
Lexus LS: สัญลักษณ์แห่งความหรูหรา สมรรถนะ และสุนทรียภาพแห่งยนตรกรรมระดับสูงสุด
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้สัมผัสและประเมินรถยนต์หลากหลายรุ่น แต่มีไม่กี่คันที่สามารถสะกดทุกสายตา มอบประสบการณ์เหนือระดับ และสะท้อนถึงแก่นแท้ของความหรูหราที่เหนือกว่าคำบรรยายได้เท่ากับ Lexus LS โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเจนเนอเรชั่นล่าสุด ที่สถาปนาตนเองเป็น “ซีดานเรือธง” ตัวจริง ด้วยการผสานเส้นสายการออกแบบที่พลิ้วไหว โฉบเฉี่ยว แฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณแห่งสปอร์ตและความทันสมัย ภายใต้เรือนร่างขนาดใหญ่ สง่างาม ที่หลอมรวมศิลปะการออกแบบอันประณีตของญี่ปุ่นเข้ากับศาสตร์แห่งวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสูงได้อย่างลงตัว
นิยามใหม่แห่งการออกแบบ: “Sensual Aggressive” ที่ปลุกเร้าทุกสัมผัส
แนวคิดการออกแบบ “Sensual Aggressive” ของ Lexus LS ไม่ใช่เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่คือปรัชญาที่ถ่ายทอดผ่านทุกเส้นสายของตัวถัง การออกแบบที่ให้ความรู้สึกพลิ้วไหว สวยงามดุจงานประติมากรรม พร้อมจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ส่งผลให้ LS เป็นซีดานหรูที่แฝงมาดสปอร์ตอันน่าเกรงขามตั้งแต่แรกพบเห็น รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ชุดไฟหน้า LED ที่กระจายแสงได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential LED 16 ดวง ที่ไล่ระดับแสงอย่างมีจังหวะ จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม เช่นเดียวกับชุดโคมไฟท้าย LED ที่ผสานเข้ากับฝากระโปรงท้ายอย่างลงตัว สะท้อนความพิถีพิถันในทุกมิติ
ภายในห้องโดยสาร: การหลอมรวมความหรูหรา ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Lexus LS คือการก้าวเข้าสู่โลกอีกใบ ที่ความหรูหราและความสะดวกสบายเหนือระดับถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีต โดยไม่เคยประนีประนอมในรายละเอียด ทุกองค์ประกอบสะท้อนถึงศิลปะและความใส่ใจในแบบฉบับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
เบาะหลังสุดพิเศษ: สวรรค์แห่งการพักผ่อน
สำหรับผู้โดยสารเบาะหลัง ความสะดวกสบายคือสิ่งที่ Lexus LS มอบให้เหนือใคร เบาะนั่งไฟฟ้าที่สามารถปรับได้ถึง 22 ทิศทาง พร้อมที่วางขาไฟฟ้า สามารถปรับองศาได้อย่างละเอียดด้วยระบบถุงลมภายในเบาะ เพื่อให้ผู้โดยสารได้สัมผัสกับสรีระที่ลงตัวที่สุด พื้นที่วางขาที่สามารถยืดได้สูงสุดถึง 1,020 มิลลิเมตร ผสานกับที่วางขาไฟฟ้า ทำหน้าที่ประหนึ่งโซฟาชั้นเลิศ มอบการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ
ระบบความบันเทิงครบวงจร: โรงภาพยนตร์ส่วนตัวเคลื่อนที่
เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ระบบความบันเทิงบนเบาะหลังของ LS มาพร้อมจอแสดงผลขนาด 11.6 นิ้ว สองจอ ที่สามารถปรับตำแหน่งอัตโนมัติให้สอดรับกับตำแหน่งการนั่งของผู้โดยสาร พร้อมด้วยเครื่องเล่น Blu-ray, ช่องเสียบ SD Card และพอร์ต HDMI ทำให้การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ เป็นเรื่องง่ายดาย รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Miracast หรือ DLNA เพื่อประสบการณ์ความบันเทิงที่ไร้ขีดจำกัด
นวดผ่อนคลายขั้นสูงสุด: สุนทรีย์แห่งการบำบัด
สัมผัสประสบการณ์การนวดผ่อนคลายที่เหนือกว่ากับระบบนวดแบบกดจุดพร้อมระบบทำความร้อนในเบาะหลัง (สำหรับเบาะซ้ายและขวา) ถุงลมภายในเบาะจะทำงานเพื่อคลายความเมื่อยล้าบริเวณหลังและต้นขา ควบคู่ไปกับการทำความร้อนเพื่อเพิ่มความสบาย สามารถเลือกโปรแกรมการผ่อนคลายได้ถึง 7 โปรแกรม ตั้งแต่การผ่อนคลายทั่วร่าง (Full Body Refresh, Full Body Stretch, Full Body Simple) ไปจนถึงการผ่อนคลายเฉพาะส่วน (ร่างกายส่วนบน, ร่างกายส่วนล่าง, ไหล่และสะโพก)
ศูนย์ควบคุมอัจฉริยะ: สัมผัสแห่งความสะดวกสบาย
แผงควบคุมอเนกประสงค์แบบสัมผัสที่วางอยู่ในที่วางแขนตรงกลางเบาะหลัง คือหัวใจสำคัญที่มอบอำนาจในการควบคุมระบบต่างๆ ให้แก่ผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นระบบเครื่องเสียง, ระบบปรับอากาศ, การปรับตำแหน่งเบาะ, ฟังก์ชันการนวด, ม่านบังแดด หรือแม้กระทั่งระบบไฟ ทั้งหมดนี้สามารถควบคุมได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส
ระบบเสียง Mark Levinson QLI: สัมผัสแห่งเสียงดนตรีที่สมจริง
ยกระดับประสบการณ์การฟังเพลงด้วยระบบเสียงรอบทิศทาง Mark Levinson QLI ที่มาพร้อมกับลำโพง 23 ตำแหน่ง และเทคโนโลยีเสียง 3 มิติ Quantum Logic Immersion (QLI) ระบบนี้จะโอบล้อมผู้โดยสารด้วยเสียงคุณภาพคมชัด สมจริง มีมิติ และตำแหน่งเสียงที่แม่นยำ ให้ความรู้สึกราวกับกำลังนั่งฟังการแสดงสดอยู่ในห้องคอนเสิร์ต
เบาะนั่งตอนหน้า: โอบอุ้มสรีระทุกการขับขี่
สำหรับผู้ขับขี่ เบาะนั่งไฟฟ้าปรับได้ 28 ทิศทาง ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระทุกส่วนของร่างกายอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งส่วนรองรับไหล่เพื่อการควบคุมที่แม่นยำ, ส่วนรองรับสะโพกที่ช่วยเสริมความสบาย, และส่วนรองรับด้านข้างที่กระชับลำตัวเพื่อการทรงตัวที่ดีเยี่ยมขณะเข้าโค้ง
ระบบปรับอากาศอัจฉริยะ: สร้างสุนทรียภาพแห่งความสบาย
ระบบปรับอากาศอัจฉริยะของ LS สามารถตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารแต่ละคน และปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ พร้อมกันนี้ยังสามารถตรวจจับแสงแดดในยามเช้าและพลบค่ำ เพื่อควบคุมอุณหภูมิภายในรถให้คงที่ สร้างความสบายอย่างต่อเนื่องตลอดการเดินทาง
ช่วงล่างถุงลมควบคุมไฟฟ้า: ก้าวเข้า-ออกอย่างสง่างาม
ระบบถุงลมช่วงล่างควบคุมด้วยไฟฟ้า ช่วยยกรถให้สูงขึ้นอัตโนมัติเมื่อผู้โดยสารต้องการขึ้นหรือลงจากรถ อำนวยความสะดวกให้การเข้า-ออกเป็นไปอย่างง่ายดาย และสง่างาม
ระบบเบาะยกตัวเลื่อนรองรับอัตโนมัติ: การอำนวยความสะดวกที่ใส่ใจทุกรายละเอียด
ระบบเบาะยกตัวเลื่อนอัตโนมัติ ช่วยให้การเข้า-ออกรถเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อผู้ขับขี่ดับเครื่องยนต์ เบาะนั่งจะยกตัวขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับเบาะด้านนอกจะเปิดออกเล็กน้อยเพื่อลดแรงกดทับบริเวณต้นขา และเมื่อผู้ขับขี่กลับเข้าสู่ตำแหน่งขับขี่ เบาะจะปรับคืนสู่ตำแหน่งเดิม
ขุมพลังแห่งสมรรถนะ: ประสิทธิภาพอันไร้ที่สิ้นสุด
Lexus LS นำเสนอทางเลือกของขุมพลังที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่แตกต่างกัน
LS 350 Luxury: เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส 8GR-FKS) พละกำลังสูงสุด 315 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 38.8 กก.-ม. จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ให้การตอบสนองที่ฉับไว อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.5 วินาที และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 10.8 กม./ลิตร
LS 500 Executive: เครื่องยนต์เบนซิน V6 เทอร์โบ ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส V35A-FTS) พละกำลังสูงสุด 421 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 61.2 กก.-ม. จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ มอบสมรรถนะอันทรงพลัง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.0 วินาที และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 10.3 กม./ลิตร
LS 500h Executive และ Executive Pleat: ระบบไฮบริด V6 ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส 8GR-FXS) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า มอบพละกำลังรวม 359 แรงม้า ระบบส่งกำลัง Multi Stage Hybrid แบบ 10 จังหวะ มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.4 วินาที พร้อมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น่าประทับใจถึง 14.9 กม./ลิตร
ระบบ Multi Stage Hybrid ของ Lexus LS ได้รับการพัฒนาให้มีการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและต่อเนื่อง ตอบสนองคันเร่งได้อย่างฉับไว ประสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มแรงบิดและอัตราเร่งอย่างมีประสิทธิภาพ ในทุกช่วงความเร็ว
โครงสร้างและวัสดุ: ความแข็งแกร่งและความเบาที่ผสมผสานอย่างลงตัว
Lexus LS สร้างสรรค์โครงสร้างตัวถังด้วยการผสมผสานวัสดุหลากหลายชนิด โดยใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงในส่วนโครงสร้างหลัก เช่น แผงบันได, โครงเสาตัวกลาง และหลังคา เพื่อลดจุดศูนย์ถ่วงของรถ ในขณะเดียวกันก็เลือกใช้อะลูมิเนียมในส่วนประกอบต่างๆ เช่น ฝากระโปรงหน้า, ฝากระโปรงท้าย, บังโคลน, ประตู และระบบรองรับ เพื่อลดน้ำหนักโดยรวมของรถ
โหมดการขับขี่: ปรับแต่งประสบการณ์ตามอารมณ์
Lexus LS มอบทางเลือกโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองทุกสไตล์การขับขี่และสภาพถนน ได้แก่ โหมด Normal, Eco, Comfort, Sport S และ Sport S+ นอกจากนี้ยังมีโหมด Customize ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งระบบส่งกำลัง, โครงสร้างตัวถัง และระบบปรับอากาศ ได้ตามความต้องการเฉพาะบุคคล
ระบบความปลอดภัย: ยกระดับมาตรฐานแห่งความมั่นใจ
Lexus LS มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบความอุ่นใจสูงสุดแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ระบบ Pre-Collision System (PCS): เรดาร์และกล้องหน้าตรวจจับความเสี่ยงในการชน ระบบจะส่งสัญญาณเตือนและเข้าช่วยเบรกอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่ไม่ตอบสนอง เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ
ระบบ Dynamic Radar Cruise Control (DRCC): ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ รักษาระยะห่างจากรถคันหน้าได้อย่างแม่นยำ ด้วยเรดาร์และเซ็นเซอร์กล้อง
ระบบ Lane Keeping Assist (LKA): แจ้งเตือนและช่วยประคองพวงมาลัยเมื่อรถกำลังจะออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ
ระบบ Two-Stage Adaptive High Beam System (AHS): ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ที่สามารถปรับการทำงานอัตโนมัติเพื่อไม่ให้รบกวนรถคันอื่น ขณะเดียวกันก็ยังคงประสิทธิภาพในการส่องสว่างที่กว้างขวาง
ระบบ Panoramic View Monitor: จอแสดงผล EMV ขนาด 12.3 นิ้ว แสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวรถได้อย่างชัดเจน
ระบบ Automatic Rear Seat Reclining: เมื่อไม่มีผู้โดยสารเบาะหลัง ระบบจะปรับเบาะให้ต่ำลงเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยการมองเห็นกระจกหลัง
ความแตกต่างที่เหนือกว่า: การสร้างเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน
ในตลาดรถยนต์หรูที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน Lexus LS เลือกที่จะสร้างความแตกต่างด้วยการเน้นย้ำถึงความพรีเมียมและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากที่อื่น การนำเข้าสำเร็จรูป (CBU) อาจทำให้มีภาระด้านภาษี แต่สิ่งที่ Lexus มอบให้คือความสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด ตั้งแต่วัสดุที่ใช้ในการผลิต ไปจนถึงกระบวนการทำสีพิเศษที่ผสมผงอะลูมิเนียม เพื่อให้ได้สีที่เงาวาว มีมิติ และขับเน้นความพลิ้วไหวของตัวถัง แม้ในขณะที่รถจอดนิ่งสนิท
สุนทรียภาพแห่งการมอง: งานศิลปะที่สัมผัสได้
ผมเชื่อว่าเจ้าของ Lexus LS จะมีความสุขเพียงแค่นำรถไปจอดกลางแจ้ง ให้แสงแดดสาดส่องกระทบ และเฝ้ามองความงามของมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมองจากด้านข้าง ที่เผยให้เห็นเส้นสายที่สวยงาม เพรียว ปราดเปรียว ซึ่งยากจะเชื่อว่ารถที่มีความยาวกว่า 5.2 เมตร จะสามารถดูไม่เทอะทะได้อย่างน่าทึ่ง
เมื่อหันมามองด้านหน้า ความน่าประทับใจก็ไม่ได้ลดน้อยลง โคมไฟหน้า LED ที่เฉียบคม พร้อมไฟขับขี่กลางวัน (DRL) ที่พาดผ่านอย่างตั้งใจ และกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Lexus ล้วนสะท้อนถึงการออกแบบที่เต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวและพลัง
เทคโนโลยีไฟหน้า Adaptive LED: ส่องสว่างเหนือกว่า ปลอดภัยยิ่งกว่า
ไฟหน้า Adaptive LED ที่ส่องสว่างชัดเจนในยามค่ำคืน ไม่เพียงแต่ให้ความปลอดภัย แต่ยังแสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียด ระบบสามารถเลือกเปิด-ปิด ลำแสงไฟสูงได้อย่างแม่นยำตามสภาพแวดล้อม เช่น หากมีรถคันหน้า ระบบจะปรับลำแสงเพื่อไม่ให้รบกวนสายตา แต่ยังคงส่องสว่างไปยังป้ายจราจรหรือวัตถุอื่นๆ ที่อยู่ข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานที่รวดเร็วและฉับไว ทำให้การปรับลำแสงเกิดขึ้นก่อนที่รถจะเข้าใกล้ หรือก่อนที่รถคันอื่นจะแจ้งเตือน
สำหรับช่วงโค้ง ลำแสงไฟหน้าจะส่องนำทางเข้าไปในโค้งก่อนการหมุนพวงมาลัย หรือเมื่อเลี้ยวเข้าทางแยก ทางซอย ไฟเสริมจะช่วยส่องสว่างเส้นทาง เพิ่มความมั่นใจและปลอดภัยในการขับขี่
งานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์: “Origami” บนแผงประตู
จุดขายที่แฟนๆ Lexus LS ชื่นชอบ คือรายละเอียดการตกแต่งภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนแผงประตู การตกแต่งด้วยผ้าสีแดงจับจีบในรูปแบบ “Origami” คือศิลปะแฮนด์เมดที่สะท้อนถึงความประณีตและภูมิปัญญาช่างฝีมือญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
กระจกแต่งลายที่ดูเหมือนมาจากโรงงานผลิตชั้นยอด แท้จริงแล้วคือผลงานแฮนด์เมดจากช่างฝีมือระดับสูงของญี่ปุ่น ทำให้รถแต่ละคันมีชิ้นส่วนที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แม้จะมีรูปลักษณ์ภายนอกที่เหมือนกันก็ตาม
LS 500h Executive Pleat: สัมผัสประสบการณ์ชั้นหนึ่ง
ในรุ่น LS 500h Executive Pleat พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบายในทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะเบาะหลัง ที่มอบพื้นที่วางขาและพื้นที่ช่วงเข่าอย่างเหลือเฟือ สามารถปรับเอนพนักพิงได้ตามต้องการ สำหรับเบาะหลังซ้าย หากไม่มีผู้โดยสารเบาะหน้า สามารถปรับเอนนอนได้เกือบจะเหมือนเตียงนอน ด้วยการเลื่อนเบาะหน้าไปสุด และพับพนักพิงศีรษะลง เพื่อไม่ให้บดบังทัศนวิสัยกระจกมองข้าง
ผสานกับช่วงล่างที่นุ่มนวล และการเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกที่ยอดเยี่ยม ทำให้การเดินทางยาวนานกลายเป็นประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ จะเปิดภาพยนตร์ผ่านจอหลังเบาะหน้า หรือเพลิดเพลินกับระบบเสียง Mark Levinson ที่ให้เสียงสมจริง มีมิติ ก็ล้วนเป็นการยกระดับการเดินทางให้เหนือกว่า
ระบบปรับอากาศ 4 โซน: ควบคุมอุณหภูมิได้ดั่งใจ
ระบบปรับอากาศสามารถแบ่งการควบคุมเป็น 4 โซนอิสระ สำหรับผู้โดยสารแต่ละที่นั่ง เพื่อตอบสนองความต้องการด้านอุณหภูมิที่แตกต่างกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมระบบตรวจวัดอุณหภูมิภายนอกเพื่อปรับความสบายภายในรถให้เหมาะสม
Head-Up Display: ข้อมูลครบถ้วน โดยไม่ต้องละสายตา
สำหรับผู้ขับขี่ ระบบ Head-Up Display (HUD) จะฉายข้อมูลการขับขี่ที่กระจกบังลมหน้า ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน และมองเห็นข้อมูลได้อย่างชัดเจน แม้ในสภาพแสงแดดจัด โดยสามารถปรับความเข้มของแสงได้เอง
ระบบช่วยถอยจอดอัจฉริยะ: มั่นใจทุกการเข้าจอด
เมื่อต้องถอยจอด ระบบเซ็นเซอร์และกล้อง 360 องศา จะช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวรถได้อย่างชัดเจน และในกรณีที่ไม่มีผู้โดยสารเบาะหลัง ระบบจะปรับเบาะหลังให้เอนลง เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็น
ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน: เหนือกว่าแค่การปกป้อง
นอกจากระบบถุงลมรอบคันที่ครอบคลุมทุกส่วนของร่างกายแล้ว Lexus LS ยังมีระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันขั้นสูง เช่น ระบบเรดาร์และกล้องหน้าตรวจจับสิ่งกีดขวาง พร้อมส่งสัญญาณเตือน หรือสั่งเบรกอัตโนมัติหากมีความเสี่ยง และระบบรักษาช่องทาง รวมถึง Adaptive Cruise Control เพื่อรักษา
ระยะห่างจากรถคันหน้า
สมรรถนะที่พลิกความคาดหมาย: ความคล่องแคล่วในร่างซีดานหรู
แม้จะมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากถึง 2,350 กก. (ในรุ่น LS 500h Executive Pleat) แต่ Lexus LS กลับขับขี่ได้อย่างคล่องแคล่ว ว่องไว ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างลงตัวของเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวม 359 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.4 วินาที ซึ่งถือเป็นสมรรถนะที่ร้อนแรง และเร่งแซงได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์
ช่วงล่างที่สมบูรณ์แบบ: การผสมผสานความนุ่มนวลและความหนึบแน่น
จุดเด่นอีกประการหนึ่งของ Lexus LS คือช่วงล่างที่สามารถมอบทั้งความนุ่มนวลและความหนึบแน่นเกาะถนนในคันเดียวกันได้อย่างน่าทึ่ง ระบบช่วงล่างถุงลมที่สามารถปรับได้อัตโนมัติ รวมถึงระดับความสูง หรือปรับเองได้ตามต้องการ ช่วยเก็บรายละเอียดของพื้นผิวถนนได้ดีเยี่ยม ผู้โดยสารนั่งสบาย ขณะที่ผู้ขับขี่ก็มั่นใจในสมรรถนะการควบคุมรถได้อย่างเต็มที่
ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง: ความปราดเปรียวที่เหนือความคาดหมาย
ความคล่องแคล่วของรถคันใหญ่มาจากสมรรถนะของระบบไฮบริดที่ตอบสนองได้รวดเร็ว ควบคู่ไปกับระบบช่วยเลี้ยวของล้อหลัง (Rear Steering) ที่ทำให้การเลี้ยวมีความคมขึ้น เปลี่ยนเลนได้ง่ายดาย และเข้าโค้งได้แคบโดยไม่รู้สึกถึงอาการลื่นไถล
ประสบการณ์ที่เหนือกว่า: ความสุขที่ได้จากการเป็นเจ้าของ
Lexus LS ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ แต่เป็นผลงานศิลปะที่มอบประสบการณ์เหนือระดับ ใครก็ตามที่ได้เป็นเจ้าของรถคันนี้ อาจจะเคยชินกับความสบายในเบาะหลัง พร้อมระบบนวดผ่อนคลาย แต่ผมสนับสนุนอย่างยิ่ง หากคุณจะลุกขึ้นมานั่งหลังพวงมาลัย และสัมผัสกับความสนุกสนานและสมรรถนะอันเร้าใจของ LS 500h Executive Pleat คันนี้
Lexus LM: นิยามใหม่แห่ง Luxury Mover
เมื่อพูดถึงความหรูหราและความสะดวกสบายระดับสูงสุดในรูปแบบ MPV ย่อมไม่อาจมองข้าม Lexus LM โดยเฉพาะอย่างยิ่ง All NEW Lexus LM 350h (รุ่นที่ 2nd Generation) ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐาน TNGA Platform เดียวกันกับ All NEW Toyota Alphard / Vellfire แต่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นภายใต้แนวคิด “Luxury Mover”
มิติและความสง่างาม
All NEW Lexus LM 350h มีมิติตัวถังที่ยาว 5,125 มิลลิเมตร กว้าง 1,890 มิลลิเมตร สูง 1,955 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,000 มิลลิเมตร สะท้อนถึงความโอ่อ่าและสง่างาม
ขุมพลังที่สมดุล: ประสิทธิภาพและความประหยัด
สำหรับตลาดไทย คาดว่า LM 350h จะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 Hybrid E-Four ซึ่งทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวมสูงสุด 250 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ e-CVT และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ E-Four มอบทั้งสมรรถนะที่เพียงพอและความประหยัดน้ำมัน
ส่วนเวอร์ชันจีน LM 500h เผยให้เห็นถึงขุมพลังที่เหนือกว่า ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 TURBO Hybrid e-Axle Direct-4 ให้กำลังสูงสุด 371 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 551 นิวตันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Direct-4 All Wheel Drive
เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันที่เหนือระดับ
สิ่งที่ทำให้ All NEW Lexus LM แตกต่างจากรถ MPV ทั่วไป คือการติดตั้งระบบช่วงล่าง Adaptive Variable Suspension (AVS) ที่ช่วยควบคุมการหน่วงของช็อคอัพได้อย่างอิสระ พร้อมเซ็นเซอร์และวาล์วที่ตรวจจับความสั่นสะเทือนอย่างละเอียด รวมถึงคันเกียร์ไฟฟ้า Electro-Mechanical Gear Selector
ประสบการณ์ที่นั่งชั้นหนึ่ง: ความสะดวกสบายที่ไม่เคยมีมาก่อน
Lexus LM นำเสนอทางเลือกที่นั่ง 2 รูปแบบ คือ 7 ที่นั่ง Executive Lounge และ 4 ที่นั่ง First-Class สำหรับรุ่น 4 ที่นั่ง มาพร้อมหน้าจอ Cinema Screen ขนาด 48 นิ้ว เพื่อความบันเทิงเต็มรูปแบบ ระบบกระจกกั้นผู้โดยสารที่สามารถปรับความใส-ฝ้าได้ด้วยระบบไฟฟ้า รวมถึงระบบเสียง Mark Levinson Premium Surround Sound พร้อมลำโพง 23 ตำแหน่ง
การควบคุมที่ใส่ใจทุกรายละเอียด
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ 4 โซน ควบคู่ไปกับระบบปรับสมดุลอากาศในห้องโดยสาร Warmth-Sensing IR Matrix Sensor ช่วยสร้างบรรยากาศที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังมีตู้แช่เครื่องดื่ม Refrigerator บริเวณคอนโซลกลาง และระบบไฟ Ambient Light 64 สี เพื่อสร้างสรรค์บรรยากาศที่หรูหรา
ความปลอดภัยที่เหนือกว่า: Lexus Safety SENSE 3.0
All NEW Lexus LM มาพร้อมระบบความปลอดภัย Lexus Safety SENSE 3.0 เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดในการเดินทาง
ทางเลือกสีสันที่หลากหลาย
สำหรับสีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Sonic Quartz White, Supersonic Titanium Silver, Ultimate Black, และ Supersonic Onyx Red ส่วนภายในห้องโดยสาร มีให้เลือก 2 สี คือ Inkstone Platinum Two-Color และ Obsidian Black and Grey Two-Color
Lexus LM 350h ที่คาดว่าจะเปิดตัวในประเทศไทยต้นเดือนกันยายนนี้ จะเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมหรูของ Lexus ในทุกเซกเมนต์
หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่มอบนิยามใหม่ของความหรูหรา สมรรถนะอันยอดเยี่ยม และเทคโนโลยีแห่งอนาคต การพิจารณา Lexus LS คือการตัดสินใจที่ถูกต้อง หากคุณปรารถนาประสบการณ์การเดินทางในรูปแบบ MPV ที่สุดแห่งความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัว Lexus LM คือคำตอบที่คุณค้นหา
อย่ารอช้า! สัมผัสประสบการณ์ยนตรกรรมที่เหนือกว่าเหนือใครได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่าย Lexus ใกล้บ้านท่าน หรือติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับ เพื่อค้นหา “ที่สุด” ของนิยามความหรูหราที่คุณคู่ควร