![Full Video : N2608225_เม ออนาคต ถ กกำหนดโดยคนในครอบคร ว [ตอนจบ] #ละครส น #ครอบคร ว #ความร | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/08/fb_natural_20260825_080433.jpg)
Lexus LS: นิยามใหม่แห่ง “ซีดานเรือธง” สะท้อนศาสตร์แห่งความหรูหราและสมรรถนะขั้นสุด
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง Lexus LS ยังคงยืนหยัดในฐานะ “ซีดานเรือธง” ที่ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความสง่างาม แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงวิศวกรรมชั้นเลิศและปรัชญาการออกแบบที่ลุ่มลึกจากแดนอาทิตย์อุทัย การเดินทางสู่ปี 2025 Lexus LS ไม่ได้มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่และโดยสารไปสู่อีกขั้น สะท้อนความเชี่ยวชาญอันยาวนานกว่าทศวรรษของ Lexus ในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่เหนือกว่าความคาดหวัง
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของ Lexus LS มาโดยตลอด และรุ่นล่าสุดนี้ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็นซีดานหรูไปอย่างแท้จริง ด้วยการผสมผสานเส้นสายอันพลิ้วไหว โฉบเฉี่ยว แฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณสปอร์ต ท่ามกลางเรือนร่างที่ใหญ่โต โอ่อ่า ทรงภูมิ สะท้อนการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างศิลปะการออกแบบและวัฒนธรรมอันประณีตของญี่ปุ่น
ปรัชญาการออกแบบ “Sensual Aggressive”: ความงามที่เร้าอารมณ์
แก่นแท้ของการออกแบบ Lexus LS รุ่นล่าสุดคือแนวคิด “Sensual Aggressive” ที่ถ่ายทอดผ่านรูปลักษณ์ภายนอกอันเย้ายวน ชวนหลงใหล ตัวรถได้รับการออกแบบให้มีเส้นสายที่ไหลลื่น สะท้อนถึงการเคลื่อนไหวแม้ในขณะที่จอดนิ่ง จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง ทำให้ซีดานคันนี้มีบุคลิกสปอร์ตที่ชัดเจนตั้งแต่แรกเห็น แสงไฟหน้า LED ถูกจัดวางอย่างชาญฉลาด เพื่อกระจายความสว่างได้อย่างไร้ที่ติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไฟเลี้ยวแบบ LED จำนวน 16 ดวง ที่เรียงร้อยจากมุมด้านในสู่ด้านนอก สร้างลูกเล่นทางสายตาที่น่าประทับใจ ในขณะที่ชุดโคมไฟท้าย LED รวมถึงไฟบริเวณฝากระโปรงหลัง ก็ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของความล้ำสมัย
ภายในห้องโดยสาร: สุนทรียภาพแห่งความสบายและการผสานเทคโนโลยี
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Lexus LS การผสมผสานระหว่างความหรูหรา ความสะดวกสบายระดับสูงสุด และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย จะโอบล้อมคุณไว้ทันที การตกแต่งทุกรายละเอียดสะท้อนถึงความพิถีพิถันตามแบบฉบับช่างฝีมือญี่ปุ่นชั้นสูง สร้างบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ ยากจะหาใครเหมือน
สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ประสบการณ์ระดับ First Class ถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยเบาะนั่งที่สามารถปรับได้ถึง 22 ทิศทาง พร้อมที่วางขาไฟฟ้าที่มอบความผ่อนคลายสูงสุด ระบบถุงลมที่สามารถปรับองศาของเบาะนั่งได้ในทุกมุม ทำให้คุณสามารถเอนกายพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญคือ พื้นที่วางขาสำหรับเบาะนั่งหลังด้านซ้าย สามารถยืดได้ถึง 1,020 มิลลิเมตร พร้อมที่วางขาไฟฟ้า ช่วยรองรับช่วงล่างของขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังได้รับการยกระดับไปอีกขั้น ด้วยหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว สองจอ ที่ปรับตำแหน่งอัตโนมัติให้เหมาะสมกับสรีระการนั่งของผู้โดยสาร พร้อมเครื่องเล่น Blu-ray, ช่องใส่ SD card และ HDMI ให้คุณเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย หรือจะเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Miracast หรือ DLNA ก็ทำได้ง่ายดาย
เพื่อประสบการณ์การผ่อนคลายที่เหนือกว่า ระบบนวดพร้อมฟังก์ชั่นกดจุดแบบร้อนถูกติดตั้งในเบาะหลังทั้งสองฝั่ง ถุงลมภายในเบาะนั่งและพนักพิงจะทำงานเพื่อมอบการนวดแผ่นหลังและต้นขา พร้อมระบบทำความร้อนที่ช่วยเพิ่มความสบายตัว คุณสามารถเลือกระหว่างโปรแกรมผ่อนคลายทั่วร่างกาย 3 รูปแบบ (Full Body Refresh, Full Body Stretch, Full Body Simple) หรือเน้นเฉพาะส่วน (ร่างกายส่วนบน, ร่างกายส่วนล่าง, ไหล่และสะโพก) รวม 7 โปรแกรม
การควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ด้วยแผงควบคุมอเนกประสงค์แบบสัมผัสที่จัดวางอย่างลงตัวบริเวณที่วางแขนตรงกลางเบาะหลัง คุณสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียง, ระบบปรับอากาศ, การปรับเบาะ, ฟังก์ชั่นการนวด, ม่านกันแดด และไฟภายในห้องโดยสารได้อย่างสะดวกสบาย
เสียงเพลงที่ขับกล่อมภายในห้องโดยสารมาจากระบบเสียง Mark Levinson QLI ที่มาพร้อมกับช่องเสียง 16 ช่อง และลำโพงถึง 23 ตำแหน่ง ด้วยเทคโนโลยี Quantum Logic Immersion (QLI) ที่มอบประสบการณ์เสียงสามมิติ ให้เสียงที่คมชัด สมจริง เป็นธรรมชาติ พร้อมมิติเสียงที่แม่นยำและมีมิติ
สำหรับผู้ขับขี่ เบาะนั่งไฟฟ้าปรับได้ถึง 28 ทิศทาง ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระทุกส่วนของร่างกายอย่างลงตัว เสริมด้วยเบาะรองไหล่ที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ และเบาะรองรับสะโพกช่วงหลัง รวมถึงเบาะรองด้านข้างที่ช่วยประคองร่างขณะเข้าโค้ง
ระบบปรับอุณหภูมิอัจฉริยะสามารถตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารแต่ละคน เพื่อปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลโดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังตรวจจับแสงอาทิตย์ในช่วงเช้าและพลบค่ำ เพื่อรักษาอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้คงที่และสบายตลอดเวลา
นวัตกรรมเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด
Lexus LS ก้าวข้ามขีดจำกัดของความสะดวกสบายด้วยนวัตกรรมที่คิดมาเพื่อทุกการใช้งาน:
ระบบถุงลมช่วงล่างควบคุมไฟฟ้า: ช่วยยกตัวรถขึ้นอัตโนมัติเมื่อผู้โดยสารต้องการขึ้นหรือลงจากรถ ทำให้การเข้า-ออกเป็นไปอย่างง่ายดาย
ระบบเบาะยกตัวเลื่อนรองรับอัตโนมัติ: เมื่อผู้ขับขี่ออกจากรถ เบาะจะยกตัวขึ้นเพื่อช่วยให้การลงจากรถเป็นไปอย่างราบรื่น และจะคืนตำแหน่งเดิมเมื่อผู้ขับขี่ขึ้นรถ ระบบนี้ยังมีส่วนช่วยลดการกดทับบริเวณต้นขาขณะขึ้น-ลงรถด้วย
ระบบ Automatic Rear Seat Reclining: เมื่อไม่มีผู้โดยสารนั่งเบาะหลัง เบาะจะปรับระดับต่ำลง เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยการมองผ่านกระจกหลังให้กับผู้ขับขี่
ขุมพลังที่เหนือชั้น: ประสิทธิภาพและความประหยัด
Lexus LS นำเสนอตัวเลือกขุมพลังที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่แต่ละกลุ่ม:
LS 350 Luxury: เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส 8GR-FKS) พละกำลังสูงสุด 315 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 38.8 กก.-ม. ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ให้การตอบสนองที่ฉับไว อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.5 วินาที พร้อมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 10.8 กม./ลิตร
LS 500 Executive: เครื่องยนต์เบนซิน V6 เทอร์โบ ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส V35A-FTS) มอบพละกำลัง 421 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 61.2 กก.-ม. ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ให้สมรรถนะที่เร้าใจ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 5.0 วินาที ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 10.3 กม./ลิตร
LS 500h Executive และ Executive Pleat: สัมผัสสุดยอดแห่งเทคโนโลยีไฮบริด ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส 8GR-FXS) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 359 แรงม้า ระบบส่งกำลัง Multi Stage Hybrid ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างลงตัว มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.4 วินาที และโดดเด่นด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยสูงถึง 14.9 กม./ลิตร
ระบบ Multi Stage Hybrid ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ 10 ระดับ มอบการตอบสนองคันเร่งที่ฉับไว การเปลี่ยนเกียร์ที่ต่อเนื่อง และเพิ่มแรงบิดได้ถึง 24% โดยอาศัยช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่หลากหลาย ตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึงรอบสูง
โครงสร้างตัวถังและช่วงล่าง: ความเบาที่มาพร้อมความแข็งแกร่ง
Lexus LS ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากวัสดุที่หลากหลาย เพื่อให้ได้มาซึ่งสมดุลระหว่างความแข็งแกร่ง น้ำหนักที่เบา และจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ โครงรถเหล็กกล้าทนแรงดึงสูงถูกนำมาใช้ในส่วนสำคัญ เช่น แผงบันได, โครงเสากลางและหลังคา พร้อมกับการใช้วัสดุอลูมิเนียมในส่วนอื่นๆ เช่น ฝากระโปรงหน้า, ฝากระโปรงท้าย, บังโคลน, ประตู และระบบรองรับ ทำให้ตัวถังมีน้ำหนักเบาลงอย่างมีนัยสำคัญ
โหมดการขับขี่: ปรับแต่งได้ดั่งใจ
Lexus LS มอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย ด้วยโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ตามความชอบและสภาพถนน: Normal, Eco, Comfort, Sport S และ Sport S+ นอกจากนี้ยังมีโหมด Customize ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าระบบส่งกำลัง, โครงสร้างตัวถัง และระบบปรับอากาศได้ตามต้องการ
ระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุด: ปกป้องคุณในทุกเส้นทาง
Lexus LS มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัย เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร:
ระบบ Pre-Collision System: ตรวจจับความเสี่ยงในการชนด้วยเรดาร์และกล้องหน้า หากพบแนวโน้มที่จะเกิดการชน ระบบจะเตือนผู้ขับขี่และสั่งการระบบช่วยเบรกก่อนชน หากผู้ขับขี่ไม่ตอบสนอง ระบบจะทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ
ระบบ Dynamic Radar Cruise Control: รักษาความเร็วคงที่ พร้อมปรับระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ โดยใช้เรดาร์และเซ็นเซอร์กล้องในการตรวจจับ
ระบบ Lane Keeping Assist (LKA): ตรวจจับการแล่นออกนอกเลนโดยไม่เจตนา (ไม่เปิดไฟเลี้ยว) และจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ด้วยการสั่นที่พวงมาลัย หากประเมินว่ารถกำลังจะข้ามเส้นแบ่งช่องจราจร ระบบจะช่วยประคองพวงมาลัยเพื่อรักษาตัวรถให้อยู่ในเลน
ระบบ Two-Stage Adaptive High Beam System (AHS): ควบคุมการเปิด-ปิดไฟ LED สูงอัตโนมัติ 8 ดวง และไฟต่ำ 16 ดวงต่อข้าง เพื่อไม่ให้รบกวนสายตาผู้อื่น แต่ยังคงให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมต่อป้ายจราจรและวัตถุข้างหน้า ระบบนี้ทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ แม้กระทั่งการปรับลำแสงไฟตามการหมุนพวงมาลัยในโค้ง หรือการส่องสว่างเพิ่มเติมเมื่อเลี้ยวเข้าซอย
ระบบ Panoramic View Monitor: แสดงภาพทัศนวิสัยรอบทิศทางผ่านหน้าจอ EMV ขนาด 12.3 นิ้ว ช่วยให้ผู้ขับขี่ตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบรถได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เอกลักษณ์แห่งความแตกต่าง: งานฝีมือที่ไร้ที่ติ
สิ่งที่ทำให้ Lexus LS ยืนหยัดอย่างโดดเด่นท่ามกลางคู่แข่ง คือการเน้นย้ำถึงความเป็น “รถพรีเมียม” ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การผลิตแบบ CBU (Completely Built Unit) อาจทำให้มีภาระด้านภาษี แต่ Lexus กลับใช้จุดนี้เป็นโอกาสในการนำเสนอความประณีตและความพิเศษที่หาไม่ได้จากที่อื่น
สีตัวถังของ Lexus LS คือผลลัพธ์ของกระบวนการพ่นสีที่พิเศษ ผสมผสานผงอลูมิเนียม ทำให้สีมีความเงางามเป็นพิเศษ มีมิติ ช่วยขับเน้นเส้นสายของตัวถังให้ดูมีชีวิตชีวาและทรงพลัง แม้ในขณะที่จอดนิ่ง การได้ชื่นชมสีสันอันล้ำลึกของ Lexus LS สะท้อนความสุขที่เรียบง่ายแต่ทรงคุณค่า
รูปทรงด้านข้างของ LS 5.2 เมตร ถูกออกแบบมาให้ดูเพรียว โฉบเฉี่ยว และปราดเปรียว ทำให้รถที่มีขนาดใหญ่คันนี้ไม่ดูเทอะทะ สายตา ในขณะที่ด้านหน้าก็ไม่แพ้กัน ด้วยเส้นสายที่เฉียบคม โคมไฟหน้า LED ที่มีไฟ Daytime Running Light คาดผ่านอย่างตั้งใจ และกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ ยิ่งเสริมให้รถดูมีชีวิตชีวาและทรงพลัง
ประสบการณ์ภายในที่เหนือกว่า: ศิลปะแห่งความประณีต
จุดขายที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นที่ชื่นชอบของแฟนพันธุ์แท้ Lexus LS คือภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะบริเวณแผงประตู ที่มีการตกแต่งด้วยผ้าสีแดงจับจีบอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นงานแฮนด์เมด พับด้วยมือในสไตล์ “Origami” นอกจากนี้ กระจกแต่งลายก็ไม่ใช่ผลงานจากโรงงานทั่วไป แต่เป็นงานแฮนด์เมดจากช่างฝีมือชั้นสูงของญี่ปุ่น ทำให้รถแต่ละคันมีชิ้นส่วนเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร
LS 500h Executive Pleat มอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งสบายในทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ผู้ขับขี่ ผู้โดยสารด้านหน้า ไปจนถึงผู้โดยสารตอนหลังที่มีพื้นที่วางขาและพื้นที่ช่วงเข่าเหลือเฟือ สามารถปรับเอนเบาะได้ตามต้องการ และหากเลือกนั่งเบาะหลังด้านซ้าย และไม่มีผู้โดยสารนั่งด้านหน้า คุณสามารถปรับเอนเบาะได้เกือบจะเหมือนนอนอยู่บนเตียง ด้วยการเลื่อนเบาะหน้าไปสุด ปรับพนักพิงศีรษะลง และเอนเบาะหลังลงเกือบสุด
เมื่อผสานกับช่วงล่างที่นุ่มนวลและการเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกที่ยอดเยี่ยม แม้จะใช้ความเร็วสูง ก็ยังคงความเงียบสงบภายในห้องโดยสาร คุณสามารถเอนกายพักผ่อน ดูหนังผ่านหน้าจอหลังเบาะ หรือดื่มด่ำกับเสียงเพลงจากระบบ Mark Levinson ที่ส่งผ่านลำโพง 23 ดอก ให้เสียงที่เป็นธรรมชาติและมีมิติ
ระบบปรับอากาศสามารถแยกควบคุมอุณหภูมิได้ถึง 4 โซน สำหรับ 4 ที่นั่ง ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล พร้อมระบบตรวจวัดอุณหภูมิภายนอกเพื่อปรับสภาพอากาศภายในให้เหมาะสม
สำหรับผู้ขับขี่ ระบบ Head-Up Display (HUD) จะแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า ช่วยให้ไม่ต้องละสายตาจากถนน มองเห็นได้ชัดเจนแม้ในสภาพแสงจ้า และสามารถปรับความเข้มแสงได้เอง
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ทั้งเซ็นเซอร์และกล้อง 360 องศา ช่วยให้การถอยจอดเป็นเรื่องง่าย และเมื่อไม่มีผู้โดยสารเบาะหลัง ระบบจะปรับเบาะลงอัตโนมัติ เพิ่มทัศนวิสัยให้กับผู้ขับขี่
สมรรถนะที่เร้าใจ: พละกำลังที่เหนือความคาดหมาย
LS 500h Executive Pleat มาพร้อมน้ำหนักตัว 2,350 กก. แต่ด้วยระบบไฮบริดที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 359 แรงม้า และแรงบิด 350 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.4 วินาที ถือเป็นสมรรถนะที่ร้อนแรง เร่งแซงได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นบนทางหลวง หรือถนนที่คดเคี้ยว
ช่วงล่างที่สมบูรณ์แบบ: นุ่มนวล เกาะถนน และตอบสนอง
จุดเด่นสำคัญอีกประการของ Lexus LS คือช่วงล่างที่สามารถผสมผสานความนุ่มนวลเข้ากับความหนึบแน่น เกาะถนนได้อย่างลงตัว การเก็บรายละเอียดของพื้นผิวถนนทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ผู้โดยสารนั่งสบาย ขณะที่ผู้ขับขี่ก็มั่นใจในการควบคุมรถ การเร่งแซง หรือแม้แต่การซอกแซกไปมา
ช่วงล่างแบบถุงลมสามารถปรับได้อัตโนมัติ รวมถึงระดับความสูง หรือผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเองได้ ระบบช่วยเลี้ยวของล้อหลัง (Rear-Wheel Steering) ยังช่วยให้การเลี้ยวทำได้คมขึ้น เปลี่ยนเลนได้ง่ายขึ้น และเข้าโค้งได้อย่างแคบ โดยไม่รู้สึกถึงอาการลื่นไถล
Lexus LS ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ซีดานหรู แต่เป็นผลงานศิลปะที่ผสานศาสตร์แห่งยานยนต์เข้ากับปรัชญาการออกแบบและความประณีตของญี่ปุ่น มอบประสบการณ์ที่เหนือระดับในทุกมิติ
หากคุณกำลังมองหาที่สุดแห่งยนตรกรรมที่สะท้อนถึงรสนิยม ความสำเร็จ และความพิถีพิถันที่ไม่มีใครเทียบเทียม Lexus LS คือคำตอบที่คุณคู่ควร ขอเชิญสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus LS ได้ที่โชว์รูมของเรา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อร่วมเดินทางสู่ประสบการณ์สุดพิเศษนี้ได้แล้ววันนี้