
Lexus LS: นิยามใหม่แห่งซาลูนหรู สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้ประจักษ์ถึงวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของรถยนต์หรู แต่มีเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดและสร้างมาตรฐานใหม่ได้อย่างแท้จริง “Lexus LS” คือหนึ่งในนั้น โดยเฉพาะในรุ่นล่าสุดที่สะท้อนถึงความเป็นซาลูนระดับธง (Flagship Sedan) ด้วยการผสมผสานเส้นสายอันพลิ้วไหว โฉบเฉี่ยว แฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ต ทันสมัย ควบคู่ไปกับตัวถังขนาดใหญ่ที่เปี่ยมด้วยภูมิฐาน สะท้อนถึงศิลปะการออกแบบอันประณีตและวัฒนธรรมอันลึกซึ้งจากแดนอาทิตย์อุทัย
แนวคิดการออกแบบ: Sensual Aggressive – ความงามที่เร้าอารมณ์
Lexus LS รุ่นล่าสุดได้รับการรังสรรค์ภายใต้แนวคิด “Sensual Aggressive” ซึ่งหมายถึงการออกแบบที่สื่อถึงความงามอันเย้ายวนแต่แฝงด้วยความแข็งแกร่ง ตัวรถถูกขึ้นรูปให้มีเส้นสายที่ลื่นไหล นุ่มนวล แต่ในขณะเดียวกันก็ดูทรงพลัง เส้นสายเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ยังช่วยส่งเสริมหลักอากาศพลศาสตร์ โดยการลดแรงต้านและสร้างแรงกดที่เหมาะสม ส่งผลให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เพิ่มความมั่นคงในการทรงตัว และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สปอร์ตยิ่งขึ้นตั้งแต่แรกเห็น
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือชุดไฟหน้า LED อันทันสมัย ที่ไม่เพียงแต่ให้ความสว่างสูงสุด แต่ยังมาพร้อมกับไฟเลี้ยวแบบ Dynamic Sequential Turn Signal ซึ่งใช้หลอด LED จำนวน 16 ดวง ไล่ระดับการส่องสว่างอย่างนุ่มนวลจากมุมด้านในสู่ด้านนอก สร้างความโดดเด่นและดูมีชีวิตชีวา ในส่วนท้ายรถ ชุดโคมไฟท้าย LED ที่ยาวต่อเนื่องไปจนถึงฝากระโปรงหลัง ก็เสริมบุคลิกที่สง่างามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราขั้นสุด ผสานเทคโนโลยีเพื่อที่สุดแห่งความสะดวกสบาย
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Lexus LS คุณจะพบกับการผสมผสานที่ไร้ที่ติระหว่างความหรูหรา ความสะดวกสบายเหนือระดับ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย การตกแต่งภายในสะท้อนถึงงานฝีมืออันประณีตในแบบฉบับญี่ปุ่น (Takumi Craftsmanship) ที่ทุกรายละเอียดถูกใส่ใจเป็นพิเศษ มอบบรรยากาศที่อบอุ่น สงบ และเต็มเปี่ยมไปด้วยศิลปะ
สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ประสบการณ์จะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ด้วยเบาะนั่งไฟฟ้าที่สามารถปรับได้ถึง 22 ทิศทาง พร้อมด้วยพนักวางขาไฟฟ้าที่ปรับระดับได้อย่างอิสระ ระบบถุงลมภายในเบาะสามารถปรับองศาได้ในทุกมิติ เพื่อมอบความสบายสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น Executive Pleat ที่เบาะหลังด้านซ้ายสามารถปรับพื้นที่วางขาได้ยาวถึง 1,020 มิลลิเมตร มอบความรู้สึกราวกับนั่งอยู่บน Business Class ของเครื่องบินส่วนตัว
ระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังก็ไม่น้อยหน้า ประกอบด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 11.6 นิ้ว จำนวน 2 จอ ที่สามารถปรับตำแหน่งอัตโนมัติเพื่อให้มุมมองที่ชัดเจนที่สุด พร้อมด้วยเครื่องเล่น Blu-ray, ช่องใส่ SD Card และพอร์ต HDMI เพื่อการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนก็ทำได้ง่ายดายผ่าน Miracast หรือ DLNA
ประสบการณ์ผ่อนคลายอันเหนือระดับ: ระบบนวดและทำความร้อน
Lexus LS ตระหนักดีว่าการเดินทางที่แท้จริงคือการได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงติดตั้งระบบนวดผ่อนคลายพร้อมฟังก์ชันกดจุดแบบร้อน (Heated Shiatsu Massage) ไว้ที่เบาะหลังซ้ายและขวา ระบบถุงลมที่ฝังอยู่ในเบาะจะทำงานเพื่อคลายความเมื่อยล้าบริเวณหลังและต้นขา พร้อมด้วยฟังก์ชันทำความร้อนที่ช่วยเสริมความรู้สึกผ่อนคลายอย่างล้ำลึก คุณสามารถเลือกโปรแกรมการนวดได้ถึง 7 รูปแบบ ครอบคลุมทั้งแบบเต็มตัว (Full Body Refresh, Full Body Stretch, Full Body Simple) และแบบเฉพาะส่วน (ร่างกายส่วนบน, ร่างกายส่วนล่าง, ไหล่และสะโพก)
การควบคุมที่ง่ายดาย: แผงควบคุมอเนกประสงค์
เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายสูงสุด ผู้โดยสารตอนหลังยังมีแผงควบคุมอเนกประสงค์แบบสัมผัสที่ติดตั้งอยู่ในที่วางแขนตรงกลาง คุณสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียง, ระบบปรับอากาศ, การปรับเบาะนั่ง, ฟังก์ชันนวดผ่อนคลาย, ม่านบังแดดไฟฟ้า และระบบแสงสว่างภายในห้องโดยสาร ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส
ระบบเสียง Mark Levinson: มิติเสียงที่สมจริง
สำหรับคอเพลง ระบบเสียง Mark Levinson QLI (Quantum Logic Immersion) คือที่สุดแห่งประสบการณ์ทางโสตสัมผัส ด้วยช่องสัญญาณเสียง 16 ช่อง และลำโพงถึง 23 ตำแหน่ง ระบบนี้จะสร้างมิติเสียงแบบสามมิติที่โอบล้อมผู้ฟังอย่างสมจริง ให้คุณภาพเสียงที่คมชัด ชัดเจน และเต็มไปด้วยรายละเอียดราวกับนั่งฟังอยู่ในห้องอัดเสียงชั้นนำ
เบาะหน้า: สุขภาพและความสบายของผู้ขับขี่
สำหรับผู้ขับขี่ เบาะนั่งไฟฟ้าปรับได้ถึง 28 ทิศทาง ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ รองรับทุกส่วนของร่างกายได้อย่างพอดี ไม่ว่าจะเป็นเบาะรองไหล่ที่ช่วยเสริมการควบคุมรถ หรือเบาะรองรับสะโพกที่ให้ความสบายเป็นพิเศษ รวมถึงเบาะรองด้านข้างที่ช่วยประคองลำตัวให้อยู่ในตำแหน่งที่มั่นคงขณะเข้าโค้ง
ระบบปรับอากาศอัจฉริยะ: ความสบายที่ปรับตามแต่ละบุคคล
Lexus LS มาพร้อมกับระบบปรับอากาศอัจฉริยะที่สามารถตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของแต่ละบุคคลในห้องโดยสาร และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ระบบยังสามารถตรวจจับแสงอาทิตย์ในช่วงเช้าและพลบค่ำ เพื่อควบคุมอุณหภูมิภายในรถให้คงที่และมอบความสบายอย่างต่อเนื่อง
เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก: การขึ้น-ลง ที่ง่ายดาย
เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่น Lexus LS ได้ติดตั้งระบบถุงลมช่วงล่างที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า ซึ่งสามารถปรับระดับความสูงของตัวรถให้สูงขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อผู้โดยสารต้องการขึ้นหรือลงรถ ช่วยให้การเข้า-ออกสะดวกสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบเบาะยกตัวเลื่อนรองรับอัตโนมัติ ที่จะยกเบาะนั่งขึ้นเมื่อผู้ขับขี่ออกจากรถ และปรับกลับสู่ตำแหน่งเดิมเมื่อผู้ขับขี่ขึ้นรถ ด้านข้างของเบาะยังมีส่วนเสริมที่เปิดออกเพื่อลดแรงกดทับบริเวณต้นขาขณะขึ้น-ลงรถ
ขุมพลังอันเร้าใจ: หลากหลายทางเลือกสำหรับทุกสไตล์การขับขี่
Lexus LS นำเสนอขุมพลังที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่แต่ละราย:
LS 350 Luxury: เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส 8GR-FKS) ให้กำลังสูงสุด 315 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 38.8 กก.-ม. จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.5 วินาที
LS 500 Executive: เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร เทอร์โบ (รหัส V35A-FTS) มอบพละกำลังสูงสุด 421 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 61.2 กก.-ม. ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 5.0 วินาที
LS 500h Executive และ Executive Pleat: ระบบไฮบริด V6 ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส 8GR-FXS) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 359 แรงม้า ด้วยระบบส่งกำลังแบบ Multi Stage Hybrid อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.4 วินาที มาพร้อมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น่าประทับใจถึง 14.9 กม./ลิตร
ระบบ Multi Stage Hybrid ในรุ่น LS 500h ได้รับการพัฒนาให้มีการเปลี่ยนเกียร์ 10 ระดับ ตอบสนองคันเร่งได้อย่างฉับไว เปลี่ยนจังหวะเกียร์ได้อย่างต่อเนื่อง ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มแรงบิดและอัตราเร่งในทุกช่วงความเร็ว
โครงสร้างตัวถัง: ความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา
Lexus LS ใช้การผสมผสานวัสดุที่หลากหลายในการสร้างสรรค์โครงสร้างตัวถัง เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงถูกนำมาใช้ในส่วนสำคัญ เช่น แผงบันได โครงเสาตัวกลางและหลังคา เพื่อลดจุดศูนย์ถ่วงของรถ ในขณะเดียวกันก็เลือกใช้อะลูมิเนียมสำหรับโครงสร้างตัวถังและชิ้นส่วนต่างๆ เช่น ฝากระโปรงหน้า/หลัง บังโคลน ประตู และระบบรองรับ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งแต่ยังคงไว้ซึ่งน้ำหนักที่เบา
โหมดการขับขี่: ปรับแต่งได้ตามสไตล์
Lexus LS มอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลายด้วยโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ถึง 5 โหมด ได้แก่ Normal, Eco, Comfort, Sport S และ Sport S+ นอกจากนี้ยังมีโหมด Customize ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าระบบส่งกำลัง, โครงสร้างตัวถัง และระบบปรับอากาศ ได้ตามความต้องการส่วนบุคคล
ระบบความปลอดภัย: เทคโนโลยีปกป้องขั้นสูงสุด
ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญของ Lexus LS ด้วยระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัย:
Pre-Collision System (PCS): ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ ใช้เรดาร์และกล้องหน้าตรวจจับความเสี่ยงในการชน หากตรวจพบ ระบบจะเตือนผู้ขับขี่ และหากผู้ขับขี่ไม่ตอบสนอง ระบบจะสั่งการเบรกอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ
Dynamic Radar Cruise Control (DRCC): ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ใช้เรดาร์และเซ็นเซอร์กล้องในการตรวจจับรถคันหน้า และรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย
Lane Keeping Assist (LKA): ระบบรักษาช่องทาง หากตรวจพบว่ารถกำลังออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะสั่นที่พวงมาลัยเพื่อเตือน และหากจำเป็น ระบบจะช่วยประคองพวงมาลัยเพื่อรักษาเส้นทาง
Adaptive High-beam System (AHS): ระบบไฟหน้าปรับสูง-ต่ำ อัตโนมัติ ด้วยหลอด LED 8 ดวงสำหรับไฟสูง และ 16 ดวงสำหรับไฟต่ำในแต่ละข้าง ระบบจะปรับการทำงานเพื่อไม่ให้รบกวนสายตาผู้ร่วมทาง แต่ยังคงให้ทัศนวิสัยที่ชัดเจน
Panoramic View Monitor: ระบบแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ผ่านหน้าจอ EMV ขนาด 12.3 นิ้ว ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบรถได้อย่างครอบคลุม
Automatic Rear Seat Reclining: ระบบปรับเบาะหลังอัตโนมัติ เมื่อไม่มีผู้โดยสาร ระบบจะปรับเบาะหลังให้ต่ำลง เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยกระจกมองหลังให้แก่ผู้ขับขี่
การนำเข้า CBU: ความพิเศษที่มาพร้อมความท้าทาย
การที่ Lexus LS เป็นรถนำเข้าสำเร็จรูป (CBU – Completely Built Unit) ทำให้ต้องเผชิญกับภาระภาษีศุลกากร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของราคาที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม นี่คือสิ่งที่ทำให้ Lexus LS โดดเด่น ด้วยการรักษามาตรฐานการผลิตอันสูงสุดจากโรงงาน และมอบความพิเศษที่หาไม่ได้ในรถยนต์ประกอบในประเทศ (CKD)
ความแตกต่างที่เหนือชั้น: เอกลักษณ์และความประณีต
Lexus LS สร้างความแตกต่างด้วยการเน้นย้ำถึงความเป็นพรีเมียมอย่างแท้จริง และเอกลักษณ์เฉพาะตัว งานฝีมือคือหัวใจหลัก ตั้งแต่กระบวนการพ่นสีพิเศษที่ใช้ผงอลูมิเนียม ช่วยให้สีดูเงางาม มีมิติ และขับเน้นเส้นสายของตัวถังให้ดูมีชีวิตชีวาและทรงพลัง แม้จะจอดนิ่งอยู่ก็ตาม
เมื่อแสงแดดส่องกระทบตัวถัง จะเห็นถึงความงามอันน่าทึ่ง แม้เพียงการจอดรถกลางแจ้งและนั่งชื่นชม ก็มอบความสุขได้อย่างลึกซึ้ง รูปทรงด้านข้างมีความเพรียว ปราดเปรียว สง่างาม ทำให้รถที่มีความยาวกว่า 5.2 เมตร ดูไม่เทอะทะ แต่กลับสง่างามอย่างน่าอัศจรรย์
เมื่อมองไปที่ด้านหน้า ความโฉบเฉี่ยวก็ไม่แพ้กัน โคมไฟหน้า LED ที่มีไฟขับขี่กลางวัน (DRL) วิ่งพาดผ่านอย่างตั้งใจ พร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนถึงการออกแบบที่ดูมีชีวิตชีวาและเคลื่อนไหวในตัว
ระบบไฟหน้า Adaptive LED ไม่เพียงแต่ให้ลำแสงที่ชัดเจนในเวลากลางคืน แต่ยังสามารถปรับการส่องสว่างและปิดลำแสงในพื้นที่ที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ทัศนวิสัยกว้างขึ้นโดยไม่รบกวนผู้อื่น ระบบนี้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ฉับไว สามารถปรับลำแสงตามการเลี้ยวของพวงมาลัย หรือเพิ่มแสงสว่างขณะเลี้ยวเข้าแยก เพื่อความปลอดภัยและขับขี่ได้ง่ายขึ้น
งานฝีมือ “Origami” อันเป็นเอกลักษณ์
จุดขายที่แฟนคลับ Lexus LS ชื่นชอบคือรายละเอียดภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะการตกแต่งแผงประตูด้วยผ้าสีแดงจับจีบ ซึ่งเป็นงานฝีมือทำด้วยมือในสไตล์ “Origami” ศิลปะการพับกระดาษแบบญี่ปุ่น ที่แสดงถึงความประณีตและความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด
กระจกแต่งลายก็เช่นกัน หลายคนอาจคิดว่าเป็นงานจากโรงงานผลิตกระจกชั้นเลิศ แต่แท้จริงแล้วเป็นงานฝีมือจากช่างฝีมือระดับสูงจากญี่ปุ่น ทำให้รถแต่ละคันมีชิ้นส่วนที่ไม่ซ้ำกัน แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูเหมือนกันก็ตาม
LS500h Executive Pleat: สุนทรียภาพแห่งการเดินทาง
สำหรับรุ่น LS500h Executive Pleat พื้นที่ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายสูงสุดในทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ผู้ขับขี่ ผู้โดยสารตอนหน้า และแน่นอนผู้โดยสารตอนหลัง ที่มีพื้นที่วางขาและพื้นที่ช่วงเข่าเหลือเฟือ สามารถปรับเบาะให้เลื่อนหน้า-หลัง หรือเอนพนักพิงได้ตามต้องการ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นั่งเบาะหลังด้านซ้าย หากไม่มีผู้โดยสารที่เบาะหน้า ผู้โดยสารสามารถปรับเอนนอนได้เกือบเท่ากับการนอนบนเตียง โดยระบบจะเลื่อนเบาะหน้าไปด้านหน้าสุด พับพนักพิงศีรษะลง เพื่อไม่ให้บดบังกระจกมองข้างของผู้ขับขี่ จากนั้นจึงปรับเบาะหลังไปด้านหน้าและเอนพนักพิงลงจนเกือบสุด
ควบคู่ไปกับช่วงล่างที่นุ่มนวล และการเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกที่ยอดเยี่ยม ทำให้การเดินทางยาวนานเป็นไปอย่างผ่อนคลาย คุณสามารถเพลิดเพลินกับภาพยนตร์ผ่านหน้าจอหลังเบาะหน้า หรือฟังเพลงโปรดจากระบบเสียง Mark Levinson อันทรงพลัง
การควบคุมอุณหภูมิแบบ 4 โซน
ระบบปรับอากาศสามารถแบ่งการควบคุมอุณหภูมิได้อย่างอิสระถึง 4 โซน สำหรับผู้โดยสารแต่ละที่นั่ง และยังมีระบบตรวจวัดอุณหภูมิภายนอกเพื่อปรับสมดุลความสบายภายในห้องโดยสาร
Head-Up Display: ข้อมูลการขับขี่ที่ปลายนิ้ว
สำหรับผู้ขับขี่ ระบบ Head-Up Display (HUD) จะแสดงข้อมูลสำคัญขณะขับขี่บนกระจกบังลมหน้า โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน ให้การมองเห็นที่ชัดเจน แม้ในสภาพแสงจ้า และสามารถปรับความเข้มของแสงได้ตามต้องการ
ระบบช่วยเหลือการขับขี่: ความมั่นใจในทุกการเดินทาง
Lexus LS มีระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครอบคลุม ตั้งแต่เซ็นเซอร์และกล้อง 360 องศา ที่ช่วยในการถอยจอด ไปจนถึงระบบ Pre-Collision System, Lane Keeping Assist, และ Adaptive Cruise Control ที่ทำงานร่วมกันเพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุด
ขุมพลังไฮบริด: สมรรถนะและความประหยัด
แม้จะมีขนาดใหญ่และน้ำหนักถึง 2,350 กก. แต่ LS500h Executive Pleat ก็มอบสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องแคล่ว ด้วยการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 359 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.4 วินาที ซึ่งถือว่ารวดเร็วทันใจ การเร่งแซงทำได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะบนทางหลวง หรือเส้นทางที่คดเคี้ยว
ช่วงล่าง: สมดุลระหว่างความนุ่มนวลและความหนึบแน่น
จุดเด่นอีกประการคือช่วงล่าง ที่สามารถผสานความนุ่มนวลและความหนึบแน่นเกาะถนนได้อย่างลงตัว ผู้โดยสารจะได้รับความสบายจากการเก็บรายละเอียดของพื้นผิวถนนได้อย่างดี ในขณะที่ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ถึงความมั่นใจในการควบคุมรถ การเร่งแซง หรือการเข้าโค้ง
ระบบช่วงล่างแบบถุงลมสามารถปรับระดับความสูงได้อัตโนมัติ หรือผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเองได้
ความคล่องตัวเหนือขนาด: ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง
ความคล่องตัวของรถคันใหญ่ขนาดนี้ ส่วนหนึ่งมาจากระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง (Rear Wheel Steering) ที่ช่วยให้การเลี้ยวมีความคมขึ้น เปลี่ยนเลนได้อย่างง่ายดาย และเข้าโค้งได้อย่างแคบ โดยไม่รู้สึกถึงอาการเสียการทรงตัว
บทสรุป: ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
Lexus LS ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์หรู แต่เป็นมากกว่านั้น มันคือการผสมผสานเทคโนโลยีชั้นสูง ศิลปะการออกแบบ และงานฝีมืออันประณีต เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับอย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะเลือกนั่งสบายๆ ที่เบาะหลังพร้อมระบบนวดผ่อนคลาย หรือสัมผัสความสนุกสนานหลังพวงมาลัย Lexus LS ก็พร้อมจะมอบความประทับใจไม่รู้ลืม
หากคุณกำลังมองหาสุดยอดยนตรกรรมที่จะยกระดับทุกการเดินทาง สัมผัสประสบการณ์ Lexus LS ได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่าย Lexus ใกล้บ้านท่าน เพื่อค้นพบความสมบูรณ์แบบที่รอคุณอยู่.