
เลกซัส (Lexus): ยกระดับสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนไฟฟ้าและยนตรกรรมหรูที่ไร้ขีดจำกัด
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งของอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแบรนด์ลักชัวรีที่ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและทิศทางของโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน เลกซัส (Lexus) ค่ายรถยนต์หรูจากแดนอาทิตย์อุทัย ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าในการก้าวสู่ยุคใหม่ของการขับเคลื่อน ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมใหม่ที่ผสมผสานเทคโนโลยีไฟฟ้าเข้ากับความหรูหราขั้นสูงสุด การประกาศของเลกซัสถึงการยกระดับแบรนด์เข้าสู่ยุคแห่ง “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” อย่างเต็มตัว เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอนาคตของเลกซัสได้มาถึงแล้ว
Lexus UX 300e: ก้าวแรกสู่โลกแห่งรถยนต์ไฟฟ้า 100%
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือการเปิดตัว The New All-Electric Lexus UX 300e ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% แบบ EV เต็มรูปแบบ นี่คือยานยนต์ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของเลกซัสภายใต้แบรนด์ “LEXUS ELECTRIFIED” กลยุทธ์ระดับโลกที่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งชี้ให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์ในอนาคต The New All-Electric Lexus UX 300e ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้าธรรมดา แต่คือการผสมผสานระหว่างดีไซน์อันเฉียบคม ภายในที่ออกแบบอย่างประณีต และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โดยมีเป้าหมายหลักคือการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
รูปลักษณ์ภายนอกของ UX 300e โดดเด่นด้วยเส้นสายที่เฉียบคม เสริมด้วยกระจังหน้า Spindle Grille อันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัสในรูปแบบไดนามิกสามมิติ สะท้อนถึงพละกำลังของรถครอสโอเวอร์ได้อย่างลงตัว ไฟหน้า LED แบบ Ultra-compact 3-eye Bi-Beam พร้อมไฟ Daytime Running Light ดีไซน์อย่างมีเอกลักษณ์ บ่งบอกถึงความโดดเด่นของแบรนด์ เลกซัสให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด เพื่อสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีทั้งความสง่างามและทรงพลัง
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายใน ความหรูหราและความสะดวกสบายคือสิ่งที่สัมผัสได้ทันที การออกแบบภายในให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นศูนย์กลาง ตำแหน่งการขับขี่ถูกจัดวางอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ใช้งานง่ายและปลอดภัย เบาะนั่งคู่หน้ามาพร้อมการเย็บปักถักร้อยแบบ SASHIKO ซึ่งเป็นเทคนิคดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่สะท้อนถึงความประณีตและความแข็งแรง หน้าจอแสดงผลสี TFT (Thin Film Transistor) แสดงข้อมูลการขับขี่อย่างครบถ้วน และแท่นชาร์จมือถือแบบไร้สาย (Wireless Charger) ยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายและทันสมัย
ภายใต้รูปลักษณ์ที่สง่างามนี้ คือสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมจากสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ GA-C (Global Architecture-Compact Platform) ซึ่งมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ การทรงตัวดีเยี่ยม ทำให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างใจสั่ง การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสมบูรณ์แบบ มอบพละกำลังสูงสุดถึง 150 กิโลวัตต์ หรือ 201 แรงม้า พร้อมอัตราเร่งที่ทรงพลังและดุดัน ให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมในการขับขี่ โดยไม่ปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม UX 300e สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 360 กม. ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) และด้วย Quick DC Charger สามารถชาร์จจาก 0-80% ได้ภายใน 50 นาที (ที่กำลังไฟ 50 กิโลวัตต์) ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ “รถยนต์ไฟฟ้าในเมือง” (Urban EV) ที่สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพ
Lexus LS: นิยามใหม่แห่งความหรูหราขั้นสูงสุด
นอกเหนือจากการบุกเบิกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า เลกซัสยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรูด้วย The New Lexus LS ยนตรกรรมระดับ “เฟิร์สคลาส” ที่สะท้อนถึงความประณีตในการออกแบบ คุณภาพแห่งวิศวกรรมการผลิตระดับโลก และความพิถีพิถันจากช่างฝีมือชั้นครู ‘ทาคูมิ’ (Takumi craftsmanship) ทุกรายละเอียดของ LS ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหรา เปี่ยมด้วยสุนทรียภาพ และความรื่นรมย์ตลอดการเดินทาง
การพัฒนาช่วงล่างใหม่ของ LS มอบเสถียรภาพและการทรงตัวที่ดียิ่งขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัยระดับโลก Lexus Safety System Plus เจเนอเรชั่นล่าสุด รวมถึงเทคโนโลยี BladeScan Adaptive High-beam System เทคโนโลยีปรับไฟสูง-ต่ำอัจฉริยะที่ช่วยกระจายแสงได้อย่างแม่นยำ เพิ่มทัศนวิสัยยามค่ำคืนโดยไม่รบกวนเพื่อนร่วมทาง
รูปลักษณ์ภายนอกของ LS โดดเด่นด้วยความโฉบเฉี่ยว หรูหรา ไฟหน้า LED แบบสามดวง พร้อมไฟ Daytime Running Light รูปตัว L และไฟเปิดต้อนรับผู้โดยสาร ได้รับแรงบันดาลใจจาก Lexus LC ต้นแบบสายพันธุ์สปอร์ต ไฟเลี้ยวหน้า-หลังแบบ LED Sequential และกระจังหน้ารมดำ สัญลักษณ์แห่งความดุดัน สะท้อนถึงดีไซน์ที่ไร้ที่ติ
ภายในของ LS คือนิยามแห่งความล้ำสมัยและความประณีต คอนโซลหน้าและแผงควบคุมสีดำ Piano Black มอบความสุขุมหรูหรา พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม หน้าจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay ที่เลื่อนเข้ามาใกล้ผู้ใช้งานยิ่งขึ้น ทำให้การควบคุมระบบต่างๆ เป็นไปอย่างสะดวกสบาย
LS นำเสนอทางเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ:
The New Lexus LS 500h: เครื่องยนต์ V6 ระบบไฮบริด 3,456 ซีซี 359 แรงม้า
The New Lexus LS 500: เครื่องยนต์ V6 Turbo 3,445 ซีซี 421 แรงม้า
The New Lexus LS 350: เครื่องยนต์ V6 3,456 ซีซี 315 แรงม้า
นอกจากนี้ เลกซัสยังคงให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุด ด้วย Lexus Safety System Plus ที่ประกอบด้วยเทคโนโลยีอย่าง BladeScan AHS, ระบบช่วยจอดพร้อมระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ, และกระจกมองหลังดิจิทัลแบบลดแสงสะท้อน LS มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ตั้งแต่รุ่น Luxury ไปจนถึง Executive Pleat ที่สะท้อนถึงความพิเศษและความหรูหราสูงสุด
Lexus IS: สปอร์ตซีดานหรูที่ผสานสมรรถนะและความสง่างาม
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความคล่องตัวและสมรรถนะสไตล์สปอร์ต The New Lexus IS รถสปอร์ตซีดานหรู คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ การออกแบบที่เน้นความโฉบเฉี่ยว ล้ำสมัย ผสานกับโครงสร้างตัวถังที่ยอดเยี่ยมตามหลักอากาศพลศาสตร์ และการพัฒนาระบบขับเคลื่อนใหม่ภายใต้หลัก Lexus Driving Signature ทำให้ IS มอบสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น ทั้งอัตราเร่งที่ดีขึ้น การควบคุมที่ตอบสนองทันใจ พร้อมคงไว้ซึ่งความเงียบและความนุ่มนวลในแบบฉบับของเลกซัส
ดีไซน์ภายนอกของ IS ทันสมัยและมีชีวิตชีวา กระจังหน้าโครเมียมรมดำอันเป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้า LED พร้อมไฟ Daytime Running Light รูปตัว L ที่ได้แรงบันดาลใจจาก LC แต่มีขนาดกะทัดรัด สะท้อนถึงความปราดเปรียว ไฟท้ายดีไซน์รูปตัว L ทอดแนวยาว เสริมเอกลักษณ์ที่โดดเด่น กันชนท้ายสีดำพร้อมท่อไอเสียคู่ สะท้อนความดุดันแบบสปอร์ต ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้วสำหรับรุ่น F-Sport และ Premium หรือ 18 นิ้วสำหรับรุ่น Luxury เพิ่มความสง่างามและสมรรถนะ
ภายในของ IS เต็มไปด้วยความประณีต วัสดุหุ้มเบาะหนังให้สัมผัสสปอร์ต เข้ม เปี่ยมด้วยความพรีเมียม คอนโซลหน้าและแผงควบคุมสีดำ Piano Black ยกระดับความหรูหรา พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน
สมรรถนะการขับขี่ของ IS มาจากเครื่องยนต์ Lexus Hybrid Drive เบนซิน 2.5 ลิตร 4 สูบเรียง 16-Valve Dual VVT-i ที่ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า (PS) ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor (1KM) ที่ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า (PS) รวมเป็นกำลังสูงสุด 223 แรงม้า (PS) การพัฒนาช่วงล่างให้มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงยิ่งขึ้น พร้อมโช้คอัพแบบ Swing Valve และระบบช่วงล่างไฟฟ้า Adaptive Variable Suspension ที่สามารถปรับระดับความนุ่มนวลและสปอร์ตได้ถึง 650 ระดับโดยอัตโนมัติ การประกอบล้อแบบ Hub-bolt และแป้นคันเร่งที่ตอบสนองแม่นยำยิ่งขึ้น มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและมั่นใจ
IS ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคตและระบบความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus ที่ครอบคลุมระบบ Pre-Collision System, Lane Tracing Assist, Adaptive Cruise Control แบบ All-Speed range, และระบบช่วยจอดพร้อมระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมี Panoramic View Monitor (PVM), หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่รองรับ Apple CarPlay, Frameless Touch Pad ที่ควบคุมง่ายเหมือนสมาร์ทโฟน, ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Brake Hold) และกุญแจแบบการ์ด (Card Key) ที่เป็นเอกลักษณ์
IS มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย คือ Luxury, Premium, และ F-Sport พร้อมราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทำให้สปอร์ตซีดานหรูคันนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งในตลาด “รถยนต์สปอร์ตซีดานระดับพรีเมียม”
อนาคตแห่งเลกซัส: นวัตกรรมและความยั่งยืน
การเปิดตัวรถยนต์ใหม่ทั้ง 3 รุ่นนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของเลกซัส ในการผสมผสานเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเข้ากับ DNA ของแบรนด์ที่เน้นความหรูหรา ประสิทธิภาพ และความใส่ใจในรายละเอียด เลกซัสกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ เพื่อสร้างสรรค์ “ยนตรกรรมแห่งอนาคต” ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
แม้ว่าในข่าวต้นฉบับจะมีการกล่าวถึงรถต้นแบบ Lexus LF-SA ที่เป็นแฮตช์แบ็กขนาดเล็ก แต่การเปิดตัวรุ่นผลิตจริงในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง UX 300e, LS, และ IS ชี้ให้เห็นว่าเลกซัสกำลังให้ความสำคัญกับการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในวงกว้าง ทั้งในกลุ่มที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับขี่ในเมืองอย่างคล่องตัว, กลุ่มที่ต้องการความหรูหราขั้นสูงสุด, และกลุ่มที่มองหารถสปอร์ตซีดานที่สมรรถนะดีเยี่ยม
เลกซัสได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พวกเขามีความพร้อมที่จะก้าวสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างแท้จริง ด้วยการนำเสนอ “รถยนต์หรูที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า” ควบคู่ไปกับยนตรกรรมที่ใช้พลังงานทางเลือกอื่นๆ การลงทุนในเทคโนโลยีไฟฟ้าและการพัฒนายานยนต์ที่ยั่งยืน คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เลกซัสยังคงเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรูต่อไปในอนาคต
สำหรับผู้ที่สนใจในสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์จากเลกซัส ไม่ควรพลาดโอกาสที่จะสัมผัสประสบการณ์จริงกับ The New All-Electric Lexus UX 300e, The New Lexus LS, และ The New Lexus IS รวมถึงข้อเสนอสุดพิเศษ ที่งาน Thailand International Motor Expo 2020 ที่อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ หรือสามารถติดต่อโชว์รูมเลกซัสใกล้บ้านท่าน เพื่อทดลองขับและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของเรา แล้วคุณจะพบว่า เลกซัส คือนิยามใหม่ของความหรูหราที่มาพร้อมกับอนาคตของการขับเคลื่อนอย่างแท้จริง