![N0811318_เปล อกนอกล กค ณหน [ตอน1] #หน งส นต องมนต ฟ ล ม #ละครส นหน งส นสะท อน_part2 | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/11/fb_natural_20261106_074524.jpg)
Bentley Continental GT: นิยามใหม่แห่งสุดยอดยนตรกรรมหรู ท้าทายทุกขีดจำกัด สู่ยุคแห่งความยั่งยืน
ในโลกของยานยนต์หรูที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมและการแสวงหาความเป็นเลิศ Bentley Continental GT ไม่เพียงแต่เป็นรถยนต์ แต่คือสัญลักษณ์แห่งสถานะ ความสง่างาม และสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด ตลอดระยะเวลาเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา Continental GT ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับนิยามของ “Grand Tourer” อย่างแท้จริง ด้วยการผสมผสานความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับพละกำลังอันดุดันได้อย่างลงตัว ในปี 2025 นี้ BentleyContinental GT ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดอีกครั้ง พร้อมที่จะท้าทายทุกสายตา ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย สมรรถนะที่เหนือกว่า และความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนที่สะท้อนวิสัยทัศน์ “Beyond100” ของแบรนด์
Bentley Continental GT V8: จุดประกายแห่งสมรรถนะและความประหยัด
การเปิดตัว Bentley Continental GT รุ่นใหม่ล่าสุดในประเทศไทย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ AAS Auto Service ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่าย Bentley อย่างเป็นทางการ ด้วยการนำเสนอ Continental GT ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V8 สมรรถนะสูง เป็นการผสมผสานระหว่างความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley เข้ากับความแรงที่ตอบสนองทุกการขับขี่
ภายใต้เส้นสายการออกแบบที่ดุดันและสง่างาม การตกแต่งภายในห้องโดยสารคือบทพิสูจน์ถึงความพิถีพิถันของ Bentley วัสดุเกรดพรีเมียมที่คัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นลายไม้ Dark Fiddleback Eucalyptus ที่ให้ความรู้สึกร่วมสมัย หรือการเลือกใช้เบาะหนังแท้สองโทนสีที่ตัดกันอย่างลงตัว คอนโซลกลางที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองสุนทรียภาพแห่งการขับขี่สไตล์สปอร์ต ทุกรายละเอียดล้วนสะท้อนถึงความใส่ใจที่เหนือกว่า
รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบตาข่ายสีดำวาว พร้อมกรอบและแถบกลางสีโครเมียม สื่อถึงความแข็งแกร่งและสง่างาม โลโก้ Bentley “B” สีแดงที่ประทับอย่างภาคภูมิใจบนฝากระโปรงหลัง คือสัญลักษณ์แห่งมรดกอันยาวนานของแบรนด์ ปลายท่อไอเสียดีไซน์ “figure eight” ที่ผสานเข้ากับตัวรถอย่างลงตัว ยิ่งเสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ตอันทรงพลัง
หัวใจสำคัญของ Bentley Continental GT V8 คือเครื่องยนต์ V8 ที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อมอบสมรรถนะอันน่าทึ่ง ด้วยการติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์คู่ เครื่องยนต์ V8 นี้สามารถผลิตพละกำลังสูงสุดได้ถึง 500 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 660 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาที ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ปรับอัตราการเปลี่ยนเกียร์ให้เร็วขึ้นถึง 6% สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 5 วินาทีกว่าๆ และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
นอกเหนือจากสมรรถนะอันยอดเยี่ยม Bentley Continental GT V8 ยังให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น่าประทับใจ สามารถวิ่งได้ไกลถึง 800 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันเต็มถัง และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงถึง 40% ไฮไลท์สำคัญคือระบบ Variable Displacement หรือระบบตัดการทำงานของลูกสูบแบบแปรผัน ซึ่งจะเปลี่ยนการทำงานจากเครื่องยนต์ 8 สูบ ไปเป็น 4 สูบโดยอัตโนมัติ เมื่อการขับขี่ไม่ต้องการกำลังสูง ทำให้ประหยัดน้ำมันและลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนโหมดการทำงานนี้เป็นไปอย่างนุ่มนวลจนผู้ขับขี่และผู้โดยสารแทบไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมาพร้อมเฟืองท้าย Torsen และการกระจายแรงบิดหน้า-หลังที่ 40:60 เพื่อความคล่องตัวในทุกสภาวะการขับขี่ ล้ออัลลอยด์ขนาด 20 นิ้ว คืออุปกรณ์มาตรฐาน หรือสามารถเลือกติดตั้งล้อขนาด 21 นิ้ว ดีไซน์พิเศษ เป็นออปชันเสริม เพิ่มความโดดเด่นให้กับรถยนต์คันงาม
Bentley Continental GT Speed Coupe: ขีดสุดแห่งความสปอร์ตและความเร็ว
สำหรับผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะและความเร็วที่เหนือกว่า Bentley ได้นำเสนอ Bentley Continental GT Speed Coupe ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสุดยอดยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ตอย่างเต็มรูปแบบ
Wolfgang Dürheimer ประธานกรรมการและกรรมการบริหารของ Bentley ได้กล่าวถึง GT Speed ใหม่ล่าสุดว่า “เกือบจะทศวรรษแล้วที่ Bentley Continental GT ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นแกรนด์ทัวริ่งที่เหนือชั้นทั้งในเรื่องของความหรูหรา ความทรงพลัง และพละกำลังที่มหาศาลจากเครื่องยนต์ W12 ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และในตอนนี้ GT Speed ใหม่ล่าสุดนี้จะออกมาพร้อมกับความเป็นสปอร์ตมากขึ้น และพร้อมจะเข้าไปทำตลาดในส่วนของตลาดคูเป้แล้ว”
การออกแบบของ Continental GT Speed Coupe เน้นเส้นสายที่ให้สัมผัสถึงความเป็นสปอร์ตที่มากขึ้น โครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งผสานกับรูปทรงที่สง่างาม โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบเมทริกซ์สีดำ ช่องดักอากาศด้านล่าง และปลายท่อไอเสียแบบ ‘rifled’ ที่ผสานเข้ากันอย่างลงตัว
ภายในห้องโดยสาร ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและสะดวกสบายตามมาตรฐาน Bentley ด้วยการตกแต่งด้วย Mulliner Driving Specification เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งเป็นการผสมผสานความร่วมสมัยที่หรูหราเข้ากับลักษณะความเป็นสปอร์ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ
หัวใจหลักของ GT Speed Coupe คือเครื่องยนต์ W12 ขนาด 6 ลิตร 48 วาล์ว Twin-turbo ที่สามารถสร้างกำลังได้สูงสุดถึง 616 แรงม้า (460 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ที่มีการปรับอัตราทดเกียร์ให้สั้นลง ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนระดับเกียร์ผ่านการควบคุมด้วยซอฟต์แวร์เพื่อการทำงานที่ลงตัว ระบบนี้ยังช่วยลดอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงลง 12% และลดการปล่อยมลพิษ
ในด้านสมรรถนะ GT Speed Coupe สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 4.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 329 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความท้าทายในการพัฒนาประสิทธิภาพคือการปรับเปลี่ยนตัวถัง รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบพวงมาลัย ระบบกันสะเทือน และระดับความสูงต่ำของรถ ล้อมาตรฐานคือล้อขนาด 21 นิ้ว ลาย Speed Wheels พร้อมยาง Pirelli PZero ขนาด 275/35 R21 ที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว เพื่อมอบความสปอร์ตที่เพิ่มขึ้น เสถียรภาพที่ดีขึ้น และการเกาะถนนที่เหนือกว่า
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Permanent all-wheel drive พร้อมชุดเฟืองท้าย Torsen differential ยังคงเป็นหัวใจหลักในการส่งกำลังที่มหาศาลและแรงบิดที่เหนือชั้น รถยนต์รุ่นนี้ผ่านการทดสอบด้านพลศาสตร์กว่า 3 ขั้นตอน และได้รับการพัฒนาเครื่องยนต์แบบใช้พลังงานหมุนเวียน
The Continental GT3 Pikes Peak: มุ่งสู่ความยั่งยืนและการแข่งขันระดับโลก
Bentley ไม่ได้หยุดยั้งเพียงแค่การสร้างรถยนต์หรู แต่ยังคงผลักดันขีดจำกัดของเทคโนโลยีและสมรรถนะไปสู่เวทีการแข่งขันระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายการ Pikes Peak International Hill Climb ซึ่งถือเป็นการทดสอบสมรรถนะยานยนต์ที่ท้าทายที่สุดรายการหนึ่งของโลก The Continental GT3 Pikes Peak คือนิยามใหม่ของอัครยนตรกรรม Bentley ที่ทรงสมรรถนะที่สุดเท่าที่เคยมีมา สะท้อนถึงกลยุทธ์ “Beyond100” ที่มุ่งมั่นนำพาแบรนด์ Bentley สู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์หรูที่ยั่งยืน
สำหรับการแข่งขันในรายการ Pikes Peak, The Continental GT3 Pikes Peak ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการพัฒนาและการวิจัยที่มีเป้าหมายในการนำเสนอการใช้พลังงานหมุนเวียนควบคู่ไปกับโปรแกรมการใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับลูกค้า
ข้อมูลเชิงเทคนิคที่น่าทึ่งของ The Continental GT3 Pikes Peak:
การปรับแต่งเพื่อสภาพแวดล้อมสุดขั้ว: การแข่งขัน Pikes Peak เริ่มต้นที่ความสูง 9,300 ฟุต และไต่ระดับขึ้นไปถึง 14,100 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งมีความหนาแน่นของอากาศน้อยกว่าถึง 3 เท่า ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ The Continental GT3 Pikes Peak ได้รับการปรับแต่งระบบแอโรไดนามิก โครงรถ และเครื่องยนต์อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เป็นอัครยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุดของ Bentley
หัวใจ W12 V8 Twin-turbo ที่ทรงพลัง: เครื่องยนต์ได้รับการพัฒนามาจากเครื่องยนต์สำหรับรถแข่งรุ่น V8 Twin-turbo ชาร์จ ขนาดความจุ 4 ลิตร และได้รับการดัดแปลงให้ผลิตแรงม้าได้มากกว่า 750 แรงม้า พร้อมแรงบิดกว่า 1,000 นิวตันเมตร สำหรับการทดสอบที่ระดับน้ำทะเล เครื่องยนต์จะผลิตกำลังที่สูงขึ้นด้วยลูกสูบและก้านสูบใหม่ที่ติดตั้ง สามารถเพิ่มแรงดันได้กว่า 2.2 บาร์ เพื่อเป็นพลังงาน ท่ออากาศคาร์บอนไฟเบอร์ที่เพิ่มขึ้นมีลักษณะหนาและแข็งแรงกว่าท่ออากาศทั่วไป ท่อไอเสียสั่งทำพิเศษจากไทเทเนียมฉลุลายด้วยเลเซอร์จาก Akrapovič พร้อม Wastegate ที่ทำงานควบคู่กับระบบอัดอากาศหรือเทอร์โบ
พลังงานหมุนเวียนเพื่ออนาคต: เครื่องยนต์ทำงานด้วยพลังงานหมุนเวียนสำหรับน้ำมันที่มีค่าออกเทน 98RON ซึ่งผ่านกระบวนการผสมกับเชื้อเพลิงชีวภาพชนิดพิเศษที่คิดค้นมาสำหรับการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต ถือเป็นก้าวสำคัญทางเทคโนโลยีสู่การใช้พลังงานเชื้อเพลิงอย่างยั่งยืน พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 85%
ระบบระบายความร้อนขั้นสูง: เครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงได้รับการติดตั้งระบบระบายความร้อนระบบที่ 2 บริเวณด้านหลังของรถ ช่องระบายอากาศทดแทนหน้าต่างด้านหลัง และช่องอากาศผ่านหม้อน้ำตัวที่ 2 ปล่อยควันเสียผ่านท่อภายในฝากระโปรงหลัง
ระบบส่งกำลังที่ทนทาน: ชุดเกียร์เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับการแข่งขันของ Bentley ออกแบบมาเพื่อควบคุมแรงบิด เพลาขับหลังมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อความทนทาน ชุดเกียร์ทำงานด้วยน้ำมันหล่อลื่นที่คิดค้นมาเป็นพิเศษโดย Mobil1
โครงรถและการควบคุมที่แม่นยำ: โครงรถด้านหน้าและด้านหลังได้รับการติดตั้งและปรับแต่งเพื่อลดการโคลงเคลงของตัวรถ เพิ่มสมรรถนะในการเลี้ยวด้วยความเร็วต่ำ สปริงส์แบบนุ่มและเหล็กกันโคลงช่วยเพิ่มสมรรถนะในการเคลื่อนที่และเพิ่มน้ำหนักในการเบรก ระบบเบรกติดตั้งระบบหล่อเย็นเพื่อลดภาระของเครื่องยนต์
แอโรไดนามิกส์ที่เหนือชั้น: การดัดแปลงระบบแอโรไดนามิกส์พิสูจน์ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของแรงกดกว่า 30% ในการทดสอบช่วงแรกที่ระดับน้ำทะเล สปอยเลอร์ขนาดใหญ่ด้านหลังติดตั้งอย่างลงตัว ร่วมกับอุปกรณ์แอโรไดนามิกส์บริเวณส่วนหน้า ที่ผลิตด้วยเส้นใยคาร์บอนเทคโนโลยีพิเศษจาก Bentley Motors ประเทศอังกฤษ
ดีไซน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์: The Continental GT3 Pikes Peak ตกแต่งในลวดลายรถแข่ง ผสมผสานธีมสีดำและทอง จาก Roger Clark Motorsport ประเทศอังกฤษ พร้อมกราฟิกรูปภูเขา Pikes Peak อันโดดเด่น
ทีมงานระดับโลกกับเป้าหมายคว้าชัยชนะครั้งที่ 3
การเข้าร่วมการแข่งขัน Pikes Peak ของ Bentley เพื่อชิงตำแหน่งแชมป์ 3 สมัย เกิดจากความร่วมมือระหว่างลูกค้า Bentley Continental GT3 ในนามทีม “Fast” ซึ่งเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จในการขับรถแข่ง Bentley มาแล้วทั่วประเทศ ทีมเทคนิคจาก Bentley และทีม Fast ได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจาก M-Sport ประเทศอังกฤษ เพื่อดึงเอาสมรรถนะสูงสุดจาก The Continental GT3 Pikes Peak
โปรแกรมการทดสอบคู่ขนานสองโปรแกรมได้ให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ในขณะที่ The Continental GT3 Pikes Peak เดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกา รถได้รับการทดสอบการติดตั้งตัวโคลงรถที่ Willow Springs, California และการทดสอบบนระดับความสูงที่ Aspen, Colorado เพื่อทดสอบสมรรถนะเครื่องยนต์และการเทียบค่ามาตรฐาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเครื่องยนต์ของทีม M-Sport ในการประเมินสมรรถนะการใช้พลังงานหมุนเวียนที่ Bentley เลือกใช้
การทำลายสถิติบนเส้นทางสู่ชัยชนะ:
เพื่อทำลายสถิติ The Continental GT3 Pikes Peak ต้องขับขึ้นที่ความสูงกว่า 5,000 ฟุต ผ่าน 156 โค้ง ด้วยความเร็วเฉลี่ยมากกว่า 78 ไมล์ต่อชั่วโมง เพื่อเข้าเส้นชัยภายในเวลาที่น้อยกว่า 9 นาที 36 วินาที โดยมี Rhys Millen อดีตผู้ชนะการแข่งขัน Pikes Peak ติดต่อกัน 3 สมัย และ “ราชาแห่งขุนเขา” กลับมาลงชิงชัยให้กับ Bentley อีกครั้ง ซึ่ง Rhys Millen เคยสร้างสถิติ Time Attack กับ Bentley Bentayga W12 ในปี 2018 และ Continental GT ในปี 2019 มาแล้ว
Bentley Continental GT: ยนตรกรรมแห่งอนาคต สู่ยุคใหม่แห่งความหรูหราและยั่งยืน
จากรุ่น V8 ที่มอบสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัด ไปจนถึงรุ่น Speed Coupe ที่ตอบสนองความต้องการนักขับผู้หลงใหลในความเร็ว และ The Continental GT3 Pikes Peak ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนและการแข่งขันระดับโลก Bentley Continental GT ในปี 2025 ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรูอย่างแท้จริง ด้วยการผสมผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี สมรรถนะ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่สามารถสะท้อนตัวตน บ่งบอกถึงความสำเร็จ และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ Bentley Continental GT คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ พบกับสุดยอดยนตรกรรมแห่งอังกฤษ ที่พร้อมจะพาคุณออกเดินทางสู่ประสบการณ์ครั้งใหม่ที่ไม่มีที่สิ้นสุด
สัมผัสประสบการณ์ Bentley Continental GT ได้แล้ววันนี้ที่ AAS Auto Service หรือติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของ Bentley Continental GT และนวัตกรรมยานยนต์หรูที่ยั่งยืนจาก Bentley