
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย: ส่องประกายความสำเร็จ 19 รางวัล สะท้อนภาพลักษณ์ “ไอคอนแห่งแรงบันดาลใจ” สู่ตลาดรถยนต์หรู
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์หรูมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเติบโตและพัฒนาการของแบรนด์ชั้นนำมากมายในประเทศไทย และหนึ่งในแบรนด์ที่ยังคงยืนหยัดเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่อง คือ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ล่าสุดกับการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติถึง 19 รางวัล จากงาน AdPeople Awards & Symposium 2024 ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งด้านการสื่อสารการตลาดและสร้างสรรค์แคมเปญที่เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง การันตีด้วยรางวัลระดับ “Best” 1 รางวัล, “Gold” 4 รางวัล, “Silver” 5 รางวัล และ “Bronze” 9 รางวัล ในหลากหลายหมวดหมู่ สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถรอบด้านของแบรนด์ที่ไม่ได้มีดีแค่ผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงการสื่อสารที่ทรงพลัง
“The ‘BENZ’ EFFECT”: แคมเปญที่สร้างปรากฏการณ์ และ “CLIENT TEAM OF THE YEAR”
หัวใจหลักที่ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ กวาดรางวัลไปอย่างมากมาย คือแคมเปญ “The ‘BENZ’ EFFECT” ซึ่งได้รับรางวัลมากที่สุด โดยแคมเปญนี้เป็นผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันระหว่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย และ BBDO Bangkok เอเจนซี่โฆษณาชั้นนำที่เข้าใจแก่นแท้ของแบรนด์ การสร้างสรรค์แคมเปญนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้คน ผ่านแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง คือ การค้นหาและดึงเอาเรื่องราวของผู้คนที่มีชื่อว่า “เบนซ์” มาบอกเล่า
ภายใต้การกำกับของ “เบนซ์-ธนชาติ” ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณาจาก Salmon House การเดินทางเพื่อตามหา “เบนซ์” ทั่วประเทศ ทำให้เราได้เห็นเรื่องราวที่หลากหลายของผู้คนที่มีชื่อเดียวกันนี้ ตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น พบปะผู้ที่ชื่อ “เบนซ์” ในทุกเพศทุกวัย ทุกอาชีพ พร้อมรับฟังถึงที่มาของชื่อ แรงบันดาลใจจากผู้ปกครองที่ตั้งชื่อลูกหลานสะท้อนถึงความหวังและความปรารถนาในอนาคต ที่สำคัญคือการเชิญชวน “เบนซ์” ทุกคน พร้อมเพื่อนฝูง มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ ณ บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงาน Motor Show 2024 ถือเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่แปลกใหม่และน่าจดจำ
ยิ่งไปกว่านั้น ไฮไลท์พิเศษของแคมเปญนี้ คือการจับมือกับ “เบนซ์-ธนวัต” หรือ Bloody Hell Big Head ศิลปินนักวาดภาพประกอบชื่อดัง มารังสรรค์ผลงานภายใต้คอนเซ็ปต์ “Icon of Inspiration” ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงสถานะของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในฐานะแบรนด์ไอคอนิกที่อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย
การที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่เพียงแต่ได้รับรางวัลในหมวดการสื่อสาร แต่ยังได้รับรางวัลพิเศษ “CLIENT TEAM OF THE YEAR” ในหมวด People Awards เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเป็นมืออาชีพ การทำงานเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม และความเข้าใจในคุณค่าของบุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แคมเปญต่างๆ ประสบความสำเร็จอย่างที่เห็น
“FUTURE FOR ALL”: ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่ประสบการณ์ที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน
อีกหนึ่งแคมเปญที่ได้รับคำชื่นชมอย่างสูง คือ “FUTURE FOR ALL” ซึ่งคว้ารางวัล Silver 1 รางวัล และ Bronze 3 รางวัล โดยแคมเปญนี้เน้นย้ำถึงจุดยืนที่ชัดเจนของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในเรื่อง ความหลากหลาย (Diversity), ความเท่าเทียม (Equity), และการเคารพความแตกต่าง (Inclusion)
แคมเปญนี้เริ่มต้นจากการนำอินไซต์ที่สำคัญจากการสัมภาษณ์กลุ่มคนหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ใช้วีลแชร์ หรือแม้แต่พ่อแม่ที่มีลูกเล็กและรถเข็นเด็ก ซึ่งพบปัญหาในการเข้าถึงบูธจัดแสดงรถยนต์ เนื่องจาก “พื้นต่างระดับ” ทำให้ประสบการณ์ไม่ราบรื่นเท่าที่ควร เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ได้มองข้ามปัญหานี้ แต่กลับนำมาเป็นโจทย์สำคัญในการสร้างสรรค์บูธใหม่
ด้วยหลักการออกแบบ Universal Design เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ทุ่มเทออกแบบบูธที่ให้ความสำคัญกับผู้เข้าชมทุกคน โดยปรับพื้นที่ทั้งหมดให้เป็น พื้นราบ มีทางเดินที่ กว้างขวาง สะดวกสบาย และปลอดภัย เพื่อให้ผู้เข้าชมทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและเพลิดเพลินกับประสบการณ์ได้อย่างเต็มที่ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่การปรับปรุงทางกายภาพ แต่เป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจและความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับทุกคนอย่างแท้จริง
“MOM IS HIRING HER PERSONAL DRIVER”: สร้างสรรค์เทศกาลวันแม่ให้มีความหมายยิ่งกว่าเดิม
ในส่วนของแคมเปญ “MOM IS HIRING HER PERSONAL DRIVER” ที่ได้รับรางวัล Bronze 2 รางวัล ถือเป็นการสร้างสรรค์ที่น่าสนใจในช่วงเทศกาลวันแม่ โดยนำเสนอแนวคิดของการเปิดรับสมัครตำแหน่ง “คนขับรถส่วนตัว (ให้คุณแม่)” ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของแบรนด์
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “Momcation Test Drive” ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 ภายใต้ธีม “Let me be your Personal Driver” ซึ่งส่งเสริมให้ลูกๆ ที่มีใบขับขี่ สามารถพาคุณแม่ไปเที่ยวในสถานที่ที่ต้องการได้ โดยมีเมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นผู้ร่วมเดินทางตลอดทริป 5 วัน 4 คืน แคมเปญนี้ไม่เพียงแต่กระตุ้นยอดขาย แต่ยังเป็นการสร้างความผูกพันในครอบครัว และมอบประสบการณ์อันมีค่าระหว่างลูกและแม่ ผ่านการเดินทางที่สะดวกสบายและหรูหรา
Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium: นิยามใหม่แห่งสปอร์ตคูเป้ 4 ประตู ประกอบในประเทศไทย
นอกเหนือจากความสำเร็จด้านการสื่อสารการตลาด เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรูด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตสุดหรู Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium รุ่นประกอบในประเทศ ราคา 4,390,000 บาท ยนตรกรรมรุ่นนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและครอบคลุมทุกเซกเมนต์ของตลาด
มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเน้นย้ำว่า “การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่หลากหลายและครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการดำเนินงานที่ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประสบความสำเร็จ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าให้เป็นอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์หรูมาโดยตลอด”
Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium รุ่นประกอบในประเทศ มาพร้อมกับดีไซน์อันงดงามเหนือกาลเวลา ผสมผสานความสปอร์ตและความหรูหราได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยไฟหน้า MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ กระจังหน้า diamond grille แบบเส้นเดียวที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์คูเป้ ดีไซน์ภายนอกสะท้อนความกว้างขวางและทอดตัวลงสู่พื้น คล้ายคลึงกับ Mercedes-AMG GT นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับหลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ชุดแต่ง AMG รอบคัน ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต AMG ขนาด 19 นิ้ว และยางแบบ Run-flat tyres
ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราเรียบง่าย แต่เพิ่มความพิเศษด้วยไฟประดับที่ช่องลมแอร์ ดีไซน์คล้ายเครื่องยนต์เจ็ท พร้อมลูกเล่นในการเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิ แผงหน้าปัดดิจิทัล Digital widescreen cockpit ขนาด 12.3 นิ้วที่ปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 3 แบบ เบาะนั่งดีไซน์ 5 ที่นั่ง หุ้มหนัง Nappa พิเศษด้วยการวางตำแหน่งการเย็บเบาะที่นั่งตอนหลังให้เหมือนกับเบาะหน้า เพื่อเสริมอารมณ์สปอร์ต เบาะหลังพับได้แบบ 40/20/40 ระบบควบคุมผ่าน touchpad กาบบันไดเรืองแสง พร้อมสัญลักษณ์ Mercedes-Benz และไฟเรืองแสงรอบห้องโดยสาร Premium ambient lighting เลือกได้ถึง 64 สี
ด้านเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย จัดเต็มด้วยระบบปรับรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT ระบบ KEYLESS-GO พร้อม HAND-FREE ACCESS ระบบแสดงผลบนกระจกบังลมหน้า Head-up display ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2 โซน ระบบ PRE-SAFE® โปรแกรมควบคุมการทรงตัว ESP® ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR ระบบเบรก ABS, ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist ระบบไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ Active Brake Assist ระบบช่วยรักษาระยะห่าง Active Distance Assist DISTRONIC ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind Spot Assist ระบบรักษาความเร็ว Cruise Control ระบบจำกัดความเร็ว SPEEDTRONIC ระบบเตือนเมื่อล้า ATTENTION ASSIST ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยว Active Light System ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Parking Pilot พร้อม Active Parking Assist เซ็นเซอร์ PARKTRONIC ระบบนำทาง navigation system ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® Surround Sound System ฟังก์ชันเชื่อมต่อ Apple CarPlay™ & Android Auto และกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง
สำหรับขุมพลัง Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบ ที่ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-TRONIC และระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Steering-wheel Gearshift Paddles เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและนุ่มนวล
Mercedes-Benz GLE เจเนอเรชันที่ 4: พลิกโฉม SUV ระดับพรีเมียม
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการของ Mercedes-Benz GLE รถ SUV อเนกประสงค์รุ่นใหม่ เจเนอเรชันที่ 4 ซึ่งเตรียมทำตลาดในต้นปี 2568 การเปิดตัวครั้งนี้มีขึ้นหลังจากคู่แข่งสำคัญอย่าง BMW X5 ได้ปล่อยข้อมูลออกมาก่อนหน้านี้
GLE ใหม่ มาพร้อมนวัตกรรมล้ำสมัยหลายรายการ อาทิ ระบบช่วงล่างแบบ E-ACTIVE BODY CONTROL on a 48 volt basis ซึ่งเป็นระบบช่วงล่างแบบถุงลม Airmatic ที่สามารถควบคุมการทำงานของแต่ละล้อได้อย่างอิสระ ช่วยลดการโคลงของตัวถังและการทรงตัวที่ดีเยี่ยม รองรับเทคโนโลยี 48 โวลท์
นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยควบคุมการทรงตัวเมื่อมีการพ่วงท้าย Active Tailback Assist ที่ช่วยในการหยุดและออกตัวที่ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ระบบปิดการทำงานของระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ Active Brake Assist ที่ช่วยป้องกันการเบรกที่ไม่พึงประสงค์ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อใหม่ 4Matic พร้อมระบบ Torque on Demand (TonD) ที่สามารถกระจายแรงบิดได้ตั้งแต่ 0-100% ตามโหมดที่เลือก ทำให้ GLE มีสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่มั่นใจยิ่งขึ้น
GLE ใหม่ มีฐานล้อที่ยาวขึ้น 80 มม. ทำให้มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น เบาะนั่งแถวสองสามารถปรับได้ และมีออปชันเสริมเบาะนั่งแถวที่สาม
ดีไซน์ภายนอกของ GLE ใหม่ เน้นความโค้งมนตามหลักอากาศพลศาสตร์ ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ (Cd) เพียง 0.29 ซึ่งถือว่าดีที่สุดในคลาส กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ใช้วัสดุโครเมียม ไฟหน้า MULTIBEAM LED ให้ความสว่างไกลกว่า 650 เมตร ล้อมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 18-22 นิ้ว
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ยังคงความหรูหราและเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมระบบ Mercedes-Benz User Experience (MBUX) ซึ่งรวมถึงระบบสั่งการด้วยเสียงเวอร์ชันใหม่ที่เข้าใจคำสั่งที่ซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น และรองรับได้ถึง 3 ภาษา (จีน, อังกฤษ, เยอรมัน) พร้อมจอแสดงผลบนกระจกหน้า Head Up Display ความคมชัดสูง
สำหรับขุมพลัง GLE ใหม่ เปิดตัวด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ (รองรับเทคโนโลยี 48 โวลท์) กำลังสูงสุด 367 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-tronic โดยเครื่องยนต์ดีเซลและปลั๊กอินไฮบริดจะตามออกมาในภายหลัง
การคว้ารางวัลมากมายและการเปิดตัวยนตรกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำที่ไม่ได้หยุดนิ่ง และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคชาวไทยในทุกมิติ
หากคุณกำลังมองหาสมรรถนะ ความหรูหรา และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ หรือสนใจแคมเปญที่สร้างสรรค์และเข้าถึงใจผู้คน เราขอเชิญชวนให้คุณเข้ามาสัมผัสกับโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่จะตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณได้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อค้นพบรุ่นรถที่ใช่และโปรโมชั่นพิเศษล่าสุด