการควบคุม ไม่แพ้คู่แข่งจากเยอรมนี การขับขี่บนเส้นทางที่หลากหลาย ให้ความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และสนุกสนาน
สรุป: สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ในราคาที่เข้าถึงได้
ตลอดการทดลองขับ Bentley Continental GT V8 ในระยะเวลา 1 วัน ทำให้ผมประทับใจในหลายๆ ด้าน ทั้งการเซ็ตช่วงล่างที่ยอดเยี่ยม พละกำลังของเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ที่เพียงพอต่อการเร่งแซงได้อย่างเฉียบคม และความหรูหราที่คงเอกลักษณ์ของ Bentley ไว้ได้อย่างครบถ้วน
แม้ราคา 17,300,000 บาท จะไม่ใช่ราคาที่ทุกคนจะเข้าถึงได้ แต่เมื่อพิจารณาถึงออปชันที่ให้มาในรุ่นเริ่มต้น และความเป็น “Bentley” แล้ว ก็ถือว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกับจิตวิญญาณความเป็นอังกฤษแท้ๆ ในรูปแบบของสปอร์ตคูเป้ระดับพรีเมียม
แน่นอนว่า ออปชันบางอย่าง เช่น กล้องรอบคัน ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่จำกัด ก็มีให้เลือกสั่งเพิ่มได้เช่นเดียวกับออปชันอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเบาะหนังแท้ ลายไม้ หรือระบบเครื่องเสียง
Bentley Continental GT V8 คือคำตอบสำหรับผู้ที่มองหาความสมบูรณ์แบบในการขับขี่ ที่ผสานความหรูหรา สมรรถนะ และสุนทรียภาพเข้าไว้ด้วยกัน
สิ่งที่ประทับใจ:
ดีไซน์ภายนอกที่ดูหรูหรา เข้มขรึม และมีเอกลักษณ์
ภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งอย่างประณีต ใช้งานง่ายกว่า Bentley รุ่นก่อนๆ
สมรรถนะของเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ที่ตอบสนองได้อย่างฉับไว
พวงมาลัยที่คม ช่วงล่างดี นุ่ม หนึบ ตามสไตล์รถสมรรถนะสูง
ความสามารถในการปรับแต่งออปชันภายใน ทั้งโทนสี ลายไม้ และอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้เป็นเจ้าของ
ขอขอบคุณ:
บริษัท AAS Auto Service จำกัด หรือ Bentley Bangkok ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ที่ได้ให้เกียรติอนุญาตให้นำรถยนต์ Bentley Continental GT V8 มาทำการรีวิวทดลองขับในครั้งนี้
หากคุณกำลังมองหารถสปอร์ตคูเป้ระดับพรีเมียม ที่สะท้อนถึงความสำเร็จ ความหรูหรา และสมรรถนะที่ไร้ที่ติ Bentley Continental GT V8 คือยนตรกรรมที่คุณไม่ควรพลาด มาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ได้แล้ววันนี้ที่ Bentley Bangkok เพื่อค้นหา Bentley ที่ใช่สำหรับคุณ