
เลกซัส ประเทศไทย: ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมเปิดตัว Lexus RZ 450e ยกระดับประสบการณ์การขับขี่หรู
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งของอุตสาหกรรมรถยนต์มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยนตรกรรมไฟฟ้า (Electric Vehicle – EV) ไม่ใช่เพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นการพลิกโฉมครั้งใหญ่ที่กำหนดทิศทางอนาคต และในโอกาสอันสำคัญนี้ เลกซัส ประเทศไทย ซึ่งครบรอบ 30 ปีแห่งการเดินทางร่วมกับผู้บริโภคชาวไทย ได้ประกาศศักดาของการเป็นผู้นำในยุคใหม่นี้อย่างชัดเจน ผ่านการจัดแสดงเทคโนโลยีและยนตรกรรมอันล้ำสมัย ภายใต้แนวคิด “A NEW ELECTRIFIED ERA BEGINS” ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44
Lexus RZ 450e: เอกลักษณ์แห่งยนตรกรรมไฟฟ้า 100% ที่สมบูรณ์แบบ
หัวใจสำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้ คือการเปิดตัว “The New All-Electric Lexus RZ 450e” รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง โดยไม่ได้เป็นการดัดแปลงจากพื้นฐานรถยนต์สันดาป แต่เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ทั้งหมด เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า และสะท้อนปรัชญา “Lexus Driving Signature” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จากประสบการณ์ของผม การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า 100% ให้สามารถคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้นั้น เป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับ “ความรู้สึก” ในการขับขี่อย่างเลกซัส แต่ Lexus RZ 450e ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เป็นไปได้
ภายใต้โครงสร้างตัวถัง e-TNGA ที่เลกซัสพัฒนาขึ้นอย่างพิถีพิถัน การวางตำแหน่งแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่เหมาะสม ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำมาก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการทรงตัวและการตอบสนองที่เฉียบคม ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยี DIRECT4 AWD ที่กระจายแรงขับไปยังล้อหน้าและล้อหลังตามสภาวะการขับขี่แบบเรียลไทม์ ช่วยให้ทุกการสั่งการของผู้ขับขี่ได้รับการตอบสนองที่ฉับไว ให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถยนต์ได้อย่างน่าทึ่ง ประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่น นุ่มนวล แต่ก็เปี่ยมด้วยพละกำลังเมื่อต้องการ คือสิ่งที่ผมสัมผัสได้ถึงศักยภาพของ RZ 450e
ดีไซน์ของ Lexus RZ 450e ก็สะท้อนถึงความเป็นเลกซัสในยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน ด้วยแนวคิด “Seamless E-Motion” ที่สื่อถึงความพลิ้วไหวอันเป็นธรรมชาติของรถยนต์ไฟฟ้า กระจังหน้า Spindle Body ที่ได้รับการตีความใหม่ ผสานศิลปะการออกแบบเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตอันล้ำสมัย เป็นเอกลักษณ์ที่มองเห็นได้แต่ไกล ส่วนดีไซน์ด้านหลังที่เน้นความเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความเฉียบคมของเส้นไฟ LED ลากยาว สร้างมิติและความโดดเด่น
ภายในห้องโดยสาร ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “TAZUNA COCKPIT” ซึ่งเน้นให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง สัมผัสได้ถึงการเชื่อมต่อกับธรรมชาติผ่านหลังคากระจกพาโนรามาพร้อมฟังก์ชันปรับลดแสงอัจฉริยะ การควบคุมฟังก์ชันต่างๆ เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ สะดวกสบาย และไม่รบกวนสมาธิในการขับขี่ วัสดุที่ใช้ภายในก็สะท้อนถึงความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม ด้วยการเลือกใช้ Ultra-suede ที่ผลิตจากพืช ซึ่งให้สัมผัสที่หรูหราคล้ายหนังกลับคุณภาพสูง
สมรรถนะของ Lexus RZ 450e ก็ไม่เป็นรองใคร ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 71.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงได้ถึง 80% ภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ให้กำลังรวมทั้งระบบ 308 แรงม้า และอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 5.3 วินาที ระยะทางการขับขี่ที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ EV นานถึง 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร ยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
Lexus RX 450h+ PHEV: ที่สุดแห่งครอสโอเวอร์หรู พร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์
ในฐานะรถยนต์ที่ได้รับรางวัล “Car of The Year 2023” และเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้าทั่วโลกมาตลอด 24 ปี Lexus RX ยังคงรักษามาตรฐานความเป็นยนตรกรรมครอสโอเวอร์หรูอันดับต้นๆ ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น สำหรับรุ่น RX 450h+ Plug-in Hybrid (PHEV) นี้ คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ไฮบริด และพลังงานไฟฟ้า 100%
การออกแบบภายนอกยังคงเอกลักษณ์ของ Spindle Grille และ Spindle Body ที่ทันสมัย แต่เสริมด้วยเส้นสายที่ไหลลื่นต่อเนื่อง ทำให้รถดูสง่างาม และทรงพลัง ภายในห้องโดยสารยังคงไว้ซึ่งความเงียบสงบ กว้างขวาง และใช้วัสดุคุณภาพสูง เช่น Semi-Aniline Leather พร้อมด้วย Panorama Glass Roof ที่มอบมุมมองที่เปิดกว้าง
สิ่งที่ทำให้ RX 450h+ โดดเด่นคือ สถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบ GA-K Platform ที่ทำให้ตัวรถมีขนาดใหญ่ขึ้น จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง ประกอบกับช่วงล่าง Multi-Link และ Adaptive Variable Suspension ที่ปรับระดับได้อัตโนมัติ ส่งผลให้การทรงตัว การเกาะถนน และการตอบสนองเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม ตอกย้ำ “Lexus Driving Signature” ที่เป็น DNA ของแบรนด์
เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยก็จัดเต็ม ทั้ง Head-up Display, หน้าจอสัมผัสขนาด 14 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย, ระบบ Lexus Climate Concierge, ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ Lexus Teammate Advanced Park, LEXUS SAFETY SYSTEM PLUS (LSS+) และระบบกลอนประตูอิเล็กทรอนิกส์ E-LATCH ที่มาพร้อมกับระบบ Safe Exit Assist เพื่อความปลอดภัยสูงสุด การรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไฮบริด นานถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เป็นอีกหนึ่งความมั่นใจที่เลกซัสมอบให้
Lexus UX 300e และ UX 250h: ยนตรกรรมทางเลือกสำหรับชีวิตคนเมือง
สำหรับผู้ที่มองหายานยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ตอบโจทย์การขับขี่ในเมือง Lexus UX 300e คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ด้วยสถาปัตยกรรมตัวถัง GA-C ที่มีน้ำหนักเบา แข็งแกร่ง จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างคล่องแคล่ว มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 201 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ 54 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้ระยะทางขับขี่ 360 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
ส่วน Lexus UX 250h คือ Luxury compact crossover ที่ผสมผสานดีไซน์ที่โดดเด่น เส้นสายเฉียบคม ปราดเปรียว พร้อมเครื่องยนต์ระบบไฮบริด 2.0 ลิตร ที่ให้สมรรถนะทรงพลังและประหยัดน้ำมัน การออกแบบภายในเน้นความสะดวกสบายทันสมัย ด้วยหน้าจอ Touch Screen ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว และช่อง USB-C ที่เพียงพอต่อการใช้งาน
ทั้งสองรุ่นของ UX ได้รับการออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่
Lexus ES และ IS: ยนตรกรรมซีดานหรู สะท้อนภาพลักษณ์และความเหนือระดับ
Lexus ES ในเจเนอเรชั่นที่ 7 ยังคงยืนหยัดในฐานะ Executive Sedan ขนาดกลางที่โดดเด่นด้วยความนุ่มนวลในการขับขี่ ความเงียบภายในห้องโดยสาร และความประณีตในทุกรายละเอียด การออกแบบภายนอกให้ความรู้สึกสปอร์ต หรูหรา พร้อมไฟหน้า 3-eye LED Headlamps และเทคโนโลยี Blade Scan Adaptive High-beam System ที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในยามค่ำคืน
สำหรับ Lexus IS 300h คือสุดยอดสปอร์ตซีดานหรู ที่มอบเอกลักษณ์การขับขี่แบบ “Lexus Driving Signature” ได้อย่างชัดเจน การออกแบบภายนอกที่เฉียบคม ดุดัน และสมรรถนะที่ทรงพลัง เกิดจากการพัฒนาและทดสอบในสนามแข่ง Shimoyama ทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความเร้าใจในการควบคุม
ทั้งสองรุ่นยังคงมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลก LEXUS SAFETY SYSTEM PLUS (LSS+) และสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถัง GA-K Platform ที่มอบการทรงตัวและการควบคุมที่ดีเยี่ยม
Lexus LS: ยนตรกรรมเรือธง สัมผัสความหรูหราเหนือระดับแบบ First Class
Lexus LS คือยนตรกรรมรุ่นเรือธง (Flagship) ที่สะท้อนปรัชญา “Craftsmanship” และความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในทุกรายละเอียดของการผลิตล้วนเปี่ยมด้วยคุณภาพและความใส่ใจ “Takumi craftsmanship” ของช่างฝีมือชั้นครู ผสานกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เช่น เบาะนั่งที่ใช้โฟมยูรีเทนช่วยดูดซับแรงกระแทก และระบบช่วงล่าง Adaptive Variable Suspension ที่ปรับละเอียดถึง 650 ระดับ เพื่อมอบความนุ่มนวลสูงสุด
การตกแต่งภายในเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยวัสดุระดับพรีเมียม เช่น ผ้าพลีททำมือ และแก้วเจียระไนสไตล์คิริโกะคัต พร้อมหน้าจอ EMV DISPLAY ขนาด 12.3 นิ้ว ที่ใช้งานง่าย และระบบความปลอดภัย Lexus Safety System Plus เจเนอเรชั่นล่าสุด
บริการ KINTO ONE และ KINTO Experience: ประสบการณ์การใช้รถรูปแบบใหม่
เลกซัสไม่เพียงแต่พัฒนายานยนต์ แต่ยังมุ่งมั่นนำเสนอบริการที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า บริการ “Lexus KINTO ONE” โดย Toyota Leasing คือทางเลือกใหม่สำหรับการใช้รถที่มาพร้อมความสะดวกสบาย คุ้มค่า และไร้กังวล ครอบคลุมค่าบำรุงรักษา ประกันภัยชั้น 1 มีรถทดแทนระหว่างซ่อม และบริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นและไม่ต้องกังวลเรื่องราคาขายต่อ
“The Pride of Lexus Ownership”: บริการหลังการขายที่เหนือระดับ
เลกซัสให้ความสำคัญสูงสุดกับการบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจให้กับลูกค้า โดยมี “Lexus Service Guru” ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้ข้อมูลและตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา คุณภาพรถยนต์ที่เชื่อถือได้ และเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศผ่าน Lexus Service Corner 15 แห่ง ใน 8 จังหวัดใหญ่ พร้อมบริการ Home Visit Mobility Service ที่จะส่งช่างผู้เชี่ยวชาญไปดูแลลูกค้าถึงที่บ้าน
นอกจากนี้ เลกซัสยังได้นำเสนอ “Lexus Pre-owned” บริการพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการขายหรือมองหารถยนต์เลกซัสมือสองที่ไว้ใจได้ ซึ่งมอบความสะดวกสบายและความมั่นใจให้กับลูกค้า
ข้อเสนอพิเศษฉลอง 30 ปีเลกซัส ประเทศไทย
ในโอกาสพิเศษนี้ เลกซัสได้มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถยนต์เลกซัสรุ่นที่ร่วมรายการภายในงานฯ อาทิ LEXUS 30 YEARS ANNIVERSARY GIFT SET และ “LEXUS EXCLUSIVE PACKAGE STANDARD” ซึ่งเป็นโปรแกรมขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์เป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง และบริการเลขาส่วนตัว รวมถึงฟรีค่าแรงและอะไหล่ในการบำรุงรักษาตลอด 5 ปี (ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด)
การมาถึงของ Lexus RZ 450e และการจัดแสดงยนตรกรรมรุ่นต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเลกซัสในการเป็นผู้นำแห่งยุคใหม่แห่งยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล นวัตกรรมที่ล้ำสมัย และการบริการที่เหนือระดับ เลกซัสจะยังคงสร้างสรรค์ประสบการณ์อันน่าประทับใจให้กับผู้บริโภคชาวไทยต่อไป
สำหรับท่านที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส และนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าล่าสุด ขอเชิญชวนทุกท่านเยี่ยมชมบูธเลกซัสในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการ เพื่อค้นหา “Lexus Electrified” ที่ใช่สำหรับคุณ และเริ่มต้นก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืนและเหนือระดับไปพร้อมกับเลกซัส.