![N0111333 ค าตอบแทนท ได ร บ[ตอน1] #หน งส น #หน งส นสะท อนส งคม #ต องมนต ฟ ล ม # part2](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/10/fb_natural_20261030_084530.jpg)
Bentley Continental GT V8: ยนตรกรรมสุดหรู สไตล์สปอร์ต ทลายทุกขีดจำกัดแห่งสมรรถนะ
ในโลกแห่งยนตรกรรมระดับโลก มีไม่กี่แบรนด์ที่สามารถยืนหยัดผ่านกาลเวลามายาวนานกว่าศตวรรษ พร้อมรักษาอัตลักษณ์แห่งความหรูหรา สง่างาม และสมรรถนะอันเหนือชั้นได้เฉกเช่น Bentley ตลอด 102 ปีที่ผ่านมา รถยนต์จากอังกฤษคันนี้ไม่เพียงแต่เป็นยานพาหนะ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ บารมี และรสนิยมอันประณีตของผู้ครอบครอง ซึ่งรวมถึงเหล่าบุคคลชั้นนำ นักธุรกิจผู้มั่งคั่ง และผู้ที่หลงใหลในความโดดเด่นที่มาพร้อมขุมพลังอันเร้าใจ หนึ่งในรุ่นที่ตอกย้ำตำนานอันยิ่งใหญ่นี้ คือ Bentley Continental GT V8
จากโรงงานสู่อัจฉริยภาพแห่งการออกแบบ: ประวัติศาสตร์ที่สืบทอด
Bentley Motors ที่มีประวัติยาวนานกว่า 70 ปี ตั้งฐานการผลิตอันทรงเกียรติอยู่ที่เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ นอกเหนือจากรถซีดานหรูที่สะท้อนฐานะของผู้เป็นเจ้าของอย่าง Bentley Flying Spur และ SUV ระดับเฟิร์สคลาสอย่าง Bentley Bentayga แล้ว ยังมีสปอร์ตคาร์พรีเมียมอย่าง Bentley Continental GT ที่สร้างความประทับใจมาอย่างต่อเนื่อง เจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Continental GT ซึ่งทำตลาดทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว มีให้เลือกทั้งรูปแบบ Coupe และ Convertible
ในช่วงแรกของการเปิดตัว Continental GT มาพร้อมขุมพลัง W12 สูบ 6.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่มอบพละกำลังมหาศาลถึง 635 แรงม้า และแรงบิด 900 นิวตันเมตร จนกลายเป็นที่กล่าวขานในวงการยานยนต์ ต่อมา Bentley ได้นำเสนอทางเลือกที่ “เล็กลงแต่ทรงพลัง” ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร ล่าสุด ต้นปี 2564 ทาง AAS Auto Service หรือ Bentley Bangkok ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้นำ Bentley Continental GT V8 มาจัดแสดงและจำหน่ายในงาน Bangkok Motor Show 2021 และได้เดินทางมาถึงประเทศไทยอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน
Bentley Continental GT V8: สุนทรียะแห่งการออกแบบ สไตล์สปอร์ตหรู
รุ่นที่ผมได้รับเกียรติให้ทดลองขับในครั้งนี้คือ Bentley Continental GT V8 รุ่นเริ่มต้น หรือรุ่นพื้นฐาน แต่ได้รับการตกแต่งที่สะท้อนความงามตามแบบฉบับ Bentley ได้เป็นอย่างดี แม้จะไม่มีออปชันเสริมมากมายนัก แต่ก็เพียงพอที่จะสัมผัสถึงแก่นแท้ของยนตรกรรมอังกฤษคันนี้ หากต้องการการตกแต่งพิเศษเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายใน ก็สามารถสั่งทำได้ตามความต้องการ ซึ่งแน่นอนว่าจะมีผลต่อราคาของตัวรถ
แรกสัมผัสกับตัวถังภายนอก ความโดดเด่นของสีดำเฉดพิเศษ (Onyx) ที่ผสมผสานกับเฉดสีน้ำเงินเข้ม ทำให้รถคันนี้ดูมีมิติและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นสีที่เคยถูกใช้ในรุ่น Continental และ Flying Spur รุ่น Speed มาก่อน กระจังหน้าทรง Matrix แบบรังผึ้งตกแต่งด้วยสีดำเงา โดดเด่นด้วยโลโก้ปีกนกอันเป็นสัญลักษณ์ของ Bentley พร้อมกรอบกระจังหน้าที่ประดับด้วยชุดระบายอากาศบริเวณกันชนหน้า ไฟหน้าแบบ Full Matrix LED พร้อมระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist ล้อมกรอบด้วยวงแหวน Front Headlamp Bezels ทั้งวงเล็กและวงใหญ่ ไฟ DRL แบบ LED เสริมความสปอร์ตด้วยสเกิร์ตใต้กันชนหน้าชิ้นเล็กที่ตกแต่งด้วยลายคาร์บอนสีเข้ม
Dynamic Lines and Elegant Proportions: รูปลักษณ์ด้านข้างที่สะท้อนความเป็น Bentley
ด้านข้างของ Bentley Continental GT V8 ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบความสบายสูงสุดแก่ผู้โดยสารด้านหลัง โดยไม่ลดทอนความสง่างามของเส้นสายหลังคาที่ลาดลงอย่างนุ่มนวล การออกแบบบังโคลนหน้าและหลัง ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นคลาสสิกในอดีตของ Bentley เติมเต็มความเข้มด้วยกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวทรงสปูนที่ให้ทัศนวิสัยที่ดี ที่เปิดประตูเป็นแบบก้านสีดำ ซึ่งเมื่อเปิดประตูจะปรากฏไฟส่องสว่างบริเวณด้านล่างเพื่อความสะดวกในเวลากลางคืน
บริเวณบังโคลนหน้า ซ้าย-ขวา ติดตั้งช่องระบายอากาศเสริมที่กลมกลืนกับเส้นสายของตัวรถ ล้ออัลลอยสีดำเงาตัดกับสีเงิน ขนาด 21 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ (Five Tri-Spoke) มาพร้อมยาง Pirelli รุ่น PZero ขนาด 265/40 ZR21 สำหรับล้อหน้า และ 305/35 ZR21 สำหรับล้อหลัง เสริมความสปอร์ตด้วยสเกิร์ตข้างลายคาร์บอน
บริเวณท้ายรถ สปอยเลอร์ขนาดเล็กที่ติดขอบฝากระโปรงท้ายอันปราดเปรียว โลโก้ปีกนกและตัวอักษร Bentley อันเป็นเอกลักษณ์ ไฟท้าย LED ทรงกลมที่โดดเด่น กันชนหลังได้รับการออกแบบมาอย่างลงตัว พร้อมท่อไอเสียคู่รูปทรงเลข 8 ซ้าย-ขวา ที่ฝังอยู่ภายในกันชน และลิ้นสปอยเลอร์เสริมบริเวณกันชนหลังลายคาร์บอน ช่วยเพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ ไฟตัดหมอกหลัง และเซ็นเซอร์ช่วยจอดรถทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (สำหรับรุ่นเริ่มต้นจะได้รับกล้องมองหลังมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน) และที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ สัญลักษณ์ V8 ที่ติดบริเวณบังโคลนหน้า ซ้าย-ขวา
Platform and Dimensions: พื้นฐานที่แข็งแกร่ง สู่ความสมบูรณ์แบบ
Bentley Continental GT V8 มาในรูปแบบคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่มีขนาดตัวถังใหญ่ตามยุคสมัย ด้วยความยาว 4,850 มม. ความกว้าง 1,954 มม. และความสูง 1,405 มม. ระยะฐานล้อ 2,851 มม. และน้ำหนักตัวรถ 2,164 กก. ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม MSB ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ร่วมกับรถยนต์ในเครือ Volkswagen Group อาทิ Bentley Flying Spur, Bentley Mulliner Bacalar รวมถึงรถยนต์จากค่าย Porsche อย่าง Porsche Panamera (971) แพลตฟอร์มนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงวิศวกรรมที่ล้ำสมัย และการประสานงานอันยอดเยี่ยมของแบรนด์ภายใต้เครือ Volkswagen Group
Interior Elegance and Craftsmanship: สุนทรีย์ภายในห้องโดยสาร
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ Bentley Continental GT V8 แม้จะเป็นรุ่นพื้นฐาน แต่ความหรูหราและความประณีตก็ยังคงเป็นหัวใจหลักของ Bentley แม้ว่าออปชันบางรายการอาจถูกตัดออกไปเพื่อให้เหมาะสมกับตำแหน่งทางการตลาด แต่ก็สามารถสั่งเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุตกแต่ง หรือระบบเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์อย่าง Bang& Olufsen
การตกแต่งภายในเน้นโทนสีดำ Nappa Beluga ที่ดูเข้มขรึม ผสมผสานกับเบาะนั่งที่หุ้มด้วยหนังแท้คุณภาพสูง ซึ่งคัดสรรมาจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน และเป็นหนังที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ใส่ใจในรายละเอียด เพื่อให้ได้หนังที่ปราศจากตำหนิและทนทานต่อการใช้งาน เบาะนั่งคู่หน้าเป็นทรงสปอร์ต โอบกระชับสรีระ ปรับด้วยระบบไฟฟ้า 12 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะ 2 ตำแหน่ง
การเข้าไปยังเบาะนั่งด้านหลังอาจต้องใช้สวิตช์ปรับเบาะจากด้านหน้าเล็กน้อย แม้พื้นที่วางขาจะมีจำกัดตามแบบฉบับรถคูเป้ แต่ก็ให้ความรู้สึกสบายพอสมควร วัสดุที่ใช้หุ้มหลังคาเป็นแบบคุณภาพสูง สีดำ ที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม
Sophisticated Dashboard and Infotainment: เทคโนโลยีที่ผสานกับความคลาสสิก
คอนโซลหน้าได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา ด้วยการหุ้มหนังแท้ผสมผสานกับลายไม้ Veneer ชั้นดี สีดำ Piano Black ที่ให้ความมันเงา สะท้อนถึงความประณีตและความร่วมสมัยของ Bentley
พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน หุ้มด้วยหนังแท้คุณภาพดี ก้านจับพวงมาลัยมีความหนาพอเหมาะ ให้ความรู้สึกกระชับในการควบคุม พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง การรับสายโทรศัพท์ และการปรับค่าต่างๆ บนมาตรวัดดิจิทัล ด้านหลังพวงมาลัยมีก้านควบคุม Cruise Control แบบธรรมดา ซึ่งอาจต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยในการใช้งานเล็กน้อย และ Paddle Shift สำหรับการเปลี่ยนเกียร์เอง เพื่อเพิ่มอรรถรสในการขับขี่
มาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่ สามารถปรับการแสดงผลได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งความเร็ว รอบเครื่องยนต์ และข้อมูลอื่นๆ บนหน้าจอ TFT กลางมาตรวัด ที่แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น วันที่ คลื่นวิทยุ หรือแผนที่นำทาง
หน้าจอสัมผัส HD ขนาด 12.3 นิ้ว ตรงกลางคอนโซล มอบความบันเทิงและการสื่อสารที่ครบครัน รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านระบบ iOS, Android, Bluetooth, Wi-Fi และ USB 4 ตำแหน่ง มาพร้อมระบบนำทางในตัว และระบบเครื่องเสียง Bentley ที่มีลำโพง 10 จุด กำลังขับ 650 วัตต์
เอกลักษณ์สไตล์รถยุโรปหรู คือการมีนาฬิกาเข็มแบบอนาล็อก ช่องลมแอร์ดีไซน์คลาสสิก พร้อมสวิตช์ควบคุมแบบดึง/กด เพื่อเปิด/ปิดระบบปรับอากาศแบบไฟฟ้า
บริเวณคอนโซลเกียร์ หัวเกียร์ตกแต่งด้วยโครเมียมสลับหนังสีดำ สามารถเลื่อนเปลี่ยนเกียร์จาก R ถึง D และ M ได้ด้วยการกดที่หัวเกียร์รูปตัว B และมีปุ่ม P สำหรับการจอดรถอยู่ด้านหลัง คอนโซลเกียร์ตกแต่งด้วยสีดำ Piano Black, โครเมียม และสีเงินด้าน รายล้อมด้วยแผงควบคุมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา, ระบบอุ่นเบาะคู่หน้า, สวิตช์เปิด-ปิดสปอยเลอร์หลัง, และระบบเลือกโหมดการขับขี่ 4 โหมด ได้แก่ Sport, Bentley, Comfort, และ Custom
มาพร้อมเบรกมือไฟฟ้า แต่ระบบ Auto Brake Hold จะทำงานเมื่อเหยียบเบรกจนสุด คล้ายกับระบบใน Mercedes-Benz และปุ่ม Push Start ที่อยู่กลางปุ่มเลือกโหมดการขับขี่
Safety Features: ความปลอดภัยที่ครบครัน
ในด้านระบบความปลอดภัย Bentley Continental GT V8 ติดตั้งมาให้อย่างเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป อาทิ ระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot, ถุงลมนิรภัยรอบคัน, และระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง TPMS 4 ล้อ อย่างไรก็ตาม หากต้องการระบบ Head-up Display, Adaptive Cruise Control, หรือกล้องรอบคัน ก็สามารถสั่งเพิ่มเติมได้
Powertrain and Performance: ขุมพลัง V8 เทอร์โบคู่ ที่ทรงพลังเกินคาด
สปอร์ตคูเป้จากอังกฤษคันนี้ แม้จะลดขนาดเครื่องยนต์ลง แต่ก็ยังคงมอบสมรรถนะที่เร้าใจ เทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร (3,993 ซีซี) ให้กำลังสูงสุด 550 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิด 770 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 สปีด (8-speed Bentley Dual-Clutch transmission) พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-Time จากโรงงานระบุว่าสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 318 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.0 วินาที
Driving Experience: สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น
จากการทดลองขับเพียง 1 วัน แม้จะเน้นการขับขี่ในกรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็เพียงพอที่จะสัมผัสถึงสมรรถนะอันโดดเด่นของ Bentley Continental GT V8 เสียงเครื่องยนต์ V8 ยังคงคำรามกึกก้อง ให้ความรู้สึกดุดัน โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง แรง G ที่กดหลังติดเบาะ ชวนให้นึกถึงการขับขี่ในสนามแข่ง แม้จะมีขนาดตัวถังที่ค่อนข้างใหญ่ และน้ำหนักกว่า 2 ตัน แต่รถคันนี้กลับคล่องแคล่วเกินคาด สามารถขับขี่ในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย และยังคงความสุขุมสง่างาม
ในการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. สามารถจับเวลาได้เฉลี่ย 4.65 วินาที ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขที่โรงงานแจ้งไว้ ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 สปีด ทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่มีการกระตุกหรือหน่วงที่รู้สึกได้ เหมือนกับเกียร์อัตโนมัติทั่วไป การเปลี่ยนเกียร์ด้วย Paddle Shift เพิ่มอรรถรสในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี
Driving Modes: ปรับบุคลิกได้ตามต้องการ
Bentley Continental GT V8 มาพร้อมโหมดการขับขี่ 4 โหมด ที่ช่วยปรับบุคลิกของรถให้เหมาะสมกับสไตล์การขับขี่และสภาพถนน:
Sport: เน้นความเร้าใจในการขับขี่ เสียงท่อไอเสียจะดังขึ้นอย่างน่าตื่นเต้น ช่วงล่างจะมีความหนึบแน่นขึ้น พวงมาลัยจะหนักขึ้นเล็กน้อย เพื่อการตอบสนองที่เฉียบคม
Bentley: โหมดสำหรับการขับขี่ทั่วไป ที่ระบบจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์และช่วงล่างโดยอัตโนมัติ ให้ความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความสะดวกสบาย
Comfort: เน้นความนุ่มนวลเป็นพิเศษ ช่วงล่างจะนุ่มขึ้น เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองหรือการเดินทางไกล
Custom: โหมดที่ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์ ช่วงล่าง และพวงมาลัยได้ตามความต้องการ เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
Suspension and Handling: ความลงตัวระหว่างความนุ่มนวลและความสปอร์ต
ช่วงล่างถุงลม (Air Suspension) ของ Bentley Continental GT V8 สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ตามความเหมาะสม และทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่ได้อย่างลงตัว ในโหมด Comfort จะมอบความนุ่มนวลเป็นพิเศษ ในขณะที่โหมด Sport จะให้ความหนึบแน่น ไม่กระด้าง การเก็บรายละเอียดของพื้นผิวถนนและการตอบสนองของช่วงล่างทำได้อย่างยอดเยี่ยม ผสานกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-Time ยิ่งเพิ่มความมั่นใจและความสนุกสนานในการขับขี่ พวงมาลัยไฟฟ้าที่สามารถปรับน้ำหนักได้ตามโหมดการขับขี่ ให้ความคมแม่นยำ ไม่แพ้คู่แข่งจากเยอรมนี
Verdict: สรุปผลการทดลองขับ
ตลอด 1 วัน ที่ได้ทดลองขับ Bentley Continental GT V8 ยนตรกรรมสปอร์ตจากอังกฤษคันนี้ แสดงให้เห็นถึงการตั้งค่าช่วงล่างและสมรรถนะที่ลงตัว พลัง V8 เทอร์โบคู่ เพียงพอที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ และแซงรถคันอื่นได้อย่างเฉียบฉับไว
แม้ว่าสนนราคา 17,300,000 บาท พร้อมออปชันมาตรฐานที่ให้มาอาจจะดูน้อยไปนิด โดยเฉพาะกล้องรอบคันซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้งานในที่แคบ แต่ก็สามารถสั่งเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งหนังแท้, ลายไม้, ระบบเครื่องเสียง, และอื่นๆ อีกมากมาย หากคุณกำลังมองหายนตรกรรมที่สะท้อนความเป็นอังกฤษแท้ๆ ที่มาพร้อมความหรูหรา สมรรถนะ และความประณีต Bentley Continental GT V8 คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม
หากคุณพร้อมสัมผัสประสบการณ์แห่งยนตรกรรมสุดหรูที่ผสมผสานระหว่างความสง่างามของ Bentley กับสมรรถนะอันเร้าใจของเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ โปรดติดต่อ Bentley Bangkok เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับ Bentley Continental GT V8 ได้แล้ววันนี้