• Sample Page
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result

แม่เปิดใจทั้งน้ำตา… “พลทหารเอสโซ่” จากเด็กดื้อ สู่ทหารอาชีพ พลีชีพเพื่อชาติ เจ็บปวดแต่ภูมิใจ ลูกคือเกียรติของครอบครัว

admin79 by admin79
December 19, 2025
in Uncategorized
0
แม่เปิดใจทั้งน้ำตา… “พลทหารเอสโซ่” จากเด็กดื้อ สู่ทหารอาชีพ พลีชีพเพื่อชาติ เจ็บปวดแต่ภูมิใจ ลูกคือเกียรติของครอบครัว

ปี 2567: ทิศทางอสังหาริมทรัพย์ไทย ฝ่ามรสุม สู่การปรับตัวเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมมองว่าปี 2566 ที่ผ่านมาเปรียบเสมือนบททดสอบครั้งสำคัญของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย จากที่เคยคาดหวังถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งตามโมเมนตัมของปี 2565 กลับต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัวที่ยาวนานกว่าที่ประเมินไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนการเลือกตั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของทั้งผู้บริโภคและนักลงทุน การชะลอตัวนี้ลากยาวมาจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ในช่วงไฮซีซั่นไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถจุดประกายการฟื้นตัวได้อย่างที่คาดหวัง และเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2567 สถานการณ์ก็ยังคงไม่สดใสเท่าที่ควร

เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผมและทีมงาน Property Mentor ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจาก 41 บริษัทชั้นนำ เพื่อวิเคราะห์ว่าพวกเขาได้เตรียมรับมือกับความท้าทายในปี 2566 อย่างไร และใครคือผู้ที่สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างโดดเด่นท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวนนี้

ภาพรวมรายได้รวม: การปรับฐานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ตลอดปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถทำรายได้รวมกันได้ทั้งสิ้น 371,560 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท ถือเป็นการปรับลดลงเล็กน้อยประมาณ 1.2% แม้ตัวเลขภาพรวมอาจดูไม่น่ากังวลนัก แต่เมื่อเจาะลึกรายบริษัท จะพบว่าสถานการณ์มีความซับซ้อนกว่านั้นมาก โดยมีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่ประสบกับภาวะรายได้รวมลดลง

ในกลุ่มบริษัทที่รายได้รวมติดลบอย่างมีนัยสำคัญ เราเห็นการปรับตัวลงเกิน 20% ในหลายราย เช่น L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR), และ Country Group Development (CGD) ที่มีรายได้ลดลงประมาณ -28% นอกจากนี้ Raimon Land (RML) ก็เผชิญกับผลประกอบการที่ติดลบราว -26%, Lalin Property (LPH) -23%, Major Development (MJD) -22%, และ Siamese Asset (SA) -21%

แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Land and Houses (LH) ก็ยังไม่พ้นจากภาวะรายได้รวมติดลบถึง 18% ที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 ถึง 5 บริษัท กลับมีรายได้รวมลดลงเมื่อเทียบกับปี 2565 นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง -1%, Supalai (SPALI) -10%, Pruksa Holding (PSH) -9%, และ Origin Property (ORI) ที่รายได้รวมลดลงประมาณ -4%

ผู้นำรายได้รวม: แสนสิริยืนหนึ่ง ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น

เมื่อพิจารณาจากรายได้รวมสูงสุด 10 อันดับแรกในปี 2566 แสนสิริ (SIRI) สามารถครองอันดับ 1 ด้วยรายได้รวม 39,082 ล้านบาท โดยเฉือน AP (Thailand) (AP) ไปอย่างหวุดหวิดในอันดับ 2 ที่ทำรายได้รวม 38,399 ล้านบาท ตามมาด้วย Supalai (SPALI) ในอันดับ 3 ด้วยรายได้รวม 31,818 ล้านบาท Land and Houses (LH) อยู่ในอันดับ 4 ด้วยรายได้รวม 30,170 ล้านบาท และ Pruksa Holding (PSH) ในอันดับ 5 ที่ 26,132 ล้านบาท

อันดับ 6 คือ SC Asset Corporation (SC) ด้วยรายได้รวม 24,487 ล้านบาท, อันดับ 7 คือ U City (U) (เดิมคือ UEC) ด้วยรายได้รวม 17,672 ล้านบาท, อันดับ 8 คือ Frasers Property (Thailand) (FPT) ด้วยรายได้รวม 16,169 ล้านบาท, อันดับ 9 คือ Origin Property (ORI) ที่ 15,157 ล้านบาท และอันดับ 10 คือ Singha Estate (S) ด้วยรายได้รวม 15,066 ล้านบาท

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดสำคัญของการดำเนินงานหลัก

อย่างไรก็ตาม หากจะวัดผลการดำเนินงานที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักจริงๆ เราจำเป็นต้องพิจารณาจาก “รายได้จากการขาย” เป็นสำคัญ เนื่องจากในกลุ่มบริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุดบางราย อาจมีรายได้จากแหล่งอื่นเข้ามาเสริม แต่รายได้จากการขายจะสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างยอดขายโครงการที่แท้จริง

เมื่อรวมรายได้จากการขายของทั้ง 41 บริษัท พบว่าทำได้ 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท และมีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่รายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

กรณีที่น่าสนใจคือ Raimon Land (RML) ที่มีรายได้จากการขายตกลงถึง -78%, L.P.N. Development (LPN) -เกือบ 40%, และ Land and Houses (LH) ที่น่าตกใจว่ามีรายได้จากการขายลดลงถึง -38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ที่เป็นผู้นำในด้านรายได้จากการขาย ก็ยังพบว่ามีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ -2% และไม่ใช่เพียงแค่บริษัทใหญ่เท่านั้น ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด ถึง 8 บริษัท กลับมีรายได้จากการขายลดลงจากปี 2565

ผู้นำรายได้จากการขาย: AP (Thailand) ทวงคืนบัลลังก์ ท่ามกลางภาพรวมที่ท้าทาย

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566 AP (Thailand) (AP) สามารถทวงคืนตำแหน่งผู้นำด้วยรายได้จากการขายรวม 36,927 ล้านบาท แซงหน้าแสนสิริ (SIRI) ในอันดับ 2 ที่ทำรายได้รวม 32,829 ล้านบาท ซึ่งแสนสิริถือเป็น 1 ใน 2 บริษัทที่มีรายได้จากการขายเติบโตขึ้น 7% Supalai (SPALI) ยังคงรักษาอันดับได้อย่างแข็งแกร่งในอันดับ 3 ด้วยรายได้จากการขาย 30,836 ล้านบาท SC Asset Corporation (SC) ก้าวขึ้นสู่ Top 5 ได้สำเร็จในอันดับ 4 ด้วยรายได้จากการขาย 23,370 ล้านบาท และเป็นอีกบริษัทที่เติบโตในแดนบวกถึง 13% Pruksa Holding (PSH) อยู่ในอันดับ 5 ด้วยรายได้จากการขายรวม 22,357 ล้านบาท

Land and Houses (LH) แม้รายได้จากการขายจะลดลงมาก ก็ยังสามารถประคองตัวอยู่ใน Top 10 ได้ในอันดับ 6 ด้วยรายได้จากการขายรวม 18,966 ล้านบาท Frasers Property (Thailand) (FPT) อยู่ในอันดับ 7 ด้วยรายได้จากการขายรวม 10,019 ล้านบาท Origin Property (ORI) แม้รายได้จะลดลงถึง -24% แต่ก็ยังคงเกาะกลุ่มใน Top 10 ได้ด้วยรายได้จากการขายรวม 8,840 ล้านบาท Quality House (QH) เข้ามาในอันดับ 9 ด้วยรายได้จากการขายรวม 7,619 ล้านบาท และ Property Perfect (PF) ปิดท้ายในอันดับ 10 ด้วยรายได้จากการขายรวม 7,171 ล้านบาท

อีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ Central Pattana (CPN) ซึ่งเริ่มเห็นผลลัพธ์จากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอย่างจริงจัง โดยในปี 2566 CPN มีรายได้จากการขายสูงถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 103% จากปี 2565 ที่มีรายได้จากการขาย 2,870 ล้านบาท

ผลกำไรสุทธิ: ความสามารถในการทำกำไรในสภาวะที่ยากลำบาก

ท้ายที่สุดแล้ว แม้จะสามารถสร้างยอดขายได้มากเพียงใด แต่หากมีกำไรสุทธิที่น้อยนิด หรือไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ย่อมไม่ใช่ผู้ชนะที่แท้จริง ในปี 2566 ทั้ง 41 บริษัท ทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ซึ่งลดลง 11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวม 49,602 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีกว่า 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน และบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงโควิดจนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ และกว่า 20 บริษัท จาก 41 บริษัท มีกำไรสุทธิลดลงจากปี 2565

ผู้นำกำไรสุทธิ: Land and Houses คว้าแชมป์ ท่ามกลางปัจจัยพิเศษ

Land and Houses (LH) ยังคงครองอันดับ 1 ในด้านกำไรสุทธิ ด้วยตัวเลข 7,495 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จะปรับลดลง แต่ปัจจัยสำคัญที่ส่งให้ LH มีกำไรสูงสุดในปีนี้ มาจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน ซึ่งสร้างกำไรพิเศษประมาณ 2,500 ล้านบาท หากไม่มีรายการพิเศษนี้ Supalai (SPALI) ซึ่งอยู่ในอันดับ 2 ด้วยกำไร 6,083 ล้านบาท คงจะก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ได้อย่างแน่นอน

AP (Thailand) (AP) ตามมาติดๆ ในอันดับ 3 ด้วยกำไรสุทธิ 6,054 ล้านบาท แสนสิริ (SIRI) อยู่ในอันดับ 4 ด้วยกำไรสุทธิ 5,846 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 42% Origin Property (ORI) ในอันดับ 5 ด้วยกำไรสุทธิ 3,160 ล้านบาท แม้กำไรจะลดลงจากปีก่อนหน้าถึง -25%

SC Asset (SC) อยู่ในอันดับ 6 ด้วยกำไรสุทธิ 2,525 ล้านบาท เฉือน Quality House (QH) ในอันดับ 7 ที่มีกำไรสุทธิ 2,503 ล้านบาท ไปอย่างสูสี Pruksa Holding (PSH) มาในอันดับ 8 ด้วยกำไร 2,339 ล้านบาท Frasers Property (Thailand) (FPT) ในอันดับ 9 ด้วยกำไร 1,865 ล้านบาท และ Central Pattana (CPN) ปิดท้ายใน Top 10 ด้วยกำไรสุทธิประมาณ 1,610 ล้านบาท (ประเมินจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท)

มองไปข้างหน้า: การปรับตัวคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2567

ข้อมูลทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมผลการดำเนินงานของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2566 ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกและภายใน ภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการที่อยู่อาศัย

สำหรับปี 2567 ผมคาดว่าจะเป็นอีกปีที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการแข่งขันและการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน การปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน รวมถึงการสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้แต่ละบริษัทสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้

ในฐานะผู้เล่นในวงการ ผมเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพและความสามารถในการปรับตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย เราจะสามารถฝ่ามรสุมนี้ไปได้ และมองเห็นโอกาสในการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว หากท่านคือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุน หรือต้องการที่ปรึกษาเพื่อวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเราเพื่อพูดคุยถึงความเป็นไปได้และแนวทางการทำงานร่วมกันของเรา

Previous Post

สิ้นสภาพ! เปิดภาพ “ตลาดช่องอานม้า” หลังทหารเคลียร์พื้นที่ ถล่มฐานฝ่ายตรงข้ามยับ ยังได้ยินเสียงปืนใหญ่ — ชาวบ้านห้ามเข้า

Next Post

เงินสด 11 ล้านกับทองคำกองโต โผล่ผิดที่ผิดเวลา… ปฏิบัติการลับกองทัพภาคที่ 2 หน้า “กาสิโนช่องสะงำ” ใครกันที่อยู่เบื้องหลัง?

Next Post
เงินสด 11 ล้านกับทองคำกองโต โผล่ผิดที่ผิดเวลา… ปฏิบัติการลับกองทัพภาคที่ 2 หน้า “กาสิโนช่องสะงำ” ใครกันที่อยู่เบื้องหลัง?

เงินสด 11 ล้านกับทองคำกองโต โผล่ผิดที่ผิดเวลา… ปฏิบัติการลับกองทัพภาคที่ 2 หน้า “กาสิโนช่องสะงำ” ใครกันที่อยู่เบื้องหลัง?

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Part 2: N1906041_บางคร งความเจ บของคนเล ยงด .. ก ค อว นท พ อแม ต วจร งมาร บล กเขากล บไ
  • Part 2: N1906043_หากค ณถ กเล ยงด มาโดยบ คคลท ไม ใช พ อแม จงด แลบ คคลน นให ด ถ งแม
  • Part 2: N1906042_ล กนอกไส หากเราทำความด ไว ก บใครโดยท เราไม ได คาดหว งอะไร ส กว นค
  • Part 2: N1906044_สาม ท เก บเง น 10 ป เพ อสร างร านให ภรรยา ความเง ยบท ทำให หลายคนต อ
  • Part 2: N1906045_หากค ณเป นคนหน งท เร ยนจบมาได เพราะม พ อและแม เป นฮ โร อย าล มพวกเ

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • June 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.