
Bentley Continental GT3-R: สุดยอดยนตรกรรมสปอร์ตที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งแบรนด์
ในโลกแห่งยนตรกรรมระดับสูง ชื่อของ Bentley คือสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา ประสิทธิภาพ และงานฝีมืออันประณีตที่สืบทอดมายาวนานกว่าศตวรรษ การเข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์ระดับโลกอย่าง Goodwood Festival of Speed ถือเป็นเวทีสำคัญในการเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์อันยาวนาน และการเปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมที่สะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ได้อย่างแท้จริง ในปี 2014 ที่ผ่านมา Bentley ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Bentley Continental GT3-R ยนตรกรรมที่มาพร้อมกับคำนิยามใหม่ของความเร็วและความเร้าใจในสายพันธุ์สปอร์ต การปรากฏตัวของ Continental GT3-R ในงานครั้งนั้น ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำถึงสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัดของ Bentley เท่านั้น แต่ยังเป็นการนำเสนอวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของรถยนต์สมรรถนะสูงที่ผสานเทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกเข้ากับความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างลงตัว
แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง สู่ตำนานบทใหม่บนท้องถนน
หัวใจสำคัญของการกำเนิด Bentley Continental GT3-R คือการถอดแบบ DNA จากรถแข่ง Continental GT3 ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกที่สร้างขึ้นเพื่อลงแข่งขันในสนาม Blancpain Endurance Series โดยเฉพาะ การนำประสบการณ์และเทคโนโลยีที่ได้จากการแข่งขันอันดุเดือดบนสนามมาปรับใช้กับรถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริง ถือเป็นกลยุทธ์ที่ Bentley ใช้มาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความรู้สึกในการขับขี่ให้ก้าวข้ามขีดจำกัด
Continental GT3-R มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีพละกำลังสูงสุดถึง 572 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 700 นิวตัน-เมตร แต่สิ่งที่ทำให้ Continental GT3-R แตกต่างและโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก คือการลดน้ำหนักตัวรถลงถึง 100 กิโลกรัม เมื่อผนวกกับระบบการกระจายแรงบิดอันชาญฉลาด และการปรับปรุงระบบส่งกำลังให้มีการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่งผลให้รถคันนี้สามารถทะยานจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 3.8 วินาที ซึ่งถือเป็นสถิติที่เร็วที่สุดเท่าที่ Bentley เคยสร้างมา นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่สำหรับรถยนต์แกรนด์ทัวริ่งที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะในระดับนี้
ด้วยความพิเศษและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย Continental GT3-R ถูกผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 300 คันทั่วโลก โดยทุกคันได้รับการประกอบขึ้นด้วยมืออย่างประณีต ณ โรงงานที่เมือง Crewe ประเทศอังกฤษ อันเป็นศูนย์กลางการผลิตของ Bentley มาอย่างยาวนาน ก่อนที่จะส่งมอบไปยังแผนกมอเตอร์สปอร์ตเพื่อทำการตรวจสอบและปรับแต่งขั้นสุดท้าย เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์ทุกคันจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับอย่างแท้จริง
มรดกแห่งชัยชนะและความภาคภูมิใจ
เรื่องราวของ Bentley บนสนามแข่งนั้นยาวนานและเต็มไปด้วยเกียรติประวัติ การปรากฏตัวของรถแข่ง Continental GT3 ที่สนาม Silverstone เพื่อสิ้นสุดภารกิจในรายการ Blancpain Endurance Series ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขัน แต่เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Bentley ในวงการมอเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจของรถยนต์ Bentley Speed 8 ที่เคยคว้าชัยอันดับ 2 ในรายการแข่งขัน 24 Hours of Le Mans อันทรงเกียรติในปี 2003 ซึ่งขับโดย David Brabham ผู้เป็นตำนานอีกคนหนึ่งในวงการ
การนำรถแข่ง Continental GT3 กลับไปเข้าร่วมการแข่งขันที่สนาม Paul Ricard ณ ประเทศฝรั่งเศส เป็นการยืนยันว่า Bentley ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับความสำเร็จในอดีต แต่ยังคงเดินหน้าพัฒนาและทดสอบขีดจำกัดของยนตรกรรมของตนเองอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของรถแข่งเหล่านี้ในสนามระดับโลก สะท้อนให้เห็นถึง DNA แห่งการแข่งขันที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณของ Bentley เสมอมา
นอกจากนี้ การที่ Bentley นำรถแข่งระดับตำนาน 3 คัน มาร่วมงาน Hillclimb ใน Goodwood ถือเป็นการคารวะต่อประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Bentley Speed Six ที่รู้จักกันในชื่อ ‘Old Number 1’ ซึ่งสามารถคว้าชัยในรายการ Le Mans ได้ถึง 2 สมัย คือในปี 1929 และ 1930 โดยฝีมือของนักขับระดับตำนานอย่าง Woolf Barnato, Henry ‘Tim’ Birkin และ Glen Kidston การปรากฏตัวของ ‘Old Number 1’ เคียงข้างกับ ‘Old Number 2’ และ ‘Old Number 3’ ซึ่งเคยร่วมแข่งขัน Le Mans ในปี 1930 ด้วยกัน ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่หาชมได้ยาก ย้อนรำลึกถึงยุคทองของ Bentley บนสนามแข่งที่เต็มไปด้วยความกล้าหาญและจิตวิญญาณของนักสู้
วิสัยทัศน์แห่งอนาคต: การใช้แพลตฟอร์มร่วมและเทคโนโลยีที่หลากหลาย
ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ Bentley ก็ได้ปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน การเปิดตัว Bentley EXP 10 Speed 6 ซึ่งเป็นแนวคิดรถสปอร์ต 2 ประตูแห่งอนาคต แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสำรวจตลาดใหม่ๆ และการนำเสนอดีไซน์ที่ล้ำสมัย การใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ Porsche Panamera เจเนอเรชั่นที่ 2 ในชื่อรหัส MSB Platform ไม่ใช่การลดมาตรฐาน แต่เป็นกลยุทธ์เชิงรุกในการเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนา และการลดต้นทุนการผลิต การใช้แพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นนี้ จะช่วยให้ Bentley สามารถพัฒนารถยนต์หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่รถซีดานหรูหรา ไปจนถึงรถสปอร์ตสมรรถนะสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Kevin Rose เองก็เห็นด้วยกับกลยุทธ์นี้ โดยเชื่อว่าการใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ Porsche ซึ่งเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่ง จะช่วยให้ Bentley สามารถพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์และอารมณ์การขับขี่ที่เป็นของ Bentley เอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ความร่วมมือทางเทคโนโลยีนี้เป็นเรื่องปกติในอุตสาหกรรม และที่สำคัญคือลูกค้าของ Bentley ก็เข้าใจในกลยุทธ์นี้เป็นอย่างดี เพราะหลายธุรกิจเองก็ใช้แนวทางเดียวกันในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของขุมพลังสำหรับ Bentley EXP 10 Speed 6 นั้น Bentley ยังคงเปิดกว้างสำหรับทางเลือกที่หลากหลาย อาจเป็นเครื่องยนต์ W12 ขนาด 6.0 ลิตร พละกำลัง 616 แรงม้า ที่ใช้ใน Bentley Bentayga หรืออาจเป็นเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไปอีก
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่น่าสนใจจาก Wolfgang Dürheimer ซีอีโอของ Bentley ที่เสนอทางเลือกสำหรับพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์ 2 ตัว พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ สามารถให้กำลังได้ถึง 400-500 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Bentley ไม่ได้มองข้ามกระแสยานยนต์ไฟฟ้า และกำลังเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่ยั่งยืน
Bentley Bangkok: การเปิดตัวสุดยอดยนตรกรรม ณ งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42
ในประเทศไทย Bentley Bangkok โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ได้สร้างความตื่นเต้นด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ต 2 ประตูสุดหรู The Continental GT V8 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 ที่จัดขึ้น ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
นอกจาก Continental GT V8 แล้ว ยังมีการเปิดตัว The Continental GT V8 AAS Motorsport Edition อันน่าตื่นตา และ The New Flying Spur ยนตรกรรมสปอร์ตซีดานที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ พร้อมประกาศราคาเริ่มต้นของทั้งสามรุ่น และข้อเสนอสุดพิเศษจาก AAS Auto Service
Mr. David Jackson กรรมการผู้จัดการ Bentley Bangkok ได้กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน พร้อมเน้นย้ำถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 101 ปี ของ Bentley และยึดมั่นในคำกล่าวของ W.O. Bentley ผู้ก่อตั้ง ที่ว่า “เราจะผลิตรถยนต์ที่ทรงสมรรถนะ รถยนต์ที่มีมาตรฐาน และรถยนต์ที่ดีที่สุดเหนือคู่แข่ง”
The Continental GT V8: นิยามใหม่ของ Grand Touring
The Continental GT V8 คือสุดยอดของยนตรกรรมที่ผสมผสานจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ต สมรรถนะการขับขี่อันเป็นเลิศ งานฝีมืออันประณีต และเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อสร้างสรรค์รถยนต์แกรนด์ทัวริ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา
หัวใจสำคัญของ The Continental GT V8 คือเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbocharged ขนาด 4.0 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาล่าสุด ให้พละกำลังกว่า 542 แรงม้า และแรงบิด 770 นิวตัน-เมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 318 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับรุ่นเปิดประทุน The Continental GT V8 Convertible มาพร้อมกับหลังคาผ้าบุ 4 ชั้นแบบพิเศษที่ป้องกันความร้อน และสามารถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมเฉดสีหลังคาให้เลือกถึง 3 สี
เพื่อเติมเต็มความสปอร์ตและเอกลักษณ์ความเป็น Bentley ยนตรกรรมคันนี้มาพร้อมกับล้ออัลลอยด์สีเงินขนาด 20 นิ้ว กระจังหน้าประดับขอบและแกนกลางโครเมียมสุดหรู สัญลักษณ์รูปตัว “B” สีดำบริเวณฝากระโปรงหน้า ฝากระโปรงหลัง และล้อแม็กทั้ง 4 ล้อ ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Matrix LED ที่ผลิตจากคริสตัลแท้ พร้อมระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
ภายในห้องโดยสารมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจด้วยพวงมาลัย 3 ก้านสไตล์สปอร์ต การสลักคำว่า “Handbuilt in Crewe, England” บริเวณกาบบันได (Treadplate) เพื่อย้ำถึงความพิเศษของงานฝีมือ และหน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว ที่มอบการควบคุมที่ล้ำสมัย
Bentley Bangkok นำเสนอทางเลือกสีภายนอกให้ลูกค้าเลือกสรรถึง 17 เฉดสี เพื่อสะท้อนบุคลิกของผู้เป็นเจ้าของ โดย The Continental GT V8 มีราคาเริ่มต้นที่ 16.99 ล้านบาท และรุ่นเปิดประทุน The Continental GT V8 Convertible ราคาเริ่มต้นที่ 18.5 ล้านบาท
The Continental GT V8 AAS Motorsport Edition: ความพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อนักขับที่หลงใหลในสนามแข่ง
ในโอกาสพิเศษนี้ Bentley Bangkok ยังได้เปิดตัว The Continental GT V8 AAS Motorsport Edition ที่ได้รับแรงบันดาลใจอันแรงกล้าจาก AAS Motorsport ทีมแข่งรถยนต์ทางเรียบชั้นนำของประเทศไทย ที่สั่งสมประสบการณ์ในสนามแข่งทั้งในประเทศและระดับโลกมานานกว่า 30 ปี
The Continental GT V8 AAS Motorsport Edition โดดเด่นด้วยตัวถังสีขาวอันสง่างาม จานเบรกสีแดง ชุดแต่ง Blackline และ Styling Specification เสริมด้วย Mulliner Specification ที่ได้แรงบันดาลใจจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต ด้วยลวดลายเฉดสีแดง St. James Red และเฉดสีดำ Gloss Black อันเป็นเอกลักษณ์
สำหรับผู้ที่จอง The Continental GT V8 AAS Motorsport Edition จะได้รับสิทธิ์พิเศษในการเลือกหมายเลขเฉพาะตัวเพื่อติดตั้งบริเวณกาบบันได (Treadplate) เพื่อตอกย้ำความเป็นที่สุดแห่งความพิเศษและความเป็นหนึ่งเดียว โดยรุ่นนี้ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 5 คันทั่วโลก และมีสนนราคาอยู่ที่ 25.5 ล้านบาท
The New Flying Spur: นิยามใหม่แห่งสปอร์ตซีดานหรู
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือ The New Flying Spur สุดยอดสปอร์ตซีดาน 4 ประตู ที่นิยามใหม่ของความโฉบเฉี่ยวและหรูหราเหนือกาลเวลา สัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจอย่าง “Flying B” มาสคอตของ Bentley ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความสง่างามและผสมผสานความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว
ขุมพลังของ The New Flying Spur ใช้เครื่องยนต์ W12 สูบ ขนาด 6.0 ลิตร Twin-Turbocharged ทำงานร่วมกับระบบเกียร์คลัทช์คู่ 8 สปีด ระบบ TSI ให้พละกำลังสูงถึง 635 แรงม้า และแรงบิด 900 นิวตัน-เมตร สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 3.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 333 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Bentley Bangkok นำเสนอสีมาตรฐานให้เลือกถึง 17 สี ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อเสริมบุคลิกและลายเส้นอันสง่างามของตัวรถ พร้อม City Specification ที่มีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 4 โหมด เพื่อตอบสนองการขับขี่ในทุกสภาวะ
The New Flying Spur มีการเพิ่มความยาวฐานล้อขึ้น 130 มิลลิเมตร ส่งผลให้ห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบายยิ่งขึ้น การตกแต่งภายในสะท้อนถึงความประณีตด้วยแผ่นไม้วีเนียร์ทั้งแบบสีเดียว และแบบทูโทนให้เลือก เทคโนโลยีล้ำสมัยปรากฏอยู่ในทุกรายละเอียด ด้วยหน้าจอดิจิทัลความละเอียดสูง (HD Digital) ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมหน้าปัดแบบ Rotating Display ที่คอนโซลกลาง สามารถควบคุมคำสั่งต่างๆ ได้จากผู้โดยสารด้านหลังผ่านรีโมทคอนโทรล และยังสามารถเลือกติดตั้งหลังคาแก้วแบบ Panoramic Roof ที่ทอดยาวตลอดแนวหลังคารถได้อีกด้วย
ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ The New Flying Spur กลายเป็นอัครยนตรกรรมชั้นยอดที่ตอบสนองทุกความต้องการของทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 18.6 ล้านบาท
สำหรับผู้ที่สนใจในสุดยอดยนตรกรรม Bentley สามารถเยี่ยมชมบูธ Bentley Bangkok ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 เพื่อสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ พร้อมรับข้อเสนอที่ดีที่สุด อาทิ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.5% นานสูงสุด 60 เดือน การรับประกันจากโรงงานผู้ผลิตฯ พร้อมบริการผู้ช่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม และส่วนลดพิเศษสำหรับ Bentley Collection สูงสุดถึง 40% เมื่อเลือกซื้อสินค้าภายในงาน