
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ชวนลูกค้าร่วมปลูกปะการัง กับทริปสุดพิเศษ ‘THE EXCLUSIVE STORY – EP.4 D[R]IVE FOR REVIVAL’ ณ ปลายแหลมแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตอกย้ำแนวคิด ‘Everyday Adventure’ เปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าได้สนุกกับทุกการเดินทาง พร้อมสะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมของแบรนด์
THE EXCLUSIVE STORY – EP.4 D[R]IVE FOR REVIVAL
นางสาวริสึโคะ คาเนะโคะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบริหารประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรมการบริการ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าได้สนุกกับทุกการเดินทาง ด้วยรถยนต์คุณภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของเรา ที่เป็นเสมือนเพื่อนร่วมทาง พร้อมลุยไปกับคุณในทุกที่ มอบความปลอดภัยและความสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เติมเต็มความสนุกเร้าใจให้กับการขับขี่ในทุกๆ วัน ภายใต้แนวคิด ‘Everyday Adventure’ และสอดคล้องกับแผนการดำเนินงานเพื่อสังคมของเราในด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย”
THE EXCLUSIVE STORY – EP.4 D[R]IVE FOR REVIVAL
กิจกรรมครั้งนี้เริ่มจากการบรรยายพิเศษ โดยผู้เชี่ยวชาญของค่ายวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์ เพื่อมอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับชีววิทยาของปะการัง ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของแนวปะการัง และแนวทางการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล พร้อมการฝึกอบรมการใช้อุปกรณ์ดำน้ำตื้นและเทคนิคการดำน้ำพื้นฐาน ก่อนออกเดินทางสู่ทะเลเพื่อร่วมกิจกรรมการปลูกและฟื้นฟูแนวปะการัง
THE EXCLUSIVE STORY – EP.4 D[R]IVE FOR REVIVAL
THE EXCLUSIVE STORY – EP.4 D[R]IVE FOR REVIVAL
THE EXCLUSIVE STORY – EP.4 D[R]IVE FOR REVIVAL
หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม ผู้เข้าร่วมงานยังได้เพลิดเพลินไปกับเครื่องดื่มและของว่าง พร้อมชมวิวทะเลที่สวยงามที่ร้าน Palyn Cafe & Eatery Samaesarn คาเฟ่ชื่อดังในสัตหีบ ก่อนร่วมงานเลี้ยงรับประทานอาหารค่ำสุดพิเศษ พร้อมด้วยดนตรีสด และกิจกรรมความสนุกอีกมากมาย
THE EXCLUSIVE STORY – EP.4 D[R]IVE FOR REVIVAL
นายพีรภัทร ศรีประมาณ เจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี กล่าวว่า “ถึงแม้จะเคยร่วมกิจกรรม CSR หลายครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนชาวมิตซูบิชิ รู้สึกประทับใจและสนุกมากครับ ผมให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว และก่อนตัดสินใจซื้อรถก็เคยเปรียบเทียบกับ EV แต่เนื่องจากไม่สะดวกที่จะติดตั้งที่ชาร์จ จึงมองว่ารถ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้มากกว่า ทั้งในเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความประหยัดน้ำมัน ชอบที่สามารถเลือกใช้โหมดการขับขี่ได้ โดยส่วนใหญ่ผมใช้ Normal กับ EV Mode ที่ช่วยให้การขับขี่ประหยัดพลังงานมากขึ้นครับ”
THE EXCLUSIVE STORY – EP.4 D[R]IVE FOR REVIVAL
นายศุภทิน รอดแก้ว อีกหนึ่งลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรม เจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต กล่าวว่า “ปกติผม เดินทางบ่อย ทั้งกลับบ้านที่ตรังและสุราษฎร์ รวมถึงเที่ยวทะเลแถวบางแสนและพัทยา ทริปนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมกิจกรรมกับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และประทับใจมาก ทีมงานดูแลดีและเป็นกันเองสุดๆ แสมสารเป็นทะเลอีกหนึ่งที่ ที่สวยงามมาก มีจุดดำน้ำและสามารถชมปะการังได้ นับเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับผม ส่วนตัวที่เลือกใช้รถ ปาเจโร สปอร์ต เพราะตอบโจทย์การเดินทางของครอบครัว และกำลังวางแผนจะมีลูก เลยต้องการรถที่มีพื้นที่กว้างขวางขึ้น อีกทั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์ ก็ช่วยให้ขับขึ้นเขาหรือเดินทางในหลากหลายสภาพถนนได้มั่นใจยิ่งขึ้น”
THE EXCLUSIVE STORY – EP.4 D[R]IVE FOR REVIVAL
ลูกค้าและผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH หรือติดต่อเพื่อขอทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
Mitsubishi Xpander ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็น MiniMPV เบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่มีงานออกแบบผสมผสานทั้งความเป็น MPV และ SUV เข้าไว้ด้วยกัน ดังนั้นจะเห็นว่า Xpander นั้นจะดูบึกบึนมีเส้นสาย และ มัดกล้ามที่ดูแกร่งกว่าคู่แข่ง เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่อินโดนีเซีย เมื่อเดือน สิงหาคม 2017 ได้รับกระแสตอบรับที่ล้นหลามในบ้านเกิด ทำให้ประเทศไทยที่ต้องนำเข้า Xpander จากอินโดฯ ต้องเลื่อนการเปิดตัวช้าลง
ในที่สุด Mitsubishi ประเทศไทย ก็เปิดตัว Xpander ในบ้านเราเมื่อเดือน สิงหาคม 2018 ได้รับกระแสตอบรับจากลูกค้าชาวไทยดีเช่นกัน ทำให้ยอดขายต่อเดือน ทะยานสู่หลักพันแทบทุกเดือน เป็นประวัติการณ์ของกลุ่ม MiniMPV 7 ที่นั่งในไทย
จากนั้นก็เสริมทัพด้วย Xpander Cross ตกแต่งแบบลุย เมื่อเดือน มีนาคม 2020 เปิดราคา 899,000 บาท ตามด้วยการปรับโฉม Minorchange ครั้งแรกในเดือน ตุลาคม 2020 และ รุ่นพิเศษส่งท้ายปลายปี Special Edition เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2021 ในขณะที่อินโดนีเซียเปิดตัวรุ่น Minorchange รอบ2 ไปเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมา
จากนั้น Mitsubishi ประเทศไทยก็เปิดตัว Xpander Minorchange ตามมาที่งาน Motor Show 2022 และ ประกาศราคาอย่างเป็นทางการในเดือน เมษายน 2565 มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย GLS-Ltd. 799,000 บาท และ GT 895,000 บาท
ระหว่างทาง Mitsubishi มีการเปิดตัว Xpander CROSS ออกมาเมื่อเสริมทัพให้กับ Xpander รุ่นปกติเมื่อเดือน พฤศจิกายน 2019 ที่อินโดนีเซีย จากนั้นเปิดตัวตามมาในไทยอย่างรวดเร็วเมื่อ 16 มีนาคม 2020 เปิดราคา 899,000 บาท
ล่าสุดทางอินโดนีเซีย มีการเปิดตัว Xpander CROSS Minorchange 2 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่ปรับดีไซน์ภายในห้องโดยสารนำร่องไปพลางๆในการ Minorchange รอบแรก ตามรุ่นปกติไปก่อนหน้านี้ที่เปิดตัวไปในไทยเมื่อเดือน มิถุนายน 2022 ที่ผ่านมาด้วยราคาสูงที่สุดในตลาด 939,000 บาท
ความเปลี่ยนแปลงใน Mitsubishi Xpander CROSS Minorchange 2 เวอร์ชั่นอินโดนีเซีย เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม มีดังนี้
เปลี่ยน เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ เป็น เกียร์อัตโนมัติ CVT
เพิ่ม ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB
เพิ่ม ฟังก์ชั่น Auto Brake Hold
เปลี่ยน กระจังหน้า ดีไซน์ใหม่
เปลี่ยน กันชนหน้า ดีไซน์ใหม่
เปลี่ยน ไฟหน้า ดีไซน์ใหม่
เปลี่ยน ไฟตัดหมอกหน้า ดีไซน์ใหม่
เปลี่ยน ไฟท้าย ดีไซน์ใหม่
เปลี่ยน กันชนหลัง ดีไซน์ใหม่
เปลี่ยน ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่
เปลี่ยน เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ เป็น เกียร์อัตโนมัติ CVT
เปลี่ยน ดีไซน์ภายในห้องโดยสาร แผงแดชบอร์ดใหม่
เพิ่ม ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB
เพิ่ม ฟังก์ชั่น Auto Brake Hold
เปลี่ยน โทนสีภายในห้องโดยสาร เป็น สีดำ – สีน้ำเงิน
เปลี่ยน เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสีดำ-น้ำเงิน เดินตะเข็บด้ายสีน้ำเงิน
เปลี่ยน วัสดุหุ้มเบาะนั่ง เป็นหนังสังเคราะห์ พร้อมคุณสมบัติสะท้อนความร้อน Heat Guard
เปลี่ยน พวงมาลัย ดีไซน์ใหม่ เหมือน Pajero Sport
เพิ่ม ที่วางแขนพร้อมที่วางแก้วน้ำ สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
เปลี่ยน ชุดมาตรวัดจากอนาล็อก เป็น Full Digital ขนาด 8 นิ้ว เหมือน Pajero Sport
เปลี่ยน หน้าจอเครื่องเสียง เป็น ขนาด 9 นิ้ว ระบบสัมผัส Touchscreen
เปลี่ยน ช่องแอร์