
Lexus LS: นิยามใหม่แห่งยนตรกรรมหรูหรา สมรรถนะเหนือระดับ และนวัตกรรมล้ำสมัย
ในโลกแห่งยานยนต์ระดับสูง ประวัติศาสตร์ของ Lexus LS เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยานพาหนะที่ผสมผสานความหรูหรา สง่างาม และสมรรถนะที่เหนือกว่าคู่แข่งมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี 1989 ณ ตลาดสหรัฐอเมริกา Lexus LS ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของ Toyota ในการก้าวเข้าสู่เวทีรถยนต์หรูระดับโลก แต่ยังเป็นมาตรฐานใหม่ที่ท้าทายบรรดาผู้ผลิตรถยนต์หรูชั้นนำจากยุโรปอย่าง Mercedes-Benz S-Class, BMW 7 Series และ Jaguar XJ ด้วยปรัชญาการออกแบบที่เน้นความประณีตในทุกรายละเอียด และการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง Lexus LS ได้สถาปนาตนเองให้เป็นที่ยอมรับในฐานะ “เรือธง” แห่งยนตรกรรมที่ตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริหารและผู้ที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบ
วิวัฒนาการแห่งความเหนือระดับ: จากเจเนอเรชันสู่เจเนอเรชัน
Lexus LS ในเจเนอเรชันที่ 5 ที่เปิดตัวทั่วโลกครั้งแรกในงาน Geneva Motor Show เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2017 ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญ ด้วยการพัฒนาบนแพลตฟอร์ม “Lexus Global Architecture for Luxury Vehicles (GA-L)” ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลังโดยเฉพาะ ส่งผลให้เกิดการกระจายน้ำหนักที่สมดุลยิ่งขึ้น และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เฉียบคมและมั่นคงยิ่งกว่าเดิม การนำเข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2017 ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์หรูในประเทศอย่างมาก
ไม่นานหลังจากนั้น การปรับโฉม (Minorchange) ได้ถูกนำเสนอสู่ตลาดโลกในวันที่ 7 กรกฎาคม 2020 พร้อมกับการปรับปรุงดีไซน์ให้มีความทันสมัยและสปอร์ตยิ่งขึ้น รวมถึงการอัปเกรดเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อคงความสดใหม่และดึงดูดใจผู้บริโภค การเปิดตัวรุ่นปรับโฉมในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2020 ยิ่งเป็นการย้ำเตือนถึงความสำคัญของ Lexus LS ในฐานะหนึ่งในยนตรกรรมที่น่าจับตามองที่สุดในตลาดรถยนต์พรีเมียมของไทย
Lexus LS 500h: สุนทรียภาพแห่งการขับเคลื่อนแบบไฮบริด
สำหรับรุ่นที่ได้สัมผัสและทดลองขับ คือ Lexus LS 500h ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ Lexus ในการผสมผสานสมรรถนะอันทรงพลังเข้ากับเทคโนโลยีระบบไฮบริดที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขุมพลังของ LS 500h ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร ทำงานร่วมกับระบบไฮบริด มอบกำลังขับเคลื่อนที่นุ่มนวลและต่อเนื่อง ผสานกับระบบส่งกำลังที่ชาญฉลาด การตกแต่งภายในห้องโดยสารในระดับ Executive Pleat มาพร้อมรายละเอียดอันประณีต เช่น การประดับแผงประตูด้วย Kiriko Glass หรือแก้วเจียระไนแบบญี่ปุ่น และผ้า Pleat ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกสัมผัสและทุกมุมมอง การผสมผสานเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างบรรยากาศที่หรูหรา แต่ยังบ่งบอกถึงวัฒนธรรมการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus
ด้วยราคาจำหน่ายที่ 15,860,000 บาท Lexus LS 500h ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ซีดานหรูหรา แต่คือการลงทุนในประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับ การที่ Lexus LS มีราคาที่สูง สะท้อนให้เห็นถึงการใช้วัสดุคุณภาพสูงสุด เทคโนโลยีล้ำสมัย กระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน และความโดดเด่นในด้านสมรรถนะและความสบาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ Lexus LS เป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มองหาสิ่งที่ดีที่สุด
Lexus LS F: สมรรถนะที่เหนือกว่าทุกขีดจำกัด
ทว่า วิสัยทัศน์ของ Lexus ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ความหรูหราและสมรรถนะที่สมดุล มีรายงานจากแหล่งข่าวในประเทศญี่ปุ่นที่ชี้ว่า Lexus กำลังพัฒนายานยนต์ซูเปอร์ซาลูนสมรรถนะสูงในชื่อ Lexus LS F ซึ่งมีเป้าหมายที่จะโค่นล้มคู่แข่งในกลุ่มสมรรถนะสูงอย่าง Mercedes-AMG S63 และ BMW M760iL V12 การมาถึงของ Lexus LS F จะเป็นการประกาศศักดาอย่างเป็นทางการของ Lexus ในการสร้างสรรค์รถยนต์ผู้บริหารระดับสูงที่มีพละกำลังมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์
ตามรายงานจาก BestCarWeb คาดการณ์ว่า Lexus LS F จะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ให้พละกำลังมหาศาล โดยมีตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ที่ราว 670 แรงม้า (493 กิโลวัตต์) ตัวเลขนี้จะทำให้ Lexus LS F เหนือกว่าทั้ง Mercedes-AMG S63 รุ่นปัจจุบันที่ให้กำลัง 611 แรงม้า (450 กิโลวัตต์) และ BMW M760Li เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.0 ลิตร ที่มีกำลัง 584 แรงม้า (430 กิโลวัตต์) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ BMW M760Li รุ่น Facelift 2021 อาจเป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์ V12 เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎระเบียบมลพิษที่เข้มงวดขึ้นในยุโรป เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอนาคตของสมรรถนะระดับสูงอาจจะอยู่ที่การพัฒนาเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า Mercedes-AMG กำลังเตรียมเปิดตัว new Mercedes-AMG S63 ซึ่งจะเป็นรุ่นที่แรงที่สุดในตระกูล S-Class โมเดลล่าสุด โดยคาดว่าจะยังคงใช้เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร แม้จะมีเทคโนโลยี Mild Hybrid หรือ Plug-in Hybrid เข้ามาเสริม การแข่งขันในตลาดซูเปอร์ซาลูนสมรรถนะสูงจึงจะยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นไปอีก
ไม่เพียงเท่านั้น BestCarWeb ยังคาดการณ์ว่า Lexus จะเปิดตัว IS F ซึ่งเป็นซาลูนสมรรถนะสูงอีกรุ่นหนึ่ง พร้อมกับซูเปอร์สปอร์ตคาร์ LC F ซึ่งจะใช้เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบรุ่นใหม่เช่นเดียวกับ LS F ในช่วงเวลาเดียวกัน การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หลากหลายนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ Lexus ในการขยายไลน์อัพผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และตอบสนองความต้องการของนักขับที่มองหาสมรรถนะอันเร้าใจ
Lexus LS 460L: ความสง่างามเหนือกาลเวลา
ย้อนกลับไปในช่วงปี 2013 สำนักแต่งชื่อดังอย่าง Wald International ได้สร้างความฮือฮาด้วยการนำเสนอแพ็กเกจ Executive Line สำหรับ 2013 Lexus LS460 ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับแต่งและเสริมความหรูหราให้กับยนตรกรรมระดับนี้ แพ็กเกจดังกล่าวประกอบด้วยชุดแต่งรอบคัน ทั้งสปอยเลอร์หน้า สเกิร์ตข้าง กันชนหลัง และสปอยเลอร์ท้ายที่ออกแบบมาอย่างลงตัว พร้อมกับการปรับลดความสูงของตัวรถ และการเสริมหล่อด้วยล้ออัลลอยสไตล์ญี่ปุ่นที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์การแต่งรถในแถบเอเชีย
แม้ว่าขุมพลังเดิมของ Lexus LS460 ซึ่งเป็นบล็อก V8 ขนาด 4.6 ลิตร ให้กำลัง 386 แรงม้า และแรงบิด 487 นิวตันเมตร พร้อมอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.4 วินาที จะถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป แต่การมาของแพ็กเกจแต่งอย่าง Executive Line จาก Wald International แสดงให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและโดดเด่นกว่าใคร
การปรับปรุง Lexus LS 460L ที่ออกมาหลังจากรุ่นปี 2006 นั้น เน้นการออกแบบภายนอกให้ดูหรูหรา เรียบง่าย แต่ยังคงความปราดเปรียวสวยงาม โดดเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ ซุ้มล้อที่ดูดุดัน และการออกแบบส่วนท้ายที่ดึงดูดทุกสายตาด้วยโคมไฟสีเข้มตัดกับแถบโครเมียม กันชนหลังและฝากระโปรงที่ดูบึกบึนคล่องแคล่ว ไฟหน้าใหม่พร้อมไฟหรี่ LED 8 ดวง และไฟท้าย LED พร้อม Optical Guide ที่สร้างความโดดเด่นยามค่ำคืน
ภายในห้องโดยสารของ LS 460L ถูกยกระดับด้วยแผงแดชบอร์ดที่ทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ที่รวบรวมระบบอินโฟเทนเมนท์ ระบบนำทาง และระบบ Remote Touch เจนเนอเรชั่นใหม่ที่ช่วยให้การควบคุมระบบต่างๆ เป็นไปอย่างง่ายดาย ห้องโดยสารที่กว้างขวางและทันสมัยได้รับการออกแบบคอนโซลกลางใหม่เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย
ขุมพลัง V8 ขนาด 4.6 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 386 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 497 นิวตันเมตร ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง สามารถทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ได้ใน 5.4 วินาที วิ่งควอเตอร์ไมล์ได้ใน 14 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดจำกัดที่ 210 กม./ชม. และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 8.0 กม./ลิตร ผนวกกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างราบรื่น ระบบช่วงล่างใหม่แบบถุงลม (New Air Suspension System) ที่ช่วยดูดซับแรงกระแทกและรักษาเสถียรภาพได้อย่างอัจฉริยะ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติด้วยเรดาร์ (Radar Cruise Control) และระบบจัดการไดนามิคของตัวรถ (Vehicle Dynamics Integrated Management – VDIM) ที่ทำงานร่วมกันเพื่อมอบความมั่นใจ ความปลอดภัย และความนุ่มนวลสูงสุดในการเดินทาง
อนาคตแห่งยนตรกรรมหรู: การปรับตัวและนวัตกรรมที่ไร้ขีดจำกัด
Lexus LS ในปี 2025 และปีต่อๆ ไป จะยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของแบรนด์ในการนำเสนอยนตรกรรมที่เหนือกว่า ทั้งในด้านการออกแบบ ประสิทธิภาพ และเทคโนโลยี การพัฒนา Lexus LS F ย่อมเป็นการแสดงให้เห็นถึงความกล้าในการท้าทายขีดจำกัดของสมรรถนะในเซกเมนต์รถยนต์ผู้บริหาร ขณะที่รุ่นอื่นๆ จะยังคงเน้นการผสมผสานความหรูหราเข้ากับเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบไฮบริด และการพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์หรูระดับ premium sedan หรือ luxury car ในประเทศไทย การพิจารณา Lexus LS รุ่นใหม่ๆ ถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นรุ่น LS 500h ที่มอบประสบการณ์การขับขี่แบบไฮบริดอันทรงพลังและเงียบสงบ หรือการรอคอยรุ่น LS F ที่จะเข้ามาเปลี่ยนนิยามของความแรงในรถซีดานหรู การลงทุนใน Lexus LS คือการลงทุนในสไตล์ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ
หากคุณกำลังมองหาสัมผัสแห่งความหรูหรา ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น และนวัตกรรมที่ไม่มีที่สิ้นสุดในการเดินทางครั้งต่อไปของคุณ อย่าลังเลที่จะสำรวจโลกของ Lexus LS และค้นพบความพิเศษที่ซ่อนอยู่ภายในยนตรกรรมคันนี้ พบกับตัวแทนจำหน่าย Lexus ใกล้บ้านคุณ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อดูข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับรุ่นและข้อเสนอพิเศษที่เรามีให้คุณ!