
เลกซัส: ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งยนตรกรรมไฟฟ้า สัมผัสประสบการณ์สุดหรูที่บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย – ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เลกซัส ประเทศไทย หนึ่งในแบรนด์รถยนต์หรูชั้นนำ ได้ประกาศการก้าวเข้าสู่ “ยุคใหม่แห่งยนตรกรรมไฟฟ้า” อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “A NEW ELECTRIFIED ERA BEGINS” ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2567 ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี การนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ผสมผสานกับสุนทรียภาพแห่งการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าชมงาน พร้อมทั้งตอกย้ำวิสัยทัศน์ระยะยาวของแบรนด์ในการพัฒนารถยนต์ที่ยั่งยืนและเปี่ยมด้วยสมรรถนะ
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะผู้นำกลุ่มเลกซัส กล่าวเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของเลกซัสในการเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่สังคมที่ปราศจากคาร์บอน “ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา เลกซัสได้สั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนารถยนต์พลังงานทางเลือก ตั้งแต่รถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกอย่าง RX 400h ในปี 2005 วิสัยทัศน์ ‘Lexus Electrified’ ได้นำพาเรามาสู่จุดยืนในปัจจุบัน ที่เราพร้อมนำเสนอทางเลือกหลากหลาย ตั้งแต่รถยนต์ไฮบริด, ปลั๊กอินไฮบริด ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า 100% เราเชื่อมั่นว่าภายในปี 2030 เลกซัสจะสามารถแนะนำรถยนต์ไฟฟ้าได้ครบทุกประเภท และตั้งเป้าหมายการขายรถยนต์ไฟฟ้า 100% ทั่วโลกภายในปี 2035 เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050”
The New All-Electric Lexus RZ: นิยามใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้า 100%
หัวใจหลักของการจัดแสดงในปีนี้คือ The New All-Electric Lexus RZ (อาร์-ซี) ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง โดยไม่ทิ้งซึ่งสุนทรียภาพและประสบการณ์การขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส หรือที่เรียกว่า “Lexus Driving Signature” การออกแบบ RZ สะท้อนแนวคิด “Seamless E-Motion” ที่สื่อถึงความพริ้วไหวของยานยนต์ไฟฟ้า ผสานกับดีไซน์ Spindle Body อันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการตีความใหม่ให้มีความทันสมัยและล้ำยุค ยิ่งไปกว่านั้น การออกแบบภายในห้องโดยสารภายใต้แนวคิด “TAZUNA COCKPIT” เน้นการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงและควบคุมได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ผู้ขับขี่ พร้อมด้วยหลังคากระจกพาโนรามาที่มาพร้อมฟังก์ชันปรับลดแสงอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มความโปร่งสบาย และเชื่อมโยงผู้โดยสารกับบรรยากาศภายนอกได้อย่างลงตัว
“Lexus RZ คือผลลัพธ์ของการทุ่มเทในการวิจัยและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง” นายศุภกร กล่าวเสริม “เราได้นำเทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังแบบ e-TNGA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ มาใช้ในการพัฒนารถรุ่นนี้ ทำให้เราสามารถวางตำแหน่งแบตเตอรี่ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ และเมื่อผสานกับการทำงานของระบบ DIRECT4 AWD ที่กระจายแรงขับเคลื่อนไปยังล้อหน้าและหลังได้อย่างแม่นยำตามสภาวะการขับขี่ ส่งผลให้ Lexus RZ สามารถตอบสนองต่อทุกการสั่งการได้อย่างฉับไว มอบความเพลิดเพลินและราบรื่นในทุกการเดินทาง”
นอกจากสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นแล้ว Lexus RZ ยังเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยระดับโลก อาทิ ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ, ระบบป้องกันการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งสวนมา (Safe Exit Assist) รวมถึงการเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในที่ให้ความรู้สึกหรูหราและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น Ultra-suede ที่ผลิตจากพืช RZ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ให้กำลังรวม 308 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 71.4 กิโลวัตต์-ชั่วโมง สามารถชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงจนถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที และมีระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ EV นานถึง 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร
ยนตรกรรมไฟฟ้าและไฮบริดอื่นๆ ที่น่าจับตามอง
นอกเหนือจาก Lexus RZ งานนี้ยังได้จัดแสดงยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีไฟฟ้าและไฮบริดหลากหลายรุ่น เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า:
The All-New RX 450h+ PHEV: ยนตรกรรม SUV หรูที่ได้รับรางวัล “Car of the Year 2023” โดดเด่นด้วยดีไซน์ Spindle Body ที่เป็นเอกลักษณ์ ระบบปลั๊กอินไฮบริดที่มอบทั้งสมรรถนะและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมห้องโดยสารที่เงียบสงบและกว้างขวาง การออกแบบภายในภายใต้ปรัชญา “Human Centric” และแพลตฟอร์ม GA-K ที่ให้การทรงตัวและการควบคุมที่ยอดเยี่ยม ผสานกับเทคโนโลยีความปลอดภัย Lexus Safety System Plus (LSS+) และระบบ E-LATCH พร้อม Safe Exit Assist (SEA) มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไฮบริดนานถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
ALL-ELECTRIC LEXUS UX 300e: ยนตรกรรมรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ “LEXUS ELECTRIFIED” ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถัง GA-C น้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 201 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ 54 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 360 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง UX 300e ออกแบบโดยเน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ฟังก์ชันการใช้งานล้ำสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการรับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร
LEXUS UX 250h: Luxury compact crossover ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองโดยเฉพาะ ด้วยดีไซน์ที่ปราดเปรียว เส้นสายเฉียบคม โดดเด่นด้วยหน้าจอ Touch Screen ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย เครื่องยนต์ระบบไฮบริด 2.0 ลิตร มอบสมรรถนะที่ทรงพลังและประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยม ผสานกับโครงสร้างตัวถัง GA-C ที่ให้การควบคุมและความสะดวกสบายเหนือระดับ
นอกจากนี้ เลกซัสยังได้นำเสนอ LEXUS ES ยนตรกรรมซีดานหรูขนาดกลางที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มนวล ความเงียบ และความประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ซึ่งเดินทางมาถึงเจเนอเรชั่นที่ 7 พร้อมดีไซน์ที่สปอร์ตเร้าใจยิ่งขึ้น และเทคโนโลยีความปลอดภัย Lexus Safety System Plus (LSS+) เจเนอเรชันที่ 2 และ LEXUS IS 300h สุดยอดสปอร์ตซีดานหรูที่ถ่ายทอด DNA แห่งสมรรถนะการขับขี่ “Lexus Driving Signature” ผ่านการทดสอบในสนามแข่ง Shimoyama ประเทศญี่ปุ่น การออกแบบภายนอกที่เฉียบคม ดุดัน กว้างขวางและยาวขึ้น เพื่อการเกาะถนนที่ดีเยี่ยม และ LEXUS LS ยนตรกรรมรุ่นเรือธง (Flagship) ที่สะท้อนปรัชญา “Craftsmanship” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยคุณภาพแห่งวิศวกรรมการผลิตระดับโลก และการตกแต่งภายในที่เน้นความปราณีตจากช่างฝีมือ ‘ทาคูมิ’ (Takumi craftsmanship)
ประสบการณ์การครอบครองเลกซัสที่เหนือกว่า
เลกซัสไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม แต่ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่เหนือระดับ ตั้งแต่การบริการหลังการขาย ไปจนถึงทางเลือกในการใช้รถที่หลากหลาย
Lexus KINTO ONE: ทางเลือกใหม่ของการใช้รถจาก Toyota Leasing สำหรับลูกค้าบุคคล ที่มอบความสะดวกสบาย คุ้มค่า และไร้กังวล ด้วยแพ็คเกจที่ครอบคลุมทั้งค่าบำรุงรักษา ประกันภัยชั้น 1 รถทดแทนระหว่างซ่อม และบริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งาน
“The Pride of Lexus Ownership”: บูทบริการหลังการขายที่มาพร้อมผู้เชี่ยวชาญ “Lexus Service Guru” ที่พร้อมให้คำแนะนำและตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา คุณภาพรถยนต์ที่ทนทานน่าเชื่อถือ และเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงบริการ Home Visit Mobility Service ที่พร้อมส่งช่างผู้เชี่ยวชาญไปดูแลลูกค้าถึงบ้าน
Lexus Pre-owned: บริการพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการขายหรือมองหารถเลกซัสคุณภาพดีที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการซื้อขายรถยนต์มือสอง
LEXUS EXCLUSIVE PACKAGE: โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์เลกซัส และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ที่มีให้เลือกหลากหลายระดับ ทั้ง Standard, Plus, และ Premium เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
LEXUS Elite Club: สมาชิกแอปพลิเคชันที่จะช่วยอำนวยความสะดวกตลอดการใช้รถเลกซัส พร้อมรับสิทธิพิเศษจากร้านค้าชั้นนำต่างๆ
“ปีนี้ ถือเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของเลกซัส ประเทศไทย” นายศุภกร กล่าวปิดท้าย “เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและร่วมเดินทางกับเรามาโดยตลอด การเปิดตัว The New All-Electric Lexus RZ และยนตรกรรมรุ่นอื่นๆ ที่จัดแสดงในงานนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย พร้อมประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และการบริการที่เปี่ยมด้วยคุณภาพแบบ ‘Omotenashi’ เราขอเชิญชวนทุกท่านสัมผัสประสบการณ์เหล่านี้ด้วยตนเองที่บูทเลกซัสภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 และค้นพบยุคใหม่แห่งยนตรกรรมไฟฟ้าไปพร้อมกับเลกซัส”
เพื่อสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษแห่งโลกยานยนต์ไฟฟ้า และค้นพบยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ เชิญเยี่ยมชมบูทเลกซัสที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือติดต่อผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและทดลองขับรถยนต์รุ่นที่คุณสนใจ