• Sample Page
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result

ไปต่อไม่ไหว! “นานา–เวย์” ประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตกะทันหัน เปิดใจขอโทษแฟน ๆ จากใจจริง

admin79 by admin79
December 13, 2025
in Uncategorized
0
ไปต่อไม่ไหว! “นานา–เวย์” ประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตกะทันหัน เปิดใจขอโทษแฟน ๆ จากใจจริง

เจาะลึกวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2566: ชะลอตัวสวนกระแส เทรนด์ใหม่สู่ปี 2567

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในแวดวง อสังหาริมทรัพย์ไทย มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของตลาดมาอย่างใกล้ชิด ปี 2566 ที่ผ่านมา ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย หลังจากที่เคยมีความหวังว่าโมเมนตัมจากปี 2565 จะส่งต่อไปยังการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่กลับกลายเป็นว่า ตลาดกลับเข้าสู่ช่วงชะลอตัวอีกครั้ง อันเป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้งใหญ่ รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคที่ส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงปลายปี แม้กระทั่งช่วงเวลาที่ปกติจะเป็นไฮซีซั่นอย่างไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นให้ตลาดกลับมาคึกคักได้อย่างที่คาดหวัง ล่วงเลยมาถึงต้นปี 2567 สถานการณ์ก็ยังคงมีแนวโน้มที่ท้าทายไม่ต่างจากปีก่อนหน้า

เพื่อทำความเข้าใจถึงภาพรวมและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ ผมได้ทำการรวบรวมข้อมูลของบริษัท อสังหาริมทรัพย์ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 41 แห่ง เพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานตลอดปี 2566 และค้นหาว่าใครคือผู้ที่สามารถรับมือกับความท้าทายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใครคือ “ผู้ชนะตัวจริง” ในสถานการณ์ที่ผันผวนนี้

ภาพรวมรายได้ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2566: ตัวเลขภาพรวม vs. รายบริษัท

ตลอดปี 2566 บริษัท อสังหาริมทรัพย์ ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันทั้งสิ้นประมาณ 371,560 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงเล็กน้อยราว 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท แม้ตัวเลขภาพรวมอาจดูไม่แตกต่างกันมากนัก แต่เมื่อเจาะลึกในระดับรายบริษัท จะพบว่าน่าสนใจยิ่งกว่า เมื่อมีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรม

บริษัทที่เผชิญกับรายได้ติดลบในระดับสูง ได้แก่ L.P.N. Development (LPN) ที่มีรายได้ลดลงถึงประมาณ 28%, Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ก็อยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน ตามมาด้วย Raimon Land (RML) ที่มีรายได้ลดลง 26%, Lalin Property (LPH) หายไป 23%, Major Development (MJD) ลดลง 22% และ Siamese Asset (SA) ติดลบ 21%

แม้แต่ยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง Land and Houses (LH) ก็ยังไม่สามารถหลีกหนีสถานการณ์นี้ได้ โดยมีรายได้รวมลดลงถึง 18% ที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีถึง 5 บริษัท ที่รายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่รายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai (SPALI) ติดลบ 10%, Pruksa Holding (PPH) ลดลง 9% และ Origin Property (ORI) มีรายได้รวมลดลงราว 4%

ผู้ท้าชิงรายได้สูงสุด: แสนสิริ นำทัพ Top 10

สำหรับ 10 อันดับบริษัท อสังหาริมทรัพย์ ที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

แสนสิริ (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 38,399 ล้านบาท
ศุภาลัย (SPALI): 31,818 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 30,170 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 26,132 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 24,487 ล้านบาท
ยูนิเวนเจอร์ (UV): 17,672 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 16,169 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 15,157 ล้านบาท
สิงห์ เอสเตท (S): 15,066 ล้านบาท

การวัดผลที่แท้จริง: รายได้จากการขายสด ที่สะท้อนความแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม หากจะวัดผลการดำเนินงานที่สะท้อนความแข็งแกร่งที่แท้จริงของธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ เราต้องพิจารณาจาก “รายได้จากการขาย” เป็นหลัก เนื่องจากในกลุ่มบริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุดหลายแห่ง มีการรับรู้รายได้จากแหล่งอื่นเข้ามาเสริม ซึ่งอาจไม่สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างยอดขายจากโครงการอสังหาริมทรัพย์โดยตรง

เมื่อวิเคราะห์เฉพาะรายได้จากการขาย จากทั้ง 41 บริษัท สามารถสร้างรายได้รวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น ในจำนวน 41 บริษัท มีถึง 30 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปี 2565 ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

ในกลุ่มบริษัทที่เผชิญกับรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ Raimon Land (RML) ที่มีรายได้จากการขายตกลงถึง 78%, L.P.N. Development (LPN) ลดลงเกือบ 40% และที่น่าตกใจคือ Land and Houses (LH) ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง 38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ผู้นำด้านยอดขาย ก็ยังเผชิญกับรายได้จากการขายที่ลดลงเล็กน้อยที่ 2%

สิ่งที่น่าจับตาคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่เกิดขึ้นในภาพรวมของตลาด

ผู้นำด้านยอดขาย: AP (Thailand) ทวงบัลลังก์

สำหรับ 10 อันดับบริษัท อสังหาริมทรัพย์ ที่มีรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 36,927 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
ศุภาลัย (SPALI): 30,836 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 22,357 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 18,966 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 10,019 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 8,840 ล้านบาท (ลดลง 24%)
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 7,619 ล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF): 7,171 ล้านบาท

อีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่เริ่มแสดงศักยภาพในการสร้างรายได้จากการขายอย่างแข็งแกร่ง หลังจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 เซ็นทรัลพัฒนา สามารถสร้างรายได้จากการขายได้ถึง 5,835 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 103% จากปีก่อนหน้า ถือเป็นการเติบโตที่โดดเด่นอย่างมาก

กำไรสุทธิ: ตัวชี้วัดสุดท้ายของความสำเร็จ

ในท้ายที่สุด แม้จะมียอดขายที่สูง แต่หากมีกำไรน้อย ก็ไม่อาจถือว่าเป็นผู้ชนะที่แท้จริงได้ ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่ง ทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมประมาณ 49,602 ล้านบาท ที่น่าเป็นห่วงคือ มีถึง 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน ซึ่งบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปีตั้งแต่ช่วงการระบาดของ COVID-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ นอกจากนี้ กว่า 20 บริษัท จาก 41 บริษัท มีกำไรสุทธิลดลงจากปี 2565

Land and Houses ครองแชมป์กำไรสูงสุด: ปัจจัยพิเศษหนุน

สำหรับ 10 อันดับบริษัท อสังหาริมทรัพย์ ที่ทำกำไรสุทธิสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 7,495 ล้านบาท
หมายเหตุ: แม้รายได้จะลดลง แต่กำไรสุทธิสูงสุดในปีนี้ได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน มูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษนี้ ศุภาลัย น่าจะเข้าป้ายอันดับ 1
ศุภาลัย (SPALI): 6,083 ล้านบาท
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 6,054 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 3,160 ล้านบาท (ลดลง 25%)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 2,525 ล้านบาท
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 2,503 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 2,339 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 1,865 ล้านบาท
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): 1,610 ล้านบาท
หมายเหตุ: ตัวเลขประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท

เทรนด์อสังหาริมทรัพย์ปี 2567: ความท้าทายที่ต้องเผชิญ และโอกาสในการเติบโต

จากข้อมูลที่รวบรวมมา สะท้อนให้เห็นว่า ปี 2566 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับวงการ อสังหาริมทรัพย์ไทย อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นหัวใจหลักของอุตสาหกรรม

เมื่อมองไปข้างหน้าถึงปี 2567 สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่พอสมควร ปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และความผันผวนของกำลังซื้อผู้บริโภค จะยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้ที่คลุกคลีในวงการนี้มาอย่างยาวนาน ผมมองเห็นโอกาสบางประการที่ผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง จะสามารถใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ได้:

การปรับตัวด้านผลิตภัณฑ์: การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน เช่น โครงการที่มีพื้นที่ใช้สอยยืดหยุ่น ตอบรับการทำงานที่บ้าน (Work from Home) หรือโครงการที่เน้นการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ (Quality Living) รวมถึงการพัฒนาโครงการแนวราบที่ยังคงได้รับความนิยมในบางกลุ่มเป้าหมาย
การบริหารจัดการต้นทุน: ในภาวะที่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงยังคงผันผวน การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาอัตรากำไร
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล: การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการทำการตลาด การขาย และการบริการลูกค้า (Customer Relationship Management – CRM) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า
การขยายไปยังตลาดใหม่: สำหรับผู้ประกอบการที่มีความพร้อม การพิจารณาขยายการลงทุนไปยังตลาดที่มีศักยภาพ หรือการร่วมทุนกับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสในการเติบโต
การโฟกัสที่กำไร ไม่ใช่แค่ยอดขาย: ดังที่ได้วิเคราะห์ไปแล้ว การให้ความสำคัญกับการสร้างกำไรที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับการสร้างยอดขาย จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริงในระยะยาว

สำหรับนักลงทุนที่สนใจในตลาด อสังหาริมทรัพย์ไทย ผมแนะนำให้ศึกษาข้อมูลของแต่ละบริษัทอย่างละเอียด พิจารณาปัจจัยพื้นฐาน งบการเงิน กลยุทธ์การดำเนินงาน และแนวโน้มการเติบโตในอนาคต เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนให้รอบคอบ

หากคุณเป็นผู้ประกอบการในวงการ อสังหาริมทรัพย์ หรือกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจ การทำความเข้าใจบทวิเคราะห์นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ก้าวต่อไปคือการนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปปรับใช้กับแผนธุรกิจของคุณ และหากคุณต้องการที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยนำทางธุรกิจของคุณให้ก้าวข้ามความท้าทายและคว้าโอกาสใหม่ๆ ในตลาด อสังหาริมทรัพย์ ที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ โปรดติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและวางแผนกลยุทธ์สำหรับอนาคตที่ยั่งยืนของคุณ

Previous Post

เช้าตรู่เดือด! F-16 ปฏิบัติการโจมตี 3 ระลอก ทำลายสะพาน “จัยจุมเนี้ยะ” เสียหายหนัก ตามรายงานภาคสนาม

Next Post

วิกกี่ เปิดใจเล่าตัวตน “ข้าวโพด” คบใครรักจริง ย้อนความสนิทกว่า 26 ปี รู้จักกันทุกช่วงชีวิต

Next Post
วิกกี่ เปิดใจเล่าตัวตน “ข้าวโพด” คบใครรักจริง ย้อนความสนิทกว่า 26 ปี รู้จักกันทุกช่วงชีวิต

วิกกี่ เปิดใจเล่าตัวตน “ข้าวโพด” คบใครรักจริง ย้อนความสนิทกว่า 26 ปี รู้จักกันทุกช่วงชีวิต

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Part 2: N1906041_บางคร งความเจ บของคนเล ยงด .. ก ค อว นท พ อแม ต วจร งมาร บล กเขากล บไ
  • Part 2: N1906043_หากค ณถ กเล ยงด มาโดยบ คคลท ไม ใช พ อแม จงด แลบ คคลน นให ด ถ งแม
  • Part 2: N1906042_ล กนอกไส หากเราทำความด ไว ก บใครโดยท เราไม ได คาดหว งอะไร ส กว นค
  • Part 2: N1906044_สาม ท เก บเง น 10 ป เพ อสร างร านให ภรรยา ความเง ยบท ทำให หลายคนต อ
  • Part 2: N1906045_หากค ณเป นคนหน งท เร ยนจบมาได เพราะม พ อและแม เป นฮ โร อย าล มพวกเ

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • June 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.