• Sample Page
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result

N0411544_sutopai_7637660577015418130_part2 | Hazen Elston

admin79 by admin79
November 4, 2026
in Uncategorized
0
N0411544_sutopai_7637660577015418130_part2 | Hazen Elston Bentley Continental GT เจเนอเรชันใหม่: การพลิกโฉมสู่ยุคไฮบริดที่ทรงพลังและยั่งยืน ในโลกของยานยนต์หรูที่ความสมบูรณ์แบบคือมาตรฐานสูงสุด BentleyContinental GT ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับคำว่า “แกรนด์ทัวเรอร์” มาอย่างยาวนาน ด้วยการผสมผสานระหว่างสมรรถนะอันเร้าใจ ความหรูหราเหนือระดับ และงานฝีมืออันประณีต ตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี 2003 Continental GT ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความปรารถนาของนักเลงรถทั่วโลก และบัดนี้ การเดินทางอันยาวนานของ Bentley Continental GT กำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ที่น่าตื่นเต้น ด้วยการเปิดตัว Bentley Continental GT รุ่นปี 2025 ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่สู่เจเนอเรชันที่ 4 อย่างเป็นทางการ แต่ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านขุมพลัง ที่จะพาคุณก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยนตรกรรมไฮบริดประสิทธิภาพสูงอย่างเต็มตัว การสิ้นสุดของตำนาน V8 และ W12 สู่การมาถึงของขุมพลัง Plug-In Hybrid ข่าวที่ Bentley ประกาศยุติการผลิตรุ่นเครื่องยนต์ V8 เพียวๆ ก่อนการเปิดตัว Continental GT รุ่นใหม่ได้สร้างความฮือฮาไปทั่ววงการรถยนต์ แต่สิ่งที่ตามมานั้นน่าประหลาดใจยิ่งกว่า เมื่อ Bentley Continental GT รุ่นปี 2025 ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ กลับมาพร้อมกับขุมพลังที่เป็นระบบ Plug-In Hybrid เท่านั้น ซึ่งหมายความว่า เครื่องยนต์ W12 อันเป็นตำนานของแบรนด์ที่เคยประจำการในรุ่นก่อนหน้าทั้ง 3 เจเนอเรชัน จะไม่ถูกผลิตอีกต่อไป และแม้กระทั่งขุมพลัง V8 ดั้งเดิม ก็ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยการผนวกเข้ากับระบบมอเตอร์ไฟฟ้า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของ Bentley ในการก้าวไปสู่ความยั่งยืน โดยไม่ทิ้งซึ่งสมรรถนะและความเป็นเลิศด้านวิศวกรรม การมาถึงของ Bentley Continental GT Plug-In Hybrid ไม่ใช่แค่การปรับปรุง แต่เป็นการปฏิวัติวงการยานยนต์หรูให้เข้าสู่ยุคใหม่ที่ประสิทธิภาพและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว สมรรถนะที่เหนือกว่า: พลังมหาศาลจากเครื่องยนต์ V8 และมอเตอร์ไฟฟ้า หัวใจสำคัญของ Bentley Continental GT รุ่นใหม่ คือขุมพลัง Plug-In Hybrid ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบคู่ กับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงเข้าไว้ด้วยกัน โดยเครื่องยนต์ V8 ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มีพละกำลังสูงสุดถึง 600 แรงม้า (PS) ซึ่งสูงกว่ารุ่น V8 เดิม แต่ยังคงไม่เพียงพอที่จะทดแทนกำลังมหาศาลของเครื่องยนต์ W12 ที่เคยมีมา ดังนั้น มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 190 แรงม้า (PS) จึงเข้ามาเสริมทัพ เพื่อผนึกกำลังกับเครื่องยนต์ V8 ผ่านชุดเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 สปีด ส่งผลให้ Bentley Continental GT ใหม่ มีพละกำลังรวมสุทธิสูงถึง 782 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุดถึง 1,000 นิวตันเมตร ตัวเลขนี้ไม่เพียงแต่แซงหน้า Bentley Continental GT W12 รุ่นก่อนหน้าไปแล้ว แต่ยังเป็นการวางรากฐานใหม่ให้กับนิยามของ “แกรนด์ทัวเรอร์” แห่งยุค เทคโนโลยี Plug-In Hybrid: ประสิทธิภาพที่มาพร้อมกับความยั่งยืน การเป็นรถยนต์ Plug-In Hybrid หมายความว่า Bentley Continental GT ใหม่ มาพร้อมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 25.9 kWh ที่ได้รับการติดตั้งอย่างชาญฉลาด การมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ทำให้ Bentley Continental GT สามารถโลดแล่นไปในโหมดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนๆ ได้ระยะทางสูงสุดราว 40 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางในเมือง หรือการเดินทางระยะสั้นๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง และที่สำคัญคือการขับขี่ที่เงียบสงบไร้เสียงรบกวน แม้ว่าระยะเวลาในการชาร์จไฟจะอยู่ที่ประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที ด้วยกำลังไฟ 11 kW ก็ตาม แต่ประโยชน์ที่ได้รับจากการขับขี่แบบไร้มลพิษ และสมรรถนะอันทรงพลังที่พร้อมเสมอเมื่อคุณต้องการ ทำให้ Bentley Continental GT Plug-In Hybrid เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์หรูที่ตอบสนองทั้งด้านอารมณ์และความรับผิดชอบต่อสังคม การขับขี่ที่เหนือชั้น: น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นแต่สมรรถนะที่ไม่ลดลง แม้ว่าการติดตั้งระบบแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำให้น้ำหนักตัวรถเพิ่มขึ้นถึง 192 กิโลกรัม แต่ด้วยแรงบิดมหาศาลที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ประกอบกับความไวในการตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ Bentley Continental GT ใหม่ สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.2 วินาที ซึ่งเร็วกว่ารุ่นเครื่องยนต์ W12 ก่อนหน้าถึง 0.4 วินาที ในขณะที่ความเร็วสูงสุดยังคงจำกัดอยู่ที่ 335 กิโลเมตร/ชั่วโมง สำหรับรุ่นหลังคาแข็ง และ 285 กิโลเมตร/ชั่วโมง สำหรับรุ่นเปิดประทุน GTC ความเร็วที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้มาจากพละกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นผลมาจากการปรับปรุงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ All-Wheel-Drive ใหม่ ซึ่งรวมถึงระบบควบคุมแรงบิด Torque Vectoring และชุดเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปสำหรับล้อหลัง ซึ่งช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและการควบคุมรถในทุกสภาวะ ช่วงล่างและระบบควบคุม: นวัตกรรมเพื่อการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ Bentley Continental GT รุ่นใหม่ ได้รับการยกระดับสมรรถนะการขับขี่ด้วยระบบช่วงล่างไฟฟ้าที่ล้ำสมัย ประกอบด้วยเหล็กกันโคลงไฟฟ้าที่สามารถปรับเปลี่ยนความแข็ง-อ่อนได้ตามสภาวะการใช้งาน ระบบช่วงล่างถุงลมแบบ Two-Chamber ที่รองรับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนได้อย่างครอบคลุม และระบบโช้กไฟฟ้าที่สามารถแปรผันความหนืดได้ตามสภาพถนนและโหมดการขับขี่ นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงระบบควบคุมเสถียรภาพ ระบบเลี้ยวสี่ล้อ และโครงสร้างตัวถังใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลเหนือระดับ ควบคู่ไปกับการควบคุมรถที่แม่นยำและเฉียบคมยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
ระบบเบรก: ประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ในทุกสถานการณ์ สำหรับระบบเบรก Bentley Continental GT ใหม่ มีทางเลือกให้ลูกค้าได้ตัดสินใจ 2 แบบ ได้แก่ จานเบรกเหล็ก 2 ชั้น พร้อมครีบรีดอากาศที่เป็นออปชันมาตรฐาน หรือ จานเบรกคาร์บอนเซรามิก ที่มีขนาดใหญ่กว่าและให้ประสิทธิภาพการเบรกที่เหนือกว่า ซึ่งเป็นออปชันเสริม โดยคาลิปเปอร์เบรกยังคงเป็นแบบ 10 พอทสำหรับล้อหน้า และ 4 พอทสำหรับล้อหลัง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสมรรถนะการเบรกจะสอดคล้องกับพละกำลังอันมหาศาลของตัวรถ การออกแบบภายนอก: ความคลาสสิกที่ผสมผสานกับความทันสมัย แม้ว่า Bentley Continental GT รุ่นใหม่ จะมีการปรับปรุงโครงสร้างตัวถัง แต่เส้นสายการออกแบบหลักยังคงอ้างอิงจากรุ่นพี่ โดยคงไว้ซึ่งความสง่างามและสมส่วนที่เป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้า ช่องดักลม และการออกแบบกันชนหน้ายังคงมีความคล้ายคลึงกับรุ่นก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือชุดโคมไฟหน้าคู่หน้า ที่เปลี่ยนจากแบบ 4 ดวง มาเป็นแบบ 2 ดวง พร้อมแถบไฟ DRL ที่ขีดคาดเหมือนการกรีดอายไลเนอร์ เพิ่มความโฉบเฉี่ยวและทันสมัยให้กับรถ ส่วนดวงไฟภายในมาพร้อมกับเทคโนโลยี Matrix LED ที่ให้ความสว่างและประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ด้านข้างตัวถัง แม้เส้นสายจะยังคงเดิม แต่ได้มีการยกเลิกช่องระบายอากาศจากซุ้มล้อหน้าด้านล่าง ขณะที่ด้านท้ายรถ ได้รับการปรับปรุงโคมไฟท้ายให้ดูเรียวยาวขึ้น และกันชนท้ายได้รับการออกแบบรายละเอียดใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะกรอบแบ่งพื้นที่ป้ายทะเบียน และกรอบปากท่อไอเสียที่ดูใหญ่โตและทรงพลังยิ่งขึ้น การออกแบบภายใน: ความหรูหราเหนือกาลเวลาผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ภายในห้องโดยสารของ Bentley Continental GT ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความหรูหราที่สั่งสมมายาวนาน โดยยังคงใช้เส้นสายการออกแบบหลักที่ยึดโยงมาจากเจเนอเรชันที่ 3 ซึ่งหลายคนอาจมองว่าคล้ายกับรุ่น Facelift แต่แท้จริงแล้ว ความหรูหราและความประณีตของ Bentley นั้นเป็นสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญเสมอมา เพื่อตอบสนองความต้องการด้านเทคโนโลยีและความทันสมัย Bentley Continental GT ใหม่ มาพร้อมกับชุดจอแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์ขนาด 12.3 นิ้ว ที่สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบ OTA (Over-the-Air) ได้ และที่พิเศษยิ่งกว่าคือ หน้าจอสามารถพลิกกลับเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นชุดจอมาตรวัดแบบอนาล็อค แสดงข้อมูลสำคัญต่างๆ เช่น อุณหภูมิเครื่องยนต์ แรงดันบูสต์ และเวลา เบาะนั่งได้รับการปรับเปลี่ยนลวดลายการตัดเย็บใหม่ แต่ยังคงฟังก์ชันการปรับตำแหน่งเบาะกว่า 20 ทิศทางเอาไว้เช่นเดิม ระบบเครื่องเสียงยังคงจัดเต็มด้วยลำโพง 18 ตำแหน่ง กำลังขับสูงสุด 2,200 วัตต์ ซึ่งหากรูปแบบการตกแต่งมาตรฐานยังไม่ถูกใจ ลูกค้าสามารถเลือกปรับเปลี่ยนวัสดุ การตัดเย็บ และการตกแต่งอื่นๆ ได้ตามความต้องการและกำลังทรัพย์ การส่งมอบและโอกาสในการสัมผัส Bentley Continental GT ในประเทศไทย Bentley Continental GT และ Bentley Continental GTC รุ่นปี 2025 มีกำหนดการส่งมอบในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ โดยจะเริ่มประเดิมในทวีปยุโรปก่อน ตามด้วยสหรัฐอเมริกา และจะขยายสู่ภูมิภาคเอเชียเป็นลำดับถัดไป สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัส Bentley Continental GT ตัวจริงเสียงจริงในประเทศไทย บริษัท AAS Auto Service จำกัด ในฐานะผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Bentley อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว ได้เคยจัดงานเปิดตัว Bentley Continental GT FULL MODEL CHANGE ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2011 ณ โรงแรมเรเนซองส์ ราชประสงค์ ภายใต้ชื่องาน “Exclusive Launch of The New Bentley Continental GT” ตามแนวคิด “An unbroken line” ซึ่งสะท้อนถึงนวัตกรรมและการออกแบบเส้นสายที่ไม่มีที่สิ้นสุด Bentley Continental GT เปิดตัวครั้งแรกในปี 2003 และประสบความสำเร็จอย่างสูงในการครองตลาดใหม่ นำเสนอความหรูหราและความสามารถในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างยอดเยี่ยม Continental GT 4 ที่นั่งคูเป้ใหม่นี้ ถูกสร้างขึ้นตามรอยแห่งความสำเร็จของรุ่นก่อนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณความเป็น Grand Tourer แต่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ถูกยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้น ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม หรูหรา งดงามด้วยงานฝีมือที่ประณีต สมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัว ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน และการปรับแต่งที่สมบูรณ์แบบลงตัว ภายในห้องโดยสาร: ศิลปะแห่งงานฝีมือและเทคโนโลยี ภายในห้องโดยสารคือผลงานศิลปะชั้นเยี่ยมที่รังสรรค์ขึ้นภายในโรงงาน Bentley ที่เมือง Crewe ประเทศอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุหนังชั้นดี การตกแต่งด้วยลายไม้ การตกแต่งด้วยโลหะ และพรมอย่างดี Bentley ใส่ใจในทุกรายละเอียด แม้กระทั่งวัสดุไม้ที่ใช้ภายในห้องโดยสารทุกชิ้น ถูกเคลือบด้วยสารป้องกันรังสี UV เพื่อป้องกันสีซีดจาง งานหนังทุกชิ้นผ่านการตัดเย็บจากช่างฝีมือชั้นดีของ Bentley นักออกแบบภายในได้รังสรรค์เส้นสายที่มีความคมชัดและบ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ ในขณะที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งความนุ่มนวลเมื่อสัมผัส แผงหน้าปัดได้รับการออกแบบให้มีเส้นสายจากรูปแบบของปีกสัญลักษณ์ Bentley ตกแต่งด้วยหนังคุณภาพสูง ให้ความรู้สึกหรูหราเมื่อสัมผัส หน้าจอสัมผัสที่ทำจากโครเมี่ยมชั้นดีถูกติดตั้งในห้องโดยสารเพื่อเพิ่มมิติ และทำให้คอนโซลกลางได้รับการยกสูงในรูปแบบของ Bentley Wing อย่างสวยงามและลงตัว เบาะนั่งแบบพิเศษได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากงูเห่าที่กำลังแผ่แม่เบี้ย ให้ความสบายสูงสุดจากการใช้วัสดุพิเศษ (complex foam) ที่รองรับสรีระได้เป็นอย่างดี ให้สัมผัสที่กระชับแต่ก็นุ่มสบายแม้ขณะเดินทางไกล เบาะนั่งด้านหน้าที่บางลง ทำให้พื้นที่พักขาของผู้โดยสารตอนหลังขยายกว้างขึ้นถึง 46 มิลลิเมตร และยังช่วยให้การเข้า-ออกที่นั่งด้านหลังสะดวกยิ่งขึ้น เบาะนั่งสามารถระบายอากาศได้ดี พร้อมระบบเบาะนวด 10 จุด เพิ่มความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยบริเวณเข่าด้านคนขับ และถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันและระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะ ฟังก์ชันการทำงานที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ได้ถูกรวบรวมไว้ใน Bentley Continental GT อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบ Power Boot มาตรฐาน ระบบ Electronic Park Brake พร้อม Move Assist และการออกแบบช่องเก็บของที่เพิ่มลายหนังและที่วางขวดน้ำอย่างเหมาะสมและสวยงาม ช่องเก็บสัมภาระและที่วางของต่างๆ ได้รับการออกแบบใหม่ ทั้งรูปลักษณ์ การพับเก็บ และการออกแบบให้ถอดออกได้ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานภายในรถคูเป้ ที่เก็บของสามารถเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ด้วยปีกขอ Bentley (อุปกรณ์สั่งพิเศษ) และที่วางแก้วคู่ถูกติดตั้งไว้กลางคอนโซลอย่างดี
ระบบเทคโนโลยีหน้าจอแบบสัมผัส พร้อมแผนที่ความละเอียดสูง และ Hard Disk หน่วยความจำขนาด 30 GB สำหรับเก็บข้อมูล หน้าจอแสดงผลขนาด 8 นิ้ว แสดงการทำงานของชุดเครื่องเสียง โทรศัพท์ การตั้งค่าการขับขี่ หรือโหมดอื่นๆ และระบบนำทางใหม่ล่าสุด ที่ใช้ข้อมูลจาก Hard Disk ในรถและเครื่อง DVD ช่วยเลี่ยงเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่น การค้นหาเส้นทางและสถานที่ทำงานร่วมกับ Google Maps (สำหรับบางประเทศ) ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น ระบบ Infotainment ใหม่ใน Continental GT มอบความบันเทิงภายในรถได้อย่างเต็มที่ ลำโพง 8 ตัวติดตั้งมาพร้อมกับรถ และใช้เทคโนโลยี Balanced Mode Radiator ล่าสุด ให้ความคมชัดเป็นพิเศษด้วยช่วงความถี่ที่กว้างขึ้น ประสบการณ์เสียงระดับโลกจาก Naim for Bentley สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเสียงเพลงอย่างแท้จริง ระบบลำโพง 11 ตัวจาก Naim เครื่องเสียงชั้นนำจากประเทศอังกฤษที่สร้างขึ้นเฉพาะสำหรับ Bentley Continental GT ประมวลผลสัญญาณแบบดิจิตอล Dirac Dimension ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เป็นรายแรกที่สร้าง ‘sound field’ แบบอิสระให้กับลำโพง ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในคอนเสิร์ตฮอลล์ เพิ่มสุนทรียภาพให้กับผู้โดยสารทุกท่าน ไม่ว่าจะนั่งอยู่ที่เบาะไหนก็ตาม ขุมพลังที่หลากหลายในอดีต: W12 และ V8 ที่เป็นตำนาน ในอดีต Bentley Continental GT เคยมีขุมพลังให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่เครื่องยนต์ W12 สูบ FourCam 32 วาล์ว 6.0 ลิตร พร้อม Twin Turbocharger ที่ได้รับการปรับปรุงให้แรงขึ้น มีกำลังสูงสุดถึง 575 แรงม้า (PS) และเป็นขุมพลังรักโลกแบบ Flex Fuel ที่สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ได้ถึงระดับ E85 อีกทางเลือกหนึ่งคือเครื่องยนต์ V8 DOHC 32 วาล์ว 4.0 ลิตร ที่พร้อมออกจำหน่ายในช่วงปลายปี 2011 เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4 ลิตรใหม่นี้ เป็นเกียรติยศของ Bentley ในด้านความมุ่งมั่นในการรักษาพยาบาลสิ่งแวดล้อม วิศวกร Bentley สามารถปรับปรุงและพัฒนาการปล่อยมลพิษ CO2 ได้ดีขึ้นถึง 40% ให้เครื่องยนต์สร้างพละกำลังเต็มประสิทธิภาพทั้งกำลังและแรงบิดควบคู่กันไป โรงงาน Crewe ได้สร้างเครื่องยนต์รุ่นใหม่ให้เป็นผู้นำในเรื่องอัตราส่วนกำลังต่อการปล่อยมลพิษที่ลงตัวที่สุด ความมุ่งมั่นต่อสิ่งแวดล้อม: เทคโนโลยี Flex Fuel และการลดมลพิษ ในปี 2008 Bentley ได้ประกาศโครงการระยะยาวเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน และการนำเทคโนโลยี Flex Fuel มาใช้กับรถยนต์รุ่นต่างๆ ภายในปี 2012 Bentley รุ่น Flex Fuel นี้ มีความสามารถในการลดการปล่อยมลพิษ CO2 ได้มากถึงร้อยละ 70 ในพื้นฐาน ‘well-to-wheel’ ซึ่งเป็นการวัดค่าการปล่อย CO2 ตั้งแต่การผลิตน้ำมัน (Well) ผ่านการเผาไหม้ของเครื่องยนต์หรือการใช้งานต่างๆ (Wheel) เพื่อให้มั่นใจว่าขุมพลังและแรงบิดที่เกิดขึ้นมีความคงที่ (ไม่ว่าจะด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไหน) เซ็นเซอร์คุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง จะทำการตรวจสอบอัตราส่วนของเชื้อเพลิงที่ใช้อยู่ในรถอย่างต่อเนื่อง จากนั้น ECU จะปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้เหมาะสม การทำงานนี้จะช่วยให้มีการส่งกำลังอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจได้เลยว่าเครื่องยนต์ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้จะใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การปรับปรุงเครื่องยนต์และน้ำหนักที่ลดลง: ก้าวสู่ประสิทธิภาพสูงสุด การปรับปรุงเพิ่มเติมให้กับเครื่องยนต์ รวมถึงการลดแรงเสียดทานให้ต่ำลง ชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักเบา ทำให้รูปแบบเครื่องยนต์ W12 นั้นมีรอบเครื่องที่มีอิสระมากขึ้น ในขณะที่ระบบการจัดการเครื่องยนต์และเทอร์โบคู่ทำงานเพื่อลดอาการรอรอบ (Turbo Lag) ให้น้อยที่สุด โดยรวมแล้ว New GT Coupe มีน้ำหนักตัวที่ลดลง 65 กิโลกรัม หากเปรียบเทียบกับรุ่นก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการลดน้ำหนักในทุกชิ้นส่วนของรถยนต์ตั้งแต่เครื่องยนต์ถึงเบาะนั่ง ผลิตกำลังขับที่ออกมานั้นเพิ่มขึ้น 15PS และแรงบิดที่เพิ่มขึ้น 50 นิวตันเมตร เป็น 575PS (567 แรงม้า / 423 กิโลวัตต์) และ 700 นิวตันเมตร (516 ปอนด์ ฟุต) ส่งผลให้อัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักใน New GT ดีขึ้น 6% และทำให้สามารถเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 4.6 วินาที ระบบส่งกำลังและช่วงล่าง: การควบคุมที่เหนือชั้น ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมแป้น Paddle Shift บนพวงมาลัย จาก ZF รุ่น 6HP28 ที่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว (200 มิลลิวินาที) และสามารถลดเกียร์แบบ 2 เกียร์พร้อมกันได้ ลงสู่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ กระจายแรงบิดสู่ล้อคู่หน้า/หลัง ในอัตราส่วน 40:60 โดยให้น้ำหนักที่ด้านหลังมากกว่า เพื่อเพิ่มความรู้สึกในแบบรถสปอร์ต ทั้งการทรงตัวและการเร่งเครื่องเมื่ออยู่ระหว่างการเข้าโค้ง ขุมพลังนี้ยังสามารถปรับการส่งแรงบิดได้ทันทีระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ตามสภาพถนน หรือความต้องการของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ ยังมีระบบควบคุมการทรงตัวอิเล็กทรอนิกส์ (ESC) เพิ่มความปลอดภัยและการยึดเกาะถนนในทุกรูปแบบการขับขี่ ระบบ Continuous Damping Control (CDC) จะคอยวัดการทำงานของรถยนต์และการทรงตัว ด้วยการปรับตั้งค่าช่วงล่างกว่าร้อยครั้งใน 1 วินาที เพื่อให้การขับเคลื่อนที่นุ่มนวลอย่างน่าทึ่งเมื่ออยู่ที่ความเร็วต่ำ และเพิ่มการควบคุมเมื่อเพิ่มความเร็ว นอกจากนี้ ยังสามารถลดระดับรถได้ในโหมด ‘V-Max’ เพื่อสร้างความมั่นคงเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่ในความเร็วสูงสุด Bentley Continental GT: มรดกแห่งความหรูหราและประสิทธิภาพ Bentley Continental GT ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ แต่เป็นมรดกทางวิศวกรรมและสุนทรียศาสตร์ที่สืบทอดมาหลายทศวรรษ จากรุ่นสู่รุ่น Bentley ได้พิสูจน์แล้วว่าความสมบูรณ์แบบนั้นสามารถสร้างขึ้นได้ด้วยความหลงใหลในรายละเอียด งานฝีมือชั้นเลิศ และการผสมผสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Plug-In Hybrid ของ Bentley Continental GT เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของแบรนด์ ที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ลืมรากฐานอันแข็งแกร่งของตนเอง นี่คือการประกาศศักดาของ Bentley ในการนำพายานยนต์หรูสู่ยุคใหม่ ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะ ความยั่งยืน และความสง่างามที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย สำหรับนักเลงรถผู้หลงใหลในความสมบูรณ์แบบ และมองหารถยนต์ที่จะเป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและรสนิยมที่ไร้ที่ติ Bentley Continental GT รุ่นปี 2025 คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด ก้าวสู่ประสบการณ์ Bentley Continental GT เหนือระดับ
หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร ผสมผสานความหรูหราขั้นสูงสุดกับสมรรถนะอันเร้าใจในยุคใหม่แห่งยนตรกรรมไฮบริด อย่ารอช้า! ติดต่อผู้จำหน่าย Bentley อย่างเป็นทางการ หรือ AAS Auto Service จำกัด เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bentley Continental GT รุ่นปี 2025 นัดหมายเพื่อสัมผัสและทดลองขับ เพื่อค้นพบความหมายที่แท้จริงของ “แกรนด์ทัวเรอร์” แห่งยุคสมัยใหม่ และเริ่มต้นการเดินทางอันน่าจดจำไปกับ Bentley ที่จะเติมเต็มทุกเส้นทางของคุณด้วยความพิเศษที่หาที่เปรียบมิได้
Previous Post

N0411545_bodykfxo65u_7630104089992498449_part2 | Hazen Elston

Next Post

N0411543_sutopai_7514536041592753414_part2 | Hazen Elston

Next Post

N0411543_sutopai_7514536041592753414_part2 | Hazen Elston

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N0811256 ความด หร อช ว ตล ก ส ต อไป part2
  • N0811257 ทำความด โดยไม หว งผล ย อมได ร บส งด ๆตอบแทน (ละครส น) ส ต อไป part2
  • N0811258 ข าวกล องเด ยว ทำไมได ก นสองคน ส ต อไป part2
  • N0811259 จร งไหม คนด ว ดก นท น ส ย ไม ใช ตำแหน ง part2
  • N0811260 ทดแทนไม ได ก อย าเนรค ณ ส ต อไป part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2026
  • October 2026
  • September 2026
  • August 2026
  • July 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.