![Part 2: N1209223_สวยในแบบต วเอง[ตอนจบ] #ละครส นหน งส น #หน งส น #ละครส นหน งส นสะท | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260909_174530.jpg)
เปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV 2026: ยกระดับ MPV 7 ที่นั่ง ด้วยเทคโนโลยี Full Hybrid ครั้งแรกของโลก
ในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) ขนาด 7 ที่นั่งที่ดุเดือดในประเทศไทย การแข่งขันระหว่างแบรนด์ต่างๆ ทวีความเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้เล่นรายเดิมอย่าง มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ (Mitsubishi Xpander) ซึ่งเปิดตัวมาพร้อมดีไซน์โดดเด่นสะดุดตา ความหรูหราพรีเมียม และความอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากคู่แข่งที่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด อย่างไรก็ตาม เจ้าตลาดเดิมไม่ยอมอยู่นิ่ง ในที่สุดก็ได้เปิดตัว Mitsubishi Xpander เจเนอเรชั่นที่ 2 พร้อมการปรับปรุงและยกระดับครั้งสำคัญเพื่อท้าชนกับคู่แข่งในตลาด
การปฏิวัติขุมพลัง: Full Hybrid ครั้งแรกของโลกในไทย
การเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นที่สุดของ Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander CROSS HEV คือการมาพร้อม ขุมพลัง Full Hybrid ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลกในไทย! รถยนต์ครอบครัว 7 ที่นั่งรุ่นนี้ผสานการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ได้อย่างลงตัว มอบประสบการณ์การขับขี่ใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และความมั่นใจในทุกเส้นทาง ภายใต้แนวคิด Mitsubishi e:MOTION
หัวใจสำคัญของระบบ Full Hybrid นี้คือเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร MIVEC ที่ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 85 kW ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์อัตโนมัติ e-CVT ไปยังคู่ล้อหน้า ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 9.7 วินาที เทียบเท่ารถยนต์ขนาดใหญ่!
ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 1.1 kWh ทำให้ Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนในบางช่วงจังหวะ โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองที่ความเร็วต่ำ ช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มิตซูบิชิเคลมอัตราสิ้นเปลืองไว้ที่ 19.2 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าน่าประทับใจมากสำหรับรถยนต์ 7 ที่นั่งขนาดนี้!
ดีไซน์ภายนอก: ความพรีเมียมที่เหนือระดับ
ในด้านงานดีไซน์ภายนอก Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV ยังคงเอกลักษณ์ความโดดเด่นด้วยโลโก้ “HEV” ที่กระจังหน้าและฝาประตูท้าย พร้อมด้วยโลโก้ “HYBRID EV” ที่ประตูหน้า นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งด้วยเส้นสายสีน้ำเงินที่กันชนหน้า กาบข้างประตู และกันชนหลัง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น Hybrid
ล้ออัลลอย: มาพร้อมล้ออัลลอยแบบทูโทน Machine Finished ตกแต่งด้วยแถบสีฟ้าขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 205/55 R17 ที่ให้ทั้งความสวยงามและสมรรถนะการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม
มิติขนาดตัวถัง: มีความยาว 4,595 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,750 มม. และมีระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,775 มม. ซึ่งให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง โดยรุ่น Xpander HEV มีระยะต่ำสุดถึงพื้นอยู่ที่ 195 มม. ส่วนรุ่น Xpander CROSS HEV ขยับขึ้นไปอีกเป็น 205 มม. ซึ่งเหมาะสำหรับการขับขี่บนสภาพถนนที่หลากหลาย
เฉดสีตัวถัง: มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond (ใหม่) สีเงิน Blade Silver Metallic สีเทา Graphite Gray Metallic และสีดำ Jet Black Mica นอกจากนี้รุ่น Xpander CROSS HEV ยังมีสีพิเศษเฉพาะรุ่น คือสีเขียว Green Bronze Metallic ที่เพิ่มความโดดเด่นและทันสมัย
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราและฟังก์ชันที่ครบครัน
เมื่อเปิดประตูเข้ามาสัมผัสภายในห้องโดยสาร Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV จะพบกับบรรยากาศที่อบอุ่นและพรีเมียม เบาะนั่งทั้ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ถูกหุ้มด้วยหนัง Max Cool สีดำ-น้ำตาล (รุ่น Xpander CROSS HEV จะมาในโทนสีดำ-น้ำเงิน) ซึ่งให้ความรู้สึกหรูหราและระบายอากาศได้ดี เบาะฝั่งผู้ขับปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง ส่วนผู้โดยสารตอนหน้าปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง
แผงแดชบอร์ดได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ด้วยมาตรวัดแบบ Full Digital สี TFT ขนาด 8 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างคมชัดและทันสมัย หน้าจออินโฟนเทนเมนต์ขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายผ่าน Bluetooth ทำให้การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบาย
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารครบครัน ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน:
ระบบเครื่องเสียง: พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง ให้คุณภาพเสียงที่คมชัดและเต็มอิ่ม
ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย: เพิ่มความสะดวกสบายในการชาร์จสมาร์ทโฟน
ระบบปรับอากาศ: พร้อมหน้าจอแสดงผลดิจิตอล และฟังก์ชันระบบปรับอากาศ Max Cool ที่ช่วยให้เย็นเร็วทันใจ
สวิตซ์ควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลัง: แบบแยกส่วน ให้ผู้โดยสารแถวหลังสามารถปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการ
ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง: บนเพดาน เพิ่มการกระจายความเย็นทั่วถึงทั้งห้องโดยสาร
กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ: เพิ่มทัศนวิสัยและความสะดวกสบายในการขับขี่เวลากลางคืน
ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB: มาพร้อม Auto Brake Hold ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการขับขี่
ช่องเก็บของ: ใต้พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง เพิ่มพื้นที่จัดเก็บของได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ยังมี ช่องเชื่อมต่อ USB ให้เลือกใช้หลากหลายจุด: ด้านหน้า 1 ตำแหน่ง, ช่องชาร์จไฟ USB Type A 1 ตำแหน่ง และ Type C 1 ตำแหน่ง สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, ช่องชาร์จไฟ 12V ด้านหน้า 1 ตำแหน่ง และบริเวณเบาะนั่งแถวหลัง 1 ตำแหน่ง ตอบโจทย์การใช้งานของทุกคนในครอบครัว
โหมดการขับขี่และเทคโนโลยีความปลอดภัย: มั่นใจในทุกเส้นทาง
Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV มาพร้อม โหมดการขับขี่ Drive Mode ที่มีให้เลือกถึง 7 โหมด ตอบโจทย์ทุกสภาพถนน:
Normal Mode: โหมดการขับขี่ปกติสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
Wet Mode: โหมดขับขี่บนพื้นเปียก ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน
Gravel Mode: โหมดขับขี่บนพื้นกรวด เพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมรถ
Tarmac Mode: โหมดขับขี่บนพื้นผิวเรียบ ให้สมรรถนะสูงสุด
Mud Mode: โหมดขับขี่บนพื้นโคลน เพิ่มการลุยและควบคุมรถในสภาวะยากลำบาก
EV Priority Mode: โหมดขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ช่วยประหยัดน้ำมันสูงสุด
Charge Mode: โหมดชาร์จแบตเตอรี่ขณะขับขี่ เพิ่มระยะทางที่สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าได้
นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของมิตซูบิชิ ช่วยควบคุมการทำงานของเบรกและมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้ง มั่นใจในทุกการเลี้ยว และเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ราคาจำหน่ายและการเปิดตัว
Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV จะเป็นรุ่นที่ถูกประกอบในประเทศไทย (CKD) ซึ่งช่วยลดต้นทุนและทำให้สามารถตั้งราคาจำหน่ายได้อย่างน่าสนใจ ในช่วงแนะนำ ราคาจำหน่ายมีดังนี้:
Mitsubishi Xpander HEV: ราคาช่วงแนะนำ 912,000 บาท
Mitsubishi Xpander Cross HEV: ราคาช่วงแนะนำ 946,000 บาท
การเปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV ในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับตลาดรถยนต์ MPV 7 ที่นั่งในประเทศไทย