
BMW ประเทศไทย รักษาสถานะผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน ด้วยการเติบโตที่แข็งแกร่งในปี 2566
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – BMW Group ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้ง ด้วยผลประกอบการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2566 ยอดจดทะเบียนรวมทั้งกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและกลุ่ม Luxury Class สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมของประเทศไทยเป็นปีที่สี่ติดต่อกัน ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนสู่อนาคตแห่งยนตรกรรมอย่างยั่งยืน ผ่านการลงทุนในนวัตกรรมยานยนต์ที่หลากหลาย เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่อันล้ำสมัยสำหรับลูกค้าชาวไทย พร้อมด้วยบริการที่เหนือระดับและการตลาดที่ตอบสนองทุกมิติความต้องการของลูกค้า โดยมียอดจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 15,477 คัน เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อนหน้า แบ่งเป็น BMW 14,128 คัน และ MINI 1,349 คัน
อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ BMW Group ประเทศไทย กล่าวถึงผลงานอันน่าภาคภูมิใจในปี 2566 ว่า “BMW Group ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะผลักดันความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมทั้งในผลิตภัณฑ์และการบริการมาโดยตลอด ความพยายามนี้ปรากฏผลอย่างชัดเจนจากยอดจดทะเบียนรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ลูกค้าชาวไทยยังคงมอบความไว้วางใจในแบรนด์ BMW, MINI และ BMW Motorrad เราภูมิใจในความสำเร็จที่เกิดจากความทุ่มเทของพนักงานและผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทุกคน ซึ่งช่วยให้เรายังคงครองตำแหน่งผู้นำในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมต่อเนื่องอีกครั้งในปี 2566 นอกจากนี้ เป้าหมายด้านความยั่งยืนของเรายังเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ BMW ในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมแก่ลูกค้า และการมุ่งสู่อนาคตของยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น”
ยานยนต์ไฟฟ้าและกลุ่ม Luxury Class ขับเคลื่อนการเติบโต
กลุ่มรถยนต์ที่ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนของ BMW Group ประเทศไทย ยังคงแสดงอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มีการเติบโตเป็นสองเท่า (200%) เมื่อเทียบกับปี 2565 มียอดจดทะเบียนรวม 1,604 คัน จากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ที่เปิดตัวในตลาดประเทศไทย ได้แก่ BMW iX3, BMW iX, BMW i4, BMW i5, BMW i7 และ MINI Cooper SE
นอกจากนี้ รถยนต์ในกลุ่ม Luxury Class ของ BMW ซึ่งประกอบด้วย BMW Series 7, BMW i7, BMW Series 8, BMW X7 และ BMW XM ยังคงสร้างผลงานการเติบโตที่น่าประทับใจ โดยมียอดจดทะเบียนในปี 2566 รวมทั้งสิ้น 668 คัน เพิ่มขึ้น 46% จากปีก่อนหน้า
เมื่อรวมยอดจดทะเบียนรถยนต์ BMW และ MINI ในปี 2566 ทั้งสิ้น 15,477 คัน (BMW 14,128 คัน และ MINI 1,349 คัน) ส่งผลให้ BMW Group ประเทศไทย ยังคงครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในเซกเมนต์รถยนต์พรีเมียมมาเป็นปีที่สี่ติดต่อกัน ในขณะเดียวกัน BMW Motorrad ประเทศไทย ก็ยังคงรักษาผลงานที่แข็งแกร่งด้วยยอดจดทะเบียนรวม 1,079 คันในปี 2566 ตอกย้ำความเชื่อมั่นของลูกค้าในประเทศไทยที่มีต่อแบรนด์ของเรา
รางวัลและการยอมรับในระดับสากล
การครองตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์พรีเมียมไทย 4 ปีซ้อน เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ BMW Group ประเทศไทย ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า และความทุ่มเทของพนักงาน ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ และพันธมิตรทุกราย รางวัลอันทรงเกียรติที่ได้รับในปี 2566 เป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นเลิศทั้งด้านการบริหารจัดการ ผลิตภัณฑ์ และการบริการ ได้แก่
2023-2024 Thailand’s Most Admired Company: รางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 จากนิตยสาร BrandAge
Thailand Top Company Awards 2023: ในหมวด Best Customer Focus Award จากนิตยสาร Business+
Car and Bike of the Year 2023: รางวัลรวม 14 รางวัล จากบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
The Best of Luxury Electric Vehicle: สำหรับ BMW i7 จากนิตยสาร Robb Report
BMW Group ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระดับโลก ด้วยยอดขาย BMW, MINI และ Rolls-Royce ที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2566 มียอดส่งมอบรวม 2,555,341 คันทั่วโลก เพิ่มขึ้น 6.5% โดยยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เติบโตขึ้นถึง 74.4% จากปีก่อนหน้า ด้วยยอดส่งมอบทั่วโลก 376,183 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก และตอกย้ำบทบาทของ BMW ในฐานะผู้บุกเบิกยานยนต์ไฟฟ้า
BMW M5: การผสานพลังแห่งมอเตอร์สปอร์ตและยนตรกรรมแห่งอนาคต
BMW M5 เจเนอเรชันที่ 7 รหัส G60 คือนิยามใหม่แห่งสมรรถนะและความหรูหรา ที่ผสมผสานจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับความเป็นเอกลักษณ์ของ BMW ได้อย่างลงตัว การเปิดตัวในงาน Motor Expo 2024 ที่กำลังจะมาถึงนี้ จะเป็นการตอกย้ำตำแหน่งผู้นำด้านสมรรถนะของ BMW ในตลาดพรีเมียม
ดีไซน์ภายนอก: ดุดัน สปอร์ต และโฉบเฉี่ยว
BMW M5 โฉมใหม่ ได้รับการตกแต่งอย่างเข้มข้นด้วยชุดแต่ง M Carbon สีดำเงา กระจกมองข้างและหลังคาสีดำทรงปีกเสริมความสปอร์ต กระจังหน้าไตคู่พร้อมระบบไฟส่องสว่าง Iconic Glow และไฟหน้า LED Adaptive โคมไฟหน้าตกแต่งสีดำ ส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) รูปตัว C กลับด้านที่ดูทันสมัย การออกแบบใหม่ตั้งแต่ชุดกันชนหน้า ไปจนถึงมือจับประตูที่กลับมาใช้แบบยกก้าน สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด
จุดเด่นสำคัญที่มองเห็นได้ชัดเจนคือเสา C ที่มีกรอบเล็กๆ สลักชื่อ M5 เสริมความพิเศษเฉพาะตัว ไฟท้าย LED แบบเส้นคู่ ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ BMW พร้อมสปอยเลอร์หลังสีดำดีไซน์เท่ และปลายท่อไอเสีย 4 ท่อรูปสี่เหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมดิฟฟิวเซอร์หลังสีดำขนาดใหญ่ ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 20 และ 21 นิ้ว พร้อมยางหน้า 285/40 ZR20 และยางหลัง 295/35 ZR21 มอบความมั่นคงและการยึดเกาะสูงสุด
มิติตัวถังที่ยาว 5,096 มิลลิเมตร กว้าง 1,970 มิลลิเมตร สูง 1,510 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 3,006 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถ 115 มิลลิเมตร น้ำหนักรถ 2,435 กิโลกรัม และความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร สะท้อนถึงความสมดุลระหว่างความปราดเปรียวและการรองรับการเดินทางไกล
ภายใน: เทคโนโลยีล้ำสมัย ความหรูหรา และสุนทรียภาพในการขับขี่
ห้องโดยสารของ BMW M5 คือการผสมผสานความล้ำสมัยเข้ากับความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบ คอนโซลหน้าโดดเด่นด้วย BMW Curved Display ที่รวมจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และจอสัมผัส 14.9 นิ้ว เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำงานบนระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 8.5 พร้อมผู้ช่วยส่วนตัว BMW Intelligent Personal Assistant
ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบไร้สายผ่าน Apple CarPlay หรือ Android Auto และจอแสดงผลเหนือคอนโซลหน้า (BMW Head-up Display) มอบประสบการณ์การสื่อสารและความบันเทิงที่เหนือระดับ แถบไฟ Ambient Light หรือ BMW Interaction Bar ที่แผงคอนโซลหน้าและประตู ช่วยสร้างบรรยากาศที่หลากหลาย
ระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะ (Comfort Access System) รองรับ BMW Digital Key ซึ่งสามารถเปลี่ยน iPhone ให้เป็นกุญแจรถได้ง่ายๆ ผ่านเทคโนโลยี NFC ระบบสั่งงานด้วยเสียงผ่าน BMW Intelligent Personal Assistant และ BMW Gesture Control ช่วยเพิ่มความสะดวกในการควบคุมฟังก์ชันต่างๆ
ระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูงจาก Bowers & Wilkins ที่มีกำลังขับ 655 วัตต์ พร้อมลำโพง 18 จุด มอบประสบการณ์เสียงที่สมจริง พวงมาลัยหุ้มหนังมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน สไตล์ M พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์คาร์บอนสีแดง และปุ่ม M อันเป็นเอกลักษณ์ มอบการควบคุมที่เฉียบคมและตอบสนองทันที
เบาะนั่งสปอร์ต M Bucket Seat หุ้มหนัง Merino ปรับไฟฟ้าพร้อมระบบจำตำแหน่ง เบาะหลังพับได้แบบ 40:20:40 เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้ถึง 466 ลิตร และหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ พร้อมม่านบังแสงแดดไฟฟ้า ยกระดับความโปร่งโล่งภายในห้องโดยสาร
ขุมพลัง Plug-in Hybrid: พลังอันไร้ขีดจำกัด
BMW M5 คือรถยนต์ M รุ่นแรกที่มาพร้อมขุมพลัง Plug-in Hybrid ผสานเครื่องยนต์เบนซิน V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.4 ลิตร (รหัส S68B44T0) ที่ยกมาจาก BMW XM ให้กำลังสูงสุด 585 แรงม้า ที่ 5,600-6,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,800-5,400 รอบต่อนาที
ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ BMW eDrive กำลัง 197 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,000-5,000 รอบต่อนาที เมื่อทำงานร่วมกันทั้งระบบ สามารถรีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 727 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 1,000 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 3.5 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือสามารถทะลุไปถึง 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเลือกติดตั้งแพ็คเกจ M Driver’s Package
พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ขนาด 18.6 kWh ที่ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถ สามารถวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้า 100% ด้วยความเร็วสูงสุด 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวิ่งได้ไกลสูงสุด 67-69 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (WLTP) รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 7.4 kW โดยใช้เวลาชาร์จ 0-100% เพียง 3.15 ชั่วโมง
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ M xDrive ช่วยถ่ายทอดกำลังจากทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าไปยังล้อทั้งสี่ได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และตรงตามความต้องการตลอดเวลา ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด M Steptronic จาก ZF ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่จาก 5 โหมด ได้แก่ HYBRID, ELECTRIC, eCONTROL, DYNAMIC, และ DYNAMIC Plus ผ่านปุ่ม M Hybrid บนคอนโซลกลาง
ระบบเบรก M Compound Brake สีทอง มาพร้อมคาลิเปอร์หน้า 6 Pot ขนาด 16.1 นิ้ว และคาลิเปอร์หลัง 1 Pot ขนาด 15.7 นิ้ว ช่วงล่าง Adaptive M Suspension และระบบปรับองศาล้อหลังขณะเข้าโค้ง (Integral Active Steering) ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและความมั่นคงสูงสุด การกระจายน้ำหนักหน้า-หลังที่สมบูรณ์แบบในอัตราส่วน 50:50 พร้อมระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัย
BMW M5 เจเนอเรชันใหม่ ผลิตที่โรงงาน BMW Group เมืองดิงโกลฟิง ประเทศเยอรมนี จะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการที่งาน Motor Expo 2024 โดยมีราคาจำหน่ายรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard ดังนี้:
BMW M5 ใหม่: ราคา 12,999,000 บาท
BMW M5 ใหม่ พร้อมเบรกเซรามิก: ราคา 13,699,000 บาท
BMW ELECTRiFY EXPERIENCES: สัมผัสประสบการณ์ยนตรกรรมไฟฟ้าสุดล้ำ
BMW Group ประเทศไทย เชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งสุนทรียภาพการขับขี่ที่เหนือชั้นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กับยนตรกรรมไฟฟ้าตระกูล i ในงาน “BMW ELECTRiFY EXPERIENCES” ซึ่งเป็นการรวบรวมรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) จาก BMW มาจัดแสดงอย่างครบครัน ตั้งแต่วันที่ 18 – 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว
ไฮไลท์สำคัญของงานคือการเปิดตัว BMW i5 eDrive40 M Sport Touring ใหม่ ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในตระกูล Series 5 ในรูปแบบ Touring ที่จะมาพลิกโฉมประสบการณ์การขับขี่ไปสู่อีกระดับ พร้อมด้วยรุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ BMW i4 eDrive35 M Sport, BMW iX3 M Sport, BMW iX xDrive50 Sport, BMW i5 eDrive40 M Sport, BMW i5 eDrive40 M Sport (Inspiring), และ BMW i7 xDrive60 M Sport
ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการขายและการบริการลูกค้า พร้อมให้คำแนะนำและตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของและการบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า BMW รวมถึงมอบข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อสร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง
ข้อเสนอพิเศษในงาน BMW ELECTRiFY EXPERIENCES:
ลูกค้าที่จองรถและรับมอบภายในวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 และทำสัญญาทางการเงินกับ BMW Financial Services ประเทศไทย จะได้รับข้อเสนอพิเศษที่น่าสนใจสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่น ได้แก่ ฟรี BMW Wall Box, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง BMW Protect, ฟรีอัปเกรดแพ็คเกจ BSI Ultimate, อัตราดอกเบี้ยพิเศษ, และโปรแกรมผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่น่าดึงดูด
BMW i5 eDrive40 M Sport Touring ใหม่: สุนทรียภาพแห่งการเดินทางที่ไร้ขีดจำกัด
BMW i5 eDrive40 M Sport Touring ใหม่ พร้อมแล้วที่จะสืบทอดเจตนารมณ์ของ BMW ในการสร้างสรรค์อนาคตของการขับขี่ ด้วยนวัตกรรมที่ยกระดับความเพลิดเพลินในการขับขี่ งานออกแบบที่สง่างาม และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นมาตรฐาน และรุ่น (Pro) ที่เพิ่มความมั่นใจและความแม่นยำในการขับขี่ด้วยแพ็คเกจ Adaptive Suspension Professional
ในฐานะรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในตระกูล Series 5 Touring ใหม่นี้ มาพร้อมสัดส่วนที่ยาวขึ้น ฐานล้อยาวที่สุดในเซกเมนต์ (2,995 มม.) ดีไซน์ด้านหน้าสะท้อนเอกลักษณ์ BMW ด้วยไฟหน้าคู่และกระจังหน้าที่ออกแบบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมระบบไฟ BMW Iconic Glow
ด้านข้างของรถ สปอยเลอร์หลังคาที่ทอดยาวตลอดคัน ช่วยเน้นความสง่างาม มอบพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่กว้างขวางถึง 570-1,700 ลิตร ซุ้มล้อหลังเสริมความทรงพลัง ผสานกับล้ออัลลอย M aerodynamic ขนาด 20 นิ้ว ชุดไฟท้ายที่โฉบเฉี่ยว และชุดแต่ง M Sport ที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน
ขุมพลังของ BMW i5 eDrive40 M Sport Touring ใหม่ มาจากมอเตอร์ไฟฟ้า BMW eDrive ที่ให้กำลังสูงสุด 250 กิโลวัตต์ / 340 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ส่งกำลังไปยังล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 193 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 83.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 560 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 205 กิโลวัตต์ และการชาร์จ AC 22 kW ใช้เวลา 4 ชั่วโมง 15 นาที ในการชาร์จ 0-100%
ภายในห้องโดยสาร ยังคงความสปอร์ตและหรูหราตามแบบฉบับ M Sport พวงมาลัยหุ้มหนัง M, เพดานห้องโดยสารสี Anthracite, แถบสีเงินเข้ม M, ลวดลาย Aluminium Rhombicle, และการตกแต่งด้วยผิวแก้ว CraftedClarity บนปุ่มกดและคันเกียร์ เบาะหนัง Veganza ที่ให้สัมผัสสบายและหรูหรา
อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย BMW Driving Assistant Plus, Parking Assistant Plus, และ Parking Assistant Professional ที่รองรับ Remote Control Parking ผ่านแอปพลิเคชั่น My BMW แพ็คเกจ BMW Connected Package Professional พร้อมบริการ ConnectedDrive, แท่นชาร์จไร้สาย, BMW Curved Display, BMW Natural Interaction, ระบบเสียง HiFi Harman Kardon, และแพลตฟอร์ม AirConsole เพื่อความบันเทิงขณะจอดรถ
BMW i5 eDrive40 M Sport Touring ใหม่ มีราคาจำหน่าย 4,899,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard) ส่วนรุ่น BMW i5 eDrive40 M Sport Touring (Pro) ราคา 4,999,000 บาท ทั้งสองรุ่นมาพร้อมแพ็คเกจ BSI Standard ครอบคลุมการบริการบำรุงรักษา 4 ปีไม่จำกัดระยะทาง, การรับประกันคุณภาพ 4 ปีไม่จำกัดระยะทาง, และรับประกันแบตเตอรี่แรงดันไฟสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
BMW Group ประเทศไทย เชิญชวนผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์ยนตรกรรมไฟฟ้าสุดล้ำ และพบกับยนตรกรรม BMW M5 อันทรงพลัง พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่งาน BMW ELECTRiFY EXPERIENCES และผู้จำหน่าย BMW อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page ของ BMW ประเทศไทย หรือเว็บไซต์ www.bmw.co.th.