
เปิดตัวแล้ว! Mitsubishi Xpander 2026 มิติใหม่ MPV 7 ที่นั่ง Hybrid ครั้งแรกในไทย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท
กรุงเทพมหานคร – สิงหาคม 2026 – ตลาดรถยนต์ MPV 7 ที่นั่งในประเทศไทยถึงจุดเดือดอีกครั้งกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Mitsubishi Xpander 2026 ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “นิยามใหม่แห่ง MPV อเนกประสงค์” มาพร้อมดีไซน์ที่ผสมผสานความลงตัวระหว่าง MPV และ SUV ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Hybrid ล่าสุด และครั้งแรกกับเทคโนโลยี e-Assist ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้เหนือกว่าคู่แข่ง
การรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว! หลังจากที่ Xpander ได้สร้างปรากฏการณ์ยอดจองถล่มทลายในประเทศอินโดนีเซีย จนต้องเลื่อนแผนการส่งออกหลายครั้ง ล่าสุด มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ก็ได้เผยโฉมอย่างเป็นทางการในงาน Bangkok International Motor Show 2026 พร้อมประกาศราคาเริ่มต้นที่ 799,000 บาท ดึงดูดใจครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการความอเนกประสงค์ ความคุ้มค่า และเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ดีไซน์ Dynamic Shield X กับความลงตัวที่สมบูรณ์แบบ
Mitsubishi Xpander 2026 มาพร้อมการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Dynamic Shield X ที่เป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ ผสมผสานความแข็งแกร่งแบบ SUV เข้ากับความลู่ลมแบบ MPV ตัวถังภายนอกสะดุดตาด้วยเส้นสายที่คมคาย และมิติที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ทำให้ Xpander ดูโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง
มิติตัวถัง:
ยาว: 4,596 มิลลิเมตร
กว้าง: 1,790 มิลลิเมตร
สูง: 1,750 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ: 2,775 มิลลิเมตร
Ground Clearance: 205 มิลลิเมตร
มิติเหล่านี้ ทำให้ Xpander มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางที่สุดในกลุ่ม สามารถรองรับผู้โดยสาร 7 ที่นั่งได้อย่างสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่ยืดหยุ่นสูงสุด นอกจากนี้ Ground Clearance ที่สูงถึง 205 มม. ยังช่วยให้ Xpander ลุยได้ทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นทางเรียบในเมือง หรือทางขรุขระนอกเมือง
การออกแบบภายนอกที่โดดเด่น:
Dynamic Shield X: ดีไซน์กระจังหน้าเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ ที่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและทันสมัย
ไฟหน้า LED 3 ระดับ: แยกตำแหน่งไฟหน้า ไฟ DRL และไฟตัดหมอกอย่างชัดเจน เพื่อทัศนวิสัยที่ดีที่สุดในทุกสภาพอากาศ
ไฟท้าย LED L-Shape: ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และเพิ่มความพรีเมียม
ล้ออัลลอย 17 นิ้ว: ดีไซน์ทูโทนเพิ่มความสปอร์ต
มือเปิดประตูโครเมียม: เพิ่มความหรูหรา
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED: ปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้า
ขุมพลัง Hybrid ล่าสุด กับสมรรถนะที่เหนือกว่า
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi Xpander 2026 แตกต่างจากคู่แข่ง คือขุมพลัง Hybrid ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้สมรรถนะที่เหนือกว่า พร้อมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ประหยัดเป็นเยี่ยม
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง:
เครื่องยนต์: 4A92 MIVEC Hybrid 1.5 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว
มอเตอร์ไฟฟ้า: 2 ตัว แยกทำหน้าที่ขับเคลื่อนและสร้างพลังงาน
แบตเตอรี่: Lithium-ion ความจุสูง พร้อมระบบจัดการความร้อนอัจฉริยะ
ระบบส่งกำลัง: e-CVT พร้อมโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ (Eco, Normal, Sport, EV)
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน: ประหยัดสูงสุด 25 กม./ลิตร
ปล่อย CO2: ต่ำกว่า 100 กรัม/กม. (เข้าเกณฑ์ Eco Car Phase 2)
เทคโนโลยี e-Assist ช่วยให้ Xpander สามารถวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ในความเร็วต่ำ เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง ช่วยลดมลพิษและประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ ระบบยังสามารถ Regenerative Braking ที่ดึงพลังงานจากการเบรกกลับมาเก็บในแบตเตอรี่ ทำให้ได้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมและประหยัดน้ำมันในเวลาเดียวกัน
ภายในห้องโดยสาร “Comfort First” กับพื้นที่ที่กว้างขวาง
Mitsubishi Xpander 2026 ออกแบบภายในภายใต้คอนเซปต์ “Comfort First” ที่เน้นความสะดวกสบายของผู้โดยสารทุกตำแหน่ง เบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง พร้อมฟังก์ชันที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ทุกการใช้งานของครอบครัว
เบาะนั่งและพื้นที่ภายใน:
เบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง: พร้อมพื้นที่วางขาที่กว้างขวางในทุกแถว
เบาะนั่งแถวที่ 2: แยกพับ 60:40 พับราบได้ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน
เบาะนั่งแถวที่ 3: แยกพับ 50:50 สามารถพับเก็บราบเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ
เบาะนั่งแถวที่ 2 พับแบบ One-touch: พับเก็บง่ายเพียงกดปุ่มเดียว
ที่วางแขนกลางแถวที่ 2: พร้อมช่องวางแก้วน้ำ
วัสดุเบาะ: หนังผสมผ้า คุณภาพสูง ระบายอากาศได้ดี
ตัวเลือกสีภายใน: สีดำ และสีเบจ
พื้นที่ภายในห้องโดยสารของ Xpander กว้างขวางที่สุดในกลุ่ม สามารถรองรับผู้ใหญ่ 7 คนได้อย่างสบาย โดยไม่ต้องเบียดกัน นอกจากนี้ ฟังก์ชันการพับเบาะที่หลากหลาย ทำให้ Xpander สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการขนสัมภาระขนาดใหญ่ หรือการโดยสาร 7 คน
เทคโนโลยีและฟีเจอร์ความปลอดภัย e-Assist
Mitsubishi Xpander 2026 มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย e-Assist ที่เหนือกว่าคู่แข่ง ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ให้กับผู้ใช้
ระบบความปลอดภัย e-Assist:
Forward Collision Mitigation (FCM): ระบบเตือนการชนด้านหน้า พร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ
Adaptive Cruise Control (ACC): ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน รักษาความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าอัตโนมัติ
Lane Departure Warning (LDW): ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน
Blind Spot Warning (BSW): ระบบเตือนมุมอับสายตา พร้อมระบบช่วยเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน
Rear Cross Traffic Alert (RCTA): ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง
Active Stability Control (ASC): ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
Hill Start Assist (HSA): ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
Emergency Stop Signal (ESS): ระบบไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง: พร้อมโครงสร้างนิรภัย Ultra High Tension Steel
นอกจากระบบ e-Assist แล้ว Xpander ยังมาพร้อมฟีเจอร์ความปลอดภัยมาตรฐาน เช่น ABS, EBD, BA, กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา, และระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับทุกตำแหน่ง
ความบันเทิงและระบบเชื่อมต่อครบครัน
Mitsubishi Xpander 2026 ใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้โดยสาร ระบบความบันเทิงและเชื่อมต่อที่ครบครัน ทำให้ทุกการเดินทางสนุกและสะดวกสบาย
ระบบความบันเทิงและเชื่อมต่อ:
หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว: รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth: รองรับการโทรศัพท์และการสตรีมมิ่งเพลง
ช่องเชื่อมต่อ USB 4 จุด: กระจายทั่วห้องโดยสาร
ลำโพง 6 ตำแหน่ง: พร้อม Subwoofer ให้เสียงคุณภาพสูง
ระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย: เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี 3 มิติ: แสดงข้อมูลสำคัญอย่างชัดเจน
ราคาและการวางจำหน่าย
Mitsubishi Xpander 2026 มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย พร้อมราคาที่น่าสนใจดัง