
Lexus LS: นิยามใหม่แห่งสุดยอดยนตรกรรมซีดานหรู สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ เฉกเช่นเซียนรถยนต์ตัวจริง
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้ประจักษ์แก่สายตาถึงวิวัฒนาการของยนตรกรรมหรูมานับไม่ถ้วน แต่มีเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถสะกดทุกประสาทสัมผัส และยืนยันสถานะของตนเองอย่างชัดเจนในฐานะ “ที่สุด” แห่งคลาสได้อย่างแท้จริง และเมื่อพูดถึง Lexus LS โดยเฉพาะรุ่นล่าสุดที่ปรากฏต่อสายตาในวันนี้ มันคือการยกระดับนิยามของ “Luxury Sedan” ไปสู่อีกขั้นอย่างไม่ต้องสงสัย
Lexus LS 2025: การออกแบบที่ผสมผสานศิลปะและวิศวกรรมชั้นสูง
สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ คือ การออกแบบภายนอกของ Lexus LS ที่สื่อสารถึงความสง่างามและความปราดเปรียวในเวลาเดียวกัน เส้นสายที่ไหลลื่นราวกับสายน้ำ ผสมผสานกับความเฉียบคมของเหลี่ยมมุม สร้างสรรค์เป็นตัวถังขนาดใหญ่ที่ดูภูมิฐาน แต่แฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ต ท่ามกลางรายละเอียดที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและศิลปะชั้นสูงจากประเทศญี่ปุ่น นี่ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือผลงานศิลปะบนล้อ
แนวคิดการออกแบบ “Sensual Aggressive” ที่ Lexus นำมาใช้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ส่งผลไปถึงการรับรู้ทุกมิติ ล้ออัลลอยลายใหม่ที่ดูแข็งแกร่งแต่ก็มีความละเอียดอ่อน พร้อมด้วยยางสมรรถนะสูงที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น ไฟหน้า LED แบบ Matrix Adaptive พร้อมเทคโนโลยี Ray Tracing Projection ส่องสว่างถนนเบื้องหน้าได้อย่างแม่นยำ ลดการรบกวนสายตาผู้ร่วมทาง ขณะเดียวกันก็เพิ่มทัศนวิสัยให้แก่ผู้ขับขี่อย่างสูงสุด การเปลี่ยนลำแสงอัตโนมัติที่รวดเร็วและชาญฉลาดตามสภาพแวดล้อม ทำให้การขับขี่ในยามค่ำคืนกลายเป็นเรื่องที่น่ารื่นรมย์และปลอดภัยยิ่งขึ้น
ชุดไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่เชื่อมต่อกันตลอดความกว้างของตัวรถ ไม่เพียงแต่เสริมความโดดเด่นในยามค่ำคืน แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบ ตัวถังที่ใช้วัสดุผสมผสานระหว่างเหล็กกล้าทนแรงดึงสูงและอลูมิเนียม ช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแกร่ง ช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงของรถต่ำลง ส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมและการทรงตัวที่ยอดเยี่ยม
ภายใน: สุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนและความสะดวกสบายเหนือระดับ
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Lexus LS คือการก้าวเข้าสู่โลกแห่งความหรูหราและความสงบเงียบที่แท้จริง การตกแต่งภายในคือบทพิสูจน์ถึงความพิถีพิถันและศิลปะการฝีมือแบบญี่ปุ่นที่หาได้ยากยิ่ง เบาะนั่งหนังแท้คุณภาพสูงที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดี สัมผัสได้ถึงความนุ่มสบายและรองรับสรีระได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับเบาะหลัง การออกแบบนั้นเปรียบเสมือนการสร้างสรรค์ “ห้องรับแขกส่วนตัว” บนรถยนต์ เบาะนั่งไฟฟ้าปรับได้ถึง 22 ทิศทาง พร้อมพนักวางขาไฟฟ้า สามารถปรับเอนและดันไปข้างหน้าได้อย่างอิสระ เพื่อมอบพื้นที่วางขาที่กว้างขวางสูงสุดถึง 1,020 มิลลิเมตร ให้ความรู้สึกราวกับได้นั่งอยู่บนโซฟาชั้นดีในบ้าน ระบบถุงลมที่สามารถปรับแรงดันเพื่อรองรับสรีระในทุกองศา ยิ่งเสริมความสบายให้ถึงขีดสุด
ระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังนั้นจัดเต็มมาให้ถึงขีดสุด ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 11.6 นิ้ว จำนวน 2 จอ ที่สามารถปรับตำแหน่งอัตโนมัติ ให้ได้มุมมองที่ดีที่สุดเสมอ พร้อมเครื่องเล่น Blu-ray, ช่องใส่ SD Card และการเชื่อมต่อ HDMI ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย นอกจากนี้ การรองรับ Miracast และ DLNA ยังช่วยให้การแชร์คอนเทนต์จากสมาร์ทโฟนเป็นเรื่องง่ายดาย
หากคุณปรารถนาการผ่อนคลายอย่างแท้จริง ระบบนวดภายในเบาะนั่งตอนหลัง พร้อมฟังก์ชันทำความร้อนแบบ “Katsubushi” (ไม่ใช่การนวดด้วยหินร้อน แต่เป็นการใช้การนวดที่เน้นการกดจุดแบบญี่ปุ่น) สามารถเลือกโปรแกรมได้หลากหลาย ตั้งแต่การผ่อนคลายทั่วทั้งร่างกาย (Full Body Refresh, Full Body Stretch, Full Body Simple) ไปจนถึงการผ่อนคลายเฉพาะส่วน (ร่างกายส่วนบน, ร่างกายส่วนล่าง, ไหล่และสะโพก) รวม 7 โปรแกรม การผสมผสานการนวดและการทำความร้อนเข้าด้วยกัน มอบประสบการณ์การผ่อนคลายที่เหนือชั้นอย่างแท้จริง
แผงควบคุมอเนกประสงค์แบบสัมผัสที่ติดตั้งอยู่บนที่วางแขนตรงกลางเบาะหลัง ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถควบคุมระบบต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นระบบเครื่องเสียง, ระบบปรับอากาศ, การปรับเบาะ, ฟังก์ชันการนวด, ม่านกันแดด หรือแม้กระทั่งแสงไฟภายในห้องโดยสาร ทั้งหมดนี้สามารถควบคุมได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส
ระบบเสียง Mark Levinson: สัมผัสประสบการณ์คอนเสิร์ตส่วนตัว
สำหรับคอเพลงที่หลงใหลในคุณภาพเสียง Lexus LS มาพร้อมกับระบบเสียง Mark Levinson QLI (Quantum Logic Immersion) ที่มีถึง 16 แชนเนล และลำโพงรวม 23 ตัว ระบบนี้ไม่ได้เพียงแค่ขับเสียงออกมา แต่เป็นการสร้างสรรค์ประสบการณ์เสียงที่สมจริง เป็นธรรมชาติ มีมิติ และโอบล้อมผู้ฟังอย่างสมบูรณ์แบบ ทุกโน้ตดนตรีจะถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจนและแม่นยำ ให้ความรู้สึกราวกับได้นั่งฟังศิลปินแสดงสดอยู่ตรงหน้า
เทคโนโลยีเพื่อผู้ขับขี่: ประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่มาพร้อมกัน
เบาะนั่งตอนหน้าปรับไฟฟ้า 28 ทิศทาง พร้อมระบบปรับรองรับสรีระแบบพิเศษ ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกสบายและกระชับในทุกสภาวะการขับขี่ โดยเฉพาะส่วนรองรับไหล่ที่ช่วยเสริมการทรงตัวในโค้ง และการรองรับสะโพกที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ทางไกลโดยเฉพาะ
ระบบปรับอุณหภูมิอัจฉริยะ (Intelligent Climate Control) สามารถตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารแต่ละคน และปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งคำนึงถึงทิศทางของแสงแดด เพื่อรักษาความสบายอย่างต่อเนื่องตลอดการเดินทาง
ระบบช่วงล่างถุงลมควบคุมด้วยไฟฟ้า (Air Suspension) ไม่เพียงแต่ช่วยรองรับแรงกระแทกจากพื้นถนนได้อย่างดีเยี่ยม แต่ยังมีฟังก์ชันช่วยยกตัวรถขึ้นเมื่อผู้โดยสารต้องการขึ้นหรือลง ทำให้การเข้า-ออกรถเป็นไปได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น
ระบบเบาะยกตัวเลื่อนรองรับอัตโนมัติ (Easy Access System) ช่วยให้การเข้า-ออกจากรถราบรื่นยิ่งขึ้น ระบบจะยกเบาะนั่งขึ้นเล็กน้อยเมื่อผู้ขับขี่ลงจากรถ และจะเลื่อนกลับเข้าที่เดิมเมื่อผู้ขับขี่ขึ้นรถ นอกจากนี้ ด้านข้างของเบาะยังมีการออกแบบให้เปิดออกเล็กน้อยเพื่อลดการกดทับบริเวณต้นขา
ขุมพลัง: ทางเลือกที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
Lexus LS นำเสนอทางเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ขับขี่:
LS 350 Luxury: มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส 8GR-FKS) ให้กำลังสูงสุด 315 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 38.8 กก.-ม. ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ สามารถเร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ใน 6.5 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 10.8 กม./ลิตร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะที่นุ่มนวลและประหยัด
LS 500 Executive: ขุมพลัง V6 เทอร์โบ ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส V35A-FTS) ให้กำลังสูงสุดถึง 421 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 61.2 กก.-ม. พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.0 วินาที ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.3 กม./ลิตร รุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะที่เร้าใจและอัตราเร่งที่ทันใจ
LS 500h Executive และ Executive Pleat: สำหรับผู้ที่มองหาสมรรถนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รุ่นไฮบริด V6 ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส 8GR-FXS) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 359 แรงม้า ระบบส่งกำลัง Multi Stage Hybrid ที่ทำงานประสานกับเกียร์ 10 จังหวะ สามารถเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 5.4 วินาที และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น่าประทับใจถึง 14.9 กม./ลิตร ระบบ Multi Stage Hybrid นี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเปลี่ยนเกียร์ ตอบสนองคันเร่งได้อย่างฉับไว และเพิ่มแรงบิดสูงสุดถึง 24% จากการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า
เทคโนโลยีโครงสร้างและระบบขับขี่: ความมั่นคงและคล่องตัว
โครงสร้างตัวถังของ Lexus LS ผสานวัสดุคุณภาพสูง ทั้งเหล็กกล้าทนแรงดึงสูงและอลูมิเนียม ในส่วนสำคัญต่างๆ เช่น แผงบันได, โครงเสา, หลังคา, ฝากระโปรงหน้า-หลัง, บังโคลน และระบบรองรับ เพื่อลดจุดศูนย์ถ่วงของรถ และเพิ่มความแข็งแกร่ง
โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่ Normal, Eco, Comfort, Sport S, Sport S+ ไปจนถึงโหมด Customize ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าระบบส่งกำลัง, โครงสร้างตัวถัง และระบบปรับอากาศได้ตามความต้องการ
ระบบความปลอดภัยขั้นสูง: การปกป้องที่เหนือกว่า
Lexus LS ติดตั้งระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) ที่ล้ำสมัยมากมาย:
Pre-Collision System (PCS): ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ ตรวจจับวัตถุด้วยเรดาร์และกล้องหน้า หากมีแนวโน้มที่จะเกิดการชน ระบบจะเตือนผู้ขับขี่ และหากจำเป็น จะสั่งการเบรกอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงของการปะทะ
Dynamic Radar Cruise Control (DRCC): ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน สามารถรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ระยะทางไกล
Lane Keeping Assist (LKA): ระบบรักษาช่องทางจราจร หากตรวจพบว่ารถกำลังออกนอกเลนโดยไม่เจตนา ระบบจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ด้วยการสั่นที่พวงมาลัย และอาจเข้าช่วยประคองพวงมาลัยเพื่อนำรถกลับเข้าสู่เลน
Two-Stage Adaptive High Beam System (AHS): ระบบไฟสูงอัจฉริยะ สามารถเปิด-ปิดไฟ LED จำนวน 8 ดวง (ไฟสูง) และ 16 ดวง (ไฟต่ำ) ในแต่ละข้างโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันแสงไฟสูงรบกวนรถคันอื่น ขณะเดียวกันก็ยังคงส่องสว่างให้กับเส้นทางและป้ายจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Panoramic View Monitor: ระบบแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ผ่านหน้าจอ EMV ขนาด 12.3 นิ้ว ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถได้อย่างครอบคลุม
Automatic Rear Seat Reclining: ระบบปรับเบาะหลังอัตโนมัติ เมื่อไม่มีผู้โดยสารในเบาะหลัง ระบบจะปรับเบาะให้ต่ำลง เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองกระจกหลังของผู้ขับขี่
Lexus LS: การก้าวข้ามข้อจำกัดของราคา
ในฐานะรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูป (CBU) Lexus LS ย่อมต้องแบกรับภาระภาษีศุลกากร ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ราคาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่เน้นการผลิตแบบประกอบในประเทศ (CKD) ทว่า Lexus ทราบดีว่า การเป็นเจ้าของ Lexus LS ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของราคา แต่คือการแสวงหาเอกลักษณ์ ความชัดเจนในความเป็นยนตรกรรมพรีเมียมที่แตกต่าง
ฝีมือระดับปรมาจารย์: รายละเอียดที่สร้างความพิเศษ
ความพิเศษของ Lexus LS นั้นซ่อนอยู่ในรายละเอียดที่สัมผัสได้ ตั้งแต่กระบวนการพ่นสีตัวถังที่ใช้เทคนิคพิเศษ ผสมผสานผงอลูมิเนียมที่นอกจากจะมอบความเงางาม ยังสร้างมิติและความเคลื่อนไหวให้กับตัวถัง ทำให้รถดูมีชีวิตชีวา แม้จะจอดนิ่งอยู่ก็ตาม การได้นั่งมอง Lexus LS จอดกลางแสงแดด ย่อมสร้างความสุขให้กับเจ้าของได้อย่างแท้จริง
รูปทรงด้านข้างของรถที่ดูเพรียว ปราดเปรียว และไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถทำให้รถที่มีความยาวกว่า 5.2 เมตร ดูไม่เทอะทะ สายตา เป็นอีกจุดที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษ
ด้านหน้าของรถก็ไม่น้อยหน้า ด้วยเส้นสายที่เฉียบคม โดยเฉพาะชุดไฟหน้า LED แบบ Adaptive ที่พร้อมส่องสว่างและปรับลำแสงอย่างอัจฉริยะตามสภาพแวดล้อม การออกแบบกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Lexus ก็ยังคงสร้างความโดดเด่นและสื่อถึงความแข็งแกร่ง
งานฝีมือ “Origami” และกระจกแกะลาย: เอกลักษณ์แห่งศิลปะญี่ปุ่น
จุดขายที่แฟน Lexus LS ชื่นชอบอย่างมาก คือรายละเอียดภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะบริเวณแผงประตูที่ตกแต่งด้วยผ้าสีแดงจับกลีบ ซึ่งเป็นงานฝีมือที่พับด้วยมือในสไตล์ “Origami” ที่สะท้อนถึงความประณีตและศิลปะชั้นสูง
กระจกแต่งลายที่พบเห็นได้ในรถบางรุ่น ไม่ใช่ผลผลิตจากโรงงานกระจกทั่วไป แต่คือผลงานของช่างฝีมือระดับสูงจากญี่ปุ่น ที่ใช้เทคนิคการแกะลายด้วยมือ ทำให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นมีความเป็นเอกลักษณ์ แม้จะดูเหมือนกันก็ตาม
LS 500h Executive Pleat: ประสบการณ์พื้นที่ส่วนตัว
สำหรับรุ่น LS 500h Executive Pleat พื้นที่ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบมาเพื่อมอบความสบายสูงสุดในทุกตำแหน่ง การปรับเบาะหลังที่สามารถเอนนอนได้เกือบจะเหมือนเตียงนอน ทำให้การเดินทางระยะไกลกลายเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง ระบบการเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกที่ยอดเยี่ยม ผนวกกับช่วงล่างที่นุ่มนวล ทำให้ห้องโดยสารของ LS เป็นเสมือนโลกส่วนตัวที่ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก
การขับขี่ที่เหนือความคาดหมาย: พละกำลังและความคล่องตัว
แม้จะมีขนาดตัวถังที่ใหญ่และน้ำหนักไม่น้อย (LS 500h Executive Pleat น้ำหนัก 2,350 กก.) Lexus LS 500h กลับแสดงให้เห็นถึงความคล่องแคล่วในการขับขี่ที่น่าประทับใจ ด้วยการทำงานประสานกันอย่างลงตัวของเครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 359 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.4 วินาที ไม่เพียงแค่ตัวเลขที่น่าพอใจ แต่การขับขี่จริงแสดงให้เห็นถึงอัตราเร่งที่รวดเร็วทันใจ การเร่งแซงทำได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์
จุดเด่นอีกประการคือช่วงล่างที่สามารถผสมผสานระหว่างความนุ่มนวลและการยึดเกาะถนนได้อย่างลงตัว ผู้ขับขี่มั่นใจในการควบคุมรถ ขณะที่ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายสูงสุด ระบบช่วงล่างถุงลมที่ปรับได้อัตโนมัติตามสภาพถนนและความเร็ว รวมถึงความสามารถในการปรับระดับความสูงด้วยตนเอง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสบายในการขับขี่
ระบบช่วยเลี้ยวของล้อหลัง (Rear-Wheel Steering) ยังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความคล่องตัว ทำให้การเลี้ยวโค้งแคบ การเปลี่ยนเลน หรือการเข้าจอด ทำได้อย่างแม่นยำและมั่นคง ลดอาการโคลงเคลงที่อาจเกิดขึ้นกับรถยนต์ขนาดใหญ่
Lexus LM 2024: นิยามใหม่ของ MPV หรูหรา “Luxury Mover”
นอกเหนือจาก LS ที่เป็นสุดยอดยนตรกรรมซีดานหรูแล้ว Lexus LM รุ่นใหม่ (Generation ที่ 2) ยังเป็นการยกระดับนิยามของรถ MPV ไปสู่อีกขั้น ด้วยแนวคิด “Luxury Mover” ที่เน้นความสะดวกสบายและความหรูหราสูงสุดสำหรับผู้โดยสาร
พัฒนาบนพื้นฐาน TNGA Platform เดียวกับ Toyota Alphard/Vellfire ใหม่ Lexus LM ยังคงความหรูหราที่เหนือกว่า ด้วยเทคโนโลยีและฟีเจอร์ที่ได้รับการอัปเกรดไปอีกระดับ
มิติและความสง่างาม
ด้วยมิติตัวถังที่ยาว 5,125 มม. กว้าง 1,890 มม. และสูง 1,955 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 3,000 มม. Lexus LM มอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง โอ่อ่า
ขุมพลังที่ตอบโจทย์ความพรีเมียม
สำหรับตลาดประเทศไทย คาดว่า Lexus LM 350h จะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 Hybrid E-Four ให้กำลังรวมสูงสุด 250 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์ e-CVT และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ E-Four ซึ่งเป็นขุมพลังที่เน้นความนุ่มนวล ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะที่ตลาดจีน ได้เปิดตัวรุ่น LM 500h ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 Turbo Hybrid e-Axle Direct-4 ให้กำลังสูงสุดถึง 371 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Direct-4 All Wheel Drive ซึ่งมอบสมรรถนะที่เหนือกว่า
ความแตกต่างที่เหนือกว่า Alphard/Vellfire
สิ่งที่ทำให้ Lexus LM โดดเด่นกว่าพี่น้องร่วมค่าย คือ
ช่วงล่าง Adaptive Variable Suspension (AVS): ระบบควบคุมการหน่วงของโช้คอัพด้วยเซ็นเซอร์และวาล์วอัจฉริยะ ปรับการทำงานตามสภาพถนนและความเร็ว มอบความนุ่มนวลและความมั่นคงสูงสุด
คันเกียร์ไฟฟ้า Electro-Mechanical Gear Selector: ดีไซน์ใหม่ที่ทันสมัยและเพิ่มพื้นที่ใช้สอย
เบาะโดยสาร: มีให้เลือกทั้งแบบ 7 ที่นั่ง Executive Lounge ที่เน้นความสะดวกสบาย และแบบ 4 ที่นั่ง First-Class ที่มอบประสบการณ์ราวกับนั่งอยู่ในห้องโดยสารเครื่องบินส่วนตัว
หน้าจอ Cinema Screen ขนาด 48 นิ้ว: สำหรับรุ่น 4 ที่นั่ง มอบประสบการณ์ความบันเทิงระดับโรงภาพยนตร์ส่วนตัว
กระจกกั้นผู้โดยสาร: สามารถปรับความใส-ฝ้าได้ด้วยระบบไฟฟ้า เพิ่มความเป็นส่วนตัว
ระบบเสียง Mark Levinson: ขับเคลื่อนด้วยลำโพง 23 ตำแหน่ง มอบประสบการณ์เสียงคุณภาพสูง
ระบบปรับอากาศ 4-Zones: ควบคุมอุณหภูมิแยกอิสระสำหรับผู้โดยสารแต่ละโซน พร้อมระบบ Warmth-Sensing IR Matrix Sensor ตรวจจับความร้อนจากร่างกายเพื่อปรับสมดุลอากาศ
ตู้แช่เครื่องดื่ม Refrigerator: พร้อมฟังก์ชัน Ambient Light 64 สี สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร
ระบบ Lexus Safety SENSE 3.0: ระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุด ครอบคลุมทุกการเดินทาง
Lexus LS และ LM: การลงทุนในประสบการณ์ชีวิต
ไม่ว่าคุณจะเลือก Lexus LS ยนตรกรรมซีดานหรูที่สะท้อนรสนิยมและความสำเร็จ หรือ Lexus LM MPV พรีเมียมที่มอบประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับสำหรับครอบครัวและผู้ร่วมงาน การตัดสินใจเลือก Lexus คือการลงทุนในประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เหมือนใคร
หากคุณพร้อมแล้วที่จะสัมผัสประสบการณ์แห่งสุดยอดยนตรกรรมที่ผสานศาสตร์แห่งศิลปะ วิศวกรรม และเทคโนโลยีขั้นสูงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ขอเชิญชวนท่านเข้ารับการทดลองขับ หรือเยี่ยมชมโชว์รูม Lexus เพื่อสัมผัสกับ “The Art of Lexus” ด้วยตัวท่านเอง และค้นพบว่ายนตรกรรมแห่งอนาคตเป็นเช่นไรในวันนี้