
BMW Group ประเทศไทย: นำเสนอสุดยอดนวัตกรรมยนตรกรรม สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 45
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยมาโดยตลอด และหนึ่งในแบรนด์ที่พิสูจน์ตัวเองอย่างสม่ำเสมอด้วยการนำเสนอนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและประสบการณ์การขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ คือ BMW Group ประเทศไทย การเข้าร่วมงาน Bangkok International Motor Show คือเวทีสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างแท้จริง
สำหรับงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 45 นี้ BMW Group ประเทศไทย ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมใหม่ถึง 8 รุ่นภายใต้สองแบรนด์หลัก ได้แก่ BMW และ MINI ซึ่งเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ “The Mobility of Joyful Experiences: ประสบการณ์แห่งความสนุกของทุกการเดินทาง” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การจัดแสดงในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งมอบทางเลือกที่หลากหลายและครบครันในด้านนวัตกรรมยานยนต์ เพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ในยุคปัจจุบัน
BMW: พลิกโฉมประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต
หัวใจสำคัญของการจัดแสดงในปีนี้คือ BMW i5 eDrive40 M Sport (Inspiring) ซึ่งเป็นยนตรกรรมไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมกับดีไซน์อันโดดเด่นสะดุดตา ทั้งภายนอกและภายใน ผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ BMW ขึ้นชื่อ การมาถึงของ i5 สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของ BMW ในการผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่เพียงแต่สมรรถนะที่น่าประทับใจ แต่ยังรวมถึงความเงียบสงบในห้องโดยสาร ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ BMW ยังได้นำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ครอบคลุมทุกระบบขับเคลื่อน เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด:
BMW iX2 xDrive30 M Sport: นับเป็นรถยนต์อเนกประสงค์แบบคูเป้ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนรุ่นแรกของ BMW ที่มอบทั้งความสปอร์ต ความหรูหรา และสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในคันเดียว การออกแบบที่เฉียบคมและฟังก์ชันที่หลากหลาย ทำให้ iX2 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่แตกต่าง
BMW 520d M Sport Pro: ยนตรกรรมซีดานหรูที่มาพร้อมขุมพลังดีเซล ผสานกับชุดแต่ง M Sport Pro ที่มอบความสปอร์ตดุดันยิ่งขึ้น การมาถึงของ 520d M Sport Pro ตอกย้ำว่า BMW ยังคงให้ความสำคัญกับเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีประสิทธิภาพสูง ควบคู่ไปกับการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า
BMW 530e M Sport Pro: สำหรับผู้ที่ต้องการที่สุดของเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ต้องไม่พลาดรุ่นนี้ ด้วยการผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ 530e M Sport Pro มอบทั้งสมรรถนะที่ทรงพลัง ประหยัดน้ำมัน และยังสามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนในระยะทางที่ไกลพอสมควร ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
MINI: เสน่ห์เหนือกาลเวลา พร้อมเอกลักษณ์ที่ชัดเจน
ในส่วนของแบรนด์ MINI ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสนุกในการขับขี่และดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ BMW Group ประเทศไทย ก็ได้นำเสนอยนตรกรรม MINI ใหม่ที่สะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ได้อย่างเต็มเปี่ยม:
MINI Cooper S Convertible Classic: การเปิดตัวรุ่น Convertible Classic ที่มาพร้อมกับราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น เป็นการเชื้อเชิญให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดประทุนอันเป็นเอกลักษณ์ของ MINI ได้ง่ายกว่าที่เคย
MINI Cooper S Hatch 3 ประตู Classic: รถ Hatchback 3 ประตูรุ่น Classic นี้ ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ที่คุ้นเคยและให้ความรู้สึกสนุกสนานทุกครั้งที่ขับขี่ เปรียบเสมือนการย้อนกลับไปสู่ภาพยนตร์เรื่อง ‘The Italian Job’ ที่ทำให้ MINI กลายเป็นไอคอนแห่งการขับขี่
MINI Cooper S Clubman รุ่น Multitone: รุ่นนี้โดดเด่นด้วยการออกแบบหลังคา Multitone Roof ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมสีน้ำเงิน Soul Blue ที่สะท้อนถึงบุคลิกที่แตกต่างและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาของเจ้าของ
MINI Cooper S Countryman Highlands Edition: แรงบันดาลใจจากความงดงามของภูมิประเทศสกอตแลนด์ ถูกถ่ายทอดมาสู่รุ่นพิเศษนี้ ทำให้ MINI Countryman Highlands Edition มีความโดดเด่นและสง่างาม พร้อมลุยทุกการผจญภัย
บทบาทของผู้นำตลาดพรีเมียม: ความมุ่งมั่นและการตอบสนองลูกค้า
มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้เน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจที่ BMW Group สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำในเซกเมนต์ยานยนต์พรีเมียมของประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องถึง 4 ปี และที่สำคัญคือ การได้รับคะแนนความพึงพอใจของผู้บริโภค (Net Promoter Score – NPS) ที่สูงเป็นประวัติการณ์ ทั้งในด้านการขายและการบริการหลังการขาย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าลูกค้าชาวไทยให้ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์และการบริการของ BMW Group
“ในปีนี้ เราจะยังคงให้ความสำคัญกับการตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าเช่นเดิม โดยบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้นำยนตรกรรมใหม่ถึง 8 รุ่น สู่งานมอเตอร์โชว์ 2024 ที่บูธ A1 จากทั้งแบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู มินิ รวมถึงโปรโมชันพิเศษเฉพาะในงาน บริการและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความต้องการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จะยังคงมุ่งสู่ความเป็นเลิศไปพร้อม ๆ กับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการและพาร์ทเนอร์ของเราทุกคน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในประเทศไทยของเรา”
ข้อเสนอสุดพิเศษที่พลาดไม่ได้ในงาน Motor Show 2024
นอกเหนือจากการเปิดตัวยนตรกรรมใหม่แล้ว BMW Group ประเทศไทย ยังได้เตรียมข้อเสนอสุดพิเศษที่น่าสนใจมากมายสำหรับผู้ที่มาเยี่ยมชมบูธในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 45:
โซนชุดแต่ง M Performance: พบกับ BMW 320d M Sport M Performance Edition ที่มาพร้อมชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์เต็มรูปแบบ รวมถึงเบรค M Performance และ BMW X1 ที่ติดตั้งอุปกรณ์เสริมสำหรับไลฟ์สไตล์ผจญภัย พร้อมรับส่วนลดพิเศษสำหรับอุปกรณ์ตกแต่ง M Performance ทุกชิ้น
แพ็กเกจบำรุงรักษารถยนต์ (Service Inclusive): สำหรับเจ้าของรถ BMW และ MINI ที่หมดระยะการรับประกัน โปรแกรม Service Inclusive ครอบคลุมการดูแลนาน 3 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร ในราคาเริ่มต้นที่ 34,000 บาท โดยในปี 2567 นี้ ยังมีการเพิ่ม BMW X7 และ BMW Z4 เข้ามาในรายการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยได้อย่างครอบคลุม
บริการ BMW Proactive Care: ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยบริการที่ครอบคลุม เช่น การวิเคราะห์ทางไกล, สายตรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ, บริการวิดีโอวิเคราะห์งานซ่อม และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance
ข้อเสนอพิเศษทางการเงิน: สำหรับผู้ที่ทำสัญญาทางการเงินกับ BMW Financial Services Thailand พบกับข้อเสนอที่น่าสนใจ อาทิ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 16,999 บาทต่อเดือนสำหรับ BMW Series 2, อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.4% สำหรับ BMW iX, อัปเกรด BSI นาน 10 ปี สำหรับ BMW Series 4 และฟรี BMW Wallbox สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น รวมถึงชุดอุปกรณ์ตกแต่ง M Performance สำหรับ BMW 520d M Sport ในราคาพิเศษ
ข้อเสนอสำหรับ MINI: ผู้สั่งจอง MINI ในงานจะได้รับของที่ระลึกพิเศษ พร้อมข้อเสนอแพ็กเกจบำรุงรักษา MINI Service Inclusive (MSI) นานถึง 10 ปี สำหรับ MINI Countryman และข้อเสนอ MINI Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง)
เจาะลึก BMW 5 Series G60: สปอร์ตซีดานยุคใหม่ ที่พร้อมปฏิวัติวงการ
แม้ว่าการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ All New BMW 5 Series เจเนอเรชั่นใหม่ รหัส G60 จะยังคงอยู่ในช่วงสุดท้ายของการทดสอบและพัฒนา แต่ภาพร่างและข่าวคราวที่หลุดออกมาก็สร้างความตื่นเต้นให้กับสาวก BMW ทั่วโลก และประเทศไทยเองก็ไม่พลาดโอกาสนี้
ดีไซน์ภายนอก: ผสมผสานความคุ้นเคยและความล้ำสมัย
จากภาพเรนเดอร์ที่ปรากฏให้เห็น เราสามารถสังเกตได้ว่า BMW 5 Series G60 ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของเจเนอเรชั่นที่ 7 (G30) ในหลายส่วน โดยเฉพาะกระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่ และดีไซน์กันชนหน้าที่ยังคงความสปอร์ต แต่ได้รับการปรับปรุงให้ดูเฉียบคมยิ่งขึ้น ไฟหน้า LED แบบ Adaptive ยังคงเป็นมาตรฐาน แต่คาดว่าจะมีการออกแบบให้บางและโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม สิ่งที่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนคือไฟท้าย LED ดวงใหม่ ที่มีดีไซน์ที่ทันสมัยและสปอร์ตกว่าเดิม นอกจากนี้ การกลับมาใช้มือเปิดประตูแบบดั้งเดิม (ยกก้าน) แทนแบบกด (ดึงก้าน) ก็เป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจ
ขนาดตัวถังของ G60 คาดว่าจะมีการขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย เพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในให้กว้างขวางและสะดวกสบายยิ่งขึ้น เสริมด้วยล้ออัลลอยลายใหม่ ที่มีขนาดตั้งแต่ 18 นิ้ว ไปจนถึง 19 นิ้ว ซึ่งจะช่วยเสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ตและความหรูหราให้กับตัวรถ
ดีไซน์ภายใน: ความทันสมัยและเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย
แม้รายละเอียดภายในห้องโดยสารของ G60 จะยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่า BMW จะนำเอาระบบและออปชันที่ดีที่สุดจาก G30 มาปรับใช้และพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น สิ่งที่น่าจับตาคือการนำเสนอ BMW Curved Display ที่เป็นหน้าจอแสดงผลแบบชิ้นเดียวขนาดใหญ่ ซึ่งจะกลายเป็นศูนย์กลางของข้อมูลและความบันเทิงภายในรถ พร้อมด้วยระบบสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ BMW Natural Interaction ที่จะช่วยให้การควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ง่ายดายและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
ขุมพลัง: หลากหลายทางเลือก พร้อมการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
สำหรับเจเนอเรชั่นใหม่นี้ BMW 5 Series G60 จะมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน:
เครื่องยนต์สันดาปภายใน: จะมีทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล แบบ 4 สูบ และ 6 สูบแถวเรียง ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และปล่อยมลพิษน้อยลง
ระบบ Plug-in Hybrid: จะยังคงมีรุ่น Plug-in Hybrid ให้เลือก โดยคาดว่าจะได้รับการพัฒนาให้มีระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าที่ไกลขึ้น และมีสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้น
BMW i5 (รุ่นไฟฟ้าล้วน): การมาถึงของ i5 ในหลากหลายรุ่น จะเป็นการตอกย้ำการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าของ BMW โดยคาดว่าจะมีรุ่นย่อยที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 70 kWh และ 100 kWh ซึ่งสามารถวิ่งได้ระยะทางมากกว่า 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
การเปิดตัว All New BMW 5 Series G60 คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปี 2023 หรือ 2024 ซึ่งหมายความว่าเรายังมีโอกาสได้สัมผัส BMW 5 Series G30 อีกสักระยะหนึ่งก่อนที่เจนเนอเรชั่นใหม่จะเข้ามาแทนที่อย่างเต็มตัว
BMW 1 Series 2025 (G70): ก้าวใหม่ของรถยนต์ซีรีส์เล็กสุด
BMW 1 Series 2025 (รหัสตัวถัง G70) ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในฐานะรถยนต์ซีรีส์เล็กสุดของ BMW โดยยังคงรูปแบบตัวถังแบบแฮทช์แบ็ก แต่ได้รับการปรับปรุงดีไซน์ให้มีความสปอร์ตและทันสมัยมากยิ่งขึ้น
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ: การยกเลิกตัวอักษร ‘i’ สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่น่าสังเกตมากที่สุดคือการที่ BMW ได้ยกเลิกการใช้ตัวอักษร ‘i’ (ซึ่งย่อมาจาก Injection หรือระบบหัวฉีด) ต่อท้ายชื่อรุ่นเครื่องยนต์เบนซินใน BMW 1 Series 2025 นี้ ตัวอย่างเช่น M135i จะถูกเปลี่ยนเป็น M135 และ 120i จะเหลือเพียง 120 เหตุผลเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้คือ BMW ต้องการสงวนตัวอักษร ‘i’ ไว้สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าล้วนเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของแบรนด์ในการผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง
ดีไซน์ภายนอก: สปอร์ต ทันสมัย และดูโฉบเฉี่ยว
BMW 1 Series 2025 มาพร้อมกับการออกแบบด้านหน้าที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะกระจังหน้า Kidney Grille ที่ถูกวางให้ต่ำลง พร้อมแพตเทิร์นแนวตั้งที่ตัดกับเส้นทแยง ชุดไฟหน้าแคบลงและดูเฉียบคมยิ่งขึ้น การตกแต่งมีให้เลือกทั้งแบบพื้นฐาน (Base) และ M Sport ที่เน้นความสปอร์ตมากกว่า สำหรับชุดไฟท้ายได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความโมเดิร์น แบ่งการเดินเส้นไฟเป็น 4 ส่วน และมีการเพิ่มลูกเล่นร่องหยักเข้าไป เพื่อให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น
ดีไซน์ภายใน: ความทันสมัยที่ผสานกับความคลาสสิก
ภายในห้องโดยสารของ BMW 1 Series 2025 ยังคงไว้ซึ่งสไตล์การจัดวางแบบคลาสสิกที่เป็นเอกลักษณ์ของ BMW แต่ได้รับการปรับปรุงให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้นด้วยการนำเสนอ BMW Curved Display ซึ่งเป็นจอแสดงผลแบบชิ้นเดียวขนาดใหญ่ ลดความซับซ้อนของช่องแอร์ให้กลมกลืนไปกับแผงคอนโซล คอนโซลกลางเปลี่ยนจากการใช้คันเกียร์แบบดั้งเดิม มาเป็นสวิตช์เกียร์ขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย เบาะนั่งจะใช้วัสดุสังเคราะห์ที่ทดแทนการใช้หนังแท้ เพื่อเพิ่มความยั่งยืน
สำหรับรุ่นท็อป M135 xDrive จะได้รับพวงมาลัยแบบสปอร์ตเย็บด้ายสี M Colours และแถบเส้นสีแดงกลางด้านบน ส่วนเบาะแบบสปอร์ตจะอยู่ในรายการออปชัน
เครื่องยนต์และสมรรถนะ: หลากหลายทางเลือก ตอบสนองทุกการใช้งาน
BMW 1 Series 2025 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลาย ทั้งเบนซินและดีเซล รวม 4 รุ่น:
BMW 120: ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ไมลด์ไฮบริด กำลัง 170 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า
BMW M135 xDrive: รุ่นสมรรถนะสูง ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ไมลด์ไฮบริด กำลัง 300 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ
BMW 118d: ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ กำลัง 150 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า
BMW 120d: ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ไมลด์ไฮบริด กำลัง 163 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า
เทคโนโลยีและความปลอดภัย: มาตรฐานสูง เพิ่มความมั่นใจ
BMW 1 Series 2025 มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบเตือนออกนอกช่องทาง, ระบบอ่านป้ายจราจร และระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ ส่วนระบบอื่นๆ เช่น ระบบช่วยรักษาช่องทางจราจร, ระบบจำกัดความเร็วตามป้ายสัญญาณจราจรที่ทำงานคู่กับระบบรักษาความเร็วแปรผัน และระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Parking Assistant Professional จะเป็นรายการออปชันสำหรับรุ่น 120
อนาคตของ BMW 1 Series ในประเทศไทย
เป็นที่ทราบกันดีว่า BMW ประเทศไทย ได้ยุติการทำตลาด BMW 1 Series ในไทยไปแล้ว และได้นำ BMW 2 Series เข้ามาทำตลาดแทนในกลุ่ม Premium Compact Sedan สำหรับกลุ่ม Entry Level ดังนั้น โอกาสที่ BMW 1 Series 2025 จะเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จึงมีความเป็นไปได้น้อยมาก
สรุป:
การเข้าร่วมงาน Bangkok International Motor Show ของ BMW Group ประเทศไทย ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าสนใจมากมายสำหรับผู้บริโภคชาวไทย ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหายานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย, รถยนต์สมรรถนะสูง, หรือรถยนต์ที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ BMW และ MINI มีทุกสิ่งที่คุณต้องการ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าและน่าประทับใจ
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในเทคโนโลยี ความหรูหรา และประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ อย่าพลาดโอกาสเยี่ยมชมบูธ BMW และ MINI ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 45 ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2567 นี้ สัมผัสยนตรกรรมแห่งอนาคต และรับข้อเสนอสุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการขับขี่อันสมบูรณ์แบบ.