![Part 2: N1209215_ทำนาบนหล งคน[ตอน1] #ละครส นหน งส น #ละครส นหน งส นสะท อนส งคม #หน | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260909_174949.jpg)
บทความ:
เจาะลึก Mitsubishi Xpander HEV 2026: คู่แข่งสัญชาติญี่ปุ่นท้าชิงตลาด MPV 7 ที่นั่งในไทย
ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) ขนาด 7 ที่นั่ง ในประเทศไทยยังคงเป็นสมรภูมิที่ดุเดือดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ Mitsubishi Xpander เจ้าตลาดเดิม ได้เปิดตัวเจนเนอเรชั่นที่ 2 ในปี 2025 ที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองต่อการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงจากแบรนด์คู่แข่งที่ต่างมองเห็นโอกาสในการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น ความหรูหราแบบพรีเมียม และความอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ทำให้ Xpander กลายเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามอง
ในสถานการณ์เช่นนี้ มิตซูบิชิ ประเทศไทย จึงได้เปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander CROSS HEV ซึ่งถือเป็นการยกระดับครั้งสำคัญด้วยการนำเสนอเทคโนโลยี Full Hybrid เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยผสานการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาปภายในได้อย่างลงตัว เพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วย 3 สุดยอดเทคโนโลยีจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่เน้นสมรรถนะ พลังงาน และความมั่นใจในทุกเส้นทาง ภายใต้แนวคิด Mitsubishi e:MOTION
บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกมิติของ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV ทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะ ความปลอดภัย และเทคโนโลยี โดยเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาด เพื่อให้เห็นภาพรวมว่า MPV 7 ที่นั่งสัญชาติญี่ปุ่นรุ่นนี้ มีดีพอที่จะครองใจผู้บริโภคชาวไทยในปี 2026 ได้หรือไม่
การออกแบบภายนอก: ผสานความพรีเมียมและความสปอร์ต
Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Dynamic Shield ที่เป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ แต่ได้เพิ่มความพรีเมียมและรายละเอียดที่สะท้อนถึงความเป็นรถยนต์ Full Hybrid อย่างชัดเจน
ดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่น:
โลโก้และกราฟิก HEV: เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ตัวรถจะมาพร้อมโลโก้ “HEV” บริเวณกระจังหน้าและฝาประตูท้าย รวมถึงโลโก้ “HYBRID EV” ที่ประตูหน้า ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม
แถบตกแต่งสีฟ้า: มีการใช้เส้นสายสีฟ้าบริเวณกันชนหน้า กันชนหลัง และกาบข้างประตู ซึ่งเป็นสีที่สื่อถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly) และเทคโนโลยีไฟฟ้า ช่วยเพิ่มความโดดเด่นและแตกต่างจากรุ่นเครื่องยนต์ปกติ
ล้ออัลลอยทูโทน: ในส่วนของช่วงล่าง ได้ติดตั้งล้ออัลลอยแบบทูโทน Machine Finished ขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 205/55 R17 ซึ่งให้ทั้งความสวยงามและความสมดุลในการขับขี่
กระจังหน้าดีไซน์ใหม่: กระจังหน้าได้รับการปรับปรุงให้มีความพรีเมียมมากขึ้น ด้วยวัสดุและลวดลายที่สะท้อนถึงเทคโนโลยีไฮบริด
กันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่: กันชนหน้าและหลังได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยวและ Aerodynamic มากขึ้น พร้อมการตกแต่งด้วยแถบสีฟ้าตามจุดต่างๆ
มิติขนาดตัวถัง:
ความยาว: 4,595 มม. (เท่ากันทั้ง 2 รุ่น)
ความกว้าง: 1,750 มม. (เท่ากันทั้ง 2 รุ่น)
ความสูง: 1,750 มม. (เท่ากันทั้ง 2 รุ่น)
ระยะฐานล้อ: 2,775 มม. (เท่ากันทั้ง 2 รุ่น)
ระยะต่ำสุดถึงพื้น:
Xpander HEV: 195 มม. (ยังคงความสามารถในการลุยน้ำได้ดี)
Xpander CROSS HEV: 205 มม. (เพิ่มความสูงจากรุ่นปกติ เพื่อการขับขี่ที่หลากหลายยิ่งขึ้น)
เฉดสีตัวถัง:
มิตซูบิชิได้นำเสนอเฉดสีที่หลากหลายเพื่อให้ผู้บริโภคเลือกสรร โดยมีสีมาตรฐาน 4 สี ได้แก่
สีขาว White Diamond (ใหม่): สีใหม่ที่เพิ่มความหรูหราและพรีเมียมให้กับตัวรถ
สีเงิน Blade Silver Metallic: สีเงินเมทัลลิกคลาสสิกที่ยังคงได้รับความนิยม
สีเทา Graphite Gray Metallic: สีเทาเข้มที่ให้ความรู้สึกทนทานและทันสมัย
4 Chưa có màu Đen Jet Black Mica
นอกจากนี้ Xpander CROSS HEV ยังมี สีพิเศษเฉพาะรุ่น (Exclusive Color) ได้แก่
สีเขียว Green Bronze Metallic: สีเขียวบรอนซ์ที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมและแตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน เป็นอีกหนึ่งจุดขายที่ดึงดูดสายตา
การออกแบบภายใน: ความหรูหราและฟังก์ชันการใช้งาน
ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV ถูกออกแบบให้เป็น 3 แถว 7 ที่นั่ง ด้วยวัสดุคุณภาพสูงที่เน้นความสบายและความพรีเมียม โดยมีการปรับโทนสีและรายละเอียดให้แตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละรุ่น เพื่อตอบสนองความชอบของผู้บริโภคที่หลากหลาย
วัสดุและการตกแต่ง:
เบาะนั่ง: ทั้ง 2 รุ่น ใช้เบาะหุ้มหนัง Max Cool คุณภาพสูง ซึ่งมีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดี ช่วยลดความร้อนสะสมบนเบาะ ทำให้รู้สึกสบายตลอดการเดินทาง
Xpander HEV: ใช้โทนสี ดำ-น้ำตาล ซึ่งให้ความรู้สึกหรูหราและอบอุ่น
Xpander CROSS HEV: ใช้โทนสี ดำ-น้ำเงิน ซึ่งให้ความรู้สึกสปอร์ตและทันสมัยมากขึ้น
แผงแดชบอร์ด: ได้รับการออกแบบให้ดูทันสมัยและใช้งานง่าย ด้วยการใช้สีดำPiano Black และการตกแต่งด้วยแถบสีฟ้าบริเวณคอนโซลกลาง
พวงมาลัย: พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์ใหม่ พร้อมระบบควบคุมเครื่องเสียงและ cruise control
ฟังก์ชันและเทคโนโลยีภายใน:
ระบบเครื่องเสียง: มาพร้อมหน้าจออินโฟนเทนเมนต์ระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto รวมถึงการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth และลำโพง 6 ตำแหน่ง ให้ความบันเทิงตลอดการเดินทาง
มาตรวัดแบบ Full Digital: ในส่วนของมาตรวัด ได้ติดตั้งหน้าจอแบบ Full Digital สี TFT ขนาด 8 นิ้ว ซึ่งแสดงผลข้อมูลการขับขี่ได้อย่างชัดเจนและสวยงาม โดยเฉพาะข้อมูลจากระบบ Full Hybrid เช่น ระดับพลังงานไฟฟ้า และโหมดการทำงาน
ระบบปรับอากาศ: มาพร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมหน้าจอแสดงผลดิจิตอล และฟังก์ชัน Max Cool ที่สามารถทำความเย็นได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีสวิตซ์ควบคุมระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลังแบบแยกส่วน และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังบนเพดาน เพื่อความสะดวกสบายของทุกคนในครอบครัว
ระบบชาร์จและช่องเชื่อมต่อ:
มีแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) บริเวณคอนโซลกลาง
ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหน้า 1 ตำแหน่ง
ช่องชาร์จไฟ USB Type A 1 ตำแหน่ง และ Type C 1 ตำแหน่ง สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ช่องชาร์จไฟ 12V บริเวณคอนโซลหน้า 1 ตำแหน่ง และบริเวณเบาะนั่งแถวหลัง 1 ตำแหน่ง
ระบบอำนวยความสะดวกอื่นๆ:
กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
ระบบ Push Start และกุญแจ Smart Keyless Entry
ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Brake Hold
ช่องเก็บของใต้พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง
สมรรถนะและเทคโนโลยี Full Hybrid: หัวใจสำคัญของ Xpander HEV
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV แตกต่างจากคู่แข่งในตลาด คือ ระบบ Full Hybrid ที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน MIVEC 1.6 ลิตร ซึ่งให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยมพร้อมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น่าประทับใจ
ระบบขับเคลื่อน:
เครื่องยนต์: เครื่องยนต์เบนซิน MIVEC ขนาด 1.6 ลิตร