• Sample Page
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result

N0407032_ล กชายเศรษฐ หลอกแฟนว าหมดต วเหล อ 87 บาท ทดสอบร กแท จร งใจ_part2

admin79 by admin79
July 6, 2026
in Uncategorized
0
N0407032_ล กชายเศรษฐ หลอกแฟนว าหมดต วเหล อ 87 บาท ทดสอบร กแท จร งใจ_part2 แดนแห่งมังกร: เมื่อยักษ์ใหญ่ยุโรปสั่นคลอน แบรนด์จีนผงาด สู่ยุคทองแห่งยานยนต์ไฟฟ้า ในฐานะที่คลุกคลีอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ข้าพเจ้าได้ประจักษ์ถึงการเปลี่ยนแปลงพลิกผันที่น่าตื่นตาตื่นใจหลายครั้ง แต่ภาพการแข่งขันที่กำลังก่อตัวขึ้นในตลาดรถยนต์หรูของประเทศจีนในปี 2026 นี้ นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ท้าทายทุกการคาดการณ์ แบรนด์เยอรมันผู้เกรียงไกรอย่าง Mercedes-Benz และ BMW ที่เคยเป็นราชาแห่งตลาดพรีเมียมจีนมาอย่างยาวนาน กำลังเผชิญแรงกดดันจากคู่แข่งสายเลือดมังกรที่ผงาดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ชนิดที่เรียกว่า “ฟ้าพลิกดิน” สัญญาณเตือนจากแดนมังกร: ยอดขายเยอรมันชะลอตัว สวนทางแบรนด์จีนที่ทะยานฟ้า ผลการประเมินแนวโน้มตลาดล่วงหน้าสำหรับปี 2026 ที่เปิดเผยออกมา ยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพความท้าทายที่ Mercedes-Benz และ BMW กำลังเผชิญ โดยทั้งสองค่ายคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ที่ผลิตในประเทศจีนของตนเอง อาจจะลดลงต่ำกว่า 500,000 คันต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่ถอยหลังกลับไปสู่สภาวะเมื่อ 10 ปีก่อน นี่คือสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่า “ยุคทอง” ของแบรนด์ยุโรปในตลาดจีนกำลังจะถึงจุดเปลี่ยน ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับเป้าหมายการเติบโตที่แบรนด์รถยนต์พรีเมียมจากจีนตั้งไว้ได้อย่างชัดเจนและทะเยอทะยาน NIO ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นแถวหน้าของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน ตั้งเป้าหมายการเติบโตระหว่าง 40-50% ในปี 2026 หรือประมาณ 460,000 คัน ขณะที่ Xiaomi EV ซึ่งเพิ่งก้าวเข้ามาในวงการยานยนต์ ได้ตั้งเป้าขายไว้ถึง 550,000 คัน คิดเป็นการเติบโต 34% ต่อปี ที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ HIMA (Harmony Intelligent Mobility Alliance) ซึ่งเป็นความร่วมมือของ Huawei ที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล ได้ตั้งเป้าขายไว้สูงถึง 1-1.3 ล้านคัน หรือเติบโตกว่า 120% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำตลาดอย่างแท้จริง ปรากฏการณ์ NIO ES8 และ AITO M9: ความนิยมที่ทะลุเพดาน ความสำเร็จของแบรนด์จีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวเลขเป้าหมาย เมื่อดูจากยอดขายจริงในปัจจุบัน ยิ่งทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น หลังจากการปรับโฉมครั้งใหญ่ NIO ES8 สามารถทำยอดขายรายเดือนพุ่งสูงถึง 22,000 คันในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด
ขณะที่ AITO M8 และ AITO M9 สองรุ่นพี่น้องจากแบรนด์ AITO ก็ทำสถิติยอดขายต่อปีทะลุ 100,000 คันได้อย่างน่าประทับใจ ยิ่งไปกว่านั้น Maextro S800 รถซีดานหรูที่มาพร้อมราคาเริ่มต้น 708,000 หยวน (ประมาณ 3.54 ล้านบาท) ก็สามารถทำยอดส่งมอบได้มากกว่า 4,000 คันภายในเดือนเดียว ซึ่งเป็นตัวเลขที่แบรนด์หรูจากยุโรปต้องหันมามอง ภาพรวมยอดขายปี 2025: ตัวเลขที่บอกเล่าเรื่องราว ในช่วงเวลาที่ผ่านมา Mercedes-Benz และ BMW ต่างก็เผชิญกับยอดขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในตลาดจีน โดยมีอัตราการลดลงมากกว่า 10% ต่อปี ในปี 2025 Mercedes-Benz มียอดขายรวม 551,900 คัน ลดลงถึง 19% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ BMW ทำยอดขายได้ 625,527 คัน ลดลง 12.5% แม้ว่าแบรนด์เยอรมันเหล่านี้จะไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้เตรียมแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เพื่อเจาะตลาดจีนในปี 2026 Mercedes-Benz วางแผนจะเปิดตัวรถใหม่พร้อมรุ่นปรับโฉมรวม 15 รุ่น ซึ่งรวมถึง GLC EV L รุ่นฐานล้อยาว และ GLE ที่จะผลิตในประเทศจีนเป็นครั้งแรก ส่วน BMW ก็เตรียมส่ง iX3 เจเนอเรชันใหม่ พร้อมด้วยรถยนต์รุ่นใหม่รวมกว่า 20 รุ่นเข้าสู่ตลาด ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า: แบรนด์จีนนำหน้า ชิงความได้เปรียบ ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้คือ การก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของประเทศจีน ในปี 2025 สัดส่วนของ NEV ในตลาดจีนได้ทะลุ 50% ไปเรียบร้อยแล้ว แต่แบรนด์หรูจากเยอรมันอย่าง Mercedes-Benz และ BMW กลับมีอัตราการผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าที่ช้ากว่าแบรนด์จีนอย่างเห็นได้ชัด Mercedes-Benz ได้เปิดตัว CLA EV ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ซึ่งมาพร้อมระยะทางวิ่งสูงสุด 866 กิโลเมตร และระบบช่วยขับที่พัฒนาร่วมกับบริษัทจีน Momenta แต่ยอดขายรวมในช่วงสองเดือนแรกกลับทำได้เพียง 1,369 คันเท่านั้น สำหรับ BMW มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนปี 2025 อยู่ที่ 53,000 คัน ซึ่งดูดีกว่าเล็กน้อย แต่ยังคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 10% ของยอดขายรวมทั้งหมด การที่ราคา BMW i3 เคยลดลงจากราคาแนะนำ 353,900 หยวน ไปต่ำกว่า 200,000 หยวน (ประมาณ 1 ล้านบาท) สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันในการแข่งขันที่รุนแรง และความท้าทายในการรักษาส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลก: BYD และ Tesla ยืนหนึ่ง เทรนด์ NEV เติบโตต่อเนื่อง เพื่อทำความเข้าใจบริบทของการแข่งขันในจีนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เราต้องมองภาพรวมของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกด้วย รายงานยอดขายรถยนต์ปลั๊กอินไฟฟ้าประจำเดือนสิงหาคม 2023 ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วของรถยนต์ไฟฟ้า โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินทั่วโลก (ทั้ง BEV และ PHEV) เพิ่มขึ้นถึง 45% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ยอดขายรวมอยู่ที่ 1,238,000 คัน ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 18% ของตลาดรถยนต์โลก โดย 13% เป็นส่วนแบ่งของรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) และในยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินทั้งหมดนี้ ส่วนแบ่ง 71% เป็นยอดขายของรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) ส่งผลให้ยอดขายรวมรถยนต์ไฟฟ้าล้วนในปีนี้เป็น 70% ของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินทั้งหมด 20 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ขายดีที่สุดในโลก (สิงหาคม 2023): Tesla Model Y ครองแชมป์ BYD Song มาแรง สำหรับการจัดอันดับรถยนต์รุ่นที่ขายดีที่สุดในเดือนสิงหาคม 2023 ยังคงเป็น Tesla Model Y ที่ทำยอดขายได้ถึง 115,885 คัน ตามมาด้วย BYD Song (รวมทั้งรุ่น BEV และ PHEV) ที่ 57,603 คัน และอันดับสามคือ Tesla Model 3 ที่ 42,818 คัน ซึ่งแซงขึ้นมาจาก BYD Qin Plus ที่เคยเป็นอันดับสามในเดือนก่อนหน้า ไฮไลท์ที่น่าสนใจคือ แบรนด์ BYD ที่มีรุ่น Seagull ติดอันดับที่ 5 ด้วยยอดขาย 34,841 คัน และ Dolphin อยู่ในอันดับที่ 5 เช่นกัน ด้วยยอดขาย 32,288 คัน ทั้งสองรุ่นทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และหากพิจารณาจากกำลังการผลิตและการส่งออก คาดว่า BYD Dolphin อาจจะก้าวขึ้นไปติด 1 ใน 3 ได้ในอนาคต นอกจาก Tesla และ BYD แล้ว ยังมีรถยนต์ไฟฟ้าจากค่าย GAC AION ติดอันดับที่ 8 ด้วยยอดขาย GAC AION Y ทำได้ 26,719 คัน เพิ่มขึ้นประมาณหมื่นคันจากเดือนก่อนหน้า และ GAC AION S อยู่ในอันดับที่ 10 ด้วยยอดขาย 22,650 คัน ส่วนครึ่งหลังของตารางนั้นมีการผสมผสานระหว่างรถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ไฮบริดจากแบรนด์ Volkswagen, Wuling, Li, Changan, BYD, Geely
20 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ขายดีที่สุดในโลก (มกราคม-สิงหาคม 2023): Tesla Model Y นำโด่ง BYD Song ไล่ตาม เมื่อมองยอดขายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2023 Tesla Model Y ยังคงครองตำแหน่งสูงสุด ด้วยยอดขาย 772,364 คัน อันดับสองเป็นของ BYD Song ด้วยยอดขาย 368,291 คัน ส่งผลให้ Tesla Model 3 ตกลงไปอยู่อันดับที่สาม ด้วยยอดขาย 364,403 คัน ยอดขายของ Tesla Model 3 ที่ไม่พุ่งสูงนัก อาจเป็นเพราะอยู่ในช่วงรอการปรับโฉม (Refresh) ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายน และเริ่มส่งมอบช่วงเดือนตุลาคมเป็นต้นไป จึงคาดว่าอันดับสองอาจกลับมาเป็นของ BYD อีกครั้งในอีก 2-3 เดือน และ Model 3 อาจกลับคืนสู่ตำแหน่งที่สองได้ในช่วงเดือนธันวาคม ไฮไลท์ที่น่าสนใจคือ ยอดขายที่ก้าวกระโดดของ BYD Seagull ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 13 ทำยอดขายได้ 95,202 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคมถึง 34,841 คันภายในเวลาเพียง 1 เดือน 20 แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดในโลก (สิงหาคม 2023): BYD ครองแชมป์ 4 สมัยซ้อน Tesla ตามมาห่างๆ ในเดือนสิงหาคม 2023 แบรนด์รถยนต์จีน BYD ยังคงสร้างสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ารวม 261,000 คัน ครองแชมป์แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดในโลก 4 สมัยติดต่อกัน อันดับสองเป็นของ Tesla ที่มียอดขาย 170,171 คัน ซึ่งยังคงตามหลัง BYD อยู่พอสมควร อันดับสามคือ GAC AION ด้วยยอดขาย 51,570 คัน ขยับขึ้นมาจากอันดับ 5 ในเดือนกรกฎาคม แซงหน้า SGMW และ Volkswagen นอกจากนี้ BMW ก็ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 5 ในเดือนนี้ (จากอันดับ 6 ในเดือนกรกฎาคม) ด้วยยอดขาย 42,304 คัน ตามหลัง Volkswagen อันดับที่ 4 เพียงประมาณ 400 คัน อีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าสนใจคือ Li Auto ที่ทำสถิติใหม่เป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน ด้วยยอดขายเกือบ 35,000 คัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต้องรอติดตามว่าการวางจำหน่ายรถรุ่น L6 และ L5 จะช่วยให้ Li Auto ไต่ระดับขึ้นไปได้อีกหรือไม่ 20 แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดในโลก (มกราคม-สิงหาคม 2023): BYD และ Tesla ครองตลาดกว่า 1 ใน 3 เมื่อพิจารณาถึงยอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนสิงหาคม BYD ยังคงเป็นผู้นำ ตามมาด้วย Tesla โดยทั้งสองบริษัทครองยอดขายรวมกันกว่า 1 ใน 3 ของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินทั่วโลก อันดับที่ 3 เป็นของ GAC AION ที่สามารถแซงหน้า BMW ขึ้นมาได้ ด้วยยอดขายรวม 308,769 คัน ทำให้ BMW ตกลงไปอยู่อันดับที่ 4 ด้วยยอดขายรวม 300,466 คัน โดยมีส่วนต่างเพียงประมาณ 8,000 คัน ไฮไลท์ที่น่าสนใจในตารางนี้คือ Toyota ที่ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 16 จากอันดับที่ 17 ในเดือนกรกฎาคม ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้น 17,370 คัน ซึ่งคาดว่าแผนการดำเนินงานด้านรถยนต์ไฟฟ้าของ Toyota ในอนาคต จะช่วยผลักดันให้ยอดขายเติบโตขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ สรุป: ยานยนต์ไฟฟ้า คืออนาคตที่กำลังมาถึง รายงานสรุปและจัดอันดับยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินทั่วโลกนี้ ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนว่า รถยนต์ปลั๊กอินไฟฟ้า ทั้งแบบ 100% และแบบไฮบริด กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต ตลาดจีนถือเป็นสมรภูมิสำคัญที่สะท้อนภาพอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกได้อย่างชัดเจน ในฐานะผู้บริโภคและผู้ที่ติดตามอุตสาหกรรมนี้อย่างใกล้ชิด การแข่งขันที่เข้มข้นระหว่างแบรนด์เก่าแก่จากยุโรปและแบรนด์ใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมจากจีนนี้ จะนำมาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีขึ้น ราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ หรือต้องการศึกษาแนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การทำความเข้าใจพลวัตการแข่งขันในตลาดจีนจะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจของคุณ ไม่ว่าคุณจะสนใจแบรนด์ใด หรือเทคโนโลยีแบบไหน ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของเราพร้อมที่จะให้คำปรึกษาและนำทางคุณสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างมั่นใจ
Previous Post

N0407035_จร งใจ_part2

Next Post

N0407033_จร งใจ (1)_part2

Next Post

N0407033_จร งใจ (1)_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1708170_ล มใครก ก ล มได แต อย าล ม…แม ต วเอง!_part2
  • N1708169_ผ หญ งท กคน ต องการความเอาใจใส_part2
  • N1708166_ความแตกต างของผ หญ ง 2 คน_part2
  • N1708165_ญาต น ส ยเส ย_part2
  • N1708167_คนส นค ด_part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • August 2026
  • July 2026
  • June 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.