
BMW Series 5 M Performance Edition: ยกระดับการขับขี่สู่สุนทรียภาพแห่งสมรรถนะและดีไซน์
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้ประจักษ์การเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งของอุตสาหกรรมรถยนต์มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มยนตรกรรมพรีเมียมที่ BMW Group ประเทศไทย ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์อันเป็นที่น่าจับตามองอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้ ผมขอพาเจาะลึกถึง “BMW 520d M Sport (M Performance Edition)” อีกหนึ่งผลงานมาสเตอร์พีซจากค่ายใบพัดสีฟ้า ที่ไม่ใช่เพียงแค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการนิยามนิยามใหม่ของ “BMW 5 Series” ให้ตอบโจทย์ความต้องการของนักขับที่โหยหาทั้งสมรรถนะ ความสปอร์ต และความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์
BMW 520d M Sport: การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความสง่างามและสมรรถนะสปอร์ต
BMW 520d M Sport (M Performance Edition) โฉมปี 2022 นี้ ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก DNA ของ BMW Series 5 เจเนอเรชั่นที่ 7 โดยเน้นย้ำภาพลักษณ์ความหล่อสไตล์ซิ่ง ผ่านการออกแบบภายนอกที่สะกดทุกสายตา เส้นสายที่เฉียบคมและทรงพลังปรากฏเด่นชัดตั้งแต่ด้านหน้าจรดด้านท้าย จุดเด่นคือกระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่ขึ้น 20% ในดีไซน์แปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ ถูกผสานเข้ากับกันชนหน้าได้อย่างลงตัว โครงสร้างที่เชื่อมต่อกันเป็นชิ้นเดียว พร้อมส่วนบนของซี่กระจังหน้าที่ยื่นออกมาเล็กน้อย สร้างมิติที่สอดรับกับชุดไฟหน้า Adaptive LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยวรูปตัว L ที่เรียวยาวขึ้น ยิ่งเสริมความดุดัน ช่องดักอากาศแนวตั้งบริเวณกันชนหน้า ช่วยขับเน้นการออกแบบที่เน้นเส้นสาย ส่งมอบคุณค่าแห่งความสง่างามและพละกำลังที่เหนือกว่า
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หยุดเพียงแค่ด้านหน้า แต่ยังขยายไปถึงดีไซน์ด้านท้าย ที่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามล้ำสมัย ด้วยเส้นสายที่คมชัดและทรงพลังเช่นเดียวกัน ไฟท้าย LED รูปทรงสามมิติแบบตัว L ที่รับกับดีไซน์ไฟหน้า โดยมาพร้อมกรอบสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ สร้างจุดเด่นที่ไม่อาจละสายตาบนท้องถนน ความกลมกลืนระหว่างไฟท้ายและไฟเบรกที่ออกแบบมาให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ทำให้ BMW 520d M Sport (M Performance Edition) มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร
M Performance Package: ปลดล็อกศักยภาพความสปอร์ตขั้นสุด
หัวใจสำคัญที่ทำให้ BMW 520d M Sport (M Performance Edition) โดดเด่นเหนือใคร คือการผนวกแพ็คเกจ M Performance เข้ามาอย่างลงตัว ซึ่งเป็นการยกระดับสุนทรียภาพแห่งการขับขี่และรูปลักษณ์ภายนอกให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น ประกอบด้วยชิ้นส่วน Aerodynamic ที่คัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม อาทิ กระจังหน้าไตคู่คาร์บอนไฟเบอร์ M Performance, สปลิทเตอร์หน้าคาร์บอนไฟเบอร์ M Performance, สปอยเลอร์หลังคาร์บอน, ฝาครอบกระจกคาร์บอน, สติ๊กเกอร์ข้างตัวรถ M Performance และสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ M Performance บริเวณสเกิร์ตข้าง ชิ้นส่วนเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ตเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับปรุงคุณสมบัติทางอากาศพลศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถลดค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ลงเหลือเพียง 0.23 ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของ BMW
นอกจากนี้ ล้ออัลลอย M น้ำหนักเบาลาย Double-spoke ขนาด 18 นิ้ว ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งและความคล่องแคล่วในการขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น การรวมแพ็คเกจ M Performance เข้าไว้ใน BMW 520d M Sport (M Performance Edition) ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มีความยาวรวม 4,963 มิลลิเมตร แต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ที่เหนือชั้น
ขุมพลังดีเซลที่เปี่ยมประสิทธิภาพ: BMW 520d M Sport Driving Dynamics
ภายใต้ดีไซน์อันเร้าใจ BMW 520d M Sport (M Performance Edition) ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างพิถีพิถัน ส่งพละกำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ หรือ 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ในช่วงรอบเครื่องยนต์ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงศักยภาพอันยอดเยี่ยมของเครื่องยนต์ดีเซล ที่มอบทั้งอัตราเร่งที่ทันใจ และความประหยัดน้ำมันที่น่าพอใจ ส่งผลให้ BMW 520d M Sport (M Performance Edition) สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 7.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลของ BMW ยังคงยืนยันถึงความเชี่ยวชาญในด้านนี้ โดยให้การตอบสนองที่ฉับไว ประหยัดน้ำมัน และปล่อยมลพิษในระดับต่ำ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ซีดานขนาดกลางที่สมรรถนะสูง การขับขี่ของ BMW 520d M Sport (M Performance Edition) จึงเต็มไปด้วยความมั่นใจในทุกการเดินทาง
ระบบช่วงล่างและการควบคุม: หัวใจของการขับขี่แบบ BMW
BMW Series 5 ขึ้นชื่อเรื่องการควบคุมที่เฉียบคมและมอบความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ ซึ่งใน BMW 520d M Sport (M Performance Edition) นี้ ได้รับการถ่ายทอด DNA นี้มาอย่างครบถ้วน ด้วยฐานล้อที่ยาวและกว้าง การออกแบบที่เน้นการกระจายน้ำหนักที่สมดุลแบบ 50:50 รวมถึงการใช้วัสดุที่ช่วยลดน้ำหนัก ส่งผลให้รถมีเสถียรภาพในการเข้าโค้งที่ยอดเยี่ยม
ระบบช่วงล่างที่มาพร้อมเพลาหน้าแบบปีกนกคู่ และเพลาหลังแบบ five-link ทำงานประสานกันอย่างลงตัว มอบทั้งความนุ่มนวลในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน และความแม่นยำในการควบคุมเมื่อต้องการสมรรถนะสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง การเดินทางไกล หรือแม้แต่การขับขี่ในสนามแข่ง ระบบช่วงล่างนี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความมั่นใจและความเป็นหนึ่งเดียวกับรถในทุกสภาวะ
เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่: ก้าวสู่ยุคแห่งการขับขี่อัจฉริยะ
BMW 520d M Sport (M Performance Edition) สะท้อนวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของ BMW ในด้านเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน ระบบ Driving Assistant ที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มาพร้อมฟีเจอร์ที่ครอบคลุมเพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Attentiveness Assistant) ซึ่งจะคอยตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับขี่ และแจ้งเตือนเมื่อมีสัญญาณของความเหนื่อยล้า และระบบควบคุมความเร็วคงที่พร้อมฟังก์ชันช่วยลดความเร็ว (Cruise Control with braking function) ที่ช่วยรักษาความเร็วให้คงที่และสามารถหยุดรถได้อย่างนุ่มนวลเมื่อจำเป็น
นอกเหนือจากนี้ ยังมีระบบความปลอดภัยที่สำคัญอื่นๆ อาทิ เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash Sensor) ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง (Side Impact Protection) ระบบ Active Protection ที่จะช่วยปกป้องผู้โดยสารในกรณีที่เกิดการชน และเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง (Park Distance Control) เพื่อช่วยให้การจอดรถในที่แคบเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความสบายในการขับขี่ แต่ยังสร้างความอุ่นใจให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารในทุกการเดินทาง
การออกแบบภายใน: นิยามใหม่ของความหรูหราที่เน้นผู้ขับขี่
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ BMW 520d M Sport (M Performance Edition) คือประสบการณ์แห่งความหรูหราที่ผสานเข้ากับความเป็นสปอร์ตได้อย่างลงตัว การออกแบบที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง (Driver-centric) มอบบรรยากาศที่สมบูรณ์แบบสำหรับการขับขี่ พร้อมมอบความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับการเดินทางไกล
การเลือกใช้วัสดุพรีเมียมและงานฝีมืออันประณีต คือหัวใจสำคัญที่สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด ปุ่มควบคุมบริเวณคอนโซลกลางมาในโทนสีดำเงาเพื่อความหรูหรา ตัดกับพวงมาลัยหุ้มหนัง M Sport มัลติฟังก์ชั่นที่จับกระชับมือ คอนโซลด้านบนบุด้วยหนัง Sensatec มอบสัมผัสที่นุ่มนวลและสบายตา เบาะหนังแท้ Dakota ให้ความรู้สึกหรูหราและรองรับสรีระได้อย่างดีเยี่ยม
การตกแต่งภายในด้วยอลูมิเนียมลาย Rhombicle Smoke Grey พร้อมแถบโครเมียม เสริมให้บรรยากาศภายในมีความทันสมัยและมีมิติ สร้างความโดดเด่นให้กับห้องโดยสารที่ไม่เหมือนใคร
เทคโนโลยีความบันเทิงและการเชื่อมต่อ: ประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือกว่า
BMW 520d M Sport (M Performance Edition) ยกระดับประสบการณ์ด้านความบันเทิงและการสื่อสารให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยระบบ BMW Head-up Display ที่แสดงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน ระบบ BMW Live Cockpit Professional ที่แสดงผลบนจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานบนระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7 ที่สามารถปรับแต่งให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างอิสระ
ระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะ (Comfort Access System) มอบความสะดวกสบายที่เหนือระดับ ให้ผู้ขับขี่สามารถเข้า-ออกจากรถ และสตาร์ทเครื่องยนต์ได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ การควบคุมระบบต่างๆ ก็ทำได้อย่างหลากหลาย ทั้งผ่านหน้าจอสัมผัส ระบบ iDrive ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย ระบบสั่งงานด้วยเสียงผ่าน BMW Intelligent Personal Assistant และระบบ BMW gesture control ที่ช่วยให้การควบคุมระบบต่างๆ เป็นเรื่องง่ายและเป็นธรรมชาติ
ราคาและข้อเสนอพิเศษ: โอกาสที่ไม่อาจปฏิเสธ
BMW 520d M Sport (M Performance Edition) เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้น 3,539,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard) เพื่อเป็นการฉลองการเปิดตัวและเพื่อมอบข้อเสนอสุดพิเศษให้กับแฟนพันธุ์แท้ BMW Group ประเทศไทย ได้นำเสนอชุดอุปกรณ์ตกแต่ง M Performance ในราคาพิเศษเพียง 80,000 บาท จากราคาปกติ 210,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าติดตั้ง) สำหรับลูกค้า 80 ท่านแรกที่ซื้อรถยนต์ BMW 520d M Sport พร้อมแพ็คเกจ M Performance ผ่านช่องทางออนไลน์ ข้อเสนอนี้จึงเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับ BMW 520d M Sport ของตนเองให้เหนือกว่าใคร
BMW i7: ก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าหรูหราไร้ขีดจำกัด
ควบคู่ไปกับการเปิดตัว BMW 520d M Sport (M Performance Edition) BMW Group ประเทศไทย ยังได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเผยโฉม “BMW i7” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ FORWARDISM ที่มุ่งมั่นสู่ศักราชใหม่แห่งสุนทรียภาพการขับขี่และขับเคลื่อนที่ยั่งยืน
BMW i7 ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่คือสุนทรียะแห่งการเดินทางที่ไร้ขีดจำกัดในเซกเมนต์ยนตรกรรมพรีเมียม มีให้เลือกถึง 3 รุ่นย่อย ได้แก่
BMW i7 xDrive60 M Sport (First Edition): ราคาจำหน่าย 7,599,000 บาท
BMW i7 xDrive60 M Sport: ราคาจำหน่าย 7,849,000 บาท
BMW i7 xDrive60 M Sport Gran Lusso: ราคาจำหน่าย 8,599,000 บาท
ดีไซน์ภายนอก: ความล้ำสมัยที่ผสานกับเอกลักษณ์ของ BMW
BMW i7 มาพร้อมการออกแบบที่สะกดทุกสายตา ด้วยไฟหน้าทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ ผสานกับกระจังหน้าไตคู่ที่มาพร้อมกรอบเรืองแสง “Iconic Glow” ระบบไฟหน้า Adaptive LED พร้อมระบบปรับองศาตามการเข้าโค้ง และชุดไฟหน้าคริสตัล Swarovski ที่ประกอบด้วย LED จำนวน 22 ดวง สร้างประกายแสงอันงดงาม ยามค่ำคืน
ดีไซน์ด้านท้ายเน้นเส้นสายแนวนอน มอบความรู้สึกโอ่อ่าและทรงพลัง เสริมด้วยวัสดุโครเมียมที่ด้านล่างเพื่อสะท้อนความสง่างาม ไฟท้ายรูปตัว ‘L’ ดีไซน์เรขาคณิตแบบกระจก มอบรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและโดดเด่น
BMW i7 xDrive60 M Sport Gran Lusso โดดเด่นด้วยล้ออัลลอย M aerodynamic ขนาด 21 นิ้ว สี Titanium Bronze ขัดเงาลายสามมิติ ส่วนรุ่นอื่นๆ มาพร้อมล้ออัลลอย M น้ำหนักเบา ขนาด 21 นิ้ว แบบสลับสี
นอกจากนี้ ระบบช่วงล่างแบบถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ และระบบ Executive Drive Pro ในรุ่น Gran Lusso มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะ (Comfort Access System) และระบบเปิด-ปิดประตูอัตโนมัติในบางรุ่น ยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
ดีไซน์ภายใน: สัมผัสแห่งอนาคตที่โอบอุ้มด้วยความหรูหรา
ภายในห้องโดยสารของ BMW i7 คือนิยามใหม่ของความหรูหราที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความสะดวกสบายสูงสุด เบาะนั่งแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมระบบนวดผ่อนคลาย ระบบอุ่นเบาะ ระบบระบายอากาศ และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 4 โซน สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและสบายสำหรับทุกที่นั่ง
วัสดุบุหลังคา M Alcantara และการตกแต่งภายในด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ ถักด้วยวัสดุสีเงินแบบ M พร้อมคอนโซลกลางสีดำเงา Piano Finish Black สะท้อนถึงความพิถีพิถันและรสนิยมอันประณีต
ระบบ BMW Live Cockpit Professional และ BMW ConnectedDrive รวบรวมบริการดิจิทัลที่ชาญฉลาด สร้างประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ไม่เหมือนใคร หลังคากระจกพาโนรามา “Sky Lounge” พร้อมเส้นแสง LED อัจฉริยะ ยกระดับบรรยากาศภายในให้หรูหราและโปร่งสบาย
เทคโนโลยีแห่งยุคดิจิทัล: ประสบการณ์การขับขี่ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามใจ
BMW i7 ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ล่าสุด เพื่อมอบสภาพแวดล้อมการขับขี่ที่เพลิดเพลินและสบายสูงสุด ระบบ ‘My Modes’ และระบบปฏิบัติการ BMW iDrive รุ่นล่าสุด ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับโหมดการขับขี่และบรรยากาศภายในรถได้อย่างอิสระ
BMW Curved Display, แถบ BMW Interaction Bar, ระบบผู้ช่วย BMW Intelligent Personal Assistant ที่พัฒนาขึ้น, BMW Head-up Display และฟังก์ชัน Augmented View บนจอแสดงข้อมูลหลังพวงมาลัย สร้างการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ระบบจำลองเสียงเครื่องยนต์ BMW IconicSounds Electric โดย Hans Zimmer มอบประสบการณ์เสียงอันเป็นเอกลักษณ์สำหรับทุกโหมดการขับขี่
BMW Theatre Screen: โรงภาพยนตร์เคลื่อนที่ส่วนตัว
ไฮไลท์สำคัญสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง คือ BMW Theatre Screen จอพาโนรามาขนาด 31.3 นิ้ว ความละเอียด 8K ที่ทอดยาวจากหลังคา เปลี่ยนห้องโดยสารให้เป็นโรงภาพยนตร์เคลื่อนที่ส่วนตัว ผู้โดยสารสามารถปรับเปลี่ยนเบาะนั่งหลังให้เป็นเลาจน์ส่วนตัว และเพลิดเพลินกับรายการโปรดจากหลากหลายบริการสตรีมมิ่ง
ระบบเสียง Bowers & Wilkins Diamond รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 39 ตัว ให้กำลังขับกว่า 1,965 วัตต์ มอบสุนทรียภาพแห่งเสียงคุณภาพระดับสตูดิโอ
ขุมพลังไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง: ขับเคลื่อนสู่อนาคต
BMW i7 มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ มอบพละกำลังรวม 400 กิโลวัตต์ หรือ 544 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 745 นิวตันเมตร ผสานกับเกียร์อัตโนมัติและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า BMW xDrive พร้อมเทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชั่นที่ 5
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 105.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางขับเคลื่อนสูงสุดตามมาตรฐาน WLTP ถึง 625 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ 19.6-18.4 กิโลวัตต์-ชั่วโมง/100 กิโลเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียง 4.7 วินาที และความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ: มั่นใจในทุกการเดินทาง
BMW i7 มาพร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะครบครัน อาทิ เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน, ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง, ระบบสร้างเสียงจำลองเตือนผู้ใช้ถนน, ระบบปกป้องคนเดินถนน, ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC), ระบบ Anti-lock Braking System (ABS) และระบบช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ (Brake Assist)
สีสันแห่งรสนิยม: สะท้อนตัวตนของคุณ
BMW i7 xDrive60 M Sport (First Edition) มีให้เลือกเฉพาะสีดำ Black Sapphire Metallic ส่วนรุ่น BMW i7 xDrive60 M Sport มีสีตัวถังให้เลือกถึง 8 สี และรุ่น BMW i7 xDrive60 M Sport Gran Lusso ยังมีตัวเลือกสีแบบทูโทนที่เป็นเอกลักษณ์อีกด้วย
โปรแกรม BSI Standard: สบายใจไร้กังวล
สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน โปรแกรม BMW Services Inclusive (BSI) Standard ครอบคลุมการรับประกันสูงสุด 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และการบริการดูแลบำรุงรักษา 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง รวมถึงการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันไฟสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน) การเข้ารับบริการตรวจเช็ค สลับยาง สลับล้อ บำรุงรักษาระบบปรับอากาศ และเปลี่ยนของเหลวต่างๆ รวมถึงการชาร์จแบตเตอรี่แรงดันสูงหลังการให้บริการ ทำให้คุณมั่นใจในทุกการใช้งาน
อนาคตแห่งพลังทางเลือก: BMW Series 7 Plug-in Hybrid
เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอ “Power of Choice” BMW Group ประเทศไทย เตรียมเปิดตัว BMW Series 7 ใหม่ ปลั๊กอินไฮบริด รุ่นประกอบในประเทศ ในปี พ.ศ. 2566 ซึ่งจะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับตลาดรถยนต์พรีเมียมของไทยได้อย่างแน่นอน
บทสรุป
BMW 520d M Sport (M Performance Edition) และ BMW i7 แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้งของ BMW Group ในการนำเสนอยนตรกรรมที่ผสานทั้งสมรรถนะ ดีไซน์ เทคโนโลยี และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน หากคุณคือผู้ที่มองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงรสนิยม ความสำเร็จ และความใส่ใจในรายละเอียด การสัมผัสประสบการณ์จริงจากรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ คือก้าวต่อไปที่สำคัญ
หากท่านคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมชั้นเลิศ ไม่ควรพลาดโอกาสในการสัมผัสและทดลองขับ BMW 520d M Sport (M Performance Edition) และ BMW i7 ที่ผู้แทนจำหน่าย BMW อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ เพื่อค้นหาประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด ที่จะเปลี่ยนทุกการเดินทางให้กลายเป็นความทรงจำอันน่าประทับใจ