
Mercedes-Benz S-Class Coupé และ S-Class Cabriolet: สัมผัสที่สุดแห่งยนตรกรรมสปอร์ตหรูเหนือระดับ สานต่อตำนานแห่งความสมบูรณ์แบบ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์หรูมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของยนตรกรรมระดับโลกมาอย่างไม่ขาดสาย และครั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ประกาศศักดาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Mercedes-Benz S-Class Coupé และ Mercedes-Benz S-Class Cabriolet สองสุดยอดรถสปอร์ตคูเป้และเปิดประทุน ที่สะท้อนถึงแก่นแท้ของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านสมรรถนะที่เหนือชั้น การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ และเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัยที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือความคาดหมาย
การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการมอบ “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Dream Car ซึ่งเป็นที่หมายปองของผู้ที่แสวงหาความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยี
S-Class: สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและวิวัฒนาการอันไม่หยุดยั้ง
คุณไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส–เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวไว้ว่า ตระกูล S-Class คือหนึ่งในรุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของแบรนด์ ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2515 ตระกูล S-Class ได้สร้างยอดขายทั่วโลกมากกว่า 4,000,000 คัน สถิตินี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของการทุ่มเทในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการออกแบบที่เหนือกว่าคู่แข่งเสมอมา
การนำเสนอ Mercedes-Benz S-Class Coupé และ Mercedes-Benz S-Class Cabriolet ในครั้งนี้ เป็นการสานต่อเจตนารมณ์ดังกล่าว พร้อมสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ในด้านความหลงใหล (Fascination) และความสมบูรณ์แบบ (Perfection) อย่างแท้จริง ยนตรกรรมทั้งสองรุ่นนี้ได้ยกระดับมาตรฐานของรถยนต์ในกลุ่มลักชัวรี่คูเป้และลักชัวรี่คาบริโอเลต์ไปอีกขั้น ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบความหรูหรา โฉบเฉี่ยว ทรงพลัง และสะท้อนถึงคำว่า ‘หรูหราร่วมสมัย’ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้อย่างไร้ที่ติ
ภาพรวมตลาดพรีเมียมและการเติบโตที่น่าจับตามอง
คุณฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด ได้ให้ภาพรวมที่น่าสนใจของตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2023 เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงครองตำแหน่งผู้นำด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 1,356,350 คัน เพิ่มขึ้น 2.3% ขณะที่ในประเทศไทย ก็มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 9% ด้วยยอดขายกว่า 8,600 คัน
การเติบโตนี้ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car, SUV, Mercedes-AMG และ EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz โดยเฉพาะแบรนด์ Mercedes-AMG ที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น ด้วยยอดขายเติบโตกว่า 250% ซึ่งเป็นผลมาจากการรุกตลาดรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการและการเปิดตัวรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีที่ผลิตในประเทศ
นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในรถยนต์กลุ่ม EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งที่ 6 ของโลกในประเทศไทย ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในกลุ่มนี้เติบโตราว 40%
Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium และ S 560 Cabriolet AMG Premium: นิยามใหม่ของ Dream Car
ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเดินหน้าเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอด้วยการเปิดตัว Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium และ Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium สองยนตรกรรมสปอร์ต 2 ประตู ที่เปี่ยมไปด้วยดีไซน์ภายนอกอันโดดเด่น การตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุคุณภาพสูงสุด และงานวิศวกรรมอันล้ำสมัย
รถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้เป็นการนิยามคำว่า Dream Car ในแบบฉบับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ผสานสุดยอดดีไซน์ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีเข้ากับนวัตกรรมอันล้ำสมัยได้อย่างลงตัว ถ่ายทอด DNA เดียวกับ S-Class รุ่นซาลูน แต่เพิ่มเติมความสปอร์ตและความคล่องตัวตามแบบฉบับรถยนต์สไตล์สปอร์ต
จุดเด่นสำคัญที่พบในรถยนต์สองรุ่นนี้ ได้แก่:
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่รุ่นใหม่: มอบความปลอดภัยและความสะดวกสบายสูงสุดในการเดินทาง
หน้าจอกว้างแบบ Widescreen Cockpit: โชว์ข้อมูลและระบบอินโฟเทนเมนต์ได้อย่างเต็มตา
พวงมาลัยรุ่นใหม่: ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อการควบคุมที่ง่ายและสบายยิ่งขึ้น
ระบบ ENERGIZING Comfort Control: ปรับสภาพแวดล้อมภายในห้องโดยสารให้ผ่อนคลายและสบายที่สุด
ระบบอินโฟเทนเมนต์รุ่นล่าสุด: มอบประสบการณ์ความบันเทิงและการเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัด
ไฟท้ายดีไซน์ใหม่พร้อมเทคโนโลยี OLED: เปล่งประกายความงามและโดดเด่นในทุกมุมมอง
ราคาเปิดตัว:
Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium: 15.99 ล้านบาท
Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium: 16.72 ล้านบาท
ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ
การก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า: ปลั๊กอินไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า 100%
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ไม่ได้มองข้ามความสำคัญของรถยนต์พลังงานทางเลือก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนไปสู่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% โดยรถปลั๊กอินไฮบริดเจเนเรชันใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ทำตลาดในประเทศไทย สามารถมอบระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าได้มากกว่า 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
The new GLC: ยกระดับ SUV ปลั๊กอินไฮบริด
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2023 เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้สร้างความตื่นเต้นด้วยการเปิดตัว The new GLC เจเนอเรชันที่ 3 โดยเริ่มต้นประเดิมด้วยรุ่น GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic รถ SUV ระดับลักชัวรี่ที่มาพร้อมขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด
รถยนต์รุ่นนี้ผลิตในประเทศ (Local Production) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “READY FOR IT” เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล ด้วยประสิทธิภาพของขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดที่พัฒนาให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) พร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยมากมายที่เสริมความปลอดภัยและสมรรถนะการขับขี่ทั้งในรูปแบบ On-Road และ Off-Road
ความสำเร็จทั่วโลกและการเติบโตที่น่าสนใจ:
ยอดขายทั่วโลก: ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2023 เมอร์เซเดส-เบนซ์ทำยอดขายรวม 1,019,200 คันทั่วโลก เติบโต 5% โดยกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามียอดขายสูงถึง 102,600 คัน เติบโตกว่า 121%
ยอดขายในประเทศไทย: เติบโตกว่า 6% ด้วยยอดจดทะเบียนครึ่งปีแรกกว่า 7,700 คัน
ความมุ่งมั่นสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า 100%
ปี 2023 ถือเป็นก้าวสำคัญของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการเดินหน้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยการเติมเต็ม EV Portfolio ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ต่อจากรุ่น EQS และ EQB เมอร์เซเดส-เบนซ์มีแผนเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% พร้อมกันถึง 2 รุ่น ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ปัจจุบัน เครือข่ายผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วประเทศกว่า 30 สาขา พร้อมจำหน่ายและให้บริการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ยกระดับความสะดวกสบายให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของและเข้ารับบริการแบบครบวงจรได้ในทุกพื้นที่
Mercedes-Benz CLA Shooting Brake: นิยามใหม่ของรถยนต์ Estate ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า
เมื่อเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัว Mercedes-Benz CLA Shooting Brake ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่ต้องการรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย
รถยนต์ ‘Estate’ ไฟฟ้าคันแรกของค่าย: แม้จะมีรูปทรง Shooting Brake ที่แตกต่างจาก Estate แบบดั้งเดิม แต่ก็ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ที่น่าจับตามอง
ขุมพลังไฟฟ้าและสมรรถนะ:
แบตเตอรี่ 85kWh: ใช้ร่วมกันทั้งสองรุ่นย่อย
CLA 250+: มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง กำลัง 268 แรงม้า แรงบิด 335 นิวตันเมตร ระยะทางวิ่งสูงสุด 761 กม./ชาร์จ
CLA 350+ 4MATIC: มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลัง 349 แรงม้า แรงบิด 515 นิวตันเมตร ระยะทางวิ่งสูงสุด 730 กม./ชาร์จ
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: รุ่น 250+ ใช้เวลา 6.8 วินาที, รุ่น 350+ ใช้เวลา 5 วินาที
ความเร็วสูงสุด: จำกัดที่ 209 กม./ชม.
เทคโนโลยีการชาร์จและระบบส่งกำลัง:
สถาปัตยกรรมแรงดันแบตเตอรี่ 800V: รองรับการชาร์จไว (DC) สูงสุด 320kW ชาร์จเพียง 10 นาที วิ่งได้ไกล 305 กิโลเมตร
ระบบเกียร์ 2 สปีดใหม่: เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ทั้งในย่านอัตราเร่งและความเร็วสูง
ดีไซน์ภายนอกและมิติตัวถัง:
ดีไซน์คล้ายรุ่นซีดาน: แต่มีแนวหลังคาที่ยาวขึ้นลาดเอียงนุ่มนวล และหลังคากระจกพาโนรามิกลากยาว
มิติตัวถังที่ใหญ่ขึ้น: ส่งผลให้มีพื้นที่ภายในสำหรับผู้โดยสารและสัมภาระมากขึ้น
ความจุสัมภาระ: 455 ลิตร (ไม่พับเบาะหลัง) เพิ่มเป็น 1,290 ลิตร (พับเบาะหลัง)
พื้นที่เก็บของใต้ฝากระโปรงหน้า (Frunk): เพิ่มอีก 101 ลิตร
ราวหลังคา: รองรับน้ำหนักได้ถึง 75 กิโลกรัม
ความหรูหราและเทคโนโลยีภายในห้องโดยสาร:
หลังคาพาโนรามิกลายดาวเรืองแสง: พร้อมกระจกนิรภัยลามิเนตป้องกันรังสีจากแดด
เบาะหนัง: มีให้เลือกทั้งสีเบจ ดำ หรือน้ำตาล
วัสดุตกแต่ง: แอนทราไซต์, อะลูมิเนียมขัดเงา, คาร์บอนไฟเบอร์ หรือลายไม้
หน้าจอ MBUX Superscreen: จอคนขับ 10.25 นิ้ว, จอกลาง 14 นิ้ว (มีออปชันหน้าจอผู้โดยสารตอนหน้า 14 นิ้ว)
ระบบปฏิบัติการรุ่นที่ 4: เชื่อมต่อคลาวด์ รองรับอัปเดต OTA และ Virtual Assistant ที่เข้าใจ “อารมณ์” ผู้ใช้
รุ่นย่อยอื่น ๆ ในอนาคต:
นอกจากรุ่นไฟฟ้า 2 รุ่นนี้ คาดว่าจะมีรุ่นย่อยอื่น ๆ รวมถึงรุ่นไฮบริดที่มาพร้อมแบตเตอรี่ 48V และเกียร์ DCT 8 สปีด สามารถวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ด้วยความเร็วสูงสุด 100 กม./ชม.
สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับยนตรกรรมแห่งอนาคต
เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภค ตั้งแต่สปอร์ตคูเป้สุดหรู ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่ก้าวล้ำแห่งอนาคต หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่สะท้อนตัวตน ความสำเร็จ และความก้าวหน้าในชีวิต เมอร์เซเดส-เบนซ์ คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม
โปรดติดต่อผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการใกล้บ้านท่าน เพื่อสัมผัสประสบการณ์การทดลองขับ และรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของเรา ที่จะช่วยให้คุณค้นพบยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ