• Sample Page
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result

N1107018_ท านประทานใหญ ก บสาวในบาร EP. 1 Phongdanai Champadorn_part2

admin79 by admin79
July 7, 2026
in Uncategorized
0
N1107018_ท านประทานใหญ ก บสาวในบาร EP. 1 Phongdanai Champadorn_part2 Mercedes-Benz E-Class W213: 3 ปีแห่งความสำเร็จ สู่บทพิสูจน์แห่งความหรูหราและสมรรถนะที่ก้าวข้ามขีดจำกัด ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการของรถยนต์หรูมากมาย แต่สำหรับ Mercedes-Benz E-Class โฉม W213 แล้ว มันคือปรากฏการณ์ที่แท้จริง ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เปิดตัวเจนเนอเรชั่นที่ 10 นี้ในรหัส W213 (สำหรับรุ่นซีดาน) และ S213 (สำหรับรุ่นเอสเตท) ไม่เพียงแต่สร้างยอดขายได้อย่างงดงาม แต่ยังคงครองใจกลุ่มลูกค้าผู้หลงใหลในยนตรกรรมระดับพรีเมียมได้อย่างเหนียวแน่น บทพิสูจน์นี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากปรัชญาการออกแบบที่ผสานความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยได้อย่างลงตัว การออกแบบที่ยกระดับ สุนทรียภาพที่ไร้กาลเวลา หากมองภายนอก Mercedes-Benz E-Class W213 ยังคงรักษาเส้นสายอันเป็นเอกลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ไว้อย่างครบถ้วน แต่สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นยิ่งขึ้นคือการเพิ่มรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่ส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อภาพลักษณ์โดยรวม โดยเฉพาะชุดแต่ง SportStyle Package ที่ช่วยเสริมความสปอร์ตและความสง่างามในระดับที่สูงขึ้น ทั้งในส่วนของรายละเอียดภายนอกและภายใน การตกแต่งด้วยโครเมียมที่ประณีต วัสดุหุ้มเบาะ คอนโซล และแผงประตูที่ทำจากหนังคุณภาพสูง การเลือกใช้วัสดุหุ้มหลังคาแบบผ้าขึ้นรูป และแม้กระทั่งแป้นคันเร่งสแตนเลส ล้วนสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด สำหรับรุ่น Exclusive การตกแต่งจะเน้นความหรูหราที่แฝงไว้ด้วยความสปอร์ต ขณะที่รุ่น Avantgarde จะมาพร้อมกระจังหน้าอันโดดเด่นพร้อมโลโก้ดาวสามแฉกที่ถูกเคลือบสีดำ High-Gloss Black ชุดตกแต่งโครเมียม และการตกแต่งภายในด้วยวัสดุอลูมิเนียม พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ล้ำสมัยถึง 4 รูปแบบ ให้เลือกสรรในขนาด 17 และ 18 นิ้ว ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนประกอบกันขึ้นเป็นภาพลักษณ์ของ Mercedes-Benz E-Class ที่ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังแฝงไปด้วยพละกำลังและความมั่นใจ ห้องโดยสารที่สะท้อนความหรูหราจากรุ่นพี่ S-Class ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-Benz E-Class W213 สิ่งแรกที่จะสัมผัสได้คือบรรยากาศที่คุ้นเคยของรถยนต์ระดับผู้บริหารจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกเอาดีไซน์ของแผงหน้าปัดแบบ Dual Screen Cockpit มาจากรุ่นพี่อย่าง Mercedes-Benz S-Class มาใช้ ทำให้ห้องโดยสารดูทันสมัยและเต็มไปด้วยเทคโนโลยีอย่างแท้จริง หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่สองจอผสานกันอย่างลงตัว ควบคุมการทำงานต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย พร้อมด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสามก้านดีไซน์ใหม่ที่จับกระชับมือ ระบบความบันเทิงและระบบสื่อสาร COMAND Online infotainment system ที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นและครบครัน เสริมด้วยลายไม้แบบ High-Gloss Brown Walnut ที่เพิ่มความหรูหราและอบอุ่นให้กับห้องโดยสาร ทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสบายและความเพลิดเพลิน ราวกับนั่งอยู่ในห้องรับแขกส่วนตัวขนาดย่อม ขุมพลังที่ถ่ายทอดจากรุ่นพี่ S-Class สู่สมรรถนะที่น่าทึ่ง ในส่วนของขุมพลัง Mercedes-Benz E-Class W213 ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องยนต์อันทรงประสิทธิภาพมาจากรุ่นพี่ S-Class โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียง รหัส OM656 ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 340 แรงม้า ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที และแรงบิดมหาศาลถึง 700 นิวตันเมตร ที่ 1,200-3,200 รอบ/นาที ในรุ่น E 400 d 4MATIC ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจและประหยัดน้ำมันได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีทางเลือกสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ซึ่งมีให้เลือกถึงสองระดับความแรง ได้แก่ รุ่นที่ให้กำลัง 150 แรงม้า แรงบิด 360 นิวตันเมตร และรุ่นที่ทรงพลังยิ่งขึ้นด้วยกำลัง 245 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ขนาดใด Mercedes-Benz E-Class ทุกรุ่นจะจับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-TRONIC ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความนุ่มนวลและการตอบสนองที่แม่นยำ ทำให้ทุกการเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ Mercedes-AMG E-Class: ยกระดับความแรง สู่ขีดสุดแห่งสมรรถนะ สำหรับผู้ที่มองหาสมรรถนะที่เหนือระดับ Mercedes-AMG E-Class คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ โดยรุ่น E 53 ที่เข้ามาแทนที่ E 43 ได้ยกระดับความแรงขึ้นไปอีกขั้น ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน Bi-Turbo ขนาด 3.0 ลิตร V6 ที่ให้กำลังสูงถึง 435 แรงม้า และแรงบิด 520 นิวตันเมตร ผสานกับระบบ Mild Hybrid ที่ประกอบด้วยระบบไฟฟ้า 48V และ EQ Boost Starter Generator ที่ช่วยเพิ่มกำลังอีก 22 แรงม้า และแรงบิด 250 นิวตันเมตร ในช่วงที่ต้องการอัตราเร่งอย่างเร่งด่วน การส่งกำลังเป็นหน้าที่ของเกียร์อัตโนมัติ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G 9 สปีด ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD (4MATIC) และระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL+ Air Suspension เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งสนุก เร้าใจ และมั่นคงในทุกสภาวะ ยนตรกรรมระดับพรีเมียมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่พร้อมจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดรถยนต์หรู และสำหรับประเทศไทย การกลับมาของเครื่องยนต์ดีเซลใน Mercedes-Benz E-Class เป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
3 ปีแห่งความสำเร็จ: กลยุทธ์การตลาดที่เหนือชั้นของ Mercedes-Benz ประเทศไทย ปี 2019 นับเป็นปีทองของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยอย่างแท้จริง ด้วยการส่งรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดกว่า 20 รุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย ตั้งแต่ความเร้าใจในสมรรถนะ ความหรูหราเหนือระดับ ไปจนถึงเทคโนโลยีอันล้ำสมัยจากเยอรมนี ในส่วนของรถยนต์สมรรถนะสูงจากโรงงานอย่าง Mercedes-AMG หลังจากประสบความสำเร็จจากการเปิดตัว Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ ที่ผลิตในประเทศไทยแล้ว สมาชิกลำดับที่ 4 ที่ได้รับการผลิตในประเทศอย่างเป็นทางการคือ Mercedes-AMG C 43 4MATIC ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงที่มีคุณภาพระดับโลกในประเทศไทย Mercedes-AMG C 43 4MATIC: นิยามใหม่แห่งสมรรถนะในตระกูล C-Class Mercedes-AMG C 43 4MATIC คือการนำ Mercedes-Benz C-Class Sedan มายกระดับให้กลายเป็นยนตรกรรมสมรรถนะสูงอย่างแท้จริง ด้วยการปรับแต่งรูปลักษณ์ สมรรถนะ และความรู้สึกในการขับขี่ตามแบบฉบับ AMG การตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น และเสียงตอบรับอันยอดเยี่ยมจากผู้เป็นเจ้าของ คือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ พัฒนารถยนต์รุ่นนี้ในทุกมิติ การออกแบบภายนอกที่สะท้อนความดุดันและสง่างาม ภายนอกของ Mercedes-AMG C 43 4MATIC โดดเด่นด้วยกระจังหน้า AMG แบบก้านคู่ที่ตกแต่งด้วยสีเงินแบบด้าน ฝากระโปรงหน้าที่ปรับแต่งให้มีเส้นสายที่สวยงามยิ่งขึ้น พร้อมโครงสร้างบังคับทิศทางลมที่ช่วยควบคุมการไหลเวียนของอากาศ สเกิร์ตข้างที่ออกแบบมาอย่างลงตัวเข้ากับล้ออัลลอยน้ำหนักเบาแบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางสมรรถนะสูง ช่องดักลมและองศาของก้านล้อได้รับการปรับปรุงอย่างละเอียดในอุโมงค์ลม เพื่อให้การไหลเวียนของอากาศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ฝากระโปรงหลังมาพร้อมโครงสร้างบังคับทิศทางลมที่สะดุดตา พร้อมดิฟฟิวเซอร์สไตล์ใหม่ที่ช่วยพัฒนาการไหลเวียนของอากาศด้านหลังตัวรถ เสริมด้วยท่อไอเสียดีไซน์ใหม่แบบ Two Round Twin Tailpipe Look ที่ให้ความรู้สึกถึงพละกำลังที่ซ่อนอยู่ รายละเอียดอื่นๆ เช่น ประตูแบบไร้ขอบ, กรอบกระจกมองข้างสีดำแบบลอยตัว, ขอบตกแต่งสีดำเงาบริเวณด้านข้างตัวรถและกรอบหน้าต่าง, เส้นสายด้านข้างที่ยาวลงไปถึงซุ้มล้อหลัง, AMG Bodystyling (กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง), ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED และ ULTRA RANGE Highbeam ที่สามารถส่องสว่างได้ไกลกว่า 650 เมตร และหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ล้วนประกอบกันขึ้นเป็น Mercedes-AMG C 43 4MATIC ที่ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังแฝงไว้ด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีชั้นยอด ห้องโดยสารที่เต็มเปี่ยมด้วยความสปอร์ตและความหรูหรา ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-AMG C 43 4MATIC ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา แต่เพิ่มเติมด้วยอารมณ์สปอร์ตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยชุดเบาะที่นั่ง AMG Sport Seats ที่หุ้มด้วยหนัง ARTICO สลับกับ DINAMICA พร้อมคุณสมบัติการปรับอุณหภูมิเบาะ 3 ระดับ พนักพิงหลังและปีกเบาะทั้งสองข้างได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ขับขี่ขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้อย่างมั่นคง แผงหน้าปัดแบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว ที่มีโหมดการแสดงผล 3 แบบในสไตล์ AMG คือ Classic, Sporty และ Progressive มอบข้อมูลที่จำเป็นต่อการขับขี่ได้อย่างชัดเจน พร้อมระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่ายและยืดหยุ่น ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงคำสั่งต่างๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พวงมาลัย 3 ก้านท้ายตัดแบบ AMG Performance Steering Wheel ที่หุ้มด้วยหนัง Nappa พร้อมรูปทรงสปอร์ตท้ายตัด ออกแบบมาเพื่อให้การควบคุมทำได้อย่างเต็มที่ คันเกียร์ที่คอพวงมาลัยชุบด้วยวัสดุโลหะ และรองรับโหมดเกียร์ธรรมดา พร้อม Touchpad 2 ข้าง ทำให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างแม่นยำและเร้าใจ ระบบอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน เช่น ระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ, หน้าจอมัลติมีเดียขนาด 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay™ ทำงานร่วมกับ Audio 20 GPS พร้อม Touchpad และ Controller, ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® และการตกแต่งภายในด้วย AMG Matt Silver Glass-Fibre ล้วนส่งเสริมประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ชุดคำสั่ง AMG: ข้อมูลเชิงลึกเพื่อการขับขี่ที่เหนือชั้น Mercedes-AMG C 43 4MATIC ยังมาพร้อมชุดคำสั่ง AMG ที่มอบข้อมูลเชิงลึกเพื่อยกระดับการขับขี่ให้ถึงขีดสุด ได้แก่: หน้าจอ Warm-up: แสดงอุณหภูมิน้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์ และแรงดันในโหมด Boost หน้าจอ Setup: แสดงข้อมูลโหมดการขับขี่, การตั้งค่าระบบกันสะเทือน, โหมดการปล่อยไอเสีย, การตั้งค่า ESP® และเกียร์ หน้าจอ G-Force: แสดงแรง G ปัจจุบันที่กระทำต่อตัวรถ และให้คำแนะนำในการขับขี่ที่เหมาะสม หน้าจอ Race Timer: สำหรับจับเวลาต่อรอบ พร้อมแสดงรอบที่ใช้เวลาน้อยและมากที่สุด รวมถึงระยะทางและความเร็วเฉลี่ย หน้าจอ Engine Data: แสดงแรงบิดและกำลังเครื่องยนต์แบบกราฟแท่ง รวมถึงแรงดันในโหมด Boost นอกจากนี้ ยังมีหน้าจอดิจิทัลแสดงความเร็วและเกียร์ปัจจุบัน เมื่อเปิดใช้งานโหมดเกียร์ธรรมดา สัญลักษณ์ตัว M สีเหลืองจะปรากฏขึ้นมา ทำให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ใกล้เคียงรถแข่งมากขึ้น ขุมพลัง V6 Bi-Turbo: สมรรถนะที่ปลุกเร้าทุกสัมผัส หัวใจของ Mercedes-AMG C 43 4MATIC คือเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ Bi-Turbo ขนาด 3.0 ลิตร V6 รหัส M276 ที่ให้กำลังสูงสุด 390 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที และแรงบิด 520 นิวตันเมตร ที่ 2,500-5,000 รอบ/นาที สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.7 วินาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G transmission ที่ได้รับการปรับปรุงการตอบสนองให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC เพื่อถ่ายทอดกำลังลงสู่พื้นถนนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ระบบ AMG DYNAMIC SELECT พร้อมโหมดการขับขี่ 5 โหมด ได้แก่ Comfort, Sport, Sport+, Individual และโหมดการขับขี่ใหม่ Slippery ที่ช่วยกระจายกำลังให้เป็นไปอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสมกับสภาพถนนที่เปียกชื้น ทำให้ Mercedes-AMG C 43 4MATIC เป็นยนตรกรรมที่พร้อมตอบสนองทุกสภาวะการขับขี่ ด้วยราคาจำหน่าย 4,310,000 บาท
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย: ก้าวสู่ยุคแห่งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในขณะเดียวกัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย กำลังมุ่งมั่นที่จะผลักดันประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภูมิภาคอาเซียน พร้อมทั้งเสนอแนะให้ภาครัฐมีมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น ล่าสุด ได้มีการเปิดตัว A-Class และ GLA ที่ผลิตในประเทศ (CKD) โดยมีราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่และผู้ที่ต้องการสัมผัสรถยนต์ระดับหรูเป็นครั้งแรก นายโรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงโครงการ “Charge to Change” ที่ส่งเสริมให้ผู้ใช้รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดหันมาใช้ระบบไฟฟ้ามากขึ้น และยืนยันว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมเดินหน้าลงทุนด้านรถยนต์ไฟฟ้า โดยได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ ที่ประเทศเยอรมนีแล้ว Mercedes-Benz EQC 400 4MATIC 2019 ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในรูปแบบ SUV ได้ถูกนำเข้ามาเสริมทัพ โดยบริษัทฯ ยังคงให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาครัฐในการผลักดันนโยบายรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นอนาคตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า: ข้อเสนอแนะจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อให้การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเป็นไปอย่างแพร่หลาย เมอร์เซเดส-เบนซ์ เสนอแนะให้ภาครัฐพิจารณาสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้งาน เช่น สิทธิพิเศษในการจอดรถ หรือการจัดทำเลนพิเศษ ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้ผลในต่างประเทศ และจะนำไปสู่การลงทุนด้านสถานีชาร์จที่เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ ความท้าทายและโอกาสในตลาดรถยนต์หรู ตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทยปีนี้ยังคงคาดการณ์ได้ยาก แต่การเปิดตัว A-Class และ GLA ที่ผลิตในประเทศ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,990,000 บาท และ 2,399,000 บาท ตามลำดับ คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ แม้ว่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 จะลดลง 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สอดคล้องกับภาพรวมของตลาดรถยนต์หรู ซึ่งคู่แข่งอย่าง BMW และ Audi ก็มียอดขายลดลงเช่นกัน แต่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงเชื่อมั่นในคุณภาพและนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ การเตรียมความพร้อมสู่ยุค New CLA EV เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศชัดเจนว่าจะเริ่มประกอบ CLA 250+ with EQ Technology ที่โรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ สำโรง จังหวัดสมุทรปราการ ในช่วงปลายปีนี้ โดยคาดว่าราคาจะอยู่ในช่วง 2.5-2.9 ล้านบาท รุ่นนี้จะมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง กำลังสูงสุด 272 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 335 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. พร้อมแบตเตอรี่ NMC ความจุ 85 kWh ที่วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 792 กม. (WLTP) และรองรับการชาร์จ DC สูงสุด 320 kW นายมาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้ศึกษาตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในประเทศไทยอย่างลึกซึ้ง เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมในราคาที่จับต้องได้ โดย The new CLA จะเป็นโมเดลสำคัญที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่มองหารถยนต์ไฟฟ้า 100% ในเซกเมนต์ที่เข้าถึงได้ การปรับฐานราคา EV และการเปิดตัวรุ่นใหม่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ทำการปรับฐานราคารถยนต์ EV ทุกรุ่นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น EQE 300 จาก 3.97 ล้านบาท เหลือ 2.89 ล้านบาท, EQE 350 4MATIC SUV จาก 4.85 ล้านบาท เหลือ 3.19 ล้านบาท และยังมีส่วนลดเพิ่มเติมอีกมากสำหรับรุ่น EQE และ EQS รวมอีก 4 รุ่น นอกจากนี้ รถยนต์ EV รุ่นล่าสุดที่เปิดตัวในงาน IAA Mobility 2025 ประเทศเยอรมนี อย่าง Mercedes-Benz GLC with EQ Technology เตรียมนำเข้ามาทำตลาดในปี 2569 เพื่อท้าชนกับ BMW iX3 Neue Klasse โดย GLC EV รุ่นนี้จะมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (หน้า-หลัง) กำลังรวม 489 แรงม้า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 800 โวลต์ ความจุ 94 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทาง 713 กม. ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง โปรโมชั่นสำหรับ Plug-in Hybrid และรุ่นพิเศษ สำหรับกลุ่มรถยนต์ Plug-in Hybrid รุ่น E-Class และ C-Class ยังคงมีโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแคมเปญ “Star of the Month” เดือนกันยายน ที่นำเสนอ Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic Night Edition พร้อมส่วนลดสูงสุด 4 แสนบาท รุ่นพิเศษนี้มาพร้อมชุดแต่ง Night Package รอบคัน, ล้ออัลลอย AMG 5-spoke 18 นิ้ว, หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ Digital ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมระบบ MBUX, สามารถวิ่งในโหมด EV ได้ระยะทาง 100 กม./ชาร์จ และรองรับการชาร์จทั้ง AC และ DC มีจำนวนจำกัด และต้องจองผ่าน Online Showroom การแข่งขันในตลาด EV: BMW ก็พร้อมแล้ว ไม่เพียงแต่เมอร์เซเดส-เบนซ์ โรงงาน BMW Manufacturing ประเทศไทย จังหวัดระยอง ก็เตรียมประกอบ EV รุ่นแรกอย่าง i5 ในช่วงปลายปีนี้เช่นกัน สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย BMW ได้มีการปรับลดราคารถยนต์ EV ลงเป็นหลักล้านบาท เช่น i5 eDrive 40 M Sport จาก 4.999 ล้านบาท เหลือ 3.499 ล้านบาท, iX xDrive 50 จาก 6.349 ล้านบาท เหลือ 3.999 ล้านบาท และ i7 จาก 8.149 ล้านบาท ลดลงเหลือ 5.699 ล้านบาท ปัจจุบัน BMW Group Manufacturing ประเทศไทย สามารถประกอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รวมทั้งหมด 19 รุ่น ตั้งแต่ Series 2 ถึง Series 7, กลุ่ม SUV X1 ถึง X7 รวมถึง MINI Countryman อนาคตของ Mercedes-Benz E-Class และยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา Mercedes-Benz E-Class W213 ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นมากกว่ายนตรกรรมหรู แต่คือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ความสง่างาม และนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง ประกอบกับการเดินหน้าอย่างเต็มที่ในยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมรถยนต์สะอาด การผสมผสานระหว่างความหรูหรา สมรรถนะที่ได้รับการยอมรับ และทิศทางที่ชัดเจนสู่โลกแห่งรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้เราเชื่อมั่นว่าอนาคตของ Mercedes-Benz E-Class และเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทย จะยังคงสร้างปรากฏการณ์และครองใจผู้บริโภคได้อย่างแน่นอน
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่ชื่นชอบความสมบูรณ์แบบและต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ อย่าพลาดที่จะเข้ามาเยี่ยมชมและทดลองขับ Mercedes-Benz E-Class และยนตรกรรมอื่นๆ จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่โชว์รูมใกล้บ้านท่าน หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เพื่อค้นหารถยนต์ที่ใช่ และก้าวเข้าสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่หรูหราและยั่งยืนไปพร้อมกับเรา
Previous Post

N1107003_ทำไมต องเป นค ณ ตอนจบ Phongdanai Champadorn_part2

Next Post

N1107006_ตาล งน นเป นท านประธาน เต มเร อง Phongdanai Champadorn_part2

Next Post

N1107006_ตาล งน นเป นท านประธาน เต มเร อง Phongdanai Champadorn_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2008209_ไอ บ ญท ง Ep 5 #ไอ บ ญท ง #ละครส น บ มบ ม สาวบ านนา_part2
  • N2008208_ไอ บ ญท ง Ep 6 #ไอ บ ญท ง #ละครส น บ มบ ม สาวบ านนา_part2
  • N2008210_ไอ บ ญท ง Ep 7 #เส ยธ นวาต วน อย #ละครส น บ มบ ม สาวบ านนา_part2
  • N2008212_ไอ บ ญท ง Ep 4 #ไอ บ ญท ง #ละครส น บ มบ ม สาวบ านนา_part2
  • N2008213_ไอ บ ญท ง Ep 2 #ไอ บ ญท ง บ มบ ม สาวบ านนา_part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • August 2026
  • July 2026
  • June 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.