
BMW Group ประเทศไทย: ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์พรีเมียม ยั่งยืน และทรงพลัง
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งของตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่องของ BMW Group ประเทศไทย ผมมีความยินดีที่จะนำเสนอภาพรวมความสำเร็จอันโดดเด่นของ BMW Group ประเทศไทยในปี 2566 และวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนสู่อนาคต ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรม ยนตรกรรมที่ยั่งยืน และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับให้กับผู้บริโภคชาวไทย
ปี 2566: ประสบการณ์แห่งความสำเร็จ ยืนยันความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียม
BMW Group ประเทศไทย ประกาศผลการดำเนินงานในปี 2566 อย่างน่าภาคภูมิใจ ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องในภาพรวม และยอดจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicles – EVs) และกลุ่ม Luxury Class ซึ่งตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมของประเทศไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ความสำเร็จนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของการวางกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด การลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคต และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความต้องการของตลาด
ในปีที่ผ่านมา BMW Group ประเทศไทย มียอดจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 15,477 คัน เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อนหน้า โดยแบ่งเป็นแบรนด์ BMW จำนวน 14,128 คัน และแบรนด์ MINI อีก 1,349 คัน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมีให้กับแบรนด์ BMW และ MINI อย่างต่อเนื่อง
อเล็กซานเดอร์ บารากา: หัวเรือใหญ่แห่งความสำเร็จ
คุณอเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ BMW Group ประเทศไทย กล่าวถึงความสำเร็จในปี 2566 ว่า “BMW Group ประเทศไทย มุ่งมั่นในการผลักดันนวัตกรรมความเป็นเลิศทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และการบริการอย่างต่อเนื่อง ความพยายามนี้สะท้อนให้เห็นจากยอดจดทะเบียนรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งยังคงให้ความไว้วางใจในแบรนด์ BMW, MINI และ BMW Motorrad”
“เรามีความภูมิใจอย่างยิ่งจากความสำเร็จที่พนักงานและผู้จำหน่าย BMW และ MINI อย่างเป็นทางการทุกคนมีส่วนช่วยให้เรายังคงครองตำแหน่งผู้นำในเซ็กเมนต์รถยนต์พรีเมียมอีกครั้งในปี 2566 นอกจากนี้ เป้าหมายการขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนของเรายังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ BMW ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้า และการก้าวสู่อนาคตของยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น”
การขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน: พลังแห่งยานยนต์ไฟฟ้า
หัวใจสำคัญของความสำเร็จในปี 2566 คือการมุ่งเน้นที่กลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่ง BMW Group ประเทศไทย ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยมีอัตราการเติบโตถึงสองเท่า (200%) เมื่อเทียบกับปี 2565 ด้วยยอดจดทะเบียนรวม 1,604 คัน จากรถยนต์ไฟฟ้า 6 รุ่นที่เปิดตัวในตลาด ได้แก่ BMW iX3, BMW iX, BMW i4, BMW i5, BMW i7 และ MINI Cooper SE
นอกจากนี้ กลุ่มรถยนต์ Luxury Class ของ BMW ก็ยังคงสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน โดยรุ่นต่างๆ อาทิ BMW Series 7, BMW i7, BMW Series 8, BMW X7 และ BMW XM มียอดจดทะเบียนรวม 668 คัน เพิ่มขึ้นถึง 46% จากปีก่อนหน้า การเติบโตนี้แสดงให้เห็นว่า ลูกค้ากลุ่มพรีเมียมให้ความสำคัญกับนวัตกรรม เทคโนโลยี และสมรรถนะที่เหนือระดับ ควบคู่ไปกับการออกแบบที่หรูหราและประสบการณ์การขับขี่ที่พิเศษ
BMW Motorrad ประเทศไทย ก็ไม่น้อยหน้า ยังคงรักษาผลงานที่แข็งแกร่งด้วยยอดจดทะเบียน 1,079 คันในปี 2566 ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ BMW ในทุกๆ การเดินทาง
รางวัลอันทรงเกียรติ: บทพิสูจน์ความเป็นเลิศ
การครองตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์พรีเมียมไทย 4 ปีซ้อน ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า และความทุ่มเทของพนักงาน ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ และพันธมิตรทุกรายของ BMW Group ประเทศไทย ที่ร่วมกันส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ระดับสูงสุด
ในปี 2566 BMW Group ประเทศไทย ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมายจากสื่อชั้นนำหลายสำนัก ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเลิศทั้งในด้านการบริหารจัดการ ผลิตภัณฑ์ และการบริการ อาทิ:
2023-2024 Thailand’s Most Admired Company: รางวัลที่ได้รับติดต่อกันเป็นปีที่ 6 จากนิตยสาร BrandAge
Thailand Top Company Awards 2023: ในหมวด Best Customer Focus Award จากนิตยสาร Business+
Car and Bike of the Year 2023: รวม 14 รางวัล จากบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
The Best of Luxury Electric Vehicle: สำหรับ BMW i7 จากนิตยสาร Robb Report
รางวัลเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่า BMW Group ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศในทุกผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลก: BMW Group ก้าวล้ำนำเทรนด์
นอกเหนือจากความสำเร็จในประเทศไทย BMW Group ยังคงแข็งแกร่งในระดับโลก ด้วยยอดขายรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของแบรนด์ BMW, MINI และ Rolls-Royce โดยมียอดส่งมอบรวม 2,555,341 คันทั่วโลก เพิ่มขึ้น 6.5% ที่น่าสนใจคือ กลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% มียอดขายเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 74.4% จากปี 2565 ด้วยยอดส่งมอบทั่วโลก 376,183 คัน
ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก และการตอบรับเทรนด์พลังงานสะอาดที่กำลังมาแรง BMW Group คาดการณ์ว่า ยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป และคาดว่าจะมียอดขายมากกว่า 500,000 คันในปี 2567 นี้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำบทบาทของ BMW Group ในฐานะผู้บุกเบิกด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง
BMW M5 (G90): นิยามใหม่ของซูเปอร์คาร์ซีดานพลังแรง
ในโลกของยนตรกรรมสมรรถนะสูง “BMW M5” คือชื่อที่หลายคนปรารถนา และสำหรับปี 2025 การมาถึงของ BMW M5 เจเนอเรชันที่ 7 (รหัส G90) ไม่ใช่เพียงการปรับโฉม แต่คือการปฏิวัติวงการซูเปอร์คาร์ซีดาน ด้วยการผสมผสานจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับเทคโนโลยี Plug-in Hybrid อันทรงพลังอย่างลงตัว
ดีไซน์ภายนอก: ดุดัน สง่างาม เต็มเปี่ยมด้วย DNA M
BMW M5 G90 รหัส G60 โดดเด่นด้วยชุดแต่ง M Carbon สีดำเงา พร้อมหลังคาและฝาครอบกระจกมองข้างสีดำทรงปีกเป็นออปชันเสริม กระจังหน้าทรงไตคู่มาพร้อมไฟ LED เรืองแสง “Iconic Glow” และไฟหน้า LED Adaptive โคมไฟหน้าตกแต่งสีดำสะท้อนความสปอร์ต ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL แบบ LED รูปตัวซีกลับด้าน ให้ลุคที่ทันสมัย
การออกแบบใหม่ตั้งแต่ชุดกันชนหน้าจนถึงประตูที่กลับมาใช้แบบยกก้านแทนดึงก้านคล้าย BMW X1 เสริมด้วยกรอบเล็กๆ บนเสา C ที่ปักชื่อ M5 ที่เป็นเอกลักษณ์ ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้าย LED แบบเส้นคู่ สปอยเลอร์หลังสีดำดีไซน์เฉียบ และปลายท่อไอเสีย 4 ท่อรูปสี่เหลี่ยมเอกลักษณ์ พร้อมดิฟฟิวเซอร์หลังสีดำขนาดใหญ่ ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 20 และ 21 นิ้ว พร้อมยางสมรรถนะสูง ยิ่งเสริมให้ M5 G90 ดูน่าเกรงขาม
มิติรถ: ยาว 5,096 มม., กว้าง 1,970 มม., สูง 1,510 มม., ระยะฐานล้อ 3,006 มม.
ระยะใต้ท้องรถ: 115 มม.
น้ำหนักรถ: 2,435 กก.
ความจุถังน้ำมัน: 60 ลิตร
ภายใน: เทคโนโลยีล้ำสมัย ผสานความหรูหราและสุนทรียภาพ
ห้องโดยสารของ BMW M5 G90 เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เริ่มต้นที่คอนโซลหน้าดีไซน์ล้ำพร้อมจอสัมผัสโค้ง BMW Curved Display ที่รวมจอมาตรวัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว และจอสัมผัส 14.9 นิ้ว เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 8.5 พร้อมผู้ช่วยส่วนตัว BMW Intelligent Personal Assistant
ระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนแบบไร้สายผ่าน Apple CarPlay หรือ Android Auto, จอแสดงผลเหนือคอนโซลหน้า BMW Head-up Display, และแถบไฟ BMW Interaction Bar บนแผงคอนโซลหน้าและแผงประตู เพิ่มความสะดวกสบายและประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับ
ระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะ (Comfort Access System) รองรับ BMW Digital Key ซึ่งเปลี่ยน iPhone ให้เป็นกุญแจรถ สามารถสั่งงานผ่านเทคโนโลยี Near Field Communication (NFC) ระบบสั่งงานด้วยเสียงผ่าน BMW Intelligent Personal Assistant และ BMW Gesture Control ช่วยเพิ่มความสะดวกในการควบคุมระบบต่างๆ
ระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูงจาก Bowers & Wilkins กำลังขับ 655 วัตต์ พร้อมลำโพง 18 จุด พวงมาลัยหุ้มหนังมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน สไตล์ M พร้อมแถบบอกตำแหน่งองศาพวงมาลัย On-Centre Marker และ Paddle Shift ตกแต่งสีดำโครเมียม พร้อมปุ่ม M และแป้นเปลี่ยนเกียร์คาร์บอนสีแดง ที่มีสัญลักษณ์ Boost Mode พิเศษ
เบาะนั่งสปอร์ต M Bucket Seat หุ้มหนัง Merino ปรับไฟฟ้าพร้อมระบบจำตำแหน่ง เบาะหลังพับได้แบบ 40:20:40 สร้างพื้นที่เก็บสัมภาระ 466 ลิตร หลังคาพาโนรามิกซันรูฟพร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า และกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ เสริมความเหนือระดับ
ขุมพลัง Plug-in Hybrid: พลังบริสุทธิ์ที่เหนือความคาดหมาย
BMW M5 G90 สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการนำเทคโนโลยี Plug-in Hybrid มาประจำการเป็นครั้งแรก โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.4 ลิตร รหัส S68B44T0 ยกมาจาก BMW XM ให้กำลังสูงสุด 585 แรงม้า ที่ 5,600-6,500 รอบต่อนาที แรงบิด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,800-5,400 รอบต่อนาที
จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ BMW eDrive กำลัง 197 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตันเมตร ส่งผลให้พละกำลังรวมสูงสุด 727 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,000 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง: 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 3.5 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (สามารถเพิ่มได้ถึง 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากติดตั้ง M Driver’s Package)
พลังงานมาจากแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ขนาด 18.6 kWh ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถ สามารถทำความเร็วสูงสุด 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในโหมดไฟฟ้าล้วน และวิ่งได้ไกลสูงสุด 67-69 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (WLTP) รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 7.4 kW โดยใช้เวลาชาร์จ 0-100% ภายใน 3.15 ชั่วโมง
ระบบขับเคลื่อน M xDrive: ส่งกำลังสู่พื้นผิวอย่างแม่นยำ
ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ 4 ล้อ M xDrive ช่วยถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าไปยังล้อทั้งสี่ได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และตรงตามความต้องการใช้งานตลอดเวลา จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด M Steptronic จาก ZF ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ 5 โหมดผ่านปุ่ม M Hybrid บนคอนโซลกลาง: HYBRID, ELECTRIC (100% ไฟฟ้า), eCONTROL, DYNAMIC, และ DYNAMIC Plus
สมรรถนะการขับขี่: การควบคุมที่เหนือชั้น
BMW M5 G90 มาพร้อมแพ็คเกจเสริม M Drive Professional, พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (Electric Power Steering) และระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ ชุดเบรก M Compound Brake สีทอง เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน (คาลิเปอร์หน้า 6 Pot ขนาด 16.1 นิ้ว, คาลิเปอร์หลัง 1 Pot ขนาด 15.7 นิ้ว)
ระบบเฟืองท้าย M Sport, ช่วงล่าง Adaptive M Suspension พร้อมระบบปรับองศาล้อหลังขณะเข้าโค้ง (Integral Active Steering) สูงสุด 1.5 องศา การกระจายน้ำหนักหน้า-หลังที่สมบูรณ์แบบ 50:50 และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ยิ่งเสริมความมั่นใจในการขับขี่
BMW M5 G90 ผลิตที่โรงงาน BMW Group เมือง Dingolfing ประเทศเยอรมนี และพร้อมเปิดตัวในประเทศไทยที่งาน Motor Expo 2024 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
ราคาจำหน่าย:
BMW M5 ใหม่: 12,999,000 บาท
BMW M5 ใหม่ พร้อมเบรกเซรามิก: 13,699,000 บาท
(รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard)
BMW ELECTRiFY EXPERIENCES: สัมผัสประสบการณ์ยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
BMW Group ประเทศไทย เชิญชวนสัมผัสประสบการณ์แห่งสุนทรียภาพการขับขี่ที่เหนือชั้นและปลอดมลพิษ ในแบบฉบับยนตรกรรมไฟฟ้าสุดหรูของตระกูล “i” ในงาน “BMW ELECTRiFY EXPERIENCES” ครั้งแรกของการรวบรวมรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) จาก BMW ครบทุกเซกเมนต์มาให้ยลโฉม
ไฮไลท์สำคัญ:
เปิดตัว BMW i5 eDrive40 M Sport Touring ใหม่: ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในตระกูล Series 5 ในรูปแบบ Touring ที่จะมาพลิกโฉมทุกมิติการขับขี่
จัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่น: อาทิ BMW i4 eDrive35 M Sport, BMW iX3 M Sport, BMW iX xDrive50 Sport, BMW i5 eDrive40 M Sport, BMW i5 eDrive40 M Sport (Inspiring), BMW i7 xDrive60 M Sport
ผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำ: ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการขายและการบริการพร้อมตอบทุกคำถามเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของและการบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า
ข้อเสนอพิเศษในงาน BMW ELECTRiFY EXPERIENCES:
สำหรับลูกค้าที่จองและรับมอบรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 และทำสัญญาทางการเงินกับ BMW Financial Services ประเทศไทย จะได้รับข้อเสนอพิเศษมากมาย รวมถึง BMW Wall Box, ประกันภัยชั้นหนึ่ง BMW Protect, อัตราดอกเบี้ยพิเศษ, และการอัปเกรดแพ็คเกจ BSI Ultimate (รายละเอียดข้อเสนอแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น)
BMW i5 eDrive40 M Sport Touring ใหม่: สุนทรียภาพแห่งการเดินทางในทุกมิติ
BMW i5 eDrive40 M Sport Touring ใหม่ คือการต่อยอดคุณสมบัติอันโดดเด่นของตระกูล Series 5 สู่รูปแบบ Touring ที่ผสมผสานความสปอร์ต สง่างาม และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ด้วยนวัตกรรมที่ยกระดับทั้งความเพลิดเพลินในการขับขี่
ราคาจำหน่าย:
BMW i5 eDrive40 M Sport Touring ใหม่: 4,899,000 บาท
BMW i5 eDrive40 M Sport Touring (Pro) ใหม่: 4,999,000 บาท
(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)
การออกแบบภายนอก: สง่างาม ทรงพลัง ดุดัน
BMW i5 Touring ใหม่ มีฐานล้อยาวที่สุดในเซกเมนต์ ด้วยความยาวรวม 2,995 มิลลิเมตร ไฟหน้าคู่และกระจังหน้าที่ยื่นออกมาจากตัวรถมากขึ้น พร้อมระบบไฟ BMW Iconic Glow ไฟ LED แนวตั้งสองแถวบริเวณด้านข้างรับหน้าที่เป็นไฟเลี้ยวและไฟส่องสว่างเวลากลางวัน
สปอยเลอร์หลังคาที่ทอดตัวตลอดความยาวของตัวถังช่วยเน้นความสง่างาม พื้นที่จัดเก็บสัมภาระกว้างขวางถึง 570-1,700 ลิตร ซุ้มล้อหลังเสริมรูปลักษณ์ให้ดูทรงพลัง ผสานกับล้ออัลลอย M aerodynamic ขนาด 20 นิ้ว และชุดไฟท้ายสุดโฉบเฉี่ยว ชุดแต่ง M Sport ที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน รวมถึงเบรก M Sport คาลิเปอร์สีน้ำเงิน และกรอบหน้าต่าง M High-gloss Shadowline
ขุมพลังไฟฟ้า: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า
ขุมพลังของ BMW i5 Touring คือมอเตอร์ไฟฟ้าจากเทคโนโลยี BMW eDrive ให้กำลังสูงสุด 250 กิโลวัตต์ / 340 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรไปยังล้อหลัง
อัตราเร่ง: 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.1 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 193 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แบตเตอรี่: ลิเธียมไอออนแรงดันสูงขนาด 83.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง
ระยะทางวิ่งสูงสุด: 560 กิโลเมตร (WLTP)
อัตราการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ย: 16.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กิโลเมตร
การชาร์จ DC: สูงสุด 205 กิโลวัตต์
การชาร์จ AC (22 kW): 0-100% ใน 4 ชั่วโมง 15 นาที
ภายใน: ความหรูหรา ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย
ห้องโดยสารตกแต่งด้วยชุดแต่ง M Sport อย่างครบครัน พวงมาลัยหุ้มหนัง M, เพดานห้องโดยสาร M สี Anthracite, แถบสีเงินเข้ม M, และลวดลาย Aluminium Rhombicle ปุ่มกดและคันเกียร์ตกแต่งด้วยผิวหน้าแก้ว CraftedClarity ตัดกับเบาะหนัง Veganza
เทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อการขับขี่ที่เหนือระดับ:
BMW Driving Assistant Plus: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบ Stop & Go, ระบบช่วยรักษาเลน, ระบบช่วยบังคับเลี้ยว
Parking Assistant Plus: ช่วยในการจอดรถทุกรูปแบบ (อัปเกรดเป็น Parking Assistant Professional พร้อม Remote Control Parking ผ่านแอป My BMW)
BMW Connected Package Professional: บริการ ConnectedDrive, การทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟน, แท่นชาร์จไร้สาย
BMW Curved Display: นำเสนอข้อมูลผ่านหน้าจอทอดยาวตลอดแผงคอนโซล รองรับคำสั่งเสียงและท่าทางผ่าน BMW Natural Interaction
ระบบเสียง HiFi Harman Kardon
แพลตฟอร์ม AirConsole: ให้ผู้ขับและผู้โดยสารเล่นเกมขณะรถจอด
BMW i5 eDrive40 M Sport Touring ใหม่ พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ว:
รุ่นมาตรฐาน: ราคา 4,899,000 บาท (มีให้เลือก 4 สี พร้อมเบาะหนัง Veganza ดำ/น้ำตาล)
รุ่น (Pro): ราคา 4,999,000 บาท (มีให้เลือก 3 สี พร้อมเบาะหนัง Veganza ดำ/น้ำตาล)
ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมแพ็คเกจ BSI Standard: บริการบำรุงรักษา 4 ปีไม่จำกัดระยะทาง, รับประกันคุณภาพ 4 ปีไม่จำกัดระยะทาง, รับประกันแบตเตอรี่แรงดันไฟสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
BMW Group ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์อนาคตแห่งยานยนต์ที่ยั่งยืน และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับให้กับลูกค้าชาวไทย เราขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสโลกแห่งยนตรกรรมพรีเมียมแห่งอนาคต ที่ BMW Group ประเทศไทย ยินดีเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางอันน่าตื่นเต้นของคุณ.