
Lexus LS: นิยามใหม่แห่งซีดานหรูที่หลอมรวมศิลปะ เทคโนโลยี และสมรรถนะสู่ความเป็นเลิศ
ในโลกยานยนต์ที่การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือด มีเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถยืนหยัดในฐานะ “ซีดานตัวธง” อันเป็นที่หมายปองของนักเลงรถผู้พิสมัยความหรูหราขั้นสูงสุด และ Lexus LS ก็คือหนึ่งในนั้นเสมอมา สำหรับปี 2025 นี้ Lexus LS ยิ่งตอกย้ำสถานะของตนเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความเป็นญี่ปุ่นอันประณีต ผสมผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่และการโดยสารให้ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้สัมผัสและประเมินยานยนต์หรูมานับไม่ถ้วน แต่ Lexus LS รุ่นล่าสุดนี้ได้สร้างความประทับใจที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่ความหรูหราตามแบบฉบับรถยนต์ระดับพรีเมียมทั่วไป แต่คือการหลอมรวมศิลปะการออกแบบ สุนทรียศาสตร์ และนวัตกรรมที่ลงตัวจนยากจะหาคำเปรียบเทียบ
ปรัชญาการออกแบบ: Sensual Aggressive สัมผัสแห่งความงามที่เร้าอารมณ์
หัวใจหลักของการออกแบบ Lexus LS รุ่นใหม่นี้คือแนวคิด “Sensual Aggressive” ซึ่งสะท้อนผ่านเส้นสายที่พลิ้วไหว งดงาม แต่แฝงไว้ด้วยพละกำลังที่พร้อมจะปลดปล่อย ตัวถังขนาดใหญ่โตสง่างาม ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน ให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เสริมสร้างมาดสปอร์ตที่ดูดีมีระดับตั้งแต่แรกเห็น การจัดวางองค์ประกอบภายนอกล้วนคำนึงถึงการไหลเวียนของอากาศและพลศาสตร์ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
ชุดไฟหน้า LED อันล้ำสมัย ไม่เพียงแต่ให้ความสว่างที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพแสง แต่ยังได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ด้วย ไฟเลี้ยวแบบ LED ที่เรียงตัวทีละดวงอย่างสง่างาม ตั้งแต่ด้านในสุดจรดมุมนอกของโคมไฟ สร้างมิติและความน่าสนใจ ในขณะที่ชุดโคมไฟท้าย LED ที่ทอดยาวต่อเนื่องไปถึงฝากระโปรงหลัง ก็ช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยวและทันสมัยยามค่ำคืน
ภายในห้องโดยสาร: สุนทรียศาสตร์แห่งความสบายระดับพรีเมียม
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Lexus LS คุณจะพบกับการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความหรูหราอันไร้ที่ติกับเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสบายเหนือระดับ ทุกรายละเอียดถูกจัดวางอย่างตั้งใจ สะท้อนถึงความพิถีพิถันในแบบฉบับญี่ปุ่นที่สืบทอดกันมา
สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ประสบการณ์ที่ได้รับนั้นยากจะหาคำบรรยาย เบาะนั่งไฟฟ้าสามารถปรับได้ถึง 22 ทิศทาง พร้อมที่พักขาไฟฟ้าที่ปรับองศาได้หลากหลาย มอบความสบายสูงสุดราวกับนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ พื้นที่วางขาที่สามารถขยายได้ถึง 1,020 มิลลิเมตร ในเบาะหลังด้านซ้าย พร้อมที่พักขาไฟฟ้า ช่วยรองรับช่วงขาได้อย่างเต็มที่ ให้คุณได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง
ระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังก็ไม่ธรรมดา ประกอบด้วยหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว สองตำแหน่ง ที่ปรับตำแหน่งอัตโนมัติเพื่อการรับชมที่ดีที่สุด พร้อมเครื่องเล่น Blu-ray, ช่องใส่ SD card และพอร์ต HDMI ให้คุณเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ระบบ Miracast และ DLNA ยังช่วยให้การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเป็นเรื่องง่ายดาย
แต่ที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือระบบนวดผ่อนคลาย พร้อมฟังก์ชันกดจุดแบบร้อน ที่ติดตั้งมาในเบาะหลังทั้งสองฝั่ง ระบบถุงลมภายในเบาะจะทำงานเพื่อคลายความเมื่อยล้าบริเวณหลังและต้นขา พร้อมการทำความร้อนเพื่อเพิ่มความสบายตัว คุณสามารถเลือกโปรแกรมการนวดได้หลากหลาย ตั้งแต่การผ่อนคลายทั่วทั้งร่างกาย (Full Body Refresh, Full Body Stretch, Full Body Simple) ไปจนถึงการนวดเฉพาะส่วน (ร่างกายส่วนบน, ร่างกายส่วนล่าง, ไหล่และสะโพก) รวม 7 โปรแกรม
การควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ก็ทำได้อย่างง่ายดายผ่านแผงควบคุมอเนกประสงค์แบบสัมผัสที่ติดตั้งอยู่บนที่วางแขนตรงกลางเบาะหลัง คุณสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียง, ระบบปรับอากาศ, การปรับเบาะ, ฟังก์ชันผ่อนคลาย, ม่านบังแดด และระบบแสงสว่าง ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส
สำหรับระบบเสียง Mark Levinson QLI อันเลื่องชื่อ มาพร้อมระบบเสียงสามมิติ 16 แชนแนล พร้อมลำโพง 23 ตำแหน่ง และเทคโนโลยี Quantum Logic Immersion (QLI) ที่จะโอบล้อมคุณด้วยเสียงคุณภาพคมชัด สมจริง เป็นธรรมชาติ พร้อมมิติเสียงที่แม่นยำ ชัดเจน สร้างประสบการณ์โสตสัมผัสที่เหนือระดับ
แม้แต่เบาะนั่งตอนหน้าก็ไม่น้อยหน้า ด้วยการปรับไฟฟ้า 28 ทิศทาง ที่รองรับสรีระทุกส่วนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งส่วนเสริมบริเวณไหล่เพื่อการขับขี่ที่ดีขึ้น การรองรับช่วงสะโพกที่พิเศษ และเบาะเสริมด้านข้างที่ช่วยกระชับลำตัวให้ทรงตัวได้ดีเยี่ยมขณะเข้าโค้ง
ระบบปรับอุณหภูมิอัจฉริยะสามารถตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารแต่ละคน และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมทันที อีกทั้งยังตรวจจับแสงอาทิตย์เพื่อรักษาอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้คงที่ตลอดการเดินทาง
นวัตกรรมที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น
Lexus LS ยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกรถ ระบบถุงลมช่วงล่างควบคุมด้วยไฟฟ้าจะยกตัวรถขึ้นอัตโนมัติเมื่อผู้โดยสารต้องการขึ้นหรือลง ทำให้การเข้าออกเป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น
ระบบเบาะยกตัวเลื่อนรองรับอัตโนมัติ (Automatic Entry/Exit System) เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น เมื่อผู้ขับขี่ออกจากรถ เบาะนั่งจะยกตัวขึ้นเล็กน้อย และจะคืนตำแหน่งเดิมเมื่อผู้ขับขี่กลับขึ้นรถ พร้อมด้วยเบาะเสริมด้านข้างที่เปิดออกเพื่อลดการกดทับบริเวณต้นขาขณะเข้า-ออก
ขุมพลังหลากหลาย ตอบสนองทุกความต้องการ
Lexus LS มีตัวเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่แต่ละราย:
LS 350 Luxury: เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส 8GR-FKS) ให้กำลังสูงสุด 315 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 38.8 กก.-ม. ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ให้สมรรถนะ 0-100 กม./ชม. ใน 6.5 วินาที ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.8 กม./ลิตร
LS 500 Executive: เครื่องยนต์เบนซิน V6 เทอร์โบ ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส V35A-FTS) รีดพละกำลังสูงสุด 421 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 61.2 กก.-ม. จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ให้สมรรถนะ 0-100 กม./ชม. ใน 5.0 วินาที และอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.3 กม./ลิตร
LS 500h Executive และ Executive Pleat: ระบบไฮบริด V6 ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส 8GR-FXS) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 359 แรงม้า ระบบส่งกำลังแบบ Multi Stage Hybrid ที่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ 10 ระดับ ให้การตอบสนองที่ฉับไว อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.4 วินาที พร้อมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมถึง 14.9 กม./ลิตร
ระบบ Multi Stage Hybrid อันชาญฉลาด สามารถสลับการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว เพิ่มแรงบิดและกำลังในการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกช่วงความเร็ว
โครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งและน้ำหนักเบา
Lexus LS ใช้การผสมผสานวัสดุที่มีความแข็งแรงสูงและมีน้ำหนักเบา เช่น เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงในส่วนโครงสร้างหลัก เช่น แผงบันได เสากลาง และหลังคา เพื่อลดจุดศูนย์ถ่วงของรถ นอกจากนี้ยังใช้อะลูมิเนียมในส่วนต่างๆ เช่น ฝากระโปรงหน้า-หลัง บังโคลน ประตู และระบบช่วงล่าง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและความทนทาน
โหมดการขับขี่ที่หลากหลายเพื่อประสบการณ์ที่ปรับแต่งได้
Lexus LS มอบทางเลือกโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ทั้ง Normal, Eco, Comfort, Sport S และ Sport S+ เพื่อให้คุณสามารถปรับการตอบสนองของรถให้เข้ากับสไตล์การขับขี่และสภาพถนน นอกจากนี้ยังมีโหมด Customize ที่ให้คุณสามารถตั้งค่าระบบส่งกำลัง, โครงสร้างตัวถัง, และระบบปรับอากาศได้ตามต้องการ
ระบบความปลอดภัยขั้นสูง: Guarding You Every Mile
ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญของ Lexus LS ด้วยระบบความปลอดภัย Lexus Safety System+ 3.0 ที่ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด:
Pre-Collision System (PCS): ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ ใช้เรดาร์และกล้องเพื่อตรวจจับความเสี่ยงในการชน ระบบจะส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ และหากจำเป็น จะสั่งการระบบช่วยเบรกอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงของการชน
Dynamic Radar Cruise Control (DRCC): ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ไม่เพียงแต่รักษาระดับความเร็ว แต่ยังสามารถปรับความเร็วให้เหมาะสมกับรถคันหน้า โดยใช้เรดาร์และเซ็นเซอร์กล้องเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย
Lane Keeping Assist (LKA): ระบบรักษาช่องทาง การตรวจจับการออกนอกเลนโดยไม่เจตนา (โดยไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว) จะแจ้งเตือนด้วยการสั่นที่พวงมาลัย หากประเมินว่ารถกำลังจะข้ามเส้นแบ่งเลน ระบบจะช่วยประคองพวงมาลัยเพื่อรักษาทิศทาง
Adaptive High-beam System (AHS) – Two-Stage: ระบบไฟหน้าปรับสูง-ต่ำ อัตโนมัติ ระบบจะตรวจจับรถที่เข้ามาในระยะ และปรับการทำงานของไฟ LED (8 ดวงไฟสูง, 16 ดวงไฟต่ำ) เพื่อป้องกันแสงไฟสูงสาดเข้าตาผู้ร่วมทาง แต่ยังคงส่องสว่างไปยังป้ายจราจรและวัตถุอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Panoramic View Monitor: ระบบแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ผ่านหน้าจอ EMV ขนาด 12.3 นิ้ว ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบรถได้อย่างชัดเจน
Automatic Rear Seat Reclining: ระบบปรับเบาะหลังอัตโนมัติ เมื่อไม่มีผู้โดยสารนั่งเบาะหลัง ระบบจะปรับเบาะให้ต่ำลง เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองกระจกหลังของผู้ขับขี่
ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า: ความสง่างามที่มาพร้อมความเร้าใจ
ในฐานะรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูป (CBU) Lexus LS ต้องแบกรับภาระภาษีศุลกากร แต่สิ่งที่ทำให้ LS โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งที่เน้นรถประกอบในประเทศ (CKD) คือการยืนยันในความเป็น “รถพรีเมียม” อย่างชัดเจน และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร
ผมเชื่อว่าเจ้าของ Lexus LS จะพบความสุขเพียงแค่ได้จอดรถคันงามไว้กลางแจ้ง ปล่อยให้แสงแดดสาดส่องลงมากระทบกับสีตัวถังพิเศษที่ผสมผงอลูมิเนียม เพิ่มมิติและความวาววับ ทำให้ตัวถังที่เต็มไปด้วยส่วนเว้าส่วนโค้งดูมีชีวิตชีวา มีพลัง แม้จะจอดนิ่งอยู่ก็ตาม
โดยส่วนตัว ผมชื่นชอบการมอง Lexus LS จากด้านข้างเป็นพิเศษ เส้นสายที่ดูเพรียว ปราดเปรียว สง่างาม ทำให้รถยนต์ที่มีความยาวกว่า 5.2 เมตร ดูไม่เทอะทะ แต่กลับดูเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
เมื่อหันมามองด้านหน้า ภาพลักษณ์ก็ไม่แพ้กัน เส้นสายที่เฉียบคม โดยเฉพาะชุดโคมไฟหน้า ที่มี DRL (Daytime Running Light) วิ่งพาดผ่านอย่างตั้งใจ บวกกับกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์อันยาวนาน ยิ่งเสริมให้ดูมีความเคลื่อนไหวในตัวเอง
ระบบไฟหน้า Adaptive LED ให้ลำแสงที่คมชัดในยามค่ำคืน และสามารถปรับการเปิด-ปิดลำแสงได้อย่างชาญฉลาดในพื้นที่ที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ทัศนวิสัยกว้างขวางโดยไม่รบกวนผู้ร่วมทาง หากมีรถคันหน้า ระบบจะปรับการส่องสว่างไปด้านข้างหรือด้านหลังแทน และทำงานได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ ไม่ต้องรอให้รถเข้ามาใกล้ หรือต้องให้คันอื่นยกไฟเตือนก่อน
ขณะเข้าโค้ง ลำแสงไฟหน้าจะปรับตามการหมุนพวงมาลัย หรือเมื่อเลี้ยวเข้าซอย ไฟเสริมจะช่วยส่องสว่างเส้นทางข้างหน้า ทำให้การขับขี่ง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ศิลปะที่สัมผัสได้: งานฝีมือและความพิถีพิถันสไตล์ญี่ปุ่น
จุดขายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus LS ที่แฟนคลับชื่นชอบคือภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะบริเวณแผงประตู ที่มีการตกแต่งด้วยผ้าสีแดงจับกลีบ ซึ่งเป็นงานแฮนด์เมด พับด้วยมือ ตามแบบศิลปะ “Origami”
เช่นเดียวกับกระจกแต่งลาย ที่ดูราวกับผลิตจากโรงงานกระจกชั้นดี แต่แท้จริงแล้วเป็นงานแฮนด์เมดจากช่างฝีมือระดับสูงจากญี่ปุ่น ทำให้รถแต่ละคันมีชิ้นส่วนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้จะมองเผินๆ แล้วดูเหมือนกันก็ตาม
สำหรับรุ่น LS 500h Executive Pleat พื้นที่ภายในห้องโดยสารมีความกว้างขวาง นั่งสบายในทุกตำแหน่ง ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสารด้านหน้า และโดยเฉพาะผู้โดยสารตอนหลัง ที่มีพื้นที่วางขาและพื้นที่ช่วงเข่าเหลือเฟือ สามารถปรับเอนนอนได้ราวกับอยู่บนเตียงนอนที่บ้าน เมื่อกดสวิตช์สั่งการ เบาะหน้าจะเลื่อนไปจนสุดคอนโซล และพนักพิงศีรษะจะพับลง เพื่อไม่ให้บดบังทัศนวิสัยกระจกมองข้าง จากนั้นเบาะหลังจะเลื่อนมาด้านหน้าและเอนพนักพิงลงเกือบสุด
เมื่อผสานกับช่วงล่างที่นุ่มนวลและการเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะใช้ความเร็วสูง ก็แทบจะไม่ได้ยินเสียงภายนอก ทำให้การเดินทางยาวๆ เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง คุณสามารถเพลิดเพลินกับภาพยนตร์ผ่านหน้าจอหลังเบาะหน้า หรือฟังเพลงจากระบบ Mark Levinson ที่ส่งเสียงผ่านลำโพง 23 ดอก ให้เสียงที่เป็นธรรมชาติและมีมิติ
ระบบปรับอากาศสามารถแบ่งการควบคุมได้ถึง 4 โซน สำหรับแต่ละที่นั่ง ทำให้ทุกคนสามารถปรับอุณหภูมิได้ตามความชอบส่วนบุคคล อีกทั้งยังมีการตรวจวัดอุณหภูมิภายนอกเพื่อปรับอุณหภูมิภายในให้เหมาะสม
สำหรับผู้ขับขี่ ระบบ Head-Up Display (HUD) จะแสดงข้อมูลสำคัญในการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน และมองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้ในสภาพแสงจ้า
การขับขี่มีความมั่นใจและสนุกสนานในทุกโหมดการขับขี่ ระบบช่วยเหลือการถอยหลัง ทั้งเซ็นเซอร์และกล้อง 360 องศา จะช่วยให้การจอดรถเป็นเรื่องง่าย และเมื่อไม่มีผู้โดยสารตอนหลัง ระบบจะปรับเบาะหลังลงเพื่อเพิ่มทัศนวิสัย
สมรรถนะที่น่าทึ่ง: พลังที่ซ่อนเร้นในความสง่างาม
Lexus LS 500h Executive Pleat มีน้ำหนักตัวมากถึง 2,350 กก. แต่ด้วยระบบไฮบริดที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 359 แรงม้า และแรงบิด 350 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.4 วินาที ถือว่ามีสมรรถนะที่ร้อนแรงและอัตราเร่งที่รวดเร็ว
ในการขับขี่จริงยืนยันได้ถึงความสามารถนี้ การออกตัวทำได้รวดเร็ว เพิ่มความเร็วได้ทันใจ และการเร่งแซงก็ทำได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นบนทางหลวง หรือแม้แต่ถนนหนทางที่คดเคี้ยว
จุดเด่นอีกประการคือช่วงล่างที่สามารถหาจุดสมดุลระหว่างความนุ่มนวลและการยึดเกาะถนนได้อย่างลงตัว ทำให้ผู้โดยสารนั่งสบาย ขณะที่ผู้ขับขี่ก็มั่นใจในการควบคุมรถ การเร่งแซง หรือแม้แต่การซอกแซกไปมา ซึ่งอาจดูขัดแย้งกับบุคลิกภายนอกของรถ แต่เชื่อเถอะว่า Lexus LS ทำได้ดีเยี่ยม
ช่วงล่างแบบถุงลมสามารถปรับระดับความสูงได้อัตโนมัติ หรือผู้ขับขี่จะปรับเองก็ได้ ความคล่องแคล่วของรถขนาดใหญ่นี้ยังมาจากระบบช่วยเลี้ยวของล้อหลัง (Rear-wheel steering) ที่ช่วยให้การเลี้ยวคมขึ้น เปลี่ยนเลนได้ง่าย และเข้าโค้งได้อย่างแคบ โดยไม่รู้สึกถึงอาการลื่นไถล
บทสรุป
Lexus LS ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ซีดานหรู แต่คือผลงานศิลปะที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นญี่ปุ่น ผสมผสานกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและสมรรถนะที่เหนือชั้น มันคือการประกาศศักดาของความเป็น “ซีดานตัวธง” ที่แท้จริง ที่มอบประสบการณ์การขับขี่และการโดยสารที่เหนือระดับ ยากจะหาใครเทียบ
สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่สะท้อนรสนิยม ความสำเร็จ และความใส่ใจในรายละเอียดอย่างแท้จริง Lexus LS คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม
หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์แห่งสุดยอดซีดานหรูระดับพรีเมียม ที่จะยกระดับทุกการเดินทางให้กลายเป็นช่วงเวลาอันน่าจดจำ ขอเชิญเข้ามาทดลองขับ Lexus LS ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมเลกซัสทั่วประเทศ