![N0811311_ต างความค ด...ต างการใช ช ว ต[ตอน1] #หน งส นต องมนต ฟ ล ม #ละครส นหน_part2 | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/11/fb_natural_20261106_074706.jpg)
Bentley Continental GT3 Pikes Peak: ก้าวสู่ยุคใหม่ของสมรรถนะและยั่งยืนบนเส้นทางสู่ยอดเขา
ในโลกของยนตรกรรมสมรรถนะสูง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืนกำลังขับเคลื่อนแบรนด์รถยนต์หรูระดับโลกอย่าง Bentley Motors ให้ก้าวไปอีกขั้น การเปิดตัว Bentley Continental GT3 Pikes Peak สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลนี้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการนำเสนอเครื่องยนต์ที่รองรับพลังงานหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้กับรถแข่งสมรรถนะสูง พร้อมกับการผจญภัยบนเส้นทางสุดท้าทายอย่างการแข่งขัน Pikes Peak International Hill Climb
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีประสบการณ์กว่าทศวรรษ ผมมองว่าโครงการนี้ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างรถแข่งรุ่นพิเศษ แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์อันแข็งแกร่งของ Bentley ในการผลักดันขีดจำกัดของนวัตกรรมเครื่องยนต์ และตอกย้ำภาพลักษณ์ของ Bentley Continental GT3 Pikes Peak ในฐานะผู้บุกเบิกเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยที่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
Bentley Continental GT3 Pikes Peak: การผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อชัยชนะ
การแข่งขัน Pikes Peak International Hill Climb หรือ “การแข่งขันสู่ท้องฟ้า” เป็นหนึ่งในรายการแข่งขันที่มีชื่อเสียงและท้าทายที่สุดในโลก ด้วยเส้นทางที่คดเคี้ยว สูงชัน และสภาพอากาศที่แปรปรวน การเตรียมความพร้อมสำหรับรถแข่งจึงต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้เป็นสำคัญ Bentley Continental GT3 Pikes Peak ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายนี้โดยเฉพาะ
โครงการนี้ได้รับการพัฒนาภายใต้ความร่วมมืออันใกล้ชิดกับกลุ่มลูกค้าผู้หลงใหลในสมรรถนะของ Bentley ในนาม “Fastr” ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์และความสำเร็จในการจัดการแข่งขันรถยนต์ Bentley ในรูปแบบ Time Attack ทั่วประเทศอังกฤษ การร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจาก M-Sport ในเขตคัมเบรีย และการสนับสนุนจากทีม K-PAX Racing ยิ่งเป็นการเสริมความมั่นใจในการคว้าชัยบนเส้นทางที่สูงกว่า 5,000 ฟุต ประกอบด้วยโค้งกว่า 156 โค้ง ซึ่งต้องการความเร็วเฉลี่ยสูง และการควบคุมรถที่แม่นยำ
Rhys Millen อดีตแชมป์ Pikes Peak ถึง 3 สมัย การกลับมาร่วมทีมกับ Bentley เพื่อขับ Bentley Continental GT3 Pikes Peak เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพและความเชื่อมั่นในสมรรถนะของรถรุ่นนี้ การกลับมาของเขาไม่เพียงแต่เพิ่มความน่าตื่นเต้นให้กับการแข่งขัน แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถของรถแข่งรุ่นพิเศษคันนี้
หัวใจสำคัญ: เครื่องยนต์ V8 Bi-Fuel และความยั่งยืน
สิ่งที่ทำให้ Bentley Continental GT3 Pikes Peak โดดเด่นและน่าจับตามองเป็นพิเศษ คือการนำเครื่องยนต์ V8 Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งให้รองรับระบบเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel-based Gasoline) ซึ่งสกัดจากแหล่งพลังงานธรรมชาติ มาใช้ในการแข่งขัน นี่คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม และเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
แม้ตัวเลขสมรรถนะอย่างเป็นทางการจะยังไม่ถูกเปิดเผย แต่การเลือกใช้เชื้อเพลิงชีวภาพนี้ แสดงให้เห็นถึงการคำนวณอย่างรอบคอบในเรื่องของการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ขั้นตอนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงถูกทดสอบและประเมินอย่างเข้มงวด โดยมีเป้าหมายในการลดการปล่อย GHG ให้ได้ถึง 85% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานของเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil Fuel) อย่างมีนัยสำคัญ
การพัฒนา Bentley Continental GT3 Pikes Peak ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญยิ่งในการวิจัยและพัฒนาการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuels) และเชื้อเพลิงสังเคราะห์ (e-Fuels) เพื่อเป็นพลังงานทางเลือกในการขับเคลื่อนแผนงานด้านความยั่งยืนของ Bentley ในระยะยาว (Bentley’s Sustainability Strategy) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้กับรถแข่งระดับโลก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการนำไปสู่การใช้งานจริงในรถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในอนาคต ซึ่งถือเป็นเทรนด์สำคัญของ รถยนต์ไฟฟ้า ไฮบริด และ รถยนต์พลังงานทางเลือก ในปี 2025 และหลังจากนั้น
Aerodynamics: กุญแจสำคัญในการพิชิตยอดเขา
นอกเหนือจากขุมพลังที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบ Bentley Continental GT3 Pikes Peak ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันบนภูเขาที่ความหนาแน่นของอากาศแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่ระดับ 9,300 ฟุต ไปจนถึง 14,100 ฟุต ที่ความหนาแน่นของอากาศมีเพียง 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับระดับน้ำทะเล
เพื่อให้รถสามารถสร้างแรงกด (Downforce) ที่เหมาะสม และรักษาเสถียรภาพในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง Bentley Continental GT3 Pikes Peak ได้รับการติดตั้งสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ยึดติดกับส่วนท้ายของตัวรถบนดิฟฟิวเซอร์หลัง รวมถึงอุปกรณ์แอร์โรไดนามิคอื่นๆ บริเวณด้านหลัง ควบคู่ไปกับการออกแบบชิ้นส่วนที่ติดตั้งบริเวณด้านหน้าและด้านข้างอย่างลงตัว การออกแบบเหล่านี้ไม่ได้เพียงแค่เสริมสร้างประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ แต่ยังสะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบที่เน้นความสวยงาม ควบคู่ไปกับประโยชน์ใช้สอยสูงสุด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley
Bentley Continental GT3 Pikes Peak ไม่ใช่แค่รถแข่ง แต่คือสัญลักษณ์ของการผสมผสานสมรรถนะอันเหนือชั้นเข้ากับความมุ่งมั่นในความยั่งยืน นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองในวงการ มอเตอร์สปอร์ต และ รถยนต์สมรรถนะสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจใน เทคโนโลยีรถยนต์ ล่าสุด และ ยานยนต์รักษ์โลก
นวัตกรรม Bentley ในประเทศไทย: ประวัติศาสตร์และการพัฒนา
ย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 2556 (2013) บริษัท เอ.เอ.เอส. ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ในฐานะผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Bentley อย่างเป็นทางการ ได้นำเสนอ Continental GT Speed Convertible เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน การเปิดตัวครั้งนั้นถือเป็นการนำเสนอเทคโนโลยีและสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley ให้กับตลาดรถหรูในประเทศไทย
Continental GT Speed Convertible โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราเข้าไว้ด้วยกัน กระจังหน้าแบบเมทริกซ์ ช่องดักอากาศสีเข้ม ล้ออัลลอยด์ขนาด 21 นิ้ว ลาย Speed alloy wheels ที่สามารถเลือกสีได้ทั้งแบบเงินและ Dark tint พร้อมปลายท่อไอเสียทรงไข่ขนาดใหญ่ และสปอยเลอร์หลังที่เสริมด้วยลิ้นบนฝากระโปรง Double-horseshoe เพื่อเพิ่มแรงกดตามหลักอากาศพลศาสตร์
ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งด้วยความหรูหราและความประณีตในทุกรายละเอียด ผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ระบบ Infotainment ได้รับการอัปเกรดซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด พร้อมหน้าจอแสดงแผนที่แบบภาพภูมิประเทศจากดาวเทียม ข้อมูลการจราจร และหน่วยความจำภายใน 15 กิกะไบต์สำหรับการจัดเก็บเพลง สามารถเล่นเพลงจาก iPod, MP3 CD และ SD Card ได้
ระบบเครื่องเสียง Naim ที่ขับเสียงผ่านลำโพงแบบ Balanced Mode Radiator (BMR) พร้อมฟังก์ชันรวมลำโพงเสียงแหลมและเสียงกลางไว้ในตัวเดียว และโหมด Digital Sound Processing ที่ช่วยปรับสมดุลเสียงให้เหมาะสมกับการขับขี่โดยเปิดหลังคา รับลมได้อย่างลงตัว เพียงแค่กดปุ่ม
ในด้านสมรรถนะ Continental GT Speed Convertible มาพร้อมเครื่องยนต์ W12 ขนาด 6.0 ลิตร 48 วาล์ว Twin-turbocharged ให้กำลังสูงสุด 616 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดของ ZF อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 4.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Bentley ยังได้พัฒนาให้เครื่องยนต์บล็อกนี้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงลงถึง 15% ระบบช่วงล่างแบบปีกนกคู่ด้านหน้าและแบบ Multi-link ด้านหลัง พร้อมระบบ Self-levelling ที่ลดระดับลง 10 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรุ่น Continental GT Convertible ปกติ และติดตั้ง Anti-roll bars เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการทรงตัว ควบคู่ไปกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่แบ่งน้ำหนักหน้า/หลัง 40/60
Bentley Flying Spur: นิยามใหม่ของความหรูหราและสมรรถนะ
การพัฒนาของ Bentley ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่รุ่นคูเป้ หรือเปิดประทุน ในปี 2561 (2018) เอ.เอ.เอส. ออโต้ เซอร์วิส ได้เปิดตัว The New Bentley Flying Spur อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งเป็นการนำเสนอรถยนต์ซาลูนระดับเรือธง ที่ผสมผสานงานฝีมือชั้นเลิศ เทคโนโลยีล้ำสมัย และสมรรถนะอันทรงพลัง เข้าไว้ด้วยกัน
Flying Spur ใหม่ ได้รับการปรับปรุงด้วยชิ้นส่วนใหม่กว่า 600 ชิ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ภายในห้องโดยสาร ด้วยระบบ Infotainment แบบหน้าจอสัมผัสที่เชื่อมต่อสู่โลกภายนอก รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์ Wi-Fi hotspot และระบบความบันเทิงสำหรับเบาะหลัง Rear Seat Entertainment suite พร้อมรีโมทคอนโทรลแบบไร้สาย Touch Screen Remote (TSR) ทั้งหมดนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยวัสดุชั้นเลิศตามแบบฉบับ Bentley
ภายใต้รูปลักษณ์ที่หรูหรา Flying Spur มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ W12 ขนาด 6 ลิตร Twin-turbocharged 48 วาล์ว ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 616 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 800 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที การจัดการเครื่องยนต์ได้รับการพัฒนาให้เข้ากับ Bosch ME17 interface อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมการควบคุมแรงบิด เทอร์โบชาร์จเจอร์ การขับเคลื่อน และประสิทธิภาพการปล่อยมลพิษที่ดีเยี่ยม
เครื่องยนต์ W12 นี้ จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดของ ZF ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วภายใน 200 มิลลิเซคอนด์ กล่องเกียร์นี้ไม่เพียงรองรับแรงบิดมหาศาล แต่ยังช่วยให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างราบรื่นและแม่นยำ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 4.3 วินาที และความเร็วสูงสุด 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สิ่งที่น่าประทับใจคือ Flying Spur ใหม่ ยังช่วยลดอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษลงถึง 13% โดยมีอัตราการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ 14.7 ลิตร/100 กิโลเมตร และอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 343 กรัม/กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ยอดเยี่ยมสำหรับเครื่องยนต์ขนาด 12 สูบ
Bentley Bangkok: สัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์
การเปิดตัวแฟล็กชิปโชว์รูมใหม่ของ Bentley Bangkok โดย บริษัท เอ.เอ.เอส. ออโต้ เซอร์วิส ณ อาคาร CTI Tower สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Bentley ในการเป็นผู้นำตลาดรถหรูในประเทศไทย การลงทุนมูลค่าหลายล้านบาทในการปรับปรุงโชว์รูมแห่งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า แต่ยังเป็นการตอกย้ำตำแหน่งของ Bentley ในกลุ่ม รถยนต์หรูระดับไฮเอนด์ ที่มีราคาสูงกว่า 20 ล้านบาทขึ้นไป
เดวิด แจ็คสัน กรรมการผู้จัดการ Bentley Motors ประเทศไทย ได้กล่าวถึงเป้าหมายในการเป็นที่ 1 ของตลาดรถหรูในไทย พร้อมตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดไว้ที่ประมาณ 20% การเติบโตของ Bentley ในปี 2561 ที่เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2560 เป็นข้อพิสูจน์ถึงความสำเร็จของกลยุทธ์ทางการตลาดและการบริการ
Bentley ไม่ได้ขายเพียงแค่นวัตกรรมยานยนต์ แต่ยังนำเสนอ “ไลฟ์สไตล์” ที่สะท้อนรสนิยมและเอกลักษณ์ของลูกค้า การฉลองครบรอบ 100 ปีของ Bentley ยังรวมถึงการเฉลิมฉลองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในประเทศไทย การจัดงานเฉลิมฉลองที่สถานทูตอังกฤษ เพื่อแสดงภาพลักษณ์ของ Bentley ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน จนถึงอนาคต แสดงให้เห็นถึงความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์อันยาวนาน และวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่อนาคต
การขยายตลาดไปยังจังหวัดภูเก็ตในช่วงไตรมาส 2 เพื่อเปิดตัวรถรุ่น Continental GT Convertible เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของตลาดที่หลากหลาย
Katya Zavialova ผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Bentley Motors กล่าวเน้นย้ำว่า โชว์รูมใหม่นี้มีความร่วมสมัย หรูหรา และสะท้อนอัตลักษณ์ของ Bentley ที่มีประวัติศาสตร์กว่า 100 ปี ผสานกับความทันสมัย พื้นที่ส่วนตัวสำหรับการเลือกสีตัวถังและวัสดุหนังแท้ ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ความเป็นเอกลักษณ์ให้กับลูกค้า
Bentley Continental GT V8 และ GTC V8: ทางเลือกแห่งสมรรถนะและประสิทธิภาพ
นอกจากรุ่นเรือธงต่างๆ Bentley ยังนำเสนอ Bentley Continental GT V8 และ Bentley Continental GTC V8 ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาสมรรถนะที่โดดเด่น ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดีขึ้น การเปิดตัวรถยนต์เหล่านี้ในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของตลาดที่หลากหลาย และการนำเสนอ รถยนต์สปอร์ต ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะ ความหรูหรา และเทคโนโลยี
บทสรุปและก้าวต่อไป
Bentley Motors ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์หรู แต่เป็นผู้กำหนดนิยามของความสมบูรณ์แบบ การพัฒนานวัตกรรมเครื่องยนต์ที่รองรับเชื้อเพลิงหมุนเวียนใน Bentley Continental GT3 Pikes Peak สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในความยั่งยืน ในขณะที่การนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดและงานฝีมืออันประณีตในรุ่น Continental GT Speed Convertible, Flying Spur, Continental GT V8 และ GTC V8 แสดงให้เห็นถึงการรักษามาตรฐานสูงสุดในทุกรายละเอียด
สำหรับผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะ ความหรูหรา และนวัตกรรมของ Bentley ถึงเวลาแล้วที่จะสัมผัสประสบการณ์เหล่านี้ด้วยตนเอง เชิญเยี่ยมชมโชว์รูม Bentley Bangkok ที่ ซีทีไอ ทาวเวอร์ เพื่อสัมผัสกับยนตรกรรมที่เหนือระดับ หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Bentley ในประเทศไทย เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถรุ่นที่ท่านสนใจ และค้นพบว่า Bentley สามารถยกระดับการขับขี่และไลฟ์สไตล์ของท่านไปสู่อีกระดับได้อย่างไร