
Audi A8 L 60 TFSI e quattro: สุดยอดแห่งยนตรกรรมซาลูนปลั๊กอินไฮบริดที่นิยามใหม่แห่งความหรูหราและสมรรถนะ
ในโลกของยานยนต์หรูระดับ Ultra-Luxury Sedan เยอรมันที่หลายคนยกย่อง “Audi A8 L 60 TFSI e quattro” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกที่แตกต่างอย่างมีสไตล์ ด้วยการผสมผสานดีไซน์อันสง่างาม สมรรถนะอันทรงพลัง และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด รุ่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสืบทอดความเป็นเลิศของ Audi A8 แต่ยังเป็นการยกระดับนิยามของรถยนต์ Plug-in Hybrid Executive Sedan ให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยขุมพลัง V6 ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบ Plug-in Hybrid ที่มอบทั้งประสิทธิภาพและความยั่งยืน ผนวกกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เป็นครั้งแรกในวงการยานยนต์ เพื่อยกระดับระบบช่วยเหลือการขับขี่ เช่น Adaptive Cruise Control และ Active Lane Assist ให้ทำงานได้อย่างแม่นยำและชาญฉลาดยิ่งขึ้น
A8 L 60 TFSI e quattro: ตัวแทนแห่งความมั่งคั่งและอำนาจ
ในฐานะทายาทแห่งตระกูล A8 ที่เน้นความสะดวกสบายเหนือใคร Audi A8 L 60 TFSI e quattro คันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ที่ทรงพลัง ผสานกับระบบปลั๊กอินไฮบริด ถือเป็นยานยนต์ PHEV รุ่นเรือธงล่าสุดจากค่ายสี่ห่วง ที่พร้อมจะเข้าสู่สมรภูมิอันดุเดือดกับคู่แข่งระดับเดียวกันอย่าง BMW 750e และ Mercedes-Benz S580e รถยนต์เหล่านี้ล้วนเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ความมั่งคั่ง และอำนาจในการตัดสินใจ A8 เองก็ถือเป็นยานยนต์รุ่นบุกเบิกที่สร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ Audi มาอย่างยาวนาน
วิวัฒนาการสู่ความเป็นเลิศ: A8 L 60 TFSI e quattro
Audi A8 เจเนอเรชันที่ 4 ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความสดใหม่และทันสมัย เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2020 Audi A8 โฉมใหม่ ได้รับการยกระดับประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนให้สะอาดขึ้น ลดมลพิษ และประหยัดน้ำมันยิ่งกว่าเดิม พละกำลังที่เพิ่มขึ้น รูปลักษณ์ที่โดดเด่น และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน ระบบความปลอดภัยที่พัฒนาไปอีกขั้น รวมถึงการนำเสนอนวัตกรรมระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริดในรถซาลูนรุ่นเรือธง สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการออกแบบแห่งอนาคตที่ล้ำสมัย ดีไซน์ที่เฉียบคม ผสมผสานกับเทคโนโลยีอันเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ความสบายในห้องโดยสารตอนหลังได้กลายเป็นนิยามใหม่ของความหรูหราในเซกเมนต์สูงสุดของ Audi A8 รุ่น Plug-in Hybrid นี้ ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เดิมที่เปรียบเสมือนตัวแทนของความสะดวกสบาย องค์ประกอบทุกส่วนได้รับการพัฒนาโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ผสานขีดความสามารถในการควบคุมที่ให้สัมผัสคล้ายรถสปอร์ต พร้อมความแม่นยำในทุกรายละเอียดของการประกอบ Audi A8 L 60 TFSI e quattro จึงเป็นมากกว่ารถยนต์นั่งที่สะดวกสบาย แต่ยังเป็นสุดยอดยานยนต์สำหรับการเดินทางไกลที่สมบูรณ์แบบ
ดีไซน์ภายนอก: สง่างาม ทรงพลัง และบ่งบอกถึงสถานะ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า Audi A8 คือยานยนต์ที่สะท้อนถึงสถานะและอำนาจของผู้บริหารระดับสูง ผู้ที่ได้สัมผัสกับความสะดวกสบายเบาะหลัง มักจะเป็นบุคคลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำประเทศ ประธานบริษัทมูลค่ามหาศาล นักการทูต หรือแม้กระทั่งผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงต่างๆ รูปลักษณ์ภายนอกจึงถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนความมั่นใจ กระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Singleframe ที่กว้างขึ้น พร้อมกรอบโครเมียมที่เพิ่มมิติจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบน ประดับประดาด้วยความหรูหรา กรอบกระจกรอบคันหุ้มด้วยวัสดุสีเงิน ช่องดักอากาศด้านข้างได้รับการออกแบบให้ตั้งตรงมากขึ้น สอดคล้องกับสไตล์การออกแบบที่เน้นความสดใหม่ ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ ขอบด้านล่างสร้างรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์และแตกต่างอย่างชัดเจนจากคู่แข่ง เน้นการแสดงออกถึงตัวตนและอำนาจอย่างชัดเจน
รายละเอียดการออกแบบภายนอก: ความประณีตที่สัมผัสได้
มุมมองด้านข้างของ A8 L 60 TFSI e quattro ยังคงเอกลักษณ์ของรถซาลูนหรูได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการผสมผสานวัสดุสีเงินกับล้ออัลลอยดีไซน์เงางาม โดมหลังคาที่ลาดเอียงอย่างสง่างาม เส้นสายที่ทอดยาวไปตามด้านข้าง โดยเฉพาะเส้นข้างด้านบน ช่วยเน้นย้ำความยาวของตัวถังได้อย่างลงตัว ซุ้มล้อที่ดูกว้างขึ้น บ่งบอกถึงศักยภาพของระบบขับเคลื่อน quattro Ultra เส้นสายที่คมชัด ลากยาวจากแก้มข้างไปจนถึงมือจับประตูหลัง บั้นท้ายมาพร้อมไฟท้าย OLED ดีไซน์ใหม่ เชื่อมต่อกันด้วยเส้นโครเมียม ไฟท้าย OLED สามารถปรับรูปแบบการส่องสว่างได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ ควบคุมด้วยระบบดิจิทัล แถบไฟภายในแบ่งเป็นส่วนๆ มอบมิติที่ลึกและชัดเจน ดิฟฟิวเซอร์ที่กันชนหลัง Audi A8 L 60 TFSI e quattro มีช่องดักอากาศที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสม ท่อไอเสียดีไซน์เหลี่ยมที่ตกแต่งอยู่ภายนอกใต้กันชนหลังเป็นเพียงส่วนตกแต่ง เพราะท่อไอเสียจริงนั้นถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้กันชนหลังหรูหรา นี่คือรายละเอียดการออกแบบสไตล์สปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของ Audi
แพ็กเกจ S line และตัวเลือกสี: สะท้อนความเป็นคุณ
Audi ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทย Audi ได้จัดแพ็กเกจชิ้นงานตกแต่งภายนอกแบบโครเมียมมาเป็นครั้งแรกสำหรับ A8 พร้อมแพ็กเกจอุปกรณ์ตกแต่งภายนอก S line แบบใหม่ล่าสุด ทีมดีไซน์ได้ปรับปรุงส่วนหน้าให้มีสัมผัสแบบไดนามิก สร้างความแตกต่างจากรุ่นมาตรฐานได้อย่างชัดเจน ล้ออัลลอยลายใหม่แบบสิบก้านคู่โดดเด่น บริเวณใกล้ช่องดักอากาศด้านข้างของกันชนหน้าถูกออกแบบให้มีมิติที่ลึกและซับซ้อน เพื่อเสริมความสง่างามให้กับเรือธงรุ่นปรับโฉมรุ่นนี้
Audi A8 L มีสีภายนอกให้เลือกถึง 11 สี ได้แก่ สีเขียวเมทัลลิก (District Green), สีเขียวใหม่ (Firmament Blue), สีฟ้าใหม่, สีเทา (Manhattan Grey) และสีน้ำเงิน (Ultra Blue) นอกจากนี้ Audi ยังมีออปชันพิเศษที่ต้องชำระเพิ่มหากต้องการความแตกต่างอย่างสะดุดตา ด้วยสีเคลือบด้าน 5 สี ได้แก่ สีเทา (Daytona Grey), สีเงิน (Floret Silver), สีเขียวกระจ่าง (District Green), สีเทา (Terra Grey) และสีขาวด้าน (Glacier White) โปรแกรมพิเศษนี้เป็นไปตามคำสั่งซื้อของลูกค้าเท่านั้น
โครงสร้างตัวถัง: น้ำหนักเบา แข็งแกร่ง และปลอดภัย
การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ ส่งผลต่อขนาดของเรือธง Audi A8 L 60 TFSI e quattro เพียงเล็กน้อย มิติความยาวอยู่ที่ 5,320 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,945 มิลลิเมตร ความสูง 1,488 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,128 มิลลิเมตร ด้วยน้ำหนักรวม 2,480 กิโลกรัม ตัวถังของ A8 ใหม่ ใช้หลักการ Audi Space Frame (ASF) ซึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วนอะลูมิเนียมถึง 58% ห้องโดยสารใช้วัสดุเหล็กขึ้นรูปด้วยความร้อน เสริมด้วยแผงด้านหลังที่มีความแข็งแรงสูงเป็นพิเศษ ส่วนประกอบของห้องโดยสารใช้วัสดุสังเคราะห์ที่มีความแข็งแกร่งสูง ทำจากโพลีเมอร์เสริมคาร์บอนไฟเบอร์ และแท่งสตรัททาวเวอร์ที่ทำจากแมกนีเซียม ชิ้นส่วนเหล่านี้รวมกันเพื่อสร้างโครงสร้างน้ำหนักเบา แต่ให้ความแข็งแกร่งของ Body ที่เป็นรากฐานสำคัญของการควบคุมที่แม่นยำ ความสบาย การเก็บเสียง และความปลอดภัยสูงสุดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
เทคโนโลยีแสงสว่าง: Digital Matrix LED และ OLED Lighting
ไฟหน้า Digital Matrix LED เปรียบเสมือนเครื่องฉายวิดีโอ ใช้เทคโนโลยี DMD (Digital Micromirror Device) ไฟหน้าแต่ละดวงมีกระจกขนาดเล็กประมาณ 1.3 ล้านชิ้น ทำหน้าที่แบ่งแสงออกเป็นพิกเซลเล็กๆ ช่วยปรับการมองเห็นในที่มืด เพิ่มแสงสว่างบนถนนที่ปราศจากแสงไฟ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ ฟังก์ชันใหม่ที่น่าประทับใจคือ ไฟช่องทาง (Lane Light) และไฟแสดงทิศทางสำหรับขับขี่บนทางหลวง ไฟหน้าจะส่องสว่างเฉพาะเลนของผู้ขับขี่ให้สว่างเป็นพิเศษ พร้อมไฟแสดงทิศทางที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ยังคงอยู่ในเลนของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขับผ่านพื้นที่ก่อสร้างที่มักจะไม่มีเส้นแบ่งเลนชัดเจน ไฟหน้า Matrix LED แบบดิจิทัล พร้อมฟังก์ชัน Coming Home/Leaving Home แบบไดนามิก เมื่อปลดล็อกและออกจากรถ ระบบไฟจะส่องสว่างคล้ายกับเครื่องฉายที่ฉายภาพบนพื้นหรือผนัง
A8 L รุ่นปรับโฉม ยังมาพร้อมกับไฟท้าย OLED แบบดิจิทัล (Organic Light-Emitting Diode) เมื่อเลือกโหมด Dynamic ไฟท้าย OLED จะทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบภายในกรอบไฟท้ายให้กว้างขึ้น เพิ่มความสว่างกว่าเดิม ระบบควบคุมและสั่งงานไฟท้ายจะทำงานด้วยการเปิดไฟ OLED ในรูปแบบเฉพาะ เมื่อมีรถคันอื่นวิ่งเข้ามาใกล้กับส่วนท้ายของ A8 L ภายในระยะ 2 เมตร ระบบ OLED ทั้งหมดจะถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติทันที นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันเพิ่มเติม เช่น สัญญาณไฟเลี้ยวแบบไดนามิก และฟังก์ชัน Coming Home/Leaving Home
ภายในห้องโดยสาร: ห้องรับแขกเคลื่อนที่ที่หรูหราและผ่อนคลาย
ภายในของ Audi A8 L ให้ความรู้สึกคล้ายห้องรับแขกที่กว้างขวางและโปร่งโล่ง ชุดไฟ Ambient Light Plus ตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยการเรืองแสงอย่างหรูหราในยามค่ำคืน ไฟอ่านหนังสือด้านหลังก็ใช้เทคโนโลยี Matrix LED เบาะนั่งและอุปกรณ์ของเบาะใน A8 L รุ่นปรับปรุง ได้รับการเน้นด้านความหลากหลายของการใช้งาน การปรับท่านั่งที่ครอบคลุม ทำให้การขับขี่หรือการนั่งโดยสารเป็นไปอย่างสะดวกสบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเบาะหลัง ซึ่งมีออปชันพิเศษให้เลือก ที่นั่งพักผ่อน (Relaxation Seat) ใน A8 L ถือเป็นจุดสูงสุดของการพัฒนายานยนต์ลิมูซีนระดับบน มีที่วางเท้าด้านหลังเบาะผู้โดยสารที่สามารถเปิดใช้งานเพื่อมอบความอบอุ่นและนวดฝ่าเท้าได้หลายระดับ แพ็กเกจที่นั่งพักผ่อนประกอบด้วยการนวดหลัง พร้อมเบาะรองนั่งแบบนิวแมติก ระบบนวด 18 ตำแหน่ง และพนักพิงศีรษะปรับด้วยระบบไฟฟ้า
แดชบอร์ดและคอนโซลกลางเชื่อมต่อกันอย่างกลมกลืนกับหน้าจอและช่องแอร์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบดีลักซ์ 4 โซน หน้าจอใหม่สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ตู้เย็นสำหรับแช่เครื่องดื่ม (ออปชันเสริม) รวมถึงช่องวางเครื่องดื่มอย่างแชมเปญ ล้วนถูกรวมอยู่ในโปรแกรมตกแต่งพิเศษของ Audi ที่เน้นความสะดวกสบายสูงสุด ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่วุ่นวายของเมืองหลวง
ความประณีตของวัสดุและการตกแต่งภายใน
ความพิถีพิถันในการตกแต่งภายในปรากฏให้เห็นในทุกรายละเอียด การเจาะรูอย่างแม่นยำบนหนังที่ใช้หุ้มเบาะ ม่านบังแสงเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ช่องแอร์บริเวณเสากลาง และผ้ากำมะหยี่ที่นุ่มสบายบนพนักพิงศีรษะ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Valcona สีน้ำตาลคอนยัค วัสดุไมโครไฟเบอร์ Dinamica สีขาวหุ้มบริเวณขอบเสาหน้า กลาง หลัง และเพดานรถทั้งหมด ลักษณะเด่นของ A8 L รุ่นปรับปรุงใหม่ คือการกำหนดค่าโทนสีภายในที่มีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการของลูกค้า รวมถึงการออกแบบของ Audi ในสีเงินพาสเทล และภายใน S line สีดำ สีแดงเมอร์โลต์ หรือคอนยัค แพ็กเกจเครื่องหนังและอุปกรณ์ตกแต่งจาก Audi Exclusive เป็นออปชันเสริมราคาแพงที่ให้เลือกมากมาย พร้อมแพ็กเกจระบบเสริมคุณภาพอากาศด้วยเครื่องสร้างประจุไอออน และกลิ่นหอมที่ช่วยให้รู้สึกสดชื่น
ระบบนำทางและความบันเทิง: MMI Navigation Plus และ Bang & Olufsen
MMI Navigation Plus เป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน Audi A8 L 60 TFSI e quattro เชื่อมโยงกับระบบ Infotainment แบบโมดูลาร์รุ่นที่สาม (MIB 3) A8 L PHEV ยังติดตั้งหน้าจอใหม่สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง หน้าจอได้รับการปรับขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งานตามความคาดหวังของผู้โดยสารเบาะหลังในปัจจุบัน ด้วยจอแสดงผลขนาด 10.1 นิ้ว จำนวน 2 จอ ความละเอียดระดับ Full HD ติดตั้งอยู่ที่ด้านหลังของเบาะหน้า จอภาพแสดงเนื้อหาจากอุปกรณ์ของผู้โดยสาร สามารถรับสตรีมเสียงและวิดีโอผ่านการแคสต์ รวมถึงจากแพลตฟอร์มสตรีมมิง หรือคลังสื่อทีวี
สำหรับนักฟังเพลงระดับ Hi-Fi ระบบเสียง Bang & Olufsen ได้รับการปรับแต่งพิเศษ นำเสนอระบบเสียง 3D สู่เบาะหลัง ด้วยแอมพลิฟายเออร์กำลังขับ 1,920 วัตต์ ลำโพง 23 ตำแหน่ง พร้อมเลนส์ทวีตเตอร์ที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้าจากแผงหน้าปัด ควบคุมผ่านรีโมทคอนโทรลสำหรับเบาะหลัง ซึ่งติดตั้งอย่างแน่นหนาบริเวณที่วางแขนตรงกลาง ผู้โดยสารสามารถควบคุมฟังก์ชันความสะดวกสบายและความบันเทิงได้จากแผงควบคุมบนที่วางแขน ชุดควบคุมพร้อมหน้าจอสัมผัสมีขนาดใหญ่พอๆ กับสมาร์ทโฟน
ขุมพลัง Plug-in Hybrid: ประสิทธิภาพและความยั่งยืน
Audi A8 L 60 TFSI e quattro เรือธงรุ่น Plug-in Hybrid (PHEV) ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมแรงบิดขนาดกะทัดรัด เชื่อมต่อการทำงานกับระบบเกียร์ และเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.0 ลิตร TFSI แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ติดตั้งอยู่ด้านหลัง เก็บพลังงานไฟฟ้า 17.9 kWh กำลังรวมของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่ที่ 340 kW หรือ 462 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร Audi A8 L 60 TFSI e quattro สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.9 วินาที
รุ่น Plug-in Hybrid มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 โหมด ได้แก่ โหมด “EV” สำหรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบ, โหมด “Hybrid” สำหรับการผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ, โหมด “Hold” เพื่อสงวนพลังงานไฟฟ้าที่มีอยู่, และโหมด “Charge” ซึ่งเครื่องยนต์สันดาปจะทำหน้าที่ชาร์จแบตเตอรี่ สำหรับการชาร์จไฟที่บ้านหรือสถานีชาร์จ สามารถรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 7.4 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจาก 0 ถึง 100% ภายใน 55 นาที และสามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 52 กิโลเมตร
ระบบส่งกำลังและระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนอย่างมั่นใจ
เครื่องยนต์ V6 PHEV เชื่อมต่อกับระบบเกียร์ Tiptronic 8 สปีด ที่ปรับเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วและนุ่มนวล ปั๊มไฟฟ้าจะส่งถ่ายน้ำมันหล่อลื่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างราบรื่นทั้งในขณะขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าและขณะที่เครื่องยนต์สันดาปถูกดับ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro จะกระจายแรงบิดระหว่างล้อหลังขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมได้อย่างยอดเยี่ยม
ระบบช่วงล่าง: ความสบายและความคล่องตัวในทุกสภาวะ
ระบบช่วงล่างใน Audi A8 L ผสมผสานความสนุกสนานในการขับขี่แบบสปอร์ตเข้ากับความนุ่มนวลได้อย่างลงตัว การทำงานของระบบช่วงล่างแบบถุงลม Adaptive Air Suspension ปรับเปลี่ยนการทำงานตามรูปแบบการขับขี่ที่แตกต่างกัน ซึ่งเกิดจากการเลือกโหมดการขับขี่ของผู้ขับขี่ ความเร็ว องศาของพวงมาลัย และสภาพผิวถนน ระบบกันสะเทือนถุงลมแบบปรับได้ พร้อมชุดบังคับเลี้ยวที่แม่นยำ ด้วยพวงมาลัยไฟฟ้าโปรเกรสซีฟ ช่วยมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
ระบบช่วงล่างคาดการณ์ล่วงหน้า: นวัตกรรมเพื่อการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ
จุดเด่นสำคัญของ A8 L ที่ได้รับการปรับปรุงคือระบบช่วงล่างแบบคาดการณ์ล่วงหน้า (Predictive Suspension) ซึ่งควบคุมตำแหน่งของแชสซีได้อย่างแข็งขันในทุกสถานการณ์การขับขี่ เมื่อเปิดใช้งานผ่านโหมด Dynamic ซาลูนเรือธงขนาดใหญ่คันนี้จะสำแดงสมรรถนะแบบสปอร์ตด้วยการเข้าโค้งที่เฉียบคม ส่วนหน้าของรถจะไม่ยุบตัวลงเมื่อใช้เบรกหนักๆ ในทางตรงกันข้าม โหมด Comfort+ ระบบบังคับเลี้ยวทำงานร่วมกับกล้องหน้า ระบบสามารถรับรู้ถึงความไม่สม่ำเสมอของพื้นผิวถนนได้อย่างแม่นยำ พร้อมปรับความสมดุลของช่วงล่างและพวงมาลัยไฟฟ้า เพื่อให้การควบคุมในย่านความเร็วสูงมีความง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ระบบ Comfort+ พร้อมระบบช่วงล่างคาดการณ์ล่วงหน้า มีฟังก์ชันพิเศษคือ ระบบต้านการเอียงตัวในโค้ง (Active Roll Stabilization) เมื่อเข้าโค้ง ระบบจะยกด้านข้างของรถที่อยู่ด้านนอกโค้งขึ้น พร้อมๆ กับลดระดับตัวถังด้านตรงข้ามลง ระบบสามารถเอียงเข้าสู่โค้งได้สูงสุดถึง 3 องศา ที่ความเร็วระหว่าง 80-130 กม./ชม. ขณะขับทางตรง Comfort+ พร้อมระบบช่วงล่างคาดการณ์ล่วงหน้า จะเพิ่มหรือลดระดับความสูงของรถ เพื่อช่วยในการเข้า-ออกจากรถได้สะดวกยิ่งขึ้น Adaptive Air Suspension สามารถปรับเพิ่มหรือลดความสูงได้สูงสุดถึง 50 มิลลิเมตร (2 นิ้ว)
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่: ความปลอดภัยเหนือระดับ
Audi A8 L รุ่นปรับปรุง มีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่มากถึง 40 ระบบ รวมถึง Audi pre Sense Basic และระบบความปลอดภัยด้านหน้า Audi Pre Sense ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน จุดเด่นของแพ็กเกจ “Park” คือระบบช่วยจอดระยะไกลแบบพลัส (Remote Parking Pilot Plus) ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายรถซีดานขนาดใหญ่เข้าและออกจากช่องจอดรถแบบขนาน หรือช่องจอดได้โดยอัตโนมัติ ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรถด้วยซ้ำ (ออปชันเสริม)
ระบบช่วยเหลือ “City” ประกอบด้วยระบบช่วยเตือนทางแยก, ระบบแจ้งเตือนทางม้าลาย, ระบบแจ้งเตือนด้านข้าง, และระบบแจ้งเตือนการขับออกนอกช่องทาง ระบบความปลอดภัย Audi pre Sense 360° ทำงานเบื้องหลังระบบช่วยเหลือเหล่านี้ คือระบบควบคุมการช่วยเหลือผู้ขับขี่ส่วนกลาง (zFAS) ที่ทำหน้าที่ประมวลผลสภาพแวดล้อมรอบรถอย่างต่อเนื่องขณะขับเคลื่อน
Audi A8 L 60 TFSI e quattro ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์หรู แต่คือประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่านิยามเดิม สะท้อนถึงความสำเร็จ ความมีรสนิยม และการมองการณ์ไกลในการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ยั่งยืน หากท่านกำลังมองหายานยนต์ที่ตอบสนองทุกความต้องการ ทั้งด้านสมรรถนะ ความหรูหรา ความสบาย และเทคโนโลยีล้ำสมัย เชิญสัมผัส Audi A8 L 60 TFSI e quattro ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมออดี้ใกล้บ้านท่าน เพื่อก้าวสู่ระดับสูงสุดของการเดินทาง