
Lexus LS 2018: ก้าวข้ามทุกนิยามแห่งความหรูหราและความสมบูรณ์แบบ
ในโลกยานยนต์ที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์หรู ซึ่งมีการแข่งขันที่เข้มข้นและผู้บริโภคที่คาดหวังในระดับสูงสุดอยู่เสมอ มีเพียงไม่กี่ยานยนต์เท่านั้นที่จะสามารถยืนหยัดและสร้างมาตรฐานใหม่ได้ Lexus LS ในฐานะเรือธงของแบรนด์ Lexus เป็นตัวอย่างอันชัดเจนของความพยายามในการบรรลุเป้าหมายนั้น ในบทความนี้ ผมในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี จะพาท่านไปเจาะลึกทุกแง่มุมของ Lexus LS 2018 ซึ่งเป็นการเปิดตัวที่สร้างความสั่นสะเทือนในตลาดอย่างแท้จริง
Lexus LS 2018: นิยามใหม่ของยนตรกรรมลักซ์ชัวรี่ซีดาน
ข่าวลือ ภาพหลุดที่ปรากฏออกมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ ก่อให้เกิดความคาดหวังในหมู่ผู้ที่หลงใหลในยานยนต์ระดับพรีเมียม และเมื่อ Lexus LS 2018 ได้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน Detroit Motor Show 2017 มันก็ไม่ได้ทำให้ใครผิดหวัง การปรับโฉมครั้งใหญ่นี้ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่และการโดยสารให้ก้าวข้ามทุกนิยามแห่งความหรูหราและความสมบูรณ์แบบไปอีกขั้น
หัวใจใหม่ที่เปี่ยมด้วยพลังและประสิทธิภาพ
ภายใต้ฝากระโปรงหน้าของ Lexus LS 2018 คือขุมพลังที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร พร้อมระบบ Twin Turbochargers ที่มอบพละกำลังสูงสุดถึง 415 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 600 นิวตันเมตร การทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่มีความฉลาดในการเปลี่ยนเกียร์ ช่วยให้การตอบสนองทำได้ฉับไว อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียง 4.5 วินาที แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่เหนือกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน ระบบ Paddle Shift ที่พวงมาลัย เพิ่มมิติการขับขี่แบบสปอร์ตให้กับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การควบคุมรถด้วยตนเอง
การพัฒนาโครงสร้างตัวถัง (Chassis) ด้วยการผสมผสานเหล็กกล้าคุณภาพสูงและอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ทำให้ได้โครงสร้างที่แข็งแกร่งแต่มีน้ำหนักเพียง 90 กิโลกรัม ซึ่งเบากว่ารุ่นเดิมแต่ยังคงความทนทานเป็นเยี่ยม ระบบช่วงล่างแบบถุงลม (Air Suspension) ที่สามารถปรับระดับความสูงของตัวรถได้อัตโนมัติเมื่อมีการเปิดประตู ช่วยให้การก้าวขึ้น-ลงจากรถสะดวกสบายยิ่งขึ้น สะท้อนถึงการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของผู้ใช้งาน
ภายในที่โอบอุ้มความหรูหราและเทคโนโลยีล้ำสมัย
เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสาร Lexus LS 2018 จะสัมผัสได้ถึงการออกแบบที่สะท้อนถึงความทันสมัยและความหรูหราขั้นสูงสุด เบาะนั่งที่หุ้มด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยมมาพร้อมกับฟังก์ชันการทำความร้อน ความเย็น และระบบการนวด ที่จะช่วยคลายความเมื่อยล้าตลอดการเดินทาง หน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 24 นิ้ว ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ได้สะดวก โดยไม่ต้องละสายตาจากถนนมากเกินไป ระบบ Active Noise Control ที่เป็นนวัตกรรมอันชาญฉลาด จะคอยตรวจสอบเสียงรบกวนจากภายนอก หากมีเสียงดังเกินกว่าระดับที่กำหนด ระบบจะส่งคลื่นความถี่เสียงที่ตรงกันข้ามผ่านลำโพงเพื่อกลบเสียงรบกวนเหล่านั้นออกไป สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลายสูงสุด
Lexus CoDrive: ผู้ช่วยอัจฉริยะบนทุกเส้นทาง
Lexus LS 2018 ยังได้นำเสนอระบบ Lexus CoDrive ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยี ระบบนี้จะคอยทำงานร่วมกับผู้ขับขี่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงความเร็วสูง เพื่อช่วยควบคุมรถให้มีความปลอดภัยสูงสุดตลอดการเดินทาง การติดตั้งระบบนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ Lexus ที่ต้องการให้ LS 2018 เป็นมากกว่ายานยนต์ แต่เป็นเสมือน “เรือธง” ที่บ่งบอกถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและมาตรฐานสูงสุดของแบรนด์ในยุคปัจจุบัน
ประสบการณ์อันน่าจดจำ: ยานยนต์ระดับสูงที่ไม่ต้องปรุงแต่ง
การได้มีโอกาสสัมผัส ยานยนต์ระดับหรูอย่างแท้จริง ที่ไม่ต้องอาศัยการโฆษณาชวนเชื่อมากนัก เพียงแค่ป้ายราคาที่บ่งบอกถึงคุณค่า ราว 10 ล้านบาท ก็เพียงพอที่จะทำให้หลายคนปรารถนา การได้นั่งและขับขี่รถยนต์คันนี้ คือประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน
ความทรงจำอันน่าประทับใจเกี่ยวกับยานยนต์ระดับสูงสุดจากญี่ปุ่น ที่เน้นเจาะตลาดโลก ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผม ในฐานะผู้ที่ได้สัมผัสกับ Lexus LS มาก่อนหน้านี้ (แม้จะนับรวม Toyota Century V12 ที่อาจจะถูกมองว่าหรูที่สุดในญี่ปุ่น แต่ก็มีภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างจะ “รุ่นเก๋า” สำหรับตลาดนอกประเทศ) และผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า ความรู้สึกพิเศษนั้นจะหวนกลับมาได้อีกครั้ง และง่ายดายเกินคาด ด้วยความช่วยเหลือจาก Toyota
การกลับมาอีกครั้ง: ความซาบซึ้งในความเอื้อเฟื้อและความท้าทายใหม่
การได้รับโอกาสในการรีวิว Lexus LS อีกครั้ง หลังจากที่เคยได้สัมผัสรุ่นก่อนหน้า (Lexus LS460 L สีเงิน) เป็นเหตุการณ์ที่น่าประหลาดใจเล็กน้อย การที่ Toyota ยังคงไว้วางใจให้ผมได้ทดสอบรถยนต์เรือธงของพวกเขาอีกครั้งภายในระยะเวลาไม่นาน แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจและความเชื่อมั่นในมุมมองของผม ผมเชื่อว่าเบื้องหลังการตัดสินใจนี้ อาจมาจากความเข้าใจในเรื่องราวที่ผ่านมา โดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยอธิบายใดๆ
เมื่ออดีตไม่สามารถย้อนกลับมาได้ การเริ่มต้นใหม่จึงเป็นสิ่งสำคัญและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งต่อความมีน้ำใจของ Toyota และความตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสรถยนต์รุ่นสำคัญนี้ในสภาพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
รถคันแรกที่ผมได้รับคือ LS460 L สีเงิน ซึ่งผ่านการใช้งานมาแล้วประมาณ 51,000 กิโลเมตร แม้จะไม่ใช่สภาพ “Mint Condition” ที่เหมือนเพิ่งออกจากโรงงาน Tahara ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโรงงานเฉพาะสำหรับการผลิต Lexus ก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว รถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ย่อมมีร่องรอยจากการใช้งานตามปกติ
แต่สำหรับรถคันที่สอง ซึ่งเป็น LS สีดำ คันนี้ เพิ่งวิ่งไปเพียงราว 3,200 – 3,300 กิโลเมตรเท่านั้น ด้วยสภาพที่ใหม่กว่า ทำให้เราสามารถมองเห็นสมรรถนะที่แท้จริงในบางแง่มุม ที่อาจมองข้ามไปในคันแรก อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของประสบการณ์ไม่ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
บ่อยครั้งที่ผมมีโอกาสได้ทดลองรถรุ่นเดียวกันถึงสองคัน ซึ่งอาจดูเหมือนเป็นการเสียเวลาสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับผม การทำความรู้จักตัวตนที่แท้จริงของรถแต่ละรุ่นนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะบางอาการที่พบในรถคันหนึ่ง อาจไม่ปรากฏในอีกคันหนึ่ง หรือบางสิ่งที่สงสัย อาจกระจ่างได้เพียงแค่ลองขับคันอื่น
LS460 L: พี่ใหญ่ผู้เชื่องชาญที่มาพร้อมกับความนุ่มนวล
แม้จะมีขนาดตัวถังที่ใหญ่โต ด้วยความยาว 5,150 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,875 มิลลิเมตร ความสูง 1,475 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,090 มิลลิเมตร (สำหรับรุ่น Long Wheelbase) แต่ LS460 L กลับทำตัวเป็น “พี่อ้วนสุดเชื่อง” ขับขี่ง่าย ไม่ก่อปัญหาหรือความรำคาญใดๆ มีเพียงความกังวลเล็กน้อยในการกะระยะเมื่อต้องขับขี่ในเมืองที่คับคั่งเท่านั้น
เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่ผมได้ทดลองขับในระยะหลังๆ เช่น Lexus RX350 รุ่นที่ 3 ซึ่งมีมิติตัวถังที่กว้างกว่า LS460 L เล็กน้อย แต่ด้วยการออกแบบและองค์ประกอบโดยรวม ทำให้ LS460 L ยังคงให้ความรู้สึกคล่องตัวกว่าในบางสถานการณ์
การออกแบบ L-FINESSE: สุนทรียภาพแห่งเส้นสาย
ภายนอกของ Lexus LS 460 L ถูกรังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิดการออกแบบ L-FINESSE ที่ Lexus พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ เส้นสายของฝากระโปรงหน้าให้ความรู้สึกทรงพลัง ล้อไปกับกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ พร้อมครีบแนวนอนลายถี่สีโครเมียม กันชนหน้าแบ่งช่องรับลมอย่างลงตัว พร้อมไฟตัดหมอก และสเกิร์ตล่างที่ช่วยปรับการไหลเวียนของอากาศ
ชุดไฟหน้าโปรเจคเตอร์ซีนอน มาพร้อมระบบปรับมุมองศาตามการเลี้ยว (Intelligent AFS – Adaptive Front Lighting System) ซึ่งทำงานอย่างแม่นยำตามความเร็วของรถ เพื่อให้ทัศนวิสัยที่ดีที่สุดในทุกสถานการณ์การขับขี่
ที่ความเร็ว 10-30 กม./ชม.: จานฉายไฟหน้าจะทำงานแยกกัน ฝั่งซ้ายปรับได้สูงสุด 10 องศา และฝั่งขวาปรับได้สูงสุด 20 องศา
ที่ความเร็วเกิน 30 กม./ชม.: จานฉายทั้งสองข้างจะปรับตามการเลี้ยว ฝั่งขวาปรับได้สูงสุด 15 องศา และฝั่งซ้ายปรับได้สูงสุด 7.5 องศา (ในกรณีเลี้ยวขวา) และฝั่งซ้ายปรับได้สูงสุด 10 องศา และฝั่งขวาปรับได้สูงสุด 5 องศา (ในกรณีเลี้ยวซ้าย)
เส้นสายด้านข้างตัวถังที่ดูหนา บ่งบอกถึงความสง่างามและภาพลักษณ์ที่ชัดเจนของเจ้าของรถ กระจกมองข้างติดตั้งบนตัวถังเพื่อลดเสียงรบกวนจากลม มือเปิดประตูสีโครเมียมแบบ GRIP TYPE และคิ้วโครเมียมด้านล่าง เสริมความหรูหรา ชุดไฟท้าย LED ให้ความสว่าง และปลายท่อไอเสียคู่สไตล์สปอร์ตที่ดูได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Toyota MARK-X
การใช้งานที่ง่ายดายเกินคาด: เทคโนโลยีที่เข้าถึงได้
แม้ว่ารถหรูระดับนี้มักมาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานที่ซับซ้อน แต่ Lexus LS 460 L พิสูจน์ให้เห็นว่ามันไม่ได้ใช้งานยากอย่างที่คิด การเรียนรู้ระบบต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากคู่มือ หรือประสบการณ์จากการทดลองใช้งาน
ระบบ Smart Entry แบบคีย์การ์ด พร้อมระบบกันขโมย และ Immobilizer ทำให้การเข้า-ออกรถสะดวกสบาย เพียงแค่เดินเข้าใกล้รถ กลอนประตูจะปลดล็อกโดยอัตโนมัติ และไฟส่องสว่างใต้กระจกมองข้างจะทำงาน
ภายในห้องโดยสาร: โอบกอดแห่งความหรูหราและความประณีต
เมื่อเปิดประตูเข้ามาสัมผัส บรรยากาศภายในห้องโดยสารจะเชิญชวนให้เข้าไปนั่งทันที การผสมผสานระหว่างพลาสติกคุณภาพเยี่ยม ลายไม้ชั้นดี หนังแท้ และผ้ากำมะหยี่ที่บุทั่วทั้งหลังคาและเสา ทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นและหรูหรา
เสากรอบประตูที่หนากว่าปกติ และยางขอบประตูที่ช่วยลดเสียงรบกวน ทำให้ภายในห้องโดยสารเงียบสงบ แม้จะแล่นด้วยความเร็วสูงกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เบาะนั่ง: สัมผัสแห่งความสบายระดับ First Class
เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมหน่วยความจำ 3 ตำแหน่ง และระบบปรับดันหลัง ช่วยให้การนั่งสบายยิ่งกว่าเก้าอี้นวมชั้นดี พื้นที่เหนือศีรษะโปร่งโล่ง ตำแหน่งที่วางแขนออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ รองรับสรีระได้หลากหลาย ตั้งแต่คนเอเชียไปจนถึงชาวต่างชาติร่างใหญ่
ที่น่าประทับใจเป็นพิเศษคือ พนักศีรษะที่สบายที่สุดเท่าที่เคยพบในรถยนต์ Toyota และ Lexus หลายรุ่น รวมถึงรถยนต์ยุโรปบางรุ่น ซึ่งเป็นมาตรฐานที่น่าจะถูกนำไปปรับใช้ในรุ่นต่อๆ ไป
นอกจากนี้ เบาะนั่งคู่หน้ายังมาพร้อมระบบทำความร้อนและความเย็น สวิตช์ควบคุมอยู่ข้างปุ่มเปิด-ปิดม่านไฟฟ้า และระบบควบคุมการทรงตัว
เบาะหลัง: สวรรค์ของผู้โดยสาร VIP
สำหรับรุ่น Long Wheelbase การเข้า-ออกเบาะหลังทำได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยประตูบานกว้างและความสูงที่เหมาะสม ความใส่ใจในรายละเอียดของ Toyota ปรากฏชัดเจนในทุกจุด ตั้งแต่การเลือกสี ลายไม้ ไปจนถึงที่เขี่ยบุหรี่ และช่องวางเอกสารที่ออกแบบมาอย่างดี
ระบบประตูดูดไฟฟ้า (Soft Close Door) ช่วยให้ปิดประตูได้อย่างนุ่มนวล โดยไม่ต้องออกแรงมาก
เบาะหลังมีให้เลือกทั้งแบบ Bench Seat หรือแบบแยกฝั่งซ้าย-ขวา คั่นกลางด้วยคอนโซลขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชันการใช้งาน
เบาะหลังปรับไฟฟ้า พร้อมระบบหน่วยความจำ เช่นเดียวกับเบาะคู่หน้า
ฟังก์ชันพิเศษของเบาะหลัง: นอกจากความสบายในการนั่งแล้ว เบาะหลังยังมีฟังก์ชันมากมายที่น่าสนใจ ซึ่งจะกล่าวถึงในรายละเอียดต่อไป
พื้นที่เก็บสัมภาระ: กว้างขวางตอบสนองทุกการใช้งาน
ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ (Anti-Pinch) ทำให้ปลอดภัยเมื่อใช้งาน พื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ถึง 510 ลิตร เพียงพอสำหรับการจัดเก็บกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างสบาย
ระบบควบคุมและอินเทอร์เฟซ: User Friendly ที่เหนือกว่า
การออกแบบแผงหน้าปัดและปุ่มควบคุมต่างๆ เน้นความสะดวกในการใช้งาน (User Friendly) ตามหลักสรีรศาสตร์ โดยคำนึงถึงความหรูหราและใช้งานง่าย ลดความซับซ้อนที่อาจทำให้สับสนเหมือนระบบ i-Drive ของ BMW หรือ COMAND ของ Mercedes-Benz
ความเงียบสงบที่เหนือระดับ: การจัดการเสียงรบกวน (NVH)
ทีมวิศวกรของ Lexus ได้มุ่งเน้นการกำจัดเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือน (NVH) ให้เหลือน้อยที่สุด ทำให้ห้องโดยสารเงียบสงบราวกับอยู่ในคฤหาสน์หรู เสียงปิดประตูที่หนักแน่นและนุ่มนวล เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด
ระบบอำนวยความสะดวก: ตั้งแต่การเข้า-ออก จนถึงการปรับตำแหน่ง
การเข้า-ออกรถ: เบาะนั่งและพวงมาลัยจะเลื่อนอัตโนมัติเมื่อเปิดประตู เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเข้า-ออก จากนั้นจะกลับสู่ตำแหน่งที่ตั้งค่าไว้
การปรับเบาะและพวงมาลัย: ควบคุมด้วยสวิตช์ไฟฟ้า สามารถปรับได้ละเอียด รวมถึงการปรับระดับเข็มขัดนิรภัย และกระจกมองข้างที่มีระบบตัดแสงอัตโนมัติ
ระบบจำตำแหน่ง: สามารถบันทึกตำแหน่งเบาะนั่ง พวงมาลัย และกระจกมองข้าง ได้สูงสุด 3 ตำแหน่ง
กระจกหน้าต่างไฟฟ้า: แบบ Full Auto One-Touch พร้อมระบบดีดกลับอัตโนมัติ
ระบบช่วยจอด (Park Assist): พร้อมเซ็นเซอร์รอบคัน และกล้องมองหลัง ช่วยให้การจอดรถง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ระบบเบรกจอดไฟฟ้า (Electric Parking Brake): ทำงานอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ P หรือใช้สวิตช์ควบคุม พร้อมระบบ HOLD ที่ช่วยให้ไม่ต้องเหยียบเบรกขณะจอดติดไฟแดง
ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์: แบบกดปุ่ม ENGINE START STOP ที่คุ้นเคย
หน้าจอแสดงข้อมูล: ข้อมูลครบครัน ครบทุกการใช้งาน
หน้าจอ Optitron และ TFT Multi Functional Information Display แสดงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ครอบคลุม ตั้งแต่ระยะทางที่น้ำมันจะวิ่งได้ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ความเร็วเฉลี่ย ไปจนถึงข้อมูลการเดินทาง
ระบบ EMV (Electro Multi Vision): ศูนย์กลางความบันเทิงและการเชื่อมต่อ
หน้าจอมอนิเตอร์สี EMV ขนาด 8 นิ้ว แบบ Touch Screen เป็นศูนย์กลางของระบบความบันเทิงและการควบคุมต่างๆ แม้ว่ารถที่นำมาทดสอบจะไม่ได้ติดตั้งระบบนำทาง (Navigation) แต่ก็ยังคงมีฟังก์ชันการเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่าน Bluetooth เพื่อการโทรออก-รับสายได้อย่างสะดวก
การปรับตั้งค่า: สามารถปรับความสว่าง สีของหน้าจอ และการแสดงผลต่างๆ ได้ตามต้องการ
ระบบ Parking Assist: ทำงานร่วมกับกล้องมองหลัง แสดงภาพและเสียงแจ้งเตือนอย่างแม่นยำ
ระบบ Mark Levinson Reference Surround Sound System: ระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูง พร้อมลำโพง 19 ตัว มอบประสบการณ์เสียงที่สมจริง ราวกับนั่งอยู่ในสตูดิโอ หรือชมการแสดงสด
เครื่องเล่น CD/DVD Changer 6 แผ่น: พร้อมรองรับการเล่น DVD
เบาะหลัง Executive Class Seating Package: ความสบายระดับ VIP ที่เหนือกว่า
สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง โดยเฉพาะในรุ่น Long Wheelbase Lexus LS 460 L นำเสนอ Executive Class Seating Package ที่เน้นความสบายสูงสุด
ระบบปรับอากาศ 4 โซน: สามารถปรับอุณหภูมิแยกอิสระได้ถึง 4 ตำแหน่ง (คนขับ, ผู้โดยสารตอนหน้า, ผู้โดยสารหลังซ้าย, ผู้โดยสารหลังขวา) พร้อมเซ็นเซอร์อินฟราเรด
ม่านบังแดดไฟฟ้า: ควบคุมด้วยสวิตช์แยกอิสระสำหรับกระจกข้างและกระจกบังลมหลัง
คอนโซลกลางสำหรับผู้โดยสารหลัง: อัดแน่นด้วยสวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศ ความบันเทิง และฟังก์ชันเบาะนั่ง
ระบบนวดหลัง (Shiatsu / Stretch): สำหรับเบาะผู้โดยสารตอนซ้าย ควบคุมผ่านรีโมทคอนโทรล ปรับโปรแกรม ความแรง และการสั่นได้
เบาะ Ottoman: สำหรับเบาะนั่งฝั่งซ้าย สามารถปรับเอนและยกที่รองขาขึ้นมาเพื่อความสบายสูงสุด เหมือนที่นั่งในชั้น First Class ของสายการบิน
ระบบ Rear Seat Entertainment: เครื่องเล่น DVD พร้อมจอ VGA ขนาด 9 นิ้ว และช่องเสียบหูฟัง ให้ความบันเทิงตลอดการเดินทาง
โต๊ะพับได้: สำหรับวางเอกสาร หรือวางของเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มความสะดวกสบาย
การขับขี่: พละกำลังที่นุ่มนวล และความมั่นคงที่วางใจได้
เครื่องยนต์ V8 รหัส 1UR-FSE ขนาด 4.6 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 380 แรงม้า และแรงบิด 493 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ AISIN รุ่น TL-80SN (AA80E) ที่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวลไร้รอยต่อ การเก็บเสียงเครื่องยนต์ทำได้ดีเยี่ยม จนบางครั้งอาจไม่รู้สึกถึงการทำงานของเครื่องยนต์เลย
การขับขี่ Lexus LS 460 L ให้ความรู้สึกมั่นคง นุ่มนวล การเข้าโค้งทำได้ดีเกินคาดสำหรับรถยนต์ขนาดใหญ่นี้ ระบบช่วงล่างแบบถุงลมช่วยดูดซับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทัศนวิสัย: การออกแบบที่เน้นทั้งความสง่างามและความสะดวก
ด้านหน้า: กระจกบังลมหน้ากว้าง ให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม
ด้านข้าง: กระจกมองข้างขนาดใหญ่ มีระบบตัดแสงอัตโนมัติ ช่วยลดแสงสะท้อนจากไฟรถคันหลัง ทัศนวิสัยด้านข้างทำได้ดี
ด้านหลัง: เป็นธรรมดาที่รถยนต์ประเภทนี้จะออกแบบให้เน้นความสวยงามภายนอกและการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสารด้านหลัง ส่งผลให้ทัศนวิสัยด้านหลังอาจจะดูตีบตันเล็กน้อย
สรุป: Lexus LS 460 L คือคำตอบของความสมบูรณ์แบบ
หลังจากได้สัมผัสทุกมิติของ Lexus LS 460 L ทั้งการออกแบบภายในภายนอก สมรรถนะ เทคโนโลยี และความสบายในการโดยสาร ผมยืนยันได้เลยว่า ยานยนต์คันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์หรู แต่เป็นผลงานชิ้นเอกที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด ความมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานใหม่ และความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคระดับสูงสุด
หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่มอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับ ทั้งความหรูหรา ความสบาย สมรรถนะ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย Lexus LS 460 L คือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาด
ก้าวสู่ประสบการณ์ใหม่ของการเดินทางสุดพิเศษ
อย่ารอช้าที่จะสัมผัสประสบการณ์อันไร้ที่สิ้นสุดของ Lexus LS 2018 จองการทดลองขับวันนี้ เพื่อค้นพบความสมบูรณ์แบบที่รอคุณอยู่ และยกระดับทุกการเดินทางให้กลายเป็นช่วงเวลาอันน่าจดจำ.