
BMW ซีรีส์ 5 และ 3: สัมผัสประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ ชิงรางวัล Car & Bike of the Year 2021
ปี 2020 ถือเป็นปีที่ BMW กรุ๊ป ประเทศไทย ประสบความสำเร็จอย่างสูง แม้จะอยู่ภายใต้ความท้าทายของสถานการณ์โควิด-19 และในปี 2021 นี้ ก็ได้สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้ง เมื่อแบรนด์รถยนต์พรีเมียมจากเยอรมนี กวาดรางวัลอันทรงเกียรติถึง 12 รางวัล จากเวที Car & Bike of the Year 2021 ในบรรดารถยนต์ที่ได้รับรางวัล BMW 520d M Sport ซึ่งคว้ารางวัล Best Diesel Mid-Size Sedan ได้มีโอกาสให้เราได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันน่าประทับใจ
BMW ไม่เพียงแต่จัดกิจกรรมทดสอบเพียงรุ่นเดียว แต่ได้เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ถึง 3 รุ่น ได้แก่ BMW 520d M Sport, BMW 530e M Sport และ BMW 330Li M Sport บนสนามปทุมธานี สปีดเวย์ การทดสอบครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การพิสูจน์ประสิทธิภาพของระบบต่างๆ บนสนามแข่ง เช่น การทดสอบ Elk Test หรือการหลบหลีกสิ่งกีดขวางฉับพลัน รวมถึงการประเมินศักยภาพของระบบช่วงล่างและระบบขับเคลื่อนต่างๆ อย่าง Integral Active Steering ใน BMW 530e M Sport ที่ช่วยในการบังคับเลี้ยวล้อหลังเพื่อการเข้าโค้งที่แม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน Stop & Go, ระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน และระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมช่วยเบรก
นอกเหนือจากการทดสอบในสนามแข่ง BMW กรุ๊ป ประเทศไทย ยังได้เปิดโอกาสให้นำรถยนต์ทั้ง 3 รุ่น ออกไปวิ่งบนถนนจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมทดสอบได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ทั้งความคล่องตัว ความสะดวกสบายในการเดินทางของทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เป็นที่น่าจับตาว่า BMW ซีรีส์ 5 และซีรีส์ 3 ที่เราจะได้สัมผัส จะมอบความเร้าใจและประสบการณ์ที่ตรงตามความคาดหวังของเราหรือไม่
BMW ซีรีส์ 5: ความลงตัวระหว่างความหรูหราและสมรรถนะทรงพลัง
เริ่มต้นการสัมผัสประสบการณ์กับ BMW ซีรีส์ 5 ในสองรุ่นย่อยที่น่าสนใจ: BMW 520d M Sport และ BMW 530e M Sport
BMW 520d M Sport และ 530e M Sport: การออกแบบภายนอกที่สะท้อนถึงความเป็นสปอร์ตหรู
เมื่อพิจารณาดีไซน์ภายนอกของ BMW ซีรีส์ 5 เจเนอเรชั่นที่ 7 จะเห็นถึงความแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน การออกแบบเน้นเส้นสายที่เฉียบคมและทรงพลัง ตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย กระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ขึ้น 20% ในรูปทรงแปดเหลี่ยมใหม่ ล้อมรอบด้วยกรอบที่เชื่อมต่อเป็นชิ้นเดียว ส่วนบนของซี่กระจังหน้ายื่นออกมาเล็กน้อย รับกับไฟหน้า Adaptive LED ดีไซน์เรียวยาว รูปตัว L พร้อมช่องดักอากาศแนวตั้งบริเวณกันชนหน้า ด้านท้ายรถโดดเด่นด้วยเส้นสายที่คมชัดและทรงพลัง ไฟท้าย LED แบบสามมิติ รูปตัว L ดีไซน์เชื่อมต่อกับไฟหน้าอย่างลงตัว พร้อมกรอบสีดำ ไฟท้ายและไฟเบรกผสานกันอย่างกลมกลืน ท่อไอเสียทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่ท้ายรถทั้งสองด้าน ถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของกันชนหลังได้อย่างลงตัว มิติของรถยาวขึ้นเป็น 4,963 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 27 มิลลิเมตรจากรุ่นก่อนหน้า) ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ที่ 0.23 มาพร้อมชุดแต่ง M Aerodynamics และล้ออัลลอย M น้ำหนักเบา Double-spoke ขนาด 18 นิ้ว สำหรับ 520d M Sport และล้ออัลลอย M น้ำหนักเบา Y-spoke แบบสลับสี ขนาด 19 นิ้ว สำหรับ 530e M Sport
ขุมพลังที่เหนือกว่า: ดีเซลทรงพลังและปลั๊กอินไฮบริดอัจฉริยะ
BMW 520d M Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 7.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สำหรับ BMW 530e M Sport มาพร้อมระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริด ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 184 แรงม้า (ที่ 5,000 – 6,500 รอบต่อนาที) พร้อมแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร (ที่ 1,350 – 4,000 รอบต่อนาที) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 292 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 420 นิวตันเมตร ระบบ XtraBoost สามารถเสริมกำลังได้อีก 40 แรงม้า เป็นเวลา 10 วินาทีเมื่อขับขี่ในโหมด SPORT อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ภายใน 5.9 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 52 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) จากแบตเตอรี่แรงดันสูงความจุ 12.0 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่ติดตั้งอยู่ใต้เบาะหลัง
ระบบช่วงล่างและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่เหนือระดับ
BMW ซีรีส์ 5 ยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านการขับขี่ ด้วยฐานล้อที่ยาวและกว้าง การออกแบบเน้นน้ำหนักเบา และการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ช่วงล่างมาพร้อมเพลาหน้าแบบปีกนกคู่ และเพลาหลังแบบ five-link โดยเฉพาะในรุ่น 530e M Sport ที่มาพร้อมระบบ Integral Active Steering ซึ่งช่วยปรับองศาของล้อหลังเพื่อการเข้าโค้งที่แม่นยำยิ่งขึ้น เพิ่มความคล่องตัวเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ในขณะที่ 520d M Sport มาพร้อมช่วงล่างแบบ M Sport ส่วน 530e M Sport ใช้ช่วงล่างแบบ Adaptive
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (Driving Assistant) ในทั้งสองรุ่น ประกอบด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน Stop & Go (ใน 530e M Sport) หรือระบบควบคุมความเร็วคงที่พร้อมฟังก์ชันช่วยลดความเร็ว (ใน 520d M Sport) และระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยอื่นๆ เช่น เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน, ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง, ระบบ Active Protection และเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดหน้า-หลัง โดย 530e M Sport ยังเสริมด้วยกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Surround View Camera) และระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติรุ่น Plus (Parking Assistant Plus)
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราที่เน้นผู้ขับขี่และเทคโนโลยีล้ำสมัย
การออกแบบภายในยังคงเน้นความสง่างามและความล้ำสมัย โดยให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่เป็นหลัก การตกแต่งใช้วัสดุพรีเมียมและงานฝีมือที่ประณีต คอนโซลกลางสีดำเงา ตัดกับพวงมาลัย M Sport หุ้มหนัง เบาะหนังแท้ Dakota ในทั้งสองรุ่น พร้อมการตกแต่งภายในด้วยอลูมิเนียมลาย Rhombicle Smoke Grey และแถบโครเมียม
ระบบความบันเทิงประกอบด้วยจอ BMW Head-up Display และระบบ BMW Live Cockpit Professional แสดงผลบนจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานบนระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7 รองรับระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะ (Comfort Access System) และ BMW Digital Key ที่เปลี่ยน iPhone ให้เป็นกุญแจรถ ผู้ขับขี่สามารถควบคุมระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอสัมผัส, ระบบ iDrive, ปุ่มมัลติฟังก์ชั่นบนพวงมาลัย, ระบบสั่งงานด้วยเสียงผ่าน BMW Intelligent Personal Assistant และ BMW Gesture Control
สัมผัสประสบการณ์จริง: BMW 520d M Sport – สมดุลที่ลงตัวสำหรับชีวิตประจำวัน
การทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้ความรู้สึกเร้าใจและใกล้เคียงกับตัวเลขที่ BMW เคลมไว้ ระบบช่วงล่างให้ความมั่นใจในการเข้าโค้ง หนึบแน่น ขับสนุก ตอบโจทย์ทั้งความหรูหราและความเร็ว การเข้าโค้งที่หนักหน่วงยังรู้สึกได้ถึงประสิทธิภาพที่เอาอยู่ และการทดสอบสลาลอมยังแสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวสำหรับรถขนาดนี้ การทดสอบหลบสิ่งกีดขวางยังสร้างความอุ่นใจในกรณีฉุกเฉิน
สำหรับการโดยสารทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหลัง ยังคงความสะดวกสบาย ไม่เหนื่อยล้าทั้งในการขับขี่ในเมืองและทางไกล BMW 520d M Sport ยังคงเป็นรถยนต์ในกลุ่ม Executive car ที่โดดเด่นในเซกเมนต์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งความสบายในการขับขี่และสมรรถนะที่เร้าใจในยามที่ต้องการปลดปล่อย พร้อมความมั่นใจในระบบความปลอดภัย
สัมผัสประสบการณ์จริง: BMW 530e M Sport – พลังไฟฟ้าพร้อมความแรงที่เหนือกว่า
ด้วยพละกำลังรวม 292 แรงม้าและแรงบิด 420 นิวตันเมตร BMW 530e M Sport มอบอัตราเร่งที่เร้าใจกว่า 520d M Sport อย่างชัดเจน การเร่งแซงทำได้อย่างทันใจ ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ (Integral Active Steering) ทำให้รถรุ่นนี้มีความคล่องตัวกว่า 520d M Sport อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในการทดสอบ Elk Test และสลาลอม ที่สามารถควบคุมรถได้ง่ายขึ้น การโยนตัวน้อยลง และวงเลี้ยวแคบลง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน Stop & Go ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ช่วยลดภาระการขับขี่ โดยเฉพาะการเดินทางไกลหรือบนทางด่วน
ในการใช้งานจริงบนสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทย BMW 530e M Sport มอบความรู้สึกมั่นใจในการขับขี่ ขับสบาย สมรรถนะดี ช่วงล่างเอาอยู่ พวงมาลัยคม การเปลี่ยนโหมดขับขี่ไปสู่ Sport ยังมอบความรู้สึกที่น่าประทับใจ ไม่รู้สึกว่ารถเร็วเกินกว่าที่ควรจะเป็น แม้ตัวเลขความเร็วบนหน้าจอจะบ่งบอกถึงสมรรถนะที่สูง ในภาพรวม BMW 530e M Sport เหมาะสำหรับผู้บริหารที่ต้องการความหรูหรา ประสิทธิภาพสูง พร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดที่ตอบสนองทุกอารมณ์การขับขี่
BMW 330Li M Sport: สุนทรีย์แห่งความสปอร์ตหรูบนฐานล้อยาว
ต่อจากซีรีส์ 5 มาพบกับ BMW 330Li M Sport ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน
BMW 330Li M Sport: ดีไซน์สปอร์ตหรู ยืดขยายเพื่อความสบาย
BMW 330Li M Sport เป็นซีรีส์ 3 Gran Sedan รุ่นฐานล้อยาว ที่ผสมผสานความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวเข้ากับความโอ่อ่าและสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ด้วยฐานล้อยาวขึ้นกว่ารุ่นปกติถึง 110 มิลลิเมตร ทำให้มิติความยาวรวม 4,819 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,827 มิลลิเมตร และความสูง 1,441 มิลลิเมตร บริเวณประตูหลังยาวขึ้น 110 มิลลิเมตร ส่งผลให้พื้นที่ห้องโดยสารแถวหลังยาวขึ้นอีก 43 มิลลิเมตร
ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ รับกับไฟหน้า LED ทรงเรียวยาว กรอบหน้าต่างดีไซน์ Hofmeister Kink ที่ผสานกับเสา C ไฟท้าย LED ทรงตัว L เพรียวบาง และท่อไอเสียแบบคู่
ขุมพลังที่น่าทึ่ง: ประสิทธิภาพเหนือชั้นในขนาดคอมแพคท์
หัวใจของ BMW 330Li M Sport คือเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า (ที่ 5,000 – 6,500 รอบต่อนาที) และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร (ที่ 1,550 – 4,400 รอบต่อนาที) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ภายใน 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 8 จังหวะ รองรับระบบ Driving Experience Control ที่มีโหมด COMFORT, SPORT และ ECO PRO มาพร้อมล้ออัลลอย M ขนาด 18 นิ้วลาย Double-spoke สลับสี การตกแต่งภายในด้วยพวงมาลัย M Sport คอนโซลด้านบนบุด้วยหนัง Sensatec และอลูมิเนียมลาย Tetragon
เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและเชื่อมต่อครบครัน
ระบบความปลอดภัยของ 330Li M Sport ครอบคลุมด้วยระบบช่วยนำเข้าที่จอดอัตโนมัติรุ่น Plus, เซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดหน้า-หลัง, กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง, BMW Head-up Display และระบบ BMW Live Cockpit Professional บนระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7.0 พร้อม BMW Intelligent Personal Assistant และ BMW Gesture Control
สัมผัสประสบการณ์จริง: BMW 330Li M Sport – ความสบายเหนือชั้นในซีรีส์ 3
จุดเด่นที่สัมผัสได้ทันทีคือพื้นที่โดยสารตอนหลังที่ยาวขึ้น 43 มิลลิเมตร ส่งผลให้ Leg room กว้างขวาง ผู้โดยสารเข้า-ออกสะดวก เบาะหลังนุ่มสบาย พร้อมระบบปรับอากาศแยก 3 โซน และหลังคาพาโนรามิครูฟ ทำให้ซีรีส์ 3 รุ่นนี้มอบความสบายในการนั่งมากกว่ารุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน
ด้านสมรรถนะการขับขี่ อัตราเร่งจัดจ้านเกินตัว การ kick-down ให้ความรู้สึกดึงเร้าใจ ไม่แพ้ซีรีส์ 5 ทั้งสองรุ่น การทดสอบ Elk Test และสลาลอมยังแสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวตามสไตล์ซีรีส์ 3 พวงมาลัยคม ช่วงล่างแน่น และฐานล้อที่ยาวขึ้นยังช่วยเพิ่มความมั่นคง เมื่อลองนั่งเบาะหลังและให้ช่างภาพทดลองขับ พบว่าอาการโยนตัวน้อยกว่าที่คาดไว้ แสดงให้เห็นถึงการเซ็ตช่วงล่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับการใช้งานทั้งเป็นผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
สรุป: BMW 330Li M Sport – ความคุ้มค่าที่ลงตัวสำหรับยุคใหม่
BMW 330Li M Sport ถือเป็นรถ Compact executive car รุ่น Gran Sedan หรือ Long Wheel Base (LWB) รุ่นแรกในตระกูลซีรีส์ 3 ที่นำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย มอบความคุ้มค่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถหรู สมรรถนะเยี่ยม ในขนาดที่คล่องตัว และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารตอนหลัง ทั้งคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนฝูง นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้บริหารที่ต้องการรถขนาดพอเหมาะสำหรับใช้ในเมือง มีความโฉบเฉี่ยวและหรูหราในเวลาเดียวกัน
บทสรุปประสบการณ์การขับขี่
การทดสอบ BMW 520d M Sport, 530e M Sport และ 330Li M Sport บนสนามแข่งขันและบนถนนจริง แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็เพียงพอที่จะประเมินสมรรถนะและบุคลิกของแต่ละรุ่นได้อย่างชัดเจน ไม่มีรุ่นใดดีที่สุดแบบเบ็ดเสร็จ ขึ้นอยู่กับความต้องการและการตัดสินใจของผู้ขับขี่แต่ละท่าน แม้จะยังไม่ได้สัมผัสการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างเต็มรูปแบบ แต่การทดสอบนี้ก็ทำให้เราเห็นภาพรวมของสมรรถนะและคาแรคเตอร์ของแต่ละรุ่นได้อย่างดี
การแข่งขันในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมยังคงดุเดือด BMW ทำผลงานได้ดีในปีที่ผ่านมา แต่คู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz และ Audi ก็ยังคงเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามอง ยิ่งมีการแข่งขันมากเท่าใด ผู้บริโภคยิ่งเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์สูงสุด
BMW ซีรีส์ 7 ใหม่: ยกระดับความหรูหราและสมรรถนะสู่ขีดสุด
นอกเหนือจากการทดสอบซีรีส์ 5 และ 3 แล้ว BMW ยังได้เผยโฉม BMW ซีรีส์ 7 ใหม่ ซึ่งเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่มาพร้อมการปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายนอกให้ดูหรูหราและดุดันยิ่งขึ้น สะท้อนถึงบุคลิกและความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ โดยมีรุ่นย่อยหลักคือ 730Ld sDrive M Sport และ 745Le xDrive M Sport (PHEV) ซึ่งทั้งสองรุ่นได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากสมรรถนะอันเป็นเลิศของยนตรกรรมระดับเรือธง ด้วยการสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกสบายสูงสุดขณะเดินทางและความคล่องตัวบนท้องถนน
BMW ซีรีส์ 7 ใหม่: ดุดันขึ้น สง่างามยิ่งขึ้น
การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดคือกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ขึ้นถึง 30% พร้อมขอบโครเมียมที่เชื่อมต่อกันเป็นชิ้นเดียว และระบบ Active Air Flap Control ที่ช่วยควบคุมการเปิด-ปิดแผ่นในกระจังหน้าเพื่อระบายความร้อนเครื่องยนต์อัตโนมัติ ไฟหน้าทรงเรียวยาว ในรุ่น 730Ld sDrive M Sport มาพร้อมระบบ Adaptive LED ส่วนรุ่น 745Le xDrive M Sport ได้รับการติดตั้งระบบ BMW Laserlight อันล้ำสมัย ด้านหน้าของรถยังมีความยาวเพิ่มขึ้น 50 มิลลิเมตร พร้อมการปรับโฉมฝากระโปรงหน้าให้มีเส้นสายที่เฉียบคมและทรงพลังยิ่งขึ้น ตราสัญลักษณ์ BMW บนฝากระโปรงหน้าก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเช่นกัน
ช่องดักอากาศด้านล่างกระจังหน้ามาพร้อมแผ่นปรับทิศทางลมเพื่อสร้างการไหลเวียนอากาศไปยังระบบเบรกและช่องดักลม Air Curtains ดีไซน์รูปตัว L พร้อมขอบโครเมียม ด้านข้างของรถโดดเด่นด้วยช่องดักอากาศทรงแนวตั้ง 90 องศา ที่ไม่เพียงช่วยเสริมความชัดเจนของดีไซน์ แต่ยังช่วยพัฒนาการไหลเวียนอากาศผ่านซุ้มล้อ ลดแรงต้านลม มาในสีดำ Dark Chrome จากชุดแต่ง BMW Individual high-gloss Shadow Line สำหรับทั้งสองรุ่นย่อย
ส่วนท้ายรถได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความแปลกตา สะท้อนถึงงานดีไซน์ด้านหน้า พร้อมท่อไอเสียขอบโครเมียมขนาดใหญ่ขึ้น ไฟท้ายทรงเรียวยาวสามมิติแบบใหม่ สีดำ/แดง มีความเพรียวกว่ารุ่นก่อนหน้าประมาณ 35 มิลลิเมตร พร้อมเส้นไฟด้านล่างที่ลากยาวเชื่อมต่อระหว่างไฟท้ายทั้งสองข้าง ล้ออัลลอย M ลาย Star-spoke ขนาด 20 นิ้วในรุ่น 745Le xDrive M Sport และลาย Double-spoke สลับสี ขนาด 19 นิ้วในรุ่น 730Ld sDrive M Sport
ขุมพลังแห่งอนาคต: ปลั๊กอินไฮบริดประสิทธิภาพสูงและดีเซลที่ทรงพลัง
BMW 745Le xDrive M Sport ใหม่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริดที่ล้ำสมัย ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ เทคโนโลยี BMW EfficientDynamics และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 290 กิโลวัตต์ / 394 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 600 นิวตันเมตร ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic Sport 8 จังหวะ สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 5.1 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วสูงสุดในการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าล้วนเพิ่มขึ้นเป็น 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนรุ่นใหม่มีความจุ 12 กิโลวัตต์ชั่วโมง ขยายระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 50-58 กิโลเมตร (ตามการทดสอบ NEDC)
สำหรับ BMW 730Ld sDrive M Sport ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 195 กิโลวัตต์ / 265 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร (ที่ 2,000 – 2,500 รอบต่อนาที) ทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ ร่วมกับระบบช่วงล่างแบบถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ และเทคโนโลยีแชสซีใหม่ Executive Drive Pro
ห้องโดยสาร: สวรรค์แห่งความหรูหราและการผ่อนคลาย
ภายในห้องโดยสารของ BMW ซีรีส์ 7 ใหม่ สะท้อนถึงความหรูหราขั้นสูงสุด เบาะหนังแท้ Nappa ลายใหม่ปรับไฟฟ้า มาพร้อมระบบระบายอากาศทั้งตอนหน้าและตอนหลัง รวมถึงระบบนวดผ่อนคลายสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหลัง การตกแต่งภายในด้วยลวดลายไม้สร้างบรรยากาศที่หรูหราและผ่อนคลาย BMW 745Le xDrive M Sport ยังมาพร้อมหลังคากระจก Panorama Sky Lounge ที่สามารถสร้างบรรยากาศสุดพิเศษด้วยแสงธรรมชาติและชุดไฟ Ambient Light
พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังแท้ จอระบบสัมผัสความละเอียดสูงบริเวณเบาะหลัง ระบบ BMW Live Cockpit Professional พร้อมระบบนำทาง จอแสดงผลดิจิทัลบนแผงคอนโซลขนาด 12.3 นิ้ว และจอ Control Display ขนาด 10.25 นิ้ว ทำงานด้วยระบบประมวลผล BMW Operating System 7.0 ควบคู่กับ BMW ConnectedDrive และระบบผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ BMW Intelligent Personal Assistant พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง
สำหรับผู้โดยสารเบาะหลัง สามารถเพลิดเพลินกับหน้าจอขนาด 10 นิ้ว ความละเอียด Full HD ถึงสองจอ พร้อมเครื่องเล่น Blu-ray ผู้โดยสารสามารถใช้หน้าจอควบคุมระบบนำทางและฟังก์ชันออนไลน์ต่างๆ ของรถได้โดยตรงจากเบาะหลัง นอกจากนี้ เสียงรบกวนจากภายนอกยังถูกกลั่นกรองออกไปด้วยกระจกกันเสียงหนา 5.1 มิลลิเมตร และฉนวนกันเสียงเพิ่มเติมรอบซุ้มล้อหลัง เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจที่สุด
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ผสมผสานสมรรถนะที่เร้าใจ, เทคโนโลยีล้ำสมัย, และความหรูหราเหนือระดับ BMW ซีรีส์ 5 และ 3 ใหม่ คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม เชิญสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่าย BMW ทั่วประเทศ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายทดลองขับพิเศษ!