
BMW Group ประเทศไทย: ยืนหนึ่งตลาดรถยนต์พรีเมียม 4 ปีซ้อน สู่ยุคแห่งยนตรกรรมไฟฟ้าและอนาคตที่ยั่งยืน
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพลวัตของตลาดอย่างใกล้ชิด การที่ BMW Group ประเทศไทย สามารถตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมของไทยได้อย่างต่อเนื่องถึง 4 ปี ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งเชิงกลยุทธ์ ความเข้าใจในตลาดอย่างลึกซึ้ง และการปรับตัวให้เท่าทันกับเทรนด์โลกได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีแห่งความท้าทาย แต่ BMW Group กลับสามารถสร้างสถิติการเติบโตที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ในกลุ่ม Luxury Class ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล และการมุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้าชาวไทย
แกนหลักแห่งความสำเร็จ: นวัตกรรม, ประสบการณ์ลูกค้า, และความยั่งยืน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของ BMW Group ประเทศไทย ไม่ได้มาจากแค่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าตื่นตา แต่มาจากแนวทางที่วางรากฐานไว้อย่างมั่นคง การก้าวสู่ “อนาคตแห่งยนตรกรรมที่ยั่งยืน” เป็นมากกว่าแค่คำกล่าว แต่เป็นพันธกิจที่ BMW Group น้อมนำมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ล้ำสมัยจากแบรนด์ภายใต้การดูแล ทั้ง BMW, MINI, และ BMW Motorrad
ตลอดปี 2566 ที่ผ่านมา BMW Group ประเทศไทย ได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งด้วยผลงานการจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ รถยนต์ไฟฟ้า 100% ซึ่งมียอดการเติบโตสูงถึง 348% นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าผู้บริโภคชาวไทยมีความพร้อมและให้ความสนใจในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การที่ BMW Group สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้อย่างทันท่วงที ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% ถึง 6 รุ่นในปีที่ผ่านมา จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์ยืนหยัดในฐานะผู้นำในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมได้อย่างไร้ข้อกังขา
ยิ่งไปกว่านั้น การเติบโตกว่า 46% ในกลุ่ม รถยนต์ Luxury Class ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความเข้าใจในตลาดระดับบน ที่ไม่ได้มองหารถยนต์เพียงเพื่อการใช้งาน แต่ต้องการสัมผัสถึงเอกลักษณ์, ความหรูหรา, สมรรถนะที่เหนือชั้น, และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ซึ่ง BMW Group ได้ส่งมอบสิ่งเหล่านี้ผ่านซีรีส์ 7, i7, ซีรีส์ 8, X7, และ XM ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ยุทธศาสตร์ปี 2567: ทัพยนตรกรรมใหม่ 10 รุ่น ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
สำหรับปี 2567 นี้ BMW Group ประเทศไทย ไม่ได้มีแผนที่จะหยุดนิ่ง แต่จะเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จด้วยการเปิดตัวทัพยนตรกรรมใหม่ถึง 10 รุ่น ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยม ไปจนถึงยานยนต์สมรรถนะสูง และมอเตอร์ไซค์ที่พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์
ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า เราจะได้เห็นการมาถึงของ BMW iX2 xDrive30 M Sport ที่จะเข้ามาเติมเต็มไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม SUV Coupe ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยดีไซน์อันโฉบเฉี่ยว สมรรถนะที่เร้าใจ และเทคโนโลยีอันชาญฉลาด
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหรูหราและสมรรถนะบนแพลตฟอร์มที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง BMW 520d M Sport Pro และ BMW 530e M Sport Pro จะมาพร้อมกับการปรับโฉมที่โดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยดีไซน์ M Sport ที่สปอร์ต ดุดัน เสริมด้วยเทคโนโลยี M Lights Shadow Line และกระจังหน้า Iconic Glow พร้อมระบบไฟส่องสว่างอันเป็นเอกลักษณ์ ภายในห้องโดยสารยังคงมอบความหรูหราด้วยวัสดุระดับพรีเมียม อาทิ การตกแต่งภายในด้วยสี Dark Silver M, วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์, และล้ออัลลอย M Aerodynamic ขนาด 20 นิ้ว ยิ่งไปกว่านั้น BMW 530e M Sport Pro ยังเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่มอบทั้งสมรรถนะและความประหยัด
กลุ่ม MINI ก็ไม่น้อยหน้า ด้วยการเปิดตัว MINI Cooper S Hatch 3 ประตู Classic Edition ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณความเป็น MINI อย่างแท้จริง พร้อมด้วย MINI Cooper S Clubman รุ่น Multitone และ MINI Cooper S Countryman Highlands Edition ที่จะเสริมเสน่ห์และเอกลักษณ์ให้แก่ผู้ขับขี่ได้อย่างลงตัว
ไม่เพียงเท่านั้น โลกสองล้อก็กำลังจะถูกเขย่าด้วยการมาถึงของมอเตอร์ไซค์ BMW ที่หลากหลาย ตั้งแต่ BMW R 1300 GS บิ๊กไบค์สายลุยที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก, BMW CE 02 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่พร้อมตอบโจทย์การเดินทางในเมืองยุคใหม่, BMW S 1000 RR ซูเปอร์ไบค์สมรรถนะสูง, ไปจนถึง BMW K 1600 B รถทัวร์ริ่งระดับพรีเมียมที่พร้อมพาคุณไปทุกที่อย่างมีสไตล์
ความสำเร็จระดับโลก: เติบโตอย่างต่อเนื่อง ยานยนต์ไฟฟ้าคืออนาคต
ความสำเร็จของ BMW Group ในประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์เฉพาะถิ่น แต่สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในระดับโลก ในปี 2566 BMW Group สามารถสร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยยอดส่งมอบรวม 2,555,341 คันทั่วโลก เพิ่มขึ้น 6.5% โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มียอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 74.4% ทั่วโลก ซึ่งยืนยันว่าเทรนด์การใช้รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่ต้องการอย่างแท้จริง และ BMW Group ได้เตรียมพร้อมรับมือกับเทรนด์นี้อย่างเต็มที่ โดยคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า 100% ทั่วโลกจะทะลุ 500,000 คันในปี 2567
ยืนหนึ่งในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์พรีเมียมแห่งอนาคต
ผลประกอบการที่โดดเด่นในปี 2566 ของ BMW Group ประเทศไทย โดยเฉพาะการเติบโตกว่า 200% ในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (รวม 1,604 คัน) บ่งชี้ถึงความสำเร็จจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างตรงจุด BMW i5 รถยนต์ซีดานไฟฟ้าที่ต่อยอดความสำเร็จของซีรีส์ 5 ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย, BMW XM 50e ที่มาพร้อมดีไซน์อันโดดเด่นและพละกำลังที่เหนือชั้น, และ BMW CE04 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่คือไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย ล้วนเป็นตัวอย่างของการผสมผสานระหว่างสมรรถนะ, ความหรูหรา, และเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 46% ในกลุ่ม Luxury Class โดยมี 668 คันที่จดทะเบียนในปี 2566 ตอกย้ำจุดยืนของ BMW ในฐานะผู้สร้างสรรค์ยนตรกรรมที่เหนือระดับ สะท้อนถึงความเข้าใจในกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่คือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความภาคภูมิใจ
ความพึงพอใจของลูกค้าสูงสุด: หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ
ความสำเร็จที่วัดได้จากตัวเลขยอดขายเป็นเพียงส่วนหนึ่ง สิ่งที่ BMW Group ให้ความสำคัญยิ่งกว่าคือ ความพึงพอใจของลูกค้า ตัวเลข Net Promoter Score (NPS) ที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งในด้านยอดขาย (94 คะแนน) และบริการหลังการขาย (90 คะแนน) ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
การลงทุนในการปรับปรุงโฉมโชว์รูมและศูนย์บริการภายใต้คอนเซ็ปต์ Retail Next ทั่วประเทศ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า การเปิดตัวโชว์รูมแห่งใหม่ที่ทันสมัย, การเพิ่มโชว์รูม BMW M แห่งแรกในย่านราชพฤกษ์, และการขยายเครือข่ายไปยังภูมิภาคต่างๆ เช่น สุราษฎร์ธานี, ระยอง, และอุบลราชธานี ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ลูกค้าสามารถสัมผัสกับแบรนด์ได้อย่างใกล้ชิด, ผ่อนคลาย, และได้รับบริการที่เป็นเลิศในทุกขั้นตอน
BMW Financial Services: เสริมแกร่งด้วยบริการดิจิทัลและนวัตกรรมทางการเงิน
แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในปี 2566 แต่ BMW Financial Services ประเทศไทย ก็ยังคงสามารถสร้างการเติบโตของยอดสินเชื่อรวมได้ถึง 2% โดยลูกค้ากว่า 50% ยังคงเลือกใช้บริการทางการเงินจาก BMW Financial Services ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพและความน่าเชื่อถือของบริการ
การก้าวสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการเปิดตัว BMW Thailand Web Online Shop ที่รองรับการยืนยันตัวตนแบบดิจิทัล (NDID) และลายเซ็นดิจิทัล ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถสมัครบริการทางการเงินได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริการ ‘MyBMW Finance’ และ ‘MyMINI Finance’ ยังช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลสัญญาและบริการต่างๆ ได้ตลอดเวลา
ที่สำคัญ การขยายธุรกิจสู่ ประกันภัย ภายใต้ชื่อ “บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด” และแผนการนำเสนอบริการประกันรถยนต์และขยายระยะเวลาการประกันในปี 2567 จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งและครบวงจรให้กับบริการทางการเงินของ BMW Group
มุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน: พัฒนาบุคลากรและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน
BMW Group ประเทศไทย ไม่ได้มองแค่ผลประกอบการทางการเงิน แต่ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โครงการ BMW Service Apprentice ที่ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพัฒนาทักษะด้านยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่นักศึกษาอาชีวะ เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการผลักดันสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า
โครงการ CHOICEISYOURS 2023 ที่ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ 6 องค์กร เพื่อส่งเสริมแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้กับเยาวชน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการสร้างแรงบันดาลใจและการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน
BMW 5 Series: นิยามใหม่แห่งยนตรกรรมพรีเมียมที่สมบูรณ์แบบ
การเปิดตัว BMW 5 Series ใหม่ ทั้งในรุ่น 520d M Sport Pro และ 530e M Sport Pro ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในกลุ่มรถยนต์ซีดานขนาดกลางให้สูงขึ้นไปอีกขั้น
ภายนอก: ดีไซน์ของ BMW 5 Series ใหม่ สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมได้อย่างลงตัว ด้วยชุดแต่ง M Aerodynamics Package, BMW Individual High-gloss Shadow Line, และ M Lights Shadow Line ที่มาพร้อมไฟหน้า LED แบบ Adaptive โคมใหม่ที่ดูโฉบเฉี่ยวขึ้น กระจังหน้าทรงไตคู่แบบ ‘Iconic Glow’ พร้อมไฟส่องสว่างอันเป็นเอกลักษณ์ เพิ่มมิติความหรูหราด้วยหลังคากระจก Panorama ล้ออัลลอย M Aerodynamic ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางสมรรถนะสูง และคาลิปเปอร์เบรก M Sport สี Dark Blue Metallic เสริมความมั่นใจในทุกการเบรก
ภายใน: ก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารที่หรูหราโอ่อ่า พร้อมสัมผัสประสบการณ์ Comfort Seat หุ้มด้วยหนัง BMW Individual Merino ที่มอบความสบายเหนือระดับ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistant Professional ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในทุกเส้นทาง ระบบเสียง Iconic Sounds Electric มอบสุนทรียะทางอารมณ์ที่แตกต่าง และระบบเสียงรอบทิศทางจากแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลก Bowers & Wilkins ยกระดับความบันเทิงให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีจาก BMW 7 Series ถูกนำมาใช้ในห้องโดยสารอย่างเต็มที่ ด้วย BMW Curved Display ที่ผสานจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และจอสัมผัส 14.9 นิ้ว เข้าไว้ด้วยกันอย่างลอยตัว ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 8.0 พร้อมผู้ช่วยส่วนตัว BMW Intelligent Personal Assistant และ BMW Head-up Display รวมถึง BMW Interaction Bar ที่บริเวณคอนโซลหน้าและแผงประตู สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารได้อย่างมีระดับ
ความสะดวกสบายและความปลอดภัย: ระบบ Comfort Access System รองรับ BMW Digital Key ที่เปลี่ยน iPhone ให้เป็นกุญแจรถ ระบบสั่งงานด้วยเสียงผ่าน BMW Intelligent Personal Assistant และ BMW gesture control ช่วยให้การควบคุมฟังก์ชันต่างๆ เป็นไปอย่างง่ายดาย ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 4 โซน, เข็มขัดนิรภัยสไตล์ M, ขอบ Aluminium Rhombicle, และพื้นผิวกระจกคริสตัล Crafted Clarity บนปุ่มควบคุม ล้วนเสริมสร้างความหรูหราและเอกลักษณ์
สมรรถนะ: BMW 520d M Sport Pro ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิด 310 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic พร้อม Gearshift Paddles
ส่วน BMW 530e M Sport Pro มาพร้อมขุมพลัง Plug-in Hybrid ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 299 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 6.3 วินาที ด้วยเทคโนโลยี eDrive เจเนอเรชั่นที่ 5 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 22.1 kWh รองรับการชาร์จ AC 7.4 กิโลวัตต์ สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางสูงสุดถึง 108 กิโลเมตร (NEDC)
ความปลอดภัย: ครบครันด้วยระบบ Driving Assistant Professional, Parking Assistant Plus พร้อมกล้องมองภาพรอบทิศทาง, ถุงลมนิรภัย 9 จุด, ระบบ Teleservices, Intelligent Emergency Call, DSC, ABS, Brake Assist, Dynamic Braking Lights, CBC, Crash Sensor, Active Protection, Attentiveness Assistant, เซ็นเซอร์ควบคุมระยะการจอด, และระบบตรวจวัดลมยาง
BMW 7 Series: ความหรูหราขั้นสุด สุนทรียภาพไร้ขีดจำกัด
การปรากฏตัวของ BMW 740d M Sport คือการประกาศศักดาของ BMW ในฐานะผู้สร้างสรรค์ยานยนต์หรูหราที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ขุมพลัง: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตร เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ผสานกับระบบ 48V Mild Hybrid รุ่นล่าสุด ให้กำลังสูงสุด 286 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งกำลังรวมสูงสุด 299 แรงม้า และแรงบิดรวม 670 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6 วินาที
ดีไซน์: กระจังหน้าไตคู่อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อม Iconic Glow ไฟท้ายดีไซน์รูปตัว ‘L’ ทรงเรขาคณิตแบบกระจก ชุดแต่ง M High-Gloss Shadow Line คาลิปเปอร์เบรก M Sport สีน้ำเงินเข้มเมทัลลิค ล้ออัลลอย M aerodynanic ขนาด 20 นิ้ว แบบสลับสี ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความทรงพลังและความสง่างาม
ภายใน: สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขและความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยวัสดุคุณภาพสูง, หลังคากระจก Panorama, ชุดตกแต่ง BMW Individual, ดีไซน์ M Sport และ Carbon Fibre, คอนโซลกลาง Piano Finish Black, และระบบความบันเทิงสุดล้ำ BMW Theatre Screen ขนาด 31.3 นิ้ว ความคมชัด 8K พร้อมระบบเสียง Bowers & Wilkins สร้างประสบการณ์โรงภาพยนตร์ส่วนตัวเคลื่อนที่
เทคโนโลยี: BMW Interaction Bar ที่ผสานฟังก์ชันการควบคุมและแสงไฟสร้างบรรยากาศได้อย่างลงตัว เบาะนั่งกว้างขวางพร้อมฟังก์ชันนวด, ระบบระบายอากาศ, และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 4 โซน มอบความสบายสูงสุดแก่ผู้โดยสาร รวมถึง BMW Touch Command รีโมทควบคุมแบบสัมผัส และม่านบังแสงด้านหลังอัตโนมัติ
ความปลอดภัย: ระบบ DSC, ABS, Brake Assist, Crash Sensor, Teleservices, Intelligent Emergency Call, ISOFIX, Parking Assistant Plus พร้อมระบบ Augmented View ผสานกล้องหน้าเข้ากับระบบนำทาง มอบความอุ่นใจและความแม่นยำสูงสุดในการเดินทาง
BMW Group ประเทศไทย ได้พิสูจน์แล้วว่าการเป็นผู้นำในตลาดพรีเมียมนั้น ไม่ได้มาจากการแข่งขันด้วยราคา แต่มาจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เหนือชั้น, ประสบการณ์ลูกค้าที่ยอดเยี่ยม, และวิสัยทัศน์ที่มองไกลไปถึงอนาคตแห่งความยั่งยืน ด้วยทัพยนตรกรรมใหม่ที่น่าจับตามองในปี 2567 นี้ BMW Group พร้อมแล้วที่จะพาผู้บริโภคชาวไทย ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการขับขี่ ที่ผสมผสานสุดยอดเทคโนโลยี, ความหรูหรา, และความรับผิดชอบต่อสังคมเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่สะท้อนตัวตนของคุณได้อย่างแท้จริง พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน การตัดสินใจเลือก BMW, MINI, หรือ BMW Motorrad คือก้าวแรกที่ถูกต้อง อย่ารอช้าที่จะเข้ามาสัมผัสยนตรกรรมแห่งอนาคตเหล่านี้ได้ที่โชว์รูม BMW Group ประเทศไทย ใกล้บ้านคุณ และเริ่มต้นการเดินทางสู่ประสบการณ์ที่เหนือกว่าไปพร้อมกับเราวันนี้.