เปิดโผจัดอันดับรถยนต์พรีเมียมยอดจดทะเบียนในไทย ปี 2025 : เจาะลึกตลาดรถหรู 8 แบรนด์ สู่การตัดสินใจซื้อที่ชาญฉลาด
ตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผู้บริโภคและนักลงทุนต่างจับตามองตัวเลขยอดจดทะเบียนล่าสุด เพื่อประเมินทิศทางของอุตสาหกรรม และใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อหรือลงทุนครั้งใหญ่ บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกแง่มุมของตลาดรถพรีเมียม 8 แบรนด์หลัก ได้แก่ BMW, Mercedes-Benz, Volvo, Porsche, Audi, MINI, Lexus และ TESLA โดยจะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่อัปเดตล่าสุดถึงเดือนพฤศจิกายน 2025 พร้อมวิเคราะห์แนวโน้มที่จะส่งผลต่อตลาดในปี 2026 และอนาคตข้างหน้า
ทำความเข้าใจตัวเลขยอดจดทะเบียน : ทำไมถึงต้องดูตัวเลขนี้?
ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา วงการรถยนต์พรีเมียมได้ปรับเปลี่ยนเกณฑ์การรายงานยอดขาย โดยหันมาใช้ “ตัวเลขยอดจดทะเบียน” จากกรมการขนส่งทางบกเป็นหลัก แทนที่จะเป็นตัวเลขยอดขายที่รายงานโดยผู้จำหน่าย ซึ่งก่อนหน้านี้อาจมีความคลาดเคลื่อนจากการนับรวมยอดจดทะเบียนข้ามเดือน ทำให้ตัวเลขที่นำเสนอมีความแม่นยำและสะท้อนภาพรวมตลาดได้ดีที่สุด
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเนื่องจากรถยนต์พรีเมียมมักมีการสั่งจองล่วงหน้าและส่งมอบในเดือนถัดไป ซึ่งอาจทำให้ตัวเลขยอดขายที่รายงานดูสูงหรือต่ำกว่าความเป็นจริง การใช้ตัวเลขยอดจดทะเบียนจึงเป็นการยืนยันยอดขายที่เกิดขึ้นจริงบนท้องถนน ทำให้ผู้บริโภคสามารถวางแผนการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ภาพรวมตลาดรถยนต์พรีเมียม 8 แบรนด์ ปี 2025 (มกราคม – พฤศจิกายน)
ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 ตลาดรถยนต์พรีเมียมทั้ง 8 แบรนด์ มียอดจดทะเบียนรวมกันทั้งสิ้น 37,284 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์คุณภาพสูงในตลาดไทยที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
แบรนด์ที่ครองแชมป์ยอดจดทะเบียนประจำปี 2025 คือ BMW ที่สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยยอดจดทะเบียน 13,356 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 35.8% แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ในด้านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชาวไทย
ตามมาติดๆ ในอันดับที่ 2 คือ Mercedes-Benz ที่มียอดจดทะเบียน 10,112 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 27.1% แม้จะตามหลัง BMW อยู่ แต่ Mercedes-Benz ก็ยังคงเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่มองหาความหรูหราและสมรรถนะ
TESLA ในอันดับที่ 3 มียอดจดทะเบียน 4,778 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 12.8% ซึ่งถือเป็นส่วนแบ่งตลาดที่น่าประทับใจสำหรับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าล้วน สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
อันดับที่ 4 คือ Volvo ที่มียอดจดทะเบียน 4,120 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 11.0% แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของแบรนด์สวีเดนที่เน้นความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ตามมาด้วย Porsche ในอันดับที่ 5 ที่มียอดจดทะเบียน 1,880 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 5.0% ซึ่งเป็นส่วนแบ่งตลาดที่สูงสำหรับแบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูง
MINI ในอันดับที่ 6 มียอดจดทะเบียน 1,603 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 4.3% สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็กที่เน้นดีไซน์และไลฟ์สไตล์
Lexus ในอันดับที่ 7 มียอดจดทะเบียน 1,255 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 3.4% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความภักดีต่อแบรนด์และความพึงพอใจในการบริการของลูกค้า
และสุดท้าย Audi ในอันดับที่ 8 มียอดจดทะเบียน 1,080 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 2.9% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตในตลาดไทย
สถิติที่น่าสนใจ : การเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลังเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มตลาด
เมื่อนำยอดจดทะเบียนในปี 2025 มารวมกับยอดจดทะเบียนในช่วงก่อนหน้า จะเห็นภาพรวมของตลาดที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ปี 2024 : ยอดจดทะเบียนรวม 34,540 คัน
ปี 2023 : ยอดจดทะเบียนรวม 44,274 คัน
เมื่อเปรียบเทียบยอดจดทะเบียนรวมของทั้ง 8 แบรนด์ ในปี 2024 และ 2023 จะเห็นว่ามีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นผลมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ตลาดโลก อย่างไรก็ตาม การที่ตลาดยังคงมียอดจดทะเบียนสูงถึง 34,540 คัน ในปี 2024 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดรถยนต์พรีเมียมไทย
การวิเคราะห์การเติบโตรายแบรนด์ : ใครคือดาวเด่นของตลาดในปีนี้?
เมื่อเจาะลึกในรายละเอียดของแต่ละแบรนด์ จะพบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:
BMW : ผู้นำตลาดต่อเนื่อง ด้วยยอดจดทะเบียน 12,208 คัน ในปี 2024 และ 13,356 คัน ในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องถึง 9.4% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแบรนด์ในระยะยาว
Mercedes-Benz : แม้จะตามหลัง BMW แต่ก็ยังคงเป็นแบรนด์ที่มียอดจดทะเบียนสูง ด้วยยอด 9,283 คัน ในปี 2024 และ 10,112 คัน ในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเติบโต 8.9% ซึ่งใกล้เคียงกับ BMW
TESLA : แบรนด์น้องใหม่ที่มาแรง ด้วยยอดจดทะเบียน 4,120 คัน ในปี 2024 และ 4,778 คัน ในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่น่าประทับใจถึง 16.0% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในกลุ่ม
Volvo : แบรนด์สวีเดนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอด 3,741 คัน ในปี 2024 และ 4,120 คัน ในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเติบโต 10.1% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงเช่นกัน
Porsche : แบรนด์รถยนต์สปอร์ตที่มียอดจดทะเบียน 1,705 คัน ในปี 2024 และ 1,880 คัน ในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเติบโต 10.3% ซึ่งบ่งบอกถึงความนิยมในรถยนต์สมรรถนะสูง
MINI : แบรนด์รถยนต์ขนาดเล็กที่มียอดจดทะเบียน 1,451 คัน ในปี 2024 และ 1,603 คัน ในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเติบโต 10.5% ซึ่งสะท้อนถึงกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์
Lexus : แบรนด์หรูจากญี่ปุ่นที่มียอดจดทะเบียน 1,123 คัน ในปี 2024 และ 1,255 คัน ในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเติบโต 11.8% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูง
Audi : แบรนด์เยอรมันที่มียอดจดทะเบียน 909 คัน ในปี 2024 และ 1,080 คัน ในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเติบโต 18.8% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในกลุ่ม
จากข้อมูลนี้ จะเห็นได้ว่าทุกแบรนด์ในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมมีการเติบโตที่น่าพอใจในปี 2025 โดย TESLA, Volvo, Porsche, MINI, Lexus และ Audi มีอัตราการเติบโตที่น่าประทับใจ สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนของตลาดที่มุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงสู่รถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบ

