
Bentley Continental GT Speed Convertible: นิยามใหม่แห่งรถเปิดประทุนสมรรถนะสูงสุดและความหรูหราเหนือกาลเวลา
ในวงการยานยนต์ระดับสูง การกล่าวถึง Bentley คือการตอกย้ำถึงความเป็นเลิศด้านงานหัตถกรรม การออกแบบที่บ่งบอกถึงรสนิยม และสมรรถนะที่ดุดันเกินความคาดหมาย และเมื่อพูดถึง Bentley Continental GT Speed Convertible เรากำลังพูดถึงสุดยอดยานยนต์เปิดประทุน 4 ที่นั่งที่ผสานทุกองค์ประกอบเหล่านี้ไว้อย่างลงตัว จนได้รับการยอมรับในฐานะรถเปิดประทุนที่เร็วที่สุดในโลก ซึ่งสะท้อนถึงปรัชญาของแบรนด์ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์รถยนต์ที่มิใช่เพียงพาหนะ แต่คือผลงานศิลปะที่ขับเคลื่อนได้
จากประสบการณ์กว่าทศวรรษในวงการรถยนต์หรู ผมได้เห็นวิวัฒนาการของ Bentley Continental GT มาอย่างต่อเนื่อง และรุ่น Speed Convertible นี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ยกระดับนิยามของ “Grand Tourer” ให้เหนือไปอีกขั้น ไม่ใช่แค่สมรรถนะที่จัดจ้าน แต่คือประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งความเร้าใจ ความสบาย และความสง่างาม ที่สามารถสัมผัสได้ในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนถนนที่ท้าทาย หรือการโลดแล่นไปตามเส้นทางคดเคี้ยว การเปิดตัว Continental GT Speed Convertible ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่คือการประกาศศักดาถึงความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์เปิดประทุนสมรรถนะสูง (high-performance convertibles) ที่ผสมผสานความหรูหราเหนือระดับ (luxury grand tourers) กับนวัตกรรมล่าสุดได้อย่างไร้ที่ติ
ขุมพลัง W12 อันทรงพลัง: หัวใจที่เต้นแรงของ Bentley Continental GT Speed Convertible
หัวใจหลักที่ทำให้ Bentley Continental GT Speed Convertible แตกต่างและโดดเด่นคือขุมพลังเครื่องยนต์ W12 Twin-Turbocharged ขนาด 6.0 ลิตร อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley ที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบพละกำลังสูงสุดถึง 616 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลที่ 800 นิวตันเมตร ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ 2,000 ถึง 5,000 รอบต่อนาที ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถิติ แต่คือการรับประกันถึงอัตราเร่งที่รุนแรง ความคล่องตัว และสมรรถนะที่พร้อมตอบสนองทุกการสั่งการของผู้ขับขี่
การพัฒนาเทคโนโลยีในเครื่องยนต์ W12 นี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่พละกำลัง แต่ยังให้ความสำคัญกับการประหยัดน้ำมันและการลดการปล่อยมลพิษ โดยมีการปรับปรุงให้ประหยัดน้ำมันขึ้นถึง 15% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ด้วยการนำระบบ Energy Recuperation System มาใช้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในเครื่องยนต์ W12 รุ่นอื่นๆ ผนวกกับระบบบริหารจัดการเครื่องยนต์ ME17 ที่สามารถคำนวณและควบคุมการทำงานของเทอร์โบชาร์จเจอร์ และการจัดการแรงบิดได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการขับขี่
ระบบส่งกำลังเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ช่วยเสริมสมรรถนะของ Bentley Continental GT Speed Convertible ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ให้มีความสามารถในการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็ว ฉับไว และนุ่มนวล การเข้าสู่โหมดสปอร์ต (Sport Mode) จะยิ่งปลดปล่อยศักยภาพของเครื่องยนต์ W12 ออกมาอย่างเต็มที่ โดยระบบจะปรับเปลี่ยนการเกียร์เมื่อความเร็วรอบเครื่องยนต์สูงขึ้น และสามารถทำการ “Block Shifting” ได้อย่างรวดเร็ว เช่น การเปลี่ยนจากเกียร์ 8 ไปยังเกียร์ 4 โดยตรง เพื่อเพิ่มอัตราเร่งให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ระบบนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ แต่ยังช่วยให้การขับขี่มีความต่อเนื่องและทรงพลังในทุกช่วงความเร็ว
โครงสร้างตัวถังและการควบคุม: ความสมดุลระหว่างความแข็งแกร่งและความสบาย
ความโดดเด่นของ Bentley Continental GT Speed Convertible ไม่ได้อยู่ที่พละกำลังของเครื่องยนต์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งและความแม่นยำในการควบคุม ตัวถังมีค่าความแข็งแกร่งเชิงบิด (torsional rigidity) สูงถึง 22,500 นิวตันเมตรต่อองศา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้วิศวกรสามารถพัฒนาระบบช่วงล่างให้ทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ
ระบบช่วงล่างแบบถุงลม (air suspension) ที่ได้รับการปรับตั้งค่าให้มีความแน่นหนาและแข็งแกร่งขึ้น พร้อมระบบ Self-Levelling System ที่ลดระดับตัวรถลง 10 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรุ่น Continental GT Convertible มาตรฐาน ทำให้ตัวรถมีความสูงจากพื้นน้อยลง ส่งผลให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง การเข้าโค้งทำได้อย่างเฉียบคมและมั่นคงยิ่งขึ้น การผสานระหว่างช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone) และช่วงล่างด้านหลังแบบ Trapezoidal Multi-link ช่วยเสริมการยึดเกาะถนน การทรงตัว และการควบคุมรถได้อย่างดีเยี่ยม ควบคู่ไปกับระบบ Anti-roll Bars ที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของตัวรถในสภาวะการขับขี่ที่หนักหน่วง
นอกจากนี้ ระบบ Electronic Stability Control (ESC) ได้รับการปรับค่าให้ทำงานร่วมกับระบบจัดการเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด เพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุดและความรู้สึกมีส่วนร่วมในการขับขี่ที่มากขึ้น โดย Dynamic Mode ของ ESC จะอนุญาตให้เกิดการหมุนฟรีของล้อที่ความเร็วสูงขึ้นเล็กน้อย และเรียกแรงบิดของเครื่องยนต์กลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสถึงศักยภาพสูงสุดของตัวรถได้อย่างเต็มที่
ดีไซน์ภายนอก: ความเข้มข้น สง่างาม และบ่งบอกถึงสมรรถนะ
รูปลักษณ์ภายนอกของ Bentley Continental GT Speed Convertible สะท้อนถึง DNA ความสปอร์ตและความหรูหราของ Bentley ได้อย่างชัดเจน ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบเมทริกซ์และช่องดักอากาศที่กันชนในดีไซน์ Dark-tint chrome ที่ให้ความรู้สึกเข้มขรึมและทรงพลัง ล้ออัลลอยด์ขนาด 21 นิ้ว ลาย Speed alloy wheels ที่มีให้เลือกทั้งสีเงินและสี Dark tint เสริมบุคลิกที่สปอร์ตยิ่งขึ้น ปลายท่อไอเสียขนาดใหญ่รูปทรงไข่ที่เป็นเอกลักษณ์ และฝาครอบหม้อน้ำที่มีโลโก้ “B” สีดำ ยิ่งตอกย้ำถึงความพิเศษของรุ่น Speed
การใช้เทคโนโลยี Superformed Aluminium ในการผลิตปีกหน้าของรถ ช่วยให้ชิ้นส่วนมีความเรียบเนียน ไร้รอยต่อ และมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ การออกแบบตัวถังที่ต่ำลง 10 มิลลิเมตร ควบคู่ไปกับล้อขนาด 21 นิ้ว และการเพิ่มสปอยเลอร์รวมถึงลิ้น Aerodynamic ที่ฝากระโปรงท้าย (double-horseshoe) ช่วยเสริมแรงกดตามหลักอากาศพลศาสตร์ (aerodynamic downforce) ทำให้รถมีความเสถียรอย่างเหนือชั้น แม้ที่ความเร็วสูงกว่า 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งงานหัตถกรรม ความหรูหรา และเทคโนโลยีล้ำสมัย
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Bentley Continental GT Speed Convertible คุณจะได้สัมผัสกับตำนานแห่งสุนทรียะและความประณีตของ Bentley อย่างแท้จริง จุดเด่นคือการตกแต่งด้วยชุด Mulliner Driving Specification ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งผสานงานฝีมือชั้นเยี่ยมเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว การนำเสนอแผงหน้าปัดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถ Le Mans ในยุค 1920s อันโด่งดัง ผสมผสานกับแผงลายไม้ชั้นดี และคอนโซลกลางที่ตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์สีซาติน (เป็นอุปกรณ์เสริม) สร้างบรรยากาศที่พิเศษและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ระบบ Infotainment ได้รับการอัพเกรดซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นล่าสุด พร้อมด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย เช่น แผนที่นำทางแบบ 3 มิติ, ภาพภูมิทัศน์จากดาวเทียม, ข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ และวิทยุดิจิทัล โดยมีหน่วยความจำภายในถึง 15 GB สำหรับเก็บเพลง และรองรับการเล่นเพลงจาก iPod, MP3 Player, เครื่องเล่น CD 6 แผ่น หรือการ์ด SD
ระบบเสียงที่มาพร้อมกับลำโพง Balanced Mode Radiator (BMR) ที่สามารถรวมฟังก์ชันลำโพงเสียงแหลมและเสียงกลางไว้ในตัวเดียวกัน เพื่อการส่งต่อเสียงที่ชัดเจนและเต็มสเปกตรัม หรือเลือกอัพเกรดเป็นชุดเครื่องเสียง Naim ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างดี พร้อมโหมด Digital Sound Processing ให้ประสบการณ์เสียงที่เหนือกว่า การเปิดหลังคาลงก็สามารถปรับความสมดุลของเสียงได้อย่างง่ายดาย
ประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ: ปราณีตในทุกรายละเอียด
Bentley Continental GT Speed Convertible ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นในทุกสภาวะ การเปิด-ปิดหลังคาผ้าใบแบบ 4 ชั้น สามารถทำได้ง่ายเพียงกดปุ่มเพียงครั้งเดียว และหลังคานี้ได้รับการทดสอบอย่างเข้มข้นในทุกสภาพอากาศ ตั้งแต่ -30 องศาเซลเซียส ถึง +50 องศาเซลเซียส เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความทนทาน การป้องกันเสียงรบกวน และการรักษาอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้อยู่ในระดับที่สบายที่สุด
ระบบให้ความอบอุ่นบริเวณคอ (Neck Warmer) เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันพิเศษที่ช่วยเพิ่มความสบายในการขับขี่ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง เมื่อต้องการสัมผัสอากาศบริสุทธิ์โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเย็น
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (All-Wheel Drive) อันชาญฉลาดของ Bentley ที่เน้นการกระจายแรงบิดไปยังล้อหลังในสัดส่วน 60:40 ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ลดอาการ Understeer ในขณะเข้าโค้ง และระบบจะปรับเปลี่ยนการกระจายแรงบิดระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลังอย่างเหมาะสม เพื่อประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนสูงสุดในทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นพื้นถนนที่เปียกชื้น หรือเส้นทางที่ปกคลุมด้วยหิมะ
Bentley Continental GT Speed Convertible ไม่ใช่เพียงรถยนต์ แต่คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์, งานหัตถกรรมชั้นเลิศ, และความหรูหราที่ไม่มีใครเทียบได้ มันคือสุดยอดรถยนต์ Grand Tourer ที่พร้อมพาคุณโลดแล่นไปบนท้องถนนด้วยความเร้าใจตลอด 356 วันต่อปี
Bentley Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 4: พลังไฮบริดและการออกแบบแห่งอนาคต
การมาถึงของ Bentley Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 4 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Bentley โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัวครั้งใหญ่ในรอบ 6 ปี หลังจากการเปิดตัวเจนเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งครั้งนี้มาพร้อมกับขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดใหม่ Ultra Performance Hybrid ที่ผสานเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เพื่อมอบสมรรถนะที่เหนือกว่าเดิมอย่างแท้จริง
ดีไซน์ภายนอกที่ปฏิวัติวงการ:
ดีไซน์ภายนอกของ Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 4 ถูกออกแบบใหม่หมดจด สะท้อนถึงทิศทางในอนาคตของ Bentley ไฟหน้า LED แบบเมทริกซ์ใหม่ ประกอบด้วยหลอด LED กว่า 120 ดวง ควบคุมแบบดิจิทัล มอบประสิทธิภาพการส่องสว่างที่เหนือชั้น พร้อมขยายขอบเขตการมองเห็นให้กว้างขึ้น ฝากระโปรงหน้าแบบยาวตลอดแนวหลังคา สร้างเส้นสายแนวนอนที่ทรงพลัง บ่งบอกถึงสมรรถนะอันน่าทึ่ง
ส่วนท้ายรถได้รับการออกแบบใหม่เช่นกัน ไฟท้ายดีไซน์กราฟิกกว้างขึ้น ทอดยาวไปจนถึงฝากระโปรงท้าย พร้อมตกแต่งภายในโคมด้วยลวดลายเพชรแบบ 3 มิติ สร้างเอฟเฟกต์ภาพเสมือนลาวาหลอมเหลว ฝากระโปรงท้ายที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อเสริมแรงกดด้านหลังโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งสปอยเลอร์ ทำให้ตัวรถดูสะอาดตาและเรียบหรู
ล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงกรงเล็บของเสือ เสริมบุคลิกที่ดุดันและโดดเด่น มีให้เลือกหลายสีสัน สำหรับรุ่น Continental GTC มีตัวเลือกสีของหลังคาผ้าใบถึง 7 เฉดสี รวมถึงผ้าทวีดที่เป็นเอกลักษณ์ สามารถเปิด-ปิดหลังคาได้ภายใน 19 วินาที ขณะรถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภายในที่หรูหราและเต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยี:
ห้องโดยสารภายในได้รับการตกแต่งด้วยลวดลายการควิลท์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแฟชั่นร่วมสมัย เบาะนั่งและประตูมีการแกะสลัก ลายปรุ และการปักควิลท์แบบใหม่ สร้างบรรยากาศราวกับ “รังไหม” ที่มอบความรู้สึกอบอุ่นและพิเศษในทุกการเดินทาง เบาะนั่งแบบปรับได้ 20 ทิศทาง พร้อมระบบปรับท่าทางและระบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ ช่วยลดความเมื่อยล้าและมอบความผ่อนคลายตลอดการเดินทาง
การตกแต่งแบบ Dark Chrome มอบความสวยงามร่วมสมัยให้กับบริเวณต่างๆ เช่น มือจับประตู สวิตช์ หน้ากากลำโพง และพื้นที่โดยรอบห้องโดยสาร
ระบบเสียงระดับไฮเอนด์:
Bentley Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 4 มาพร้อมกับตัวเลือก 3 ระบบเสียง:
ระบบเสียงมาตรฐาน: ลำโพง 10 ตัว, กำลังขับ 650 วัตต์
ระบบเสียง Bang & Olufsen: ลำโพง 16 ตัว, กำลังขับ 1,500 วัตต์ พร้อมหน้ากากลำโพงเรืองแสง
ระบบเสียง Naim: ลำโพง 18 ตัว, กำลังขับ 2,200 วัตต์ พร้อม Active Bass Transducers ในเบาะหน้า และ 8 โหมดเสียงสำหรับผู้รักเสียงเพลง
กระจกกันเสียงแบบลามิเนตที่ติดตั้งบนกระจกบังลมและหน้าต่างด้านข้าง ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ถึง 9 เดซิเบล
เทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่ล้ำสมัย:
คอนโซลกลางมาพร้อมจอแสดงผล 3 ด้าน:
จอสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว
หน้าปัดอนาล็อกสุดคลาสสิก 3 หน้าปัด
แผงบุด้วยแผ่นไม้วีเนียร์ที่งดงาม
ผู้ขับขี่สามารถสลับการแสดงผลทั้ง 3 ด้านได้ง่ายๆ เพียงกดปุ่มเดียว จอสัมผัสรองรับ Apple CarPlay, Android Auto และการอัพเดตแผนที่แบบ Over-the-air พร้อมแอป My Bentley App Studio ที่เชื่อมต่อรถยนต์กับผู้ขับขี่ได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย
ระบบไฟ Mood Lighting รอบห้องโดยสาร มีให้เลือกกว่า 30 เฉดสี สร้างบรรยากาศที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังมีสีหนังภายในที่โดดเด่น เช่น Gravity Grey และ Tourmaline Green ที่ตีความสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley ให้สดใสและร่วมสมัยยิ่งขึ้น
ขุมพลัง Plug-in Hybrid: ประสิทธิภาพและความยั่งยืน
หัวใจสำคัญของ Bentley Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 4 คือขุมพลัง Ultra Performance Hybrid ใหม่ ที่ประกอบด้วย:
เครื่องยนต์เบนซิน V8 ปลั๊กอินไฮบริด 4.0 ลิตร: ให้กำลัง 596 แรงม้า และแรงบิด 800 นิวตันเมตร
มอเตอร์ไฟฟ้า: กำลัง 190 แรงม้า และแรงบิด 450 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน: ความจุ 25.9 kWh
เมื่อทำงานร่วมกัน ขุมพลังนี้มอบกำลังรวมสูงสุดถึง 782 แรงม้า และแรงบิด 1,000 นิวตันเมตร ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ระยะทางวิ่งสูงสุดในโหมดไฟฟ้าล้วน (WLTP) มากกว่า 81 กิโลเมตร และเมื่อรวมกับการเติมน้ำมันเต็มถัง สามารถวิ่งได้ไกลถึง 859 กิโลเมตร ตอกย้ำความเป็นซูเปอร์คาร์ที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ระบบส่งกำลังและแชสซีที่ได้รับการพัฒนา:
ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 สปีด และเฟืองท้ายแบบไฟฟ้า (eLSD) ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อการจ่ายกำลังที่ยอดเยี่ยมและการยึดเกาะถนนที่มั่นคงที่สุด ระบบจัดการพลังงานยังมีโหมด Charge ที่เครื่องยนต์จะขับเคลื่อนล้อและชาร์จแบตเตอรี่ไปพร้อมกัน
แชสซีใหม่พร้อมถุงลมคู่และแดมเปอร์วาล์วคู่ ผสานกับ Bentley Dynamic Ride (ระบบควบคุมการเข้าโค้งแบบแอคทีฟด้วยไฟฟ้า 48 โวลต์) มอบประสิทธิภาพการขับขี่ที่น่าทึ่งและความสบายสูงสุด การถ่ายเทน้ำหนักของรถขับเคลื่อนล้อหลังแบบ 49:51 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Bentley
Bentley Performance Active Chassis รวบรวมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบแอคทีฟ, เฟืองท้ายแบบไฟฟ้า, ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ, ระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง, ระบบป้องกันการโคลงตัวด้วยไฟฟ้า 48 โวลต์ และซอฟต์แวร์ควบคุม ESC รุ่นใหม่เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ
Continental GTC Speed: สำหรับรุ่นเปิดประทุน Continental GTC Speed มอบอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.4 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดจำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Bentley Continental GT และ GTC ในประเทศไทย:
Bentley Continental GT และ Continental GTC รุ่นใหม่ จะถูกประกอบขึ้นที่ Bentley’s Dream Factory ณ เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ โดยจะเริ่มสายการผลิตและส่งมอบภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
สำหรับตลาดประเทศไทย Bentley Bangkok โดย AAS Auto Service ในฐานะผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับการสั่งจอง พร้อมเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิต โดยมีการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนานถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม และสิทธิ์การต่ออายุการรับประกัน Bentley Extended Warranty สูงสุด 4 ปี
รุ่น Continental GT Speed: ราคาเริ่มต้นที่ 26,900,000 บาท
รุ่น Continental GT Convertible Speed: ราคาเริ่มต้นที่ 29,500,000 บาท
Bentley Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 4 ไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาขีดความสามารถของรถยนต์ Grand Tourer ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น แต่ยังเป็นการประกาศถึงวิสัยทัศน์ของ Bentley ในการสร้างสรรค์สุดยอดยานยนต์ที่ผสานสมรรถนะอันทรงพลัง, ความหรูหราอันเป็นนิรันดร์, และเทคโนโลยีแห่งอนาคต เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันดุดัน, ความสง่างามที่ไร้กาลเวลา, และเทคโนโลยีล้ำสมัย Bentley Continental GT Speed Convertible คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับความต้องการของคุณ เชิญสัมผัสประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับที่ Bentley Bangkok วันนี้ เพื่อค้นพบความหมายที่แท้จริงของ “The Ultimate Driving Machine.”