
Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line: สุดยอดแห่งความหรูหราที่มาพร้อมเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ล้ำสมัย
ในยุคที่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ากำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง Audi ผู้นำแห่งนวัตกรรมยานยนต์จากเยอรมนี ได้ประกาศศักดาความล้ำสมัยอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line ซึ่งเป็นเรือธงซีดานขนาดใหญ่ที่ผสานรวมความหรูหราขั้นสูงสุดเข้ากับเทคโนโลยี Plug-in Hybrid (PHEV) อันทรงพลัง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของ Audi ในการมอบยานยนต์ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะ ความประหยัด และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ซีดานหรูที่มอบความสะดวกสบายเหนือระดับ พร้อมสัมผัสถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคต Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ไม่เพียงแต่จะตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ที่ต้องการสมรรถนะอันเร้าใจ แต่ยังให้ความสำคัญกับการขับขี่ที่เงียบสงบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
นิยามใหม่ของความหรูหรา: ดีไซน์ภายนอกที่สง่างามและโดดเด่น
Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line สะท้อนภาพลักษณ์ของรถยนต์ผู้บริหารระดับสูงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการออกแบบภายนอกที่ผสมผสานความสง่างามและความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว เส้นสายที่เฉียบคมและไหลลื่นบ่งบอกถึงพลวัตและความปราดเปรียว ในขณะที่รายละเอียดที่ประณีต เช่น กระจังหน้าแบบ Singleframe ที่โดดเด่น พร้อมโครเมียมตกแต่งรอบคัน เสริมด้วยชุดแต่ง S line สร้างบุคลิกที่ดูทรงพลังและเหนือกว่าใคร
ไฟหน้าแบบ HD Matrix LED ที่ล้ำสมัย ไม่เพียงแต่ให้ความสว่างไสวอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังมาพร้อมกับลูกเล่น Light Staging อันเป็นเอกลักษณ์ สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น ส่วนไฟท้ายแบบ OLED ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงาม แต่ยังเพิ่มความปลอดภัยด้วยการแสดงผลที่ชัดเจนและโดดเด่น
ล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษ Audi Sport 5-double arm style ขนาด 20 นิ้ว พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดง ยิ่งเสริมให้ A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line ดูดุดันและสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่สร้างความแตกต่างให้กับรถยนต์ในเซกเมนต์เดียวกันอย่างแท้จริง
ห้องโดยสารที่เหนือกว่า First Class: มิติใหม่แห่งความสะดวกสบายและเทคโนโลยี
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line คุณจะสัมผัสได้ถึงความหรูหราที่เหนือกว่าระดับ First Class เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Sports plus วัสดุหนัง Valcona คุณภาพสูง ตกแต่งด้วยลาย Diamond cut พร้อมสัญลักษณ์ S line อันเป็นเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกสปอร์ตและโอบกระชับ พร้อมรองรับการขับขี่ทางไกลได้อย่างสบาย
สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line ได้รับการยกระดับความสะดวกสบายไปอีกขั้น ด้วยเบาะหลังแบบแยกซ้าย/ขวาที่มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด พร้อมฟังก์ชันอุ่นร้อนและระบบนวดเท้าที่ช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง หน้าจอสัมผัส OLED ขนาด 5.7 นิ้ว ที่ติดตั้งมาให้ ผู้โดยสารสามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ภายในรถได้อย่างอิสระ เพิ่มมิติใหม่แห่งประสบการณ์การเดินทางสุดหรู
หลังคาพาโนรามิคเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ม่านบังแดดปรับไฟฟ้าสำหรับกระจกข้างและกระจกมองหลัง ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความสบายในทุกสภาวะแสง ไฟอ่านหนังสือแบบ Matrix LED ที่ติดตั้งภายในห้องโดยสาร ช่วยให้การมองเห็นภายในรถมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น
ไม่เพียงเท่านี้ Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line ยังมาพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติแบบแยกอิสระ 4 โซน เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนได้รับความสบายในระดับที่ต้องการ ช่อง USB-C สำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและหลัง ระบบเครื่องเสียง Bang & Olufsen ระดับพรีเมียม พร้อมระบบเสียง 3 มิติ และไฟเรืองแสงภายในห้องโดยสาร 30 สี (Contour/ambient lighting) สร้างบรรยากาศที่หรูหราและผ่อนคลายตลอดการเดินทาง
ขุมพลัง Plug-in Hybrid อันทรงพลัง: สมรรถนะที่เร้าใจ ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
หัวใจสำคัญของ Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line คือระบบขับเคลื่อน Plug-in Hybrid อันเป็นเอกลักษณ์ของ Audi ที่ผสานรวมสมรรถนะอันทรงพลังเข้ากับประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่น่าทึ่ง
เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.0 ลิตร TFSI พร้อมเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุดถึง 340 แรงม้า ทำงานควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 136 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ Tiptronic 8 จังหวะ สู่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro อันเลื่องชื่อของ Audi
ผลลัพธ์ที่ได้คือพละกำลังรวมสูงสุดถึง 462 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ต่ำเพียง 1,250 รอบ/นาที สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 4.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง
สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าสมรรถนะคือประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน โดย Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยได้ถึง 2.3 ลิตร/100 กิโลเมตร หรือคิดเป็น 43.5 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งสำหรับรถยนต์ซีดานขนาดใหญ่ระดับนี้
ประสบการณ์การขับขี่ด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบ: เงียบสงบ ไร้มลลพิษ
Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line มาพร้อมความสามารถในการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้า 100% ได้อย่างเต็มที่ โดยสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 135 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าสูงสุดถึง 52 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันในเมืองได้อย่างสบาย
ระบบ Plug-in Hybrid ของ Audi มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลายถึง 4 โหมด เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่:
EV Mode: ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ตราบใดที่คันเร่งไม่ถูกเหยียบเกินกว่าที่กำหนด เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความเงียบสงบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Battery Hold: ระบบจะรักษาประจุแบตเตอรี่ให้คงที่ในระดับปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเก็บพลังงานไว้ใช้ในภายหลังเมื่อต้องการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
Battery Charge: ระบบจะสร้างพลังงานไฟฟ้ากลับเข้าสู่แบตเตอรี่ขณะขับขี่ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถวางแผนการใช้พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ที่ต้องการได้
Hybrid: โหมดที่ผสานการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาปได้อย่างลงตัว เพื่อลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงให้ได้น้อยที่สุด ระบบจะทำงานแบบคาดการณ์ล่วงหน้า โดยจะเน้นการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลักเมื่ออยู่ในสภาพการจราจรที่ติดขัด และจะใช้พลังงานจากเครื่องยนต์ควบคู่ไปเมื่อต้องการอัตราเร่ง หรือเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง
ระบบ MMI Navigation plus with MMI touch response จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบจะคำนวณเส้นทาง และวางแผนการใช้พลังงานไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดตลอดการเดินทาง
นวัตกรรมการชาร์จที่สะดวกสบาย
Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line รองรับการชาร์จไฟที่สะดวกสบาย ด้วยหัวชาร์จ Type 2 สำหรับสถานีชาร์จสาธารณะ มาพร้อมแท่นชาร์จ Compact Charger สำหรับการชาร์จที่บ้านหรือที่ทำงาน ระบบจะแสดงสถานะ LED เพื่อความปลอดภัย และรองรับการชาร์จไฟได้สูงสุด 7.4 กิโลวัตต์ ใช้เวลาเพียงประมาณ 2 ชั่วโมงในการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม
สำหรับการชาร์จด้วยไฟบ้าน 220 โวลท์ แบตเตอรี่ที่หมดจะสามารถชาร์จจนเต็มได้ภายในเวลาไม่เกิน 4 ชั่วโมง มอบความสะดวกสบายและลดข้อกังวลเรื่องการชาร์จ
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครอบคลุม: ความปลอดภัยที่เหนือกว่า
Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงที่ได้รับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุดในทุกสถานการณ์การขับขี่:
Audi pre sense basic & rear: ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ที่จะประเมินสถานการณ์การขับขี่ และทำงานร่วมกับระบบต่างๆ เช่น การดึงรั้งเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ หรือการปิดกระจกและหลังคาหากตรวจพบความเสี่ยง
Lane change assist: ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ที่จะคอยสอดส่องสภาพการจราจรด้านหลัง และแจ้งเตือนผู้ขับขี่หากพบความเสี่ยง
Exit warning: ระบบแจ้งเตือนเมื่อเปิดประตูลงจากรถ ที่จะคอยตรวจสอบสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านหลัง เพื่อป้องกันอันตรายจากยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนเข้ามา
Rear cross traffic assist: ระบบแจ้งเตือนขณะถอยรถ ที่จะช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่หากมีรถเคลื่อนเข้ามาในระยะอันตราย และสามารถช่วยเบรกเพื่อลดทอนการเกิดอุบัติเหตุ
นอกจากนี้ ระบบ Regenerative power ยังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน โดยระบบ Coasting Recuperation สามารถคืนพลังงานไฟฟ้ากลับสู่แบตเตอรี่ได้สูงสุด 25 กิโลวัตต์ ขณะที่ระบบ Brake recuperation สามารถคืนพลังงานได้สูงสุดถึง 80 กิโลวัตต์
Audi A7 Sportback 55 TFSI e quattro: ความสปอร์ตที่มาพร้อมประสิทธิภาพ Plug-in Hybrid
Audi ยังได้นำเสนอ Audi A7 Sportback 55 TFSI e quattro ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ Gran Turismo 4 ประตู ที่ผสานความสปอร์ตเข้ากับเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ได้อย่างลงตัว
A7 Sportback 55 TFSI e quattro โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เฉียบคม และชุดแต่ง S line Black Edition พร้อมล้อ Audi Sport 5-double arm style ขนาด 20 นิ้ว ที่เสริมความดุดันให้รถยนต์คันนี้
ขุมพลังประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลัง 265 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 143 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ S tronic 7 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro ultra technology สร้างกำลังขับเคลื่อนรวมสูงสุด 367 แรงม้า สามารถเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ใน 5.7 วินาที
แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุ 17.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางการวิ่งด้วยไฟฟ้าสูงสุด 69 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันได้อย่างสบาย
Audi A7 Sportback 55 TFSI e quattro ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ไฟหน้า HD Matrix LED, ระบบเสียง Bang & Olufsen, ไฟเรืองแสงในห้องโดยสาร 30 สี และระบบช่วยปรับอุณหภูมิในห้องโดยสารก่อนเริ่มการขับขี่ (Stationary air conditioning)
ราคาที่เข้าถึงได้ สู่ประสบการณ์สุดพิเศษ
Audi ประเทศไทย ได้เปิดตัว Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line ในราคา 7,199,000 บาท ซึ่งลดลงจากรุ่นก่อนประมาณ 1,100,000 บาท ถือเป็นการมอบโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสกับสุดยอดเทคโนโลยีและความหรูหราในราคาที่คุ้มค่า
นอกจากนี้ Audi A7 Sportback 55 TFSI e quattro S line ยังเปิดตัวในราคา 4,799,000 บาท (และรุ่น Black Edition ราคา 5,099,000 บาท) ซึ่งลดลงจากรุ่นก่อนประมาณ 700,000 บาท
Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line พร้อมให้เลือกในหลากหลายสีภายนอก ได้แก่ Metallic Glacier White, Metallic Mythos Black, Metallic Floret Silver และ 2 สีใหม่ Metallic Firmament Blue, Metallic District Green ส่วนสีภายในห้องโดยสารมีให้เลือก 2 สี คือ Cognac Brown และ Black
Audi A7 Sportback 55 TFSI e quattro มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ Metallic Glacier White, Metallic Floret Silver, Metallic Mythos Black, Metallic Chronos Grey, และสีใหม่ Metallic Firmament Blue และ Metallic Grenadine Red
Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line และ Audi A7 Sportback 55 TFSI e quattro คือที่สุดของยานยนต์ Plug-in Hybrid ที่มอบทั้งสมรรถนะ ความหรูหรา และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่จะยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของคุณไปสู่อีกระดับ อย่าพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของยนตรกรรมแห่งอนาคตจาก Audi
สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษเหนือระดับกับ Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line และ Audi A7 Sportback 55 TFSI e quattro ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Audi ใกล้บ้านคุณ เพื่อค้นหา “The Future is an Attitude” ที่แท้จริง.