
BMW Group Thailand: ครองความเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์พรีเมียมไทย ยกระดับประสบการณ์ขับขี่สู่ยุคใหม่แห่งความยั่งยืน
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ การได้เห็น BMW Group Thailand ครองตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมของประเทศไทยติดต่อกันเป็นปีที่สี่ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมและการปรับตัวให้เข้ากับพลวัตของตลาดได้อย่างยอดเยี่ยม สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคช่วย แต่มาจากการผสมผสานกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง การนำเสนอนวัตกรรมที่ล้ำสมัย และการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหัวใจหลัก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเปี่ยมด้วยประสบการณ์การขับขี่อันน่าประทับใจ
ความสำเร็จที่ก้าวกระโดด: ภาพรวม BMW Group Thailand ในปี 2566
ปี 2566 เป็นอีกหนึ่งปีทองของ BMW Group Thailand โดยสามารถทำยอดจดทะเบียนรวมได้อย่างน่าประทับใจภายใต้แบรนด์ BMW, MINI และ BMW Motorrad ความสำเร็จนี้มีรากฐานมาจากการผลักดันอย่างไม่หยุดยั้งในผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งมียอดการเติบโตสูงถึง 348% แสดงให้เห็นถึงการยอมรับที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อเทคโนโลยีพลังงานสะอาด นอกจากนี้ กลุ่มยานยนต์ Luxury Class ยังคงสร้างผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยอัตราการเติบโตที่ 46% ยืนยันถึงสถานะของ BMW ในฐานะผู้กำหนดทิศทางของความหรูหราและสมรรถนะระดับสูงสุด
มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ BMW Group Thailand ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำเร็จนี้ว่า “BMW Group Thailand ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชั้นแนวหน้า การส่งมอบบริการระดับคุณภาพ และแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางของเรา ตลอดปี 2566 ได้ส่งผลให้ลูกค้าชาวไทยมอบความไว้วางใจให้กับเรา เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ครองตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมของประเทศไทยเป็นปีที่สี่ติดต่อกัน” ท่านยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า โดยกล่าวเสริมว่า “เราให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ถึง 6 รุ่นที่เราได้นำมาเปิดตัวสู่ลูกค้าชาวไทย”
ทัพยนตรกรรมใหม่ 10 รุ่น: ตอบสนองทุกความต้องการในปี 2567
เพื่อรักษาโมเมนตัมแห่งความสำเร็จ BMW Group Thailand ได้ประกาศแผนการเปิดตัวยนตรกรรมใหม่ถึง 10 รุ่นในปี 2567 ครอบคลุมทุกแบรนด์ในเครือ ตั้งแต่ BMW, MINI ไปจนถึง BMW Motorrad การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในตลาดและความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค โดยมีรุ่นที่น่าจับตามอง เช่น BMW iX2 xDrive30 M Sport, BMW 520d M Sport Pro, BMW 530e M Sport Pro, MINI Cooper S Hatch 3 ประตู Classic Edition, MINI Cooper S Clubman รุ่น Multitone, MINI Cooper S Countryman Highlands Edition รวมถึงมอเตอร์ไซค์ BMW R 1300 GS, BMW CE 02, BMW S 1000 RR และ BMW K 1600 B การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญในการตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ในทุกเซกเมนต์
BMW Series 5: นิยามใหม่ของยนตรกรรมซีดานหรู
ในกลุ่มรถยนต์ซีดานระดับพรีเมียม BMW Series 5 ยังคงเป็นดาวเด่นที่ครองใจผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่น BMW 520d M Sport Pro และ BMW 530e M Sport Pro ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
BMW 520d M Sport Pro มาพร้อมกับการออกแบบที่ผสมผสานความสง่างามและความสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ชุดแต่ง M Aerodynamics Package, ระบบไฟหน้า BMW Individual High-gloss Shadow Line และ M Lights Shadow Line สร้างความโดดเด่นตั้งแต่แรกเห็น กระจังหน้าไตคู่แบบ ‘Iconic Glow’ ที่มีแสงส่องสว่างอันเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยหลังคากระจก Panorama มอบความโปร่งโล่งภายในห้องโดยสาร การตกแต่งภายในด้วยสี Dark Silver M, วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ และล้ออัลลอย M Aerodynamic ขนาด 20 นิ้ว สีเทาดำ พร้อมคาลิปเปอร์เบรก M Sport สี Dark Blue Metallic ยิ่งเพิ่มความดุดันและสปอร์ตให้กับตัวรถ
ด้านเทคโนโลยี ไฟหน้า LED แบบ Adaptive โคมใหม่ที่มาพร้อมระบบ Matrix High Beam ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ตอนกลางคืนได้อย่างยอดเยี่ยม การออกแบบชุดกันชนหน้าให้ความรู้สึกสปอร์ตยิ่งขึ้น ส่วนการกลับมาของที่เปิดประตูแบบยกก้าน แทนการดึงก้าน และการประทับตราเลข 5 บนเสา C ยังคงเอกลักษณ์ของ Series 5 ไว้อย่างครบถ้วน
มิติตัวรถที่ได้รับการปรับปรุงให้ใหญ่ขึ้น มอบความสะดวกสบายและสมดุลในการขับขี่ ด้วยความยาว 5,060 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,900 มิลลิเมตร ความสูง 1,515 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,995 มิลลิเมตร
ภายในห้องโดยสาร BMW 520d M Sport Pro มอบประสบการณ์ความหรูหราและความสะดวกสบายเหนือระดับ ด้วยเบาะนั่ง Comfort Seat หุ้มด้วยหนัง BMW Individual Merino ระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบ Professional มอบความอุ่นใจตลอดการเดินทาง ระบบเสียง Iconic Sounds Electric มอบประสบการณ์เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ เพิ่มความเร้าใจในการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า ในขณะที่ระบบเสียงรอบทิศทางจาก Bowers & Wilkins มอบสุนทรียภาพในการฟังเพลงอย่างแท้จริง
เทคโนโลยีล้ำสมัยจาก BMW 7 Series ถูกนำมาสู่ Series 5 อย่างเต็มรูปแบบ ด้วย BMW Curved Display ที่รวมจอมาตรวัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว และจอสัมผัส 14.9 นิ้ว เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 8.0 และ BMW Intelligent Personal Assistant พร้อมให้คำสั่งเสียง และ BMW Head-up Display พร้อมแถบไฟ BMW Interaction Bar บนคอนโซลหน้าและแผงประตู ยังช่วยเสริมประสบการณ์การควบคุมและการสื่อสารกับตัวรถให้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ระบบ Comfort Access System ที่รองรับ BMW Digital Key บน iPhone, ระบบสั่งงานด้วยเสียงผ่าน BMW Intelligent Personal Assistant และ BMW Gesture Control, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 4 โซน, เข็มขัดนิรภัยสไตล์ M, ขอบ Aluminium Rhombicle, พื้นผิวกระจกคริสตัลแบบ Crafted Clarity, กล้องภายในรถ, แพ็คเกจ BMW Connected Package Professional และระบบ Travel & Comfort ล้วนเป็นการยกระดับประสบการณ์ผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้สมบูรณ์แบบที่สุด
ในด้านสมรรถนะ BMW 520d M Sport Pro ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo รหัส B40B20V ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว 184 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกัน มอบพละกำลังรวมสูงสุด 299 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 6.3 วินาที และความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตร/ชั่วโมง จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic พร้อม Gearshift Paddles และช่วงล่างแบบ M Sport
สำหรับ BMW 530e M Sport Pro เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์รถยนต์ไฟฟ้า โดยยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะและความหรูหราของ Series 5 ด้วยเทคโนโลยี eDrive เจเนอเรชั่นที่ 5 พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 22.1 kWh รองรับการชาร์จ AC 7.4 กิโลวัตต์ สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 108 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC มอบความเงียบสงบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยยังคงไว้ซึ่งอัตราเร่งที่น่าประทับใจ
ระบบความปลอดภัยของ BMW Series 5 นั้นครอบคลุมและทันสมัยที่สุด ด้วยระบบช่วยการขับขี่รุ่น Professional, ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติรุ่น Plus, กล้องมองภาพรอบทิศทาง, ถุงลมนิรภัย 9 จุด, ระบบ Teleservices, ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน Intelligent Emergency Call, ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC), ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS), ระบบช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ (Brake Assist), ระบบไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Dynamic Braking Lights), ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC), เซ็นเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash Sensor), ระบบ Active Protection, ระบบเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Attentiveness Assistant), เซ็นเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง และระบบตรวจวัดลมยาง
BMW 520d M Sport Pro มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ Black Sapphire metallic, Mineral White metallic, Brooklyn Grey metallic, Phytonic Blue metallic, Cape York Green metallic พร้อมเบาะ BMW Individual Merino สีดำ/เทา Atlas หรือ สีน้ำตาล Copper/เทา Atlas ในราคา 3,949,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)
BMW 7 Series: ยกระดับความหรูหรา สู่การเดินทางอันไร้ที่สิ้นสุด
BMW 740d M Sport คือการสืบทอดตำนานความเหนือชั้นของ BMW Series 7 ด้วยการผสานสุดยอดนวัตกรรม ความหรูหราล้ำสมัย และประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายไร้คู่เปรียบ
BMW 740d M Sport ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซล Mild Hybrid 3.0 ลิตร Turbo 286 แรงม้า ในราคา 6,719,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรม BSI Standard) เครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง สันดาปภายในแบบใหม่ พร้อมเทคโนโลยี 48V Mild Hybrid รุ่นล่าสุด มอบความเพลิดเพลินในการขับขี่ ควบคู่ไปกับประสบการณ์ดิจิทัลอีกขั้นของการเดินทางอย่างมีระดับ
ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าไตคู่อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมไฟ Iconic Glow ที่เสริมรูปลักษณ์ให้ดูทรงพลังและโดดเด่น แถบไฟรูปตัว ‘L’ รูปทรงเรขาคณิตแบบกระจก ส่งให้ไฟท้ายดูเตะตายิ่งขึ้น กรอบดำวาวสะดุดตาจากชุดแต่ง M High-Gloss Shadow Line เข้ากันอย่างลงตัวกับคาลิปเปอร์สีน้ำเงินเข้มเมทัลลิคของระบบเบรก M Sport และล้ออัลลอย M aerodynanic ขนาด 20 นิ้ว แบบสลับสี
มิติตัวรถยาว 5,391 มม. กว้าง 1,950 มม. สูง 1,544 มม. และระยะฐานล้อ 3,215 มม. น้ำหนักรถสุทธิ 2,205 กก. สร้างความสง่างามและความโอ่อ่าบนท้องถนน
ภายในห้องโดยสาร BMW 740d M Sport คือสัญลักษณ์แห่งความสุขและความสบาย ด้วยวัสดุคุณภาพสูง หลังคากระจก Panorama, ชุดตกแต่งภายใน BMW Individual, การตกแต่งดีไซน์ M Sport และ Carbon Fibre ถักด้วยวัสดุสีเงินแบบ M, คอนโซลกลางสีดำเงาแบบ Piano Finish Black รวมถึงระบบความบันเทิงภายในรถสุดล้ำสมัย มอบสุนทรียภาพที่เหนือชั้น
แถบ BMW Interaction Bar ที่ได้รับการพัฒนาให้ผู้ขับขี่และรถยนต์ทำงานอย่างสอดประสานกันได้ดียิ่งขึ้น ผสานฟังก์ชันการควบคุม และชุดไฟส่องสว่างสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับแต่งได้ตามต้องการ เบาะนั่งกว้างขวางยิ่งขึ้น พร้อมฟังก์ชันนวดทั้งผู้ขับและผู้โดยสารหลัง ระบบระบายอากาศสำหรับเบาะนั่งหน้าและหลัง และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน ยกระดับความสบายไปอีกขั้น
สำหรับประสบการณ์ความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง BMW Theatre Screen พร้อม Amazon Fire TV มอบประสบการณ์สุดล้ำ ประกอบด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 31.3 นิ้ว ความคมชัด 8K พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Bowers & Wilkins รีโมทควบคุมแบบสัมผัสติดตั้งอยู่ที่แผงควบคุมบริเวณแผงประตู (BMW Touch Command) ม่านบังแสงด้านหลังแบบปิดอัตโนมัติ เปลี่ยนห้องโดยสารด้านหลังให้เป็นโรงภาพยนตร์ส่วนตัวเคลื่อนที่
ระบบความปลอดภัยครบครัน ตั้งแต่ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC), ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS), ระบบช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ (Brake Assist), เซ็นเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash Sensor), ระบบ Teleservices, ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน, และตัวยึดคาร์ซีทสำหรับเด็ก ISOFIX ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ รุ่น Plus และระบบช่วยการขับขี่ รุ่น Plus มอบความอุ่นใจตลอดการเดินทาง ระบบ Augmented View ที่ผสานภาพจากกล้องหน้าเข้ากับระบบนำทาง มอบความแม่นยำและล้ำสมัยยิ่งขึ้น
BMW 740d M Sport โดดเด่นด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตร BMW TwinPower Turbo ทำงานควบคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Sport Steptronic ผสานกับเทคโนโลยี 48V Mild Hybrid ให้กำลังสูงสุด 286 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งกำลังรวมสูงสุด 299 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 670 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.
BMW 740d M Sport ใหม่ มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Mineral white Metallic, Black Sapphire Metallic (พร้อมเบาะหนัง BMW Individual Merino สี Mocha), Dravit Grey Metallic และ Oxide Grey Metallic (พร้อมเบาะหนัง BMW Individual Merino สีดำ)
BMW Group Thailand: หัวใจของความพึงพอใจสูงสุด และการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน
นอกเหนือจากความสำเร็จด้านยอดขายแล้ว BMW Group Thailand ยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับความพึงพอใจของลูกค้า โดยได้รับการประเมินคะแนน Net Promoter Score (NPS) สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง การลงทุนในการปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการภายใต้คอนเซ็ปต์ Retail Next ทั่วประเทศ รวมถึงการร่วมมือกับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกจุดสัมผัส
BMW Financial Services Thailand ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่สนับสนุนความสำเร็จ ด้วยการเติบโตของยอดสินเชื่อรวม 2% ในปี 2566 และการนำเสนอบริการดิจิทัลที่หลากหลาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น เช่น BMW Thailand Web Online Shop, MyBMW Finance และ MyMINI Finance ซึ่งช่วยให้กระบวนการทางการเงินรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น
ในด้านความยั่งยืน BMW Group Thailand ได้ดำเนินโครงการ BMW Service Apprentice และ Dual Excellence Program เพื่อพัฒนาทักษะยานยนต์ไฟฟ้าให้กับนักศึกษาอาชีวะและเยาวชน ซึ่งเป็นการลงทุนในบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต นอกจากนี้ โครงการ CHOICEISYOURS 2023 ยังเป็นการปลูกฝังแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับเยาวชน เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืนต่อไป
BMW Group Thailand ไม่ได้เป็นเพียงผู้จำหน่ายรถยนต์พรีเมียม แต่เป็นผู้กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ที่พร้อมนำเสนอนวัตกรรม ประสบการณ์เหนือระดับ และมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศในทุกมิติ การเดินทางของ BMW Group Thailand ยังคงดำเนินต่อไปอย่างแข็งแกร่ง พร้อมสร้างสรรค์อนาคตแห่งการขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและยั่งยืน
หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่อนาคตแห่งยานยนต์อันยั่งยืน ขอเชิญชวนทุกท่านเยี่ยมชมโชว์รูม BMW, MINI และ BMW Motorrad ที่ใกล้บ้านท่าน หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ของเรา เพื่อค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณวันนี้