
เลกซัส LS 2018: นิยามใหม่แห่งยนตรกรรมหรูสไตล์ “ทาคูมิ” สัมผัสประสบการณ์ “โอโมเทนาชิ” ในประเทศไทย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมขอยืนยันว่า การเปิดตัว เลกซัส LS 2018 ในประเทศไทย เมื่อปลายปี 2560 ไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการประกาศศักดาของยนตรกรรมที่ผสมผสานความหรูหราขั้นสูงสุดเข้ากับจิตวิญญาณแห่งงานฝีมือแบบญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ยนตรกรรมนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเลกซัสในการก้าวข้ามขีดจำกัดของความคาดหวังในกลุ่มรถยนต์เซดานหรูระดับเฟิร์สคลาสอย่างแท้จริง
เลกซัส LS 2018 ที่มาพร้อมการประกาศราคาเริ่มต้นราว 11.53 ล้านบาทนั้น เป็นการตอกย้ำจุดยืนของเลกซัสในการนำเสนอ “ความประณีตและพิถีพิถัน” (Takumi Craftsmanship) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตรถยนต์เลกซัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเจเนอเรชั่นที่ 5 นี้ การออกแบบได้หลอมรวมเอาเสน่ห์แห่งยนตรกรรมแห่งอนาคตเข้ากับขนบธรรมเนียมการต้อนรับและการบริการแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า “โอโมเทนาชิ” (Omotenashi) ซึ่งหมายถึงการดูแลเอาใจใส่แขกผู้มาเยือนอย่างเต็มใจและใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อมอบประสบการณ์อันน่าจดจำและผ่อนคลายสูงสุด
การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้สัมผัสกับความหรูหราสมบูรณ์แบบของ เลกซัส LS 2018 นั้น แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่เลกซัสให้แก่ตลาดประเทศไทย และเป็นการตอกย้ำว่าตลาดยานยนต์ระดับพรีเมียมของไทยมีความพร้อมและต้องการยนตรกรรมที่เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไป
สุนทรียศาสตร์แห่งการออกแบบ: “โฉบเฉี่ยวเร้าใจ” บนสถาปัตยกรรม GA-L
เลกซัส LS 2018 ถูกพัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรมใหม่ล่าสุดของเลกซัสสำหรับรถยนต์หรู (Global Architecture for Luxury Vehicles: GA-L) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มขับเคลื่อนล้อหลังที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการขับขี่ที่เหนือชั้น โดยมีแนวคิดการออกแบบ “โฉบเฉี่ยวเร้าใจ” (Sensual Aggressive) การออกแบบภายนอกมีความโดดเด่นสะกดทุกสายตา ด้วยเส้นสายที่พลิ้วไหวและสง่างาม ผสมผสานความดุดันแบบรถคูเป้ ทำให้ตัวรถดูทรงพลังและมีพลวัตสูง จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลงยังช่วยเสริมความมั่นคงและสมดุลในการขับขี่
เอกลักษณ์สำคัญที่มองเห็นได้ชัดเจนคือชุดไฟหน้า Ultra-small 3-eye Bi-Beam LED ที่ส่องสว่างได้อย่างทรงพลังและกระจายแสงได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมไฟเลี้ยว LED 16 ดวงที่ไล่ระดับการส่องสว่างจากมุมในสู่มุมนอกอย่างมีจังหวะ ส่วนโคมไฟท้ายแบบ combination ที่รวมถึงไฟบนฝากระโปรงหลัง ล้วนเป็นแบบ LED ทั้งหมด เพิ่มความหรูหราและทันสมัยยามค่ำคืน
ภายในห้องโดยสาร: สวรรค์แห่งความสะดวกสบายและเทคโนโลยี
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ เลกซัส LS 2018 คือการสัมผัสประสบการณ์แห่งความหรูหราที่เหนือกว่าคำบรรยาย ด้วยการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับการออกแบบที่เน้นความสะดวกสบายและความผ่อนคลายสูงสุด
ความสะดวกสบายขั้นสูงสุด: สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เบาะนั่งปรับไฟฟ้าได้ถึง 22 ทิศทาง พร้อมระบบปรับเอนเบาะและพนักวางขาแบบไฟฟ้าที่ทำงานด้วยระบบนิวเมติก ช่วยให้สามารถปรับมุมองศาได้อย่างละเอียดตามสรีระและความต้องการ ระบบความบันเทิงเต็มรูปแบบประกอบด้วยหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว สองจอ พร้อมเครื่องเล่น Blu-ray, ช่องใส่ SD card และพอร์ต HDMI รองรับการเชื่อมต่อ Miracast หรือ DLNA เพื่อประสบการณ์ความบันเทิงไร้ขีดจำกัด
นวัตกรรมแห่งการผ่อนคลาย: ระบบนวดผ่อนคลายพร้อมระบบทำความร้อน (Warm Stone Massage) ที่เบาะนั่งตอนหลังซ้าย-ขวา มอบประสบการณ์การผ่อนคลายดุจสปา ด้วยโปรแกรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การนวดทั่วทั้งตัว (Full Body Refresh, Full Body Stretch) ไปจนถึงการนวดเฉพาะส่วน (Upper Body, Lower Body, Shoulder & Hip) รวม 7 โปรแกรม
การควบคุมไร้ขีดจำกัด: แผงควบคุมอเนกประสงค์แบบสัมผัสที่จัดวางอย่างชาญฉลาดในที่วางแขนเบาะหลัง ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ ม่านบังแดด และแสงไฟภายในห้องโดยสารได้อย่างสะดวกสบาย
ระบบเสียงระดับโลก: ระบบเสียง Mark Levinson QLI (Quantum Logic Immersion) พร้อมลำโพง 23 ตำแหน่ง มอบมิติเสียงสามมิติอันสมจริง ให้ประสบการณ์การฟังเพลงที่เหนือระดับ
เทคโนโลยีปรับอากาศอัจฉริยะ: ระบบปรับอุณหภูมิที่สามารถตรวจจับอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารแต่ละคนผ่านเซ็นเซอร์อินฟราเรด และปรับสภาพอากาศให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจจับแสงแดดเพื่อควบคุมอุณหภูมิภายในรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบช่วงล่างไฟฟ้าและความสะดวกในการขึ้น-ลง: ระบบถุงลมช่วงล่างควบคุมด้วยไฟฟ้า มาพร้อมโหมด Access ที่ช่วยยกตัวรถขึ้นอัตโนมัติเพื่อความสะดวกในการขึ้น-ลงรถ ควบคู่ไปกับระบบเบาะยกตัวเลื่อนอัตโนมัติ (Power Easy Access System)
เบาะนั่งตอนหน้า: แม้จะเน้นความหรูหราสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง แต่เบาะนั่งตอนหน้าก็ไม่น้อยหน้า ด้วยการปรับไฟฟ้า 28 ทิศทาง พร้อมระบบนิวเมติกที่รองรับสรีระได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเบาะรองไหล่ที่ช่วยเสริมการขับขี่
ขุมพลังแห่งสมรรถนะ: เทคโนโลยีที่เหนือกว่า
เลกซัส LS 2018 นำเสนอทางเลือกของเครื่องยนต์ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของนักขับ:
LS 500: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จคู่ V6 ขนาด 3.5 ลิตร (V35A-FTS) ที่ออกแบบใหม่เพื่อเลกซัสโดยเฉพาะ ผสานเทคโนโลยีการเผาไหม้ความเร็วสูงและเทอร์โบชาร์จเจอร์ประสิทธิภาพสูง สร้างกำลังอันยอดเยี่ยมและประหยัดเชื้อเพลิง จับคู่กับเกียร์ Direct Shift-10AT ที่ให้การเปลี่ยนเกียร์ราบรื่นและตอบสนองฉับไว
LS 350: มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร (8GR-FKS) Dual VVT-i (VVT-iW ที่ด้านไอดี) ที่ให้พละกำลังสูง แรงบิดดีเยี่ยม พร้อมกระเดื่องวาล์วน้ำหนักเบาและโซ่ราวลิ้นแรงเสียดทานต่ำเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ระบบ Stop&Start และหัวฉีด D-4s ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง
LS 500h (Hybrid): หัวใจสำคัญของรุ่นไฮบริดคือเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร (8GR-FXS) ที่ผสานเทคโนโลยี Dual VVT-i (VVT-iW ที่ด้านไอดี) และหัวฉีด D-4S เข้าด้วยกัน ผสานกับระบบ Multi Stage Hybrid System ที่มีการควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ 10 ระดับ ให้ความรู้สึกถึงอัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจ และการเปลี่ยนเกียร์ที่ยอดเยี่ยม อุปกรณ์เปลี่ยนเกียร์ Multi Stage Shift Device ช่วยเพิ่มแรงบิดและแรงขับเคลื่อนถึง 24% ควบคุมความแรงของเครื่องยนต์ได้อย่างทรงพลังในทุกช่วงความเร็ว
โครงสร้างตัวถังของ เลกซัส LS 2018 ใช้วัสดุผสมผสาน ทั้งเหล็กกล้าทนแรงดึงสูงและอะลูมิเนียม เพื่อความแข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา และความปลอดภัยสูงสุด การวางตำแหน่งเครื่องยนต์ด้านหน้าและขับเคลื่อนล้อหลังบนแพลตฟอร์ม FR เดียวกับเลกซัส LC ช่วยให้กระจายน้ำหนักได้อย่างสมดุล มอบมิติการขับขี่ที่นิ่ง สงบ และเป็นธรรมชาติ ระบบกันสะเทือนหน้าใช้น้ำมันความเสียดทานต่ำ ส่วนระบบกันสะเทือนหลังใช้ลูกหมากแบบเพลายื่น ช่วยเสริมความมั่นคงและความสบายในการขับขี่
VDIM (Vehicle Dynamics Integrated Management) คือระบบที่ผสานการทำงานของระบบควบคุมเครื่องยนต์ เบรก พวงมาลัย และระบบอื่นๆ เช่น EPS (Electric Power Steering) และ TRC (Traction Control) เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและเสริมสร้างความพึงพอใจในการขับขี่สูงสุด
ระบบเลือกโหมดการขับขี่ (Drive Mode Select) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งสมรรถนะของรถได้ถึง 5 โหมด ได้แก่ Normal, Eco, Comfort, Sport S, และ Sport S+ รวมถึงโหมด Customize ที่ให้ผู้ขับขี่ตั้งค่าระบบส่งกำลัง โครงสร้างตัวถัง และระบบปรับอากาศได้ตามต้องการ
เทคโนโลยีความปลอดภัย Lexus Safety System+
เลกซัสให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้โดยสาร ด้วยชุดระบบ Lexus Safety System+ ที่ประกอบด้วยเทคโนโลยีเพื่อการป้องกันอุบัติเหตุอย่างครอบคลุม:
Pre-Collision System (PCS): ระบบที่ใช้เรดาร์และกล้องหน้าตรวจจับความเสี่ยงในการชน หากประเมินว่ามีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ และเตรียมพร้อมระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ หากผู้ขับขี่ไม่สามารถตอบสนองได้ทัน ระบบจะสั่งการเบรกอัตโนมัติเพื่อลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ
Dynamic Radar Cruise Control (DRCC): ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่นอกเหนือจากการรักษาระดับความเร็วที่ตั้งไว้ ยังสามารถตรวจจับรถคันหน้า และรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยได้อย่างต่อเนื่อง
Lane Keeping Assist (LKA): ระบบช่วยรักษาช่องทางจราจร หากระบบประเมินว่ารถกำลังจะออกนอกเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว จะมีการแจ้งเตือนผ่านการสั่นที่พวงมาลัยและหน้าจอแสดงผล พร้อมช่วยประคองรถให้อยู่ในช่องทาง
Two-Stage Adaptive High Beam System (AHS): ระบบไฟหน้าปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ ที่สามารถควบคุมการเปิด-ปิดไฟ LED สูง 8 ดวง และไฟต่ำ 16 ดวง ในแต่ละข้างได้อย่างแม่นยำ เพื่อป้องกันแสงไฟสูงรบกวนรถคันอื่น โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการส่องสว่าง
Panoramic View Monitor: ระบบแสดงภาพรอบคัน 360 องศา ผ่านหน้าจอ EMV (Electro Multi-Vision) ขนาด 12.3 นิ้ว ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบรถได้อย่างชัดเจน
Automatic Rear Seat Reclining: ระบบที่ช่วยปรับเอนเบาะหลังโดยอัตโนมัติเมื่อไม่มีผู้โดยสาร เพื่อให้ผู้ขับขี่มีทัศนวิสัยที่ดีขึ้นเมื่อมองกระจกหลัง
คุณค่าแห่ง “โอโมเทนาชิ” และ “ทาคูมิ” ในทุกรายละเอียด
บทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์สะท้อนให้เห็นถึงความประทับใจใน เลกซัส LS 2018 ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์หรู แต่คือผลงานศิลปะที่ผสมผสานปรัชญาการออกแบบ “L-Finesse” ของเลกซัส เข้ากับความภาคภูมิใจในงานฝีมือและวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว
การนำเสนอวัสดุตกแต่งภายในอย่าง “แก้วคิมิโกะ” (Kimiko Glass) หรือการสร้างลายไม้ที่หาไม่ได้ในธรรมชาติ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความกล้าที่จะฉีกกรอบเดิมๆ ของการตกแต่งภายในรถยนต์หรู โดยหันกลับไปใช้วัสดุที่สะท้อนถึงความคลาสสิก แต่ด้วยเทคโนโลยีและการตีความที่ทันสมัย สิ่งเหล่านี้คือ “ความจงใจ” ที่มอบให้แก่ผู้ครอบครอง ทำให้ เลกซัส LS 2018 ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่คือ “บ้านเคลื่อนที่” ที่เต็มเปี่ยมด้วยความประณีตในทุกรายละเอียด
เมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับเดียวกันอย่าง Mercedes-Benz S-Class หรือ BMW 7 Series หลายคนมองว่า เลกซัส LS 2018 ไม่ได้เป็นเพียงคู่แข่ง แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานใหม่ ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่น ซึ่งบางครั้งอาจเหนือกว่าในเรื่องของความซับซ้อนและความเป็นศิลปะ ทำให้ เลกซัส LS 2018 เป็นมากกว่ารถยนต์ แต่คือ “ที่สุดแห่งแดนอาทิตย์อุทัย” และ “สุดยอดแห่งโอท็อปญี่ปุ่น” ที่สะท้อนถึงหัตถศิลป์ติดล้อ
ราคาและการวางจำหน่าย
เลกซัส LS 2018 นำเสนอราคาที่สะท้อนถึงคุณค่าและความพิเศษของยนตรกรรมรุ่นนี้:
LS 500h รุ่น Executive Pleat: 15.8 ล้านบาท
LS 500h รุ่น Executive: 14.5 ล้านบาท
LS 500 รุ่น Executive: 13.08 ล้านบาท
LS 350 รุ่น Luxury: 11.53 ล้านบาท
การเปิดตัวในครั้งนั้น ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมระดับสูงสุด ได้สัมผัสประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ เลกซัส LS 2018 ในงาน Thailand International Motor Expo ครั้งที่ 34
สรุป: ยกระดับประสบการณ์การขับขี่สู่ขั้นสุด
เลกซัส LS 2018 คือนิยามใหม่แห่งความหรูหราที่ผสานจิตวิญญาณแห่งงานฝีมือแบบญี่ปุ่นเข้ากับเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างลงตัว ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จ ความใส่ใจในรายละเอียด หรือประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ เลกซัส LS 2018 คือคำตอบที่พร้อมจะยกระดับการเดินทางของคุณสู่ประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน
หากคุณกำลังมองหา รถยนต์หรูระดับพรีเมียม ที่ผสานความสง่างาม ประสิทธิภาพ และนวัตกรรมที่เหนือกว่าในทุกมิติ อย่าพลาดที่จะสัมผัส เลกซัส LS 2018 และค้นพบประสบการณ์ “โอโมเทนาชิ” ที่จะทำให้ทุกการเดินทางของคุณพิเศษยิ่งกว่าที่เคย โปรดติดต่อผู้จำหน่ายเลกซัสที่ใกล้บ้านคุณ หรือเยี่ยมชมโชว์รูมเพื่อสัมผัสจริง และค้นพบความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดของยนตรกรรมระดับเฟิร์สคลาสนี้.