
Lexus LS: นิยามใหม่แห่งยนตรกรรมหรูห้าประตู สู่ยุคแห่งนวัตกรรมและการขับขี่อัจฉริยะ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้ประจักษ์ถึงการเปลี่ยนแปลงที่พลิกโฉมหน้าของตลาดรถยนต์หรูอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซกเมนต์ของรถยนต์ซีดานขนาดใหญ่ (Luxury Sedan) ที่เป็นเสมือนธงนำของแบรนด์ วันนี้ ผมขอนำพาท่านดำดิ่งสู่โลกแห่งความล้ำสมัยของ Lexus LS ซีดานเรือธงที่เพิ่งผ่านการปรับปรุงโฉมครั้งสำคัญ (Minorchange) ซึ่งไม่ใช่แค่การปรับปรุงผิวเผิน แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่และเทคโนโลยีให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น สอดคล้องกับเทรนด์ยานยนต์ปี 2025 ที่เน้นความอัจฉริยะ ความปลอดภัย และความยั่งยืน
Lexus LS Minorchange: วิวัฒนาการที่เหนือกว่าการปรับโฉม
Lexus LS รุ่นปัจจุบัน ซึ่งเป็นเจเนอเรชันที่ 5 ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ภายใต้รหัสตัวถัง VXFA55 บนแพลตฟอร์ม TNGA (Toyota New Global Architecture) ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นรถยนต์ที่ผสมผสานความหรูหรา ความนุ่มนวล และสมรรถนะได้อย่างลงตัว แต่ด้วยกาลเวลาที่หมุนไป พร้อมกับการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาด Luxury Sedan ระดับบน Lexus จึงไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนา และการปรับปรุงโฉมครั้งนี้คือคำตอบที่ชัดเจน
การออกแบบภายนอก: เส้นสายที่ทรงพลัง ผสานความสง่างามที่เหนือกาลเวลา
สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในการปรับปรุงโฉมครั้งนี้คือ การนำเอา DNA การออกแบบที่โดดเด่นของ Lexus IS รุ่นล่าสุด มาผสมผสานกับเอกลักษณ์อันเป็นที่ยอมรับของ LS สิ่งนี้ทำให้ Lexus LS ใหม่ มีบุคลิกที่ดูสปอร์ต ทรงพลัง แต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามและความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
บริเวณด้านหน้าของรถ โดดเด่นด้วยชุดโคมไฟหน้า LED แบบรมดำ ที่มาพร้อมกับ DRL (Daytime Running Lights) รูปทรงตัว L อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus ผสานกับกระจังหน้า Spindle Grille ที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีลายซี่ที่ดุดันยิ่งขึ้น และช่องดักลมบริเวณกันชนหน้าล่างที่เสริมความสปอร์ตด้วยโทนสี Dark Metallic สำหรับรุ่นไฮบริด (LS500h) จะมีการเพิ่มช่องดักลมบริเวณแก้มข้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อน
แม้ว่าโดยรวมแล้ว รูปทรงตัวถังหลักจะยังคงความคุ้นเคย แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ได้สร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ล้ออัลลอยด์ขนาด 20 นิ้วสำหรับรุ่น F Sport ที่มาพร้อมสีเดียวกับกระจังหน้า และสีตัวถังใหม่ที่ Lexus ภาคภูมิใจอย่าง “Gin-ei Luster” ซึ่งใช้เทคนิคการพ่นสีพิเศษเพื่อสะท้อนแสงได้อย่างงดงาม สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกอณูของการออกแบบ
ภายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งความหรูหรา การเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Lexus LS ใหม่ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือบรรยากาศของความหรูหราที่ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น หน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Apple CarPlay และ Android Auto รวมถึงระบบ SmartDeviceLink เป็นศูนย์กลางการควบคุมระบบ Infotainment และฟังก์ชันต่างๆ ของรถ การสั่งการสามารถทำได้ง่ายดายผ่านหน้าจอสัมผัส คอนโซลกลาง หรือปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย
สิ่งที่น่าสนใจคือ การเพิ่มเติมปุ่มควบคุมระบบทำความร้อนสำหรับเบาะนั่งและพวงมาลัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในความสบายของผู้โดยสารในทุกสภาพอากาศ
สำหรับเบาะนั่งของ Lexus LS ใหม่ ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน ด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงและการตัดเย็บที่ประณีต มอบความนุ่มสบายสูงสุดตลอดการเดินทาง และสำหรับรุ่นพิเศษ “Nishijin & Haku” การตกแต่งแผงประตูด้วยวัสดุสีเทาปักลายดอกไม้โลหะ ได้ผสานความงามสง่าเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว สมกับความเป็นอัครยานยนต์ชั้นนำ
เทคโนโลยีการขับขี่: ความนุ่มนวลที่เหนือกว่า ความเงียบที่ไร้ที่ติ
Lexus ไม่เคยทำให้ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ผิดหวังในเรื่องของสมรรถนะและพลวัตในการขับขี่ Lexus LS ใหม่ ได้รับการพัฒนา ระบบกันสะเทือนแบบแปรผัน Adaptive Variable Suspension (AVS) เข้ามาเสริมประสิทธิภาพในการควบคุมรถ พร้อมด้วยระบบซับแรงสั่นสะเทือนในแนวดิ่ง เพื่อให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความนุ่มนวลไร้ที่ติ แม้จะต้องเผชิญกับสภาพถนนที่ไม่สมบูรณ์
ในส่วนของการเก็บเสียง Lexus LS ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้น ด้วยการปรับจูนเครื่องยนต์ทั้งในรุ่นเบนซินและไฮบริด ให้มีความเงียบสงัดมากที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะรอบเดินเบา (Idling) หรือเมื่อต้องการอัตราเร่งแซง การรักษาความเงียบภายในห้องโดยสารเป็นหัวใจสำคัญที่ Lexus ใส่ใจเสมอมา
ขุมพลัง: ประสิทธิภาพที่ตอบสนองทุกความต้องการ
Lexus LS ใหม่ ยังคงนำเสนอขุมพลังที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่แตกต่างกัน
LS500: มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V6 เทอร์โบคู่ ขนาด 3.5 ลิตร รหัส V35A-FTS ให้กำลังสูงสุด 422 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ Direct Shift ที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มช่วงความเร็วในแต่ละเกียร์ ทำให้สามารถลากรอบได้สูงขึ้น และลดการทำงานของระบบ Kickdown
LS500h: เสริมด้วย Lexus Multi Stage Hybrid System ซึ่งผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร รหัส 8GR-FXS กำลังสูงสุด 299 แรงม้า กับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ที่ให้กำลังรวมสูงสุด 359 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT ล็อคพูเล่ย์ 10 จังหวะ การปรับปรุงในรุ่นไฮบริดคือการเพิ่มช่วงการทำงานของระบบไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ Lithium-Ion ที่มีน้ำหนักเบาลง 20% เพื่อช่วยลดภาระเครื่องยนต์และเสริมอัตราเร่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบช่วยเหลือการขับขี่: ก้าวสู่อนาคตแห่งการขับขี่อัตโนมัติ
Lexus LS ใหม่ ได้ผนวกเอาเทคโนโลยีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง หรือที่ Lexus เรียกว่า “AI-powered Lexus Teammate advanced driving assist suite” เข้ามาเสริมความปลอดภัยและความสะดวกสบายอย่างเหนือชั้น ระบบนี้ได้รับการนำร่องในประเทศญี่ปุ่นเป็นที่แรก และได้รับการอัปเกรดจาก Lexus Safety System+ 2.0 ให้มีความสามารถเพิ่มขึ้น
Advanced Park: ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ที่ใช้กล้องรอบคันและคลื่นเสียง Ultrasonic ในการควบคุมพวงมาลัย คันเร่ง เบรก และเกียร์ เพื่อให้การจอดรถเป็นเรื่องง่ายดาย
Digital Rearview Mirror: กระจกมองหลังแบบดิจิทัล ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นด้านหลัง
BladeScan AHS: ระบบไฟสูงอัตโนมัติแบบใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยี BladeScan ช่วยควบคุมลำแสงไฟหน้าให้ส่องสว่างได้อย่างแม่นยำ ลดการรบกวนรถคันอื่น แต่ยังคงให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมยามค่ำคืน
Proactive Driving Assist: ระบบช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยการรักษาระยะห่างจากคนเดินถนน จักรยาน หรือรถที่จอดอยู่
Pre-crash Safety: ระบบป้องกันการชนด้านหน้า ที่ทำงานร่วมกับ Millimeter-wave Radar และกล้อง Monocular เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงการชน และตรวจจับสมาธิของผู้ขับขี่
Lexus Teammate: ระบบควบคุมรถขณะการจราจรติดขัด และระบบช่วยจอดรถขณะผู้ขับอยู่ห่างจากรถ
นอกเหนือจากนี้ ยังมีระบบบันทึกการขับ (Drive Recorder) ที่รับภาพจากกล้องหน้าและหลัง รวมถึงการใช้งานสมาร์ทโฟนเป็นกุญแจรถดิจิทัล (Digital Key) และสำหรับรุ่นไฮบริด LS 500h จะมีระบบจ่ายพลังงานให้อุปกรณ์ภายนอกในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Power Supply)
โครงสร้างตัวถังและช่วงล่าง: รากฐานแห่งความแข็งแกร่งและความนุ่มนวล
เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น วิศวกรของ Lexus ได้ทำการเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างตัวถัง โดยเฉพาะในส่วนของการรองรับหม้อน้ำ และการยึดช่วงล่างทั้งด้านหน้าและด้านหลังใหม่ การลดการสั่นสะเทือนของรถลง ทำได้โดยการปรับมุมยางที่ยึดท่อไอเสีย และการเพิ่มฟังก์ชันใหม่ในโหมดการขับ Comfort ที่ช่วยลดการสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับระบบ Dynamic Rear Steering (ระบบเลี้ยวล้อหลัง) ซึ่งเดิมมีเฉพาะในรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง ได้ถูกนำมาติดตั้งในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยเช่นกัน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ และความมั่นคงในการเข้าโค้ง
Lexus LS ในประเทศไทย: ความหรูหราที่เข้าถึงได้
สำหรับตลาดประเทศไทย Lexus LS รุ่นปรับโฉมใหม่ ได้เปิดตัวพร้อมทางเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลาย
The New Lexus LS350: เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร กำลังสูงสุด 315 แรงม้า
The New Lexus LS500: เครื่องยนต์ V6 Twin-Turbo ขนาด 3.5 ลิตร กำลังสูงสุด 421 แรงม้า
The New Lexus LS500h: ระบบไฮบริด V6 ขนาด 3.5 ลิตร กำลังสูงสุด 359 แรงม้า
พร้อมระบบความปลอดภัย Lexus Safety System Plus และราคาค่าตัวที่สะท้อนถึงความเป็นยนตรกรรมระดับผู้นำ
The New Lexus LS350 รุ่น Luxury: 11,550,000 บาท
The New Lexus LS500 รุ่น Executive: 13,110,000 บาท
The New Lexus LS500h รุ่น Executive: 14,530,000 บาท
The New Lexus LS500h รุ่น Executive Pleat: 15,860,000 บาท
การเปิดตัว The New Lexus LS ไม่ใช่เพียงแค่การปรับปรุงรถยนต์ซีดานขนาดใหญ่ให้มีความทันสมัยขึ้น แต่เป็นการประกาศวิสัยทัศน์ของ Lexus ในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ประสิทธิภาพอันเหนือชั้น และความหรูหราที่ไร้ขีดจำกัด
บทสรุป: ยกระดับประสบการณ์ของคุณ สู่ความเหนือระดับที่ Lexus LS มอบให้
จากประสบการณ์ที่สั่งสมมา ผมเชื่อมั่นว่า Lexus LS ในโฉมใหม่นี้ ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นเพียงรถยนต์หรู แต่ได้กลายเป็น “บ้านเคลื่อนที่” อันแสนสบาย ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีอันชาญฉลาด และระบบความปลอดภัยที่ปกป้องคุณและคนที่คุณรักในทุกการเดินทาง หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่จะยกระดับชีวิตของคุณให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น การสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ Lexus LS ด้วยตนเองคือคำตอบที่ดีที่สุด
อย่ารอช้า! นัดหมายเพื่อทดลองขับ The New Lexus LS และสัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตของการขับขี่ได้แล้ววันนี้ ณ ผู้จำหน่าย Lexus ทั่วประเทศ