
7 ที่นั่ง พลิกโฉมประสบการณ์ใหม่ กับ Mitsubishi Xpander 2026: เจาะลึกทุกรายละเอียด คุ้มค่าทุกบาท
ในโลกที่การเดินทางไม่ใช่แค่การไปถึงที่หมาย แต่คือการได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความหมาย 7 ที่นั่ง จึงไม่ใช่แค่ “จำนวนที่นั่ง” แต่คือ “พื้นที่แห่งความทรงจำ” และถ้าเราจะพูดถึง 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมกับสมรรถนะที่ไว้ใจได้ ดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา และเทคโนโลยีที่ทำให้ทุกการเดินทางง่ายขึ้น ชื่อของ Mitsubishi Xpander 2026 จะต้องถูกกล่าวถึงเป็นอันดับต้นๆ ในตลาดรถยนต์ประเทศไทยอย่างแน่นอน
หลังจากที่ Xpander ได้สร้างปรากฏการณ์ในตลาด MPV 7 ที่นั่ง ด้วยการผสมผสานความแข็งแกร่งของ PPV เข้ากับความคล่องตัวของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Sedan) จนกลายเป็นผู้นำในเซกเมนต์นี้ วันนี้ Mitsubishi Motors ประเทศไทย ได้ส่ง Xpander โฉมใหม่ (Minor Change) ประจำปี 2026 เข้าสู่ตลาดอีกครั้ง พร้อมกับการปรับโฉมครั้งใหญ่ทั้งภายนอก ภายใน และเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มองหารถยนต์ที่ “มากกว่าแค่รถยนต์” บทความนี้จะเจาะลึกทุกรายละเอียดของ Mitsubishi Xpander 2026 โดยเฉพาะในรุ่นท็อปอย่าง 1.5 GT A/T ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครันที่สุด พร้อมราคาจำหน่ายที่น่าสนใจ และโปรโมชั่นสุดพิเศษประจำปี 2026
สรุปราคาจำหน่ายและรุ่นย่อย Mitsubishi Xpander 2026
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา Xpander 2026 มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ดังนี้
1.5 GLS-Ltd A/T: ราคา 779,000 บาท
1.5 GT A/T: ราคา 849,000 บาท (รุ่นทดสอบของเรา)
ข้อเสนอพิเศษประจำปี 2026:
Diamond Warranty: รับประกันตัวรถนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ: 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
ฟรี ประกันภัยชั้น 1: สำหรับปีแรก
ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง: ตลอดอายุ Diamond Warranty
สำหรับบทความนี้ เราจะเน้นไปที่รุ่น 1.5 GT A/T ราคา 779,000 บาท ซึ่งเป็นรุ่นที่มาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครันที่สุด เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ดีไซน์ภายนอก: Dynamic Shield 2026 ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
Mitsubishi Xpander 2026 ยังคงเอกลักษณ์การออกแบบด้วย Dynamic Shield แต่ได้รับการปรับปรุงให้ดูดุดัน สปอร์ต และพรีเมียมมากยิ่งขึ้น ด้วยเส้นสายที่เฉียบคมและการจัดวางองค์ประกอบใหม่ที่ลงตัว
ด้านหน้า: ความโดดเด่นที่แตกต่าง
กระจังหน้าใหม่: กระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบ 3 มิติ (3D Grille) ที่มีเส้นแนวนอนสีดำเงาตัดกับโครเมียม ทำให้รถดูมีความกว้างและดุดันมากยิ่งขึ้น
ไฟหน้าใหม่: เปลี่ยนมาใช้ไฟหน้า LED เต็มระบบ (Full LED Headlamps) พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Lights – DRL) แบบ T-Shape ที่ฝังอยู่ในชุดไฟหน้า (ย้ายตำแหน่งจากรุ่นเดิมที่อยู่ด้านบน) ทำให้รถดูโฉบเฉี่ยวและทันสมัยมากยิ่งขึ้น
ไฟตัดหมอก: ย้ายตำแหน่งไฟตัดหมอกมาไว้ด้านล่างสุดของกันชน พร้อมกรอบไฟดีไซน์ใหม่ที่ดูโฉบเฉี่ยว
กันชนหน้าใหม่: กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ที่ดูสปอร์ตและพรีเมียมมากยิ่งขึ้น ด้วยการเล่นระดับของพื้นผิวและคิ้วโครเมียม
ด้านข้าง: ความสมดุลที่ลงตัว
ล้ออัลลอยใหม่: ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว (ในรุ่น GT) ดีไซน์ใหม่แบบทูโทน (ทูโทน) ที่เพิ่มความสปอร์ตและหรูหรา
เส้นสาย: ยังคงเอกลักษณ์เส้นสายตัวถังที่ยาวจากด้านหน้าจรดด้านหลัง ทำให้รถดูมีความยาวและสง่างาม
กระจกมองข้าง: กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ในตัว ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ด้านหลัง: ความลงตัวที่สมบูรณ์
ไฟท้ายใหม่: เปลี่ยนมาใช้ไฟท้าย LED แบบ T-Shape ที่เชื่อมต่อกันด้วยคิ้วโครเมียม ทำให้รถดูมีความกว้างและทันสมัยมากยิ่งขึ้น
กันชนหลังใหม่: กันชนหลังดีไซน์ใหม่ที่ดูสปอร์ตและพรีเมียมมากยิ่งขึ้น ด้วยการเล่นระดับของพื้นผิวและคิ้วโครเมียม
สปอยเลอร์หลัง: สปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ที่ช่วยเพิ่มความสปอร์ตและความ Aerodynamic
ภายใน: ความหรูหรา ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีที่เหนือกว่า
การออกแบบภายในของ Xpander 2026 ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่พรีเมียมยิ่งขึ้น การจัดวางอุปกรณ์ที่สะดวกต่อการใช้งาน และเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ดีไซน์ภายใน: ความหรูหราที่สัมผัสได้
คอนโซลกลางใหม่: คอนโซลกลางดีไซน์ใหม่ที่ดูหรูหราและพรีเมียมมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้วัสดุสีดำเงา (Piano Black) และการเล่นระดับของพื้นผิว
เบาะนั่ง: ในรุ่น GT เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสีดำ (Leather Seats) ที่เพิ่มความหรูหราและทำความสะอาดง่าย
พวงมาลัย: พวงมาลัยดีไซน์ใหม่แบบ 3 ก้าน ที่หุ้มด้วยหนัง พร้อมปุ่มควบคุมระบบต่างๆ ครบครัน
ความสะดวกสบาย: การเดินทางที่ผ่อนคลาย
ระบบปรับอากาศ: ปรับเป็นระบบปรับอากาศแบบดิจิทัล (Digital Air Conditioning) ที่ควบคุมด้วยระบบสัมผัส (Touch Control) พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมสวิตซ์ปรับแรงลมแยกส่วน
ที่เก็บของ: เพิ่มช่องเก็บของที่หลากหลายและสะดวกต่อการใช้งาน เช่น ช่องเก็บของที่คอนโซลกลาง, ที่วางแขน, และช่องเก็บของใต้เบาะนั่ง
กระจกหน้าต่างไฟฟ้า: กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบ One-touch ฝั่งคนขับ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
เทคโนโลยีที่ทันสมัย: การเชื่อมต่อที่ไม่สะดุด
มาตรวัดใหม่: มาตรวัดแบบดิจิทัล (Digital Meter) ขนาด 8 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลการขับขี่อย่างชัดเจนและสวยงาม
หน้าจอสัมผัส: หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย (Wireless) ช่วยให้การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนทำได้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
ระบบชาร์จไร้สาย: ที่วางโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) ที่ช่วยให้การชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนทำได้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
ช่องเชื่อมต่อ: เพิ่มช่องเชื่อมต่อ USB Type-C ที่ด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยให้ผู้โดยสารทุกที่นั่งสามารถชาร์จอุปกรณ์ได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น
ระบบเสียง: ระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูงพร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง ให้คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยมตลอดการเดินทาง
ขุมพลังและสมรรถนะ: ประสิทธิภาพที่ไว้ใจได้
Mitsubishi Xpander 2026 ยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน รหัส 4A91 ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว MIVEC ที่ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ พร้อมระบบ INC (Idle Neutral Control) ที่ช่วยลดการสั่นสะเทือนขณะจอดเดินเบา
อัตราทดเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ
| เกียร์ | อัตราทด |
| :— | :— |
| เกียร์ 1 | 2.875 |
| เกียร์ 2 | 1.568 |
| เกียร์ 3 | 1.000 |
| เกียร์ 4 | 0.697 |
| เกียร์ถอยหลัง | 2.300 |
| เฟืองท้าย | 4.375 |
สมรรถนะการขับขี่
Xpander