![N0509209_การแพ ไม ใช ความตกต ำ[ตอน1] #ละครส นหน งส น #หน งส นสะท อนส งคม #ต | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260903_142020.jpg)
มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส HEV คว้า 5 ดาว ASEAN NCAP 2024 สู่ยุคใหม่ของความปลอดภัยและนวัตกรรม
ในวงการยานยนต์ยุคใหม่ การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สมรรถนะหรือดีไซน์ แต่ความปลอดภัยกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญสูงสุด และในช่วงต้นปี 2026 นี้เองที่ Mitsubishi Motors Corporation ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยอีกครั้ง ด้วยการประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ เมื่อรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด All-New Mitsubishi Xforce HEV (ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี) ได้รับคะแนนสูงสุดระดับ 5 ดาว จากการประเมินมาตรฐานความปลอดภัยของ ASEAN NCAP 2024 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลสำหรับรถยนต์ที่จำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสำเร็จนี้ไม่ใช่เพียงการได้รับคะแนน แต่เป็นการยืนยันถึงวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ของมิตซูบิชิในการพัฒนารถยนต์ที่มอบความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ
สำหรับปี 2026 นี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในกลุ่ม MPV 7 ที่นั่ง และ SUV ขนาด 5 ที่นั่ง ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม จากข้อมูลของ BrandAge ในปี 2025 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ (Mitsubishi XPander) ทุกรุ่น ยังคงครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ด้วยความไว้วางใจในด้านคุณภาพและสมรรถนะ แต่ในปี 2026 นี้ ตลาดได้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว Mitsubishi Xforce HEV ซึ่งเป็นการนำเสนอเทคโนโลยีไฮบริดที่พัฒนาต่อยอดจากประสบการณ์อันยาวนานในระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มาสู่รถยนต์ SUV ขนาด 5 ที่นั่งที่มีความคล่องตัวและตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองยุคใหม่ การผสมผสานระหว่างความอเนกประสงค์ของ All-New Mitsubishi Xforce HEV กับระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มอัตราการประหยัดน้ำมัน แต่ยังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญของโลกในปัจจุบัน
All-New Mitsubishi Xforce HEV: นิยามใหม่ของความปลอดภัยอัจฉริยะ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ All-New Mitsubishi Xforce HEV ได้รับคะแนนสูงสุดถึง 5 ดาวจาก ASEAN NCAP 2024 คือการติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Mitsubishi Safety Sensing ซึ่งเป็นชุดเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงรุกที่มิตซูบิชิได้พัฒนาและปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยและมั่นใจสูงสุด ระบบนี้ประกอบด้วยฟังก์ชันหลักถึง 6 ระบบ ที่ทำงานประสานกันอย่างลงตัว เพื่อตรวจจับและตอบสนองต่อสถานการณ์อันตรายที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนน ได้แก่
ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control – ACC): ระบบนี้เป็นมากกว่าระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบเดิมๆ โดย ACC จะใช้เซ็นเซอร์และเรดาร์ในการตรวจจับระยะห่างจากรถคันหน้า หากรถคันหน้าชะลอความเร็ว ระบบจะปรับลดความเร็วของรถให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย ซึ่งช่วยลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ในการเดินทางไกล และเพิ่มความปลอดภัยในสภาวะการจราจรที่หนาแน่น ในยุคที่การจราจรในกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ต่างๆ มีความหนาแน่นมากขึ้น ระบบนี้ถือเป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นอย่างยิ่ง
ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation – FCM): นี่คือหนึ่งในระบบความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด โดย FCM จะใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุด้านหน้า และหากตรวจพบความเสี่ยงของการชน ระบบจะส่งเสียงเตือนผู้ขับขี่ และหากผู้ขับขี่ยังไม่ดำเนินการใดๆ ระบบจะทำการเบรกอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงของการชน เทคโนโลยีนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถลดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้าได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางรถยนต์
ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW): จุดอับสายตาเป็นปัญหาที่ผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนใหญ่ต้องเผชิญ โดยเฉพาะในรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่หรือเมื่อเปลี่ยนเลนกะทันหัน BSW จะใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับรถที่อยู่ในจุดอับสายตา และส่งสัญญาณเตือนผ่านกระจกมองข้างหรือเสียงเตือน หากผู้ขับขี่พยายามเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลน เทคโนโลยีนี้ช่วยลดความเสี่ยงของการชนด้านข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบเตือนการถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert – RCTA): เมื่อต้องถอยออกจากซองจอดในพื้นที่จำกัด เช่น ลานจอดรถ RCTA จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง ระบบนี้จะใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับรถยนต์หรือคนเดินเท้าที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาทางด้านหลัง และส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ แม้ว่ารถจะอยู่ในมุมอับสายตา เทคโนโลยีนี้ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่มักเกิดขึ้นในขณะถอยหลังได้อย่างน่าทึ่ง
ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beam – AHB): การสลับระหว่างไฟสูงและไฟต่ำเป็นเรื่องที่ผู้ขับขี่มักจะต้องทำในเวลากลางคืน ซึ่งอาจทำให้เสียสมาธิ AHB จะทำการสลับไฟหน้าโดยอัตโนมัติ เมื่อตรวจจับได้ว่าไม่มีรถคันอื่นอยู่ข้างหน้า หรือรถที่วิ่งสวนมาอยู่ในระยะที่ปลอดภัย และจะปรับเป็นไฟต่ำทันทีเมื่อตรวจพบรถคันอื่น เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่มีทัศนวิสัยที่ดีที่สุดตลอดเวลาโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน
ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification – LCDN): ระบบนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในสภาวะการจราจรแบบหยุดนิ่ง เมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ออกไปแล้ว แต่ผู้ขับขี่ยังไม่ได้เคลื่อนที่ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนผ่านเสียงหรือภาพ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ขับขี่ออกตัว ซึ่งช่วยลดความล่าช้าในการจราจรและเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่
นอกจากระบบ Mitsubishi Safety Sensing แล้ว All-New Mitsubishi Xforce HEV ยังมาพร้อมกับ โครงสร้างตัวถัง RISE (Reinforced Impact Safety Evolution) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังที่มิตซูบิชิได้พัฒนามาอย่างยาวนาน โครงสร้างนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อดูดซับแรงกระแทกจากการชน และป้องกันการเสียรูปของห้องโดยสารในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุอย่างรุนแรง เพื่อปกป้องผู้โดยสารภายในรถให้ปลอดภัยที่สุด พร้อมด้วย ถุงลมนิรภัย SRS 6 จุด ที่ติดตั้งรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง, และม่านถุงลมนิรภัย ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้โดยสารทุกคนได้รับการปกป้องอย่างครอบคลุมในทุกทิศทาง
วิวัฒนาการสู่ยุคไฮบริด: ประสิทธิภาพและความยั่งยืน
การเปิดตัว All-New Mitsubishi Xforce HEV ในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของมิตซูบิชิในประเทศไทยอย่างแท้จริง โดยการนำเทคโนโลยีไฮบริดมาสู่รถยนต์ SUV ขนาด 5 ที่นั่งนี้ เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของรุ่น Xforce ที่ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกในอินโดนีเซียเมื่อปี 2566 และได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในกลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ที่มีความคล่องตัวและสมรรถนะสูง สำหรับ Xforce HEV นี้ มิตซูบิชิได้เลือกใช้ ระบบขับเคลื่อนไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle – HEV) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดมาจาก ระบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle – PHEV) ที่มิตซูบิชิมีประสบการณ์อย่างยาวนาน โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มอัตราการประหยัดน้ำมันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ยังคงมอบสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจตามแนวคิด “เพื่อนคู่ใจ สำหรับชีวิตที่เร้าใจ” (Best Friend for Your Adventure)
ระบบขับเคลื่อนไฮบริดของ Xforce HEV นี้ ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและ