![Part 2: N1209211_ก คนม นร กน [ตอนจบ] #หน งส น #ต องมนต ฟ ล ม #ละครส นสะท อนส งคม #หน | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260909_175709.jpg)
สิ้นสุดการรอคอย! Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV เปิดตัวอย่างเป็นทางการ 2026: Hybrid MPV 7 ที่นั่ง ที่พลิกโฉมตลาดด้วยนวัตกรรม e-MOTION
ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ เมื่อ Mitsubishi Xpander เจ้าตลาดเดิมที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนาน ได้ตัดสินใจยกระดับเกมด้วยการเปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา การมาถึงของ Xpander เจเนอเรชั่นที่ 2 นี้ ไม่ใช่แค่การ Minorchange ธรรมดา แต่เป็นการพลิกโฉมครั้งสำคัญ ด้วยการติดตั้งระบบ Full Hybrid เป็นครั้งแรกของโลกในกลุ่มรถยนต์ประเภทนี้ พร้อมด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวขึ้น ฟีเจอร์ที่จัดเต็มขึ้น และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยขึ้น เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงจากแบรนด์คู่แข่งที่ต่างก็งัดไม้เด็ดออกมาสู้กันอย่างดุเดือด
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ผมมองว่าการตัดสินใจของ Mitsubishi ที่จะติดตั้งระบบ Full Hybrid ใน Xpander ซึ่งเป็นรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ (MPV) ที่เน้นการใช้งานในครอบครัวและกลุ่มรถ C-segment นั้น ถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง นี่ไม่ใช่แค่การเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค แต่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า Mitsubishi ไม่ได้ต้องการเพียงแค่รักษาตำแหน่งเจ้าตลาด แต่ต้องการขยายตลาดและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเซกเมนต์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงอย่างต่อเนื่องในปี 2026
การแข่งขันในตลาด MPV 7 ที่นั่งนั้นดุเดือดมาก มีผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้ามาท้าทายอำนาจเดิมของแบรนด์ญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลายและมีความคาดหวังที่สูงขึ้น ในสถานการณ์เช่นนี้ การเปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV จึงเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างตรงจุด ด้วยการผสานจุดแข็งเดิมของ Xpander ทั้งในด้านดีไซน์ที่โดดเด่น ความหรูหราพรีเมียม และความอเนกประสงค์ในการใช้งานจริง เข้ากับเทคโนโลยี Full Hybrid ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ทั้งในด้านความประหยัด การตอบสนอง และความนุ่มนวล
บทความนี้จะเจาะลึกทุกมิติของ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV รุ่นใหม่ล่าสุดปี 2026 ตั้งแต่งานดีไซน์ภายนอกที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ภายในห้องโดยสารที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและฟีเจอร์อำนวยความสะดวก ระบบ Full Hybrid ที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตรอย่างลงตัว โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครัน เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมและตัดสินใจได้ว่า Xpander HEV คือคำตอบสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์ที่ใช่ในปี 2026 นี้
งานดีไซน์ภายนอก: Dynamic Shield ที่ล้ำสมัยและโดดเด่น
ในส่วนของงานดีไซน์ภายนอก Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV ได้รับการปรับปรุงให้มีความโฉบเฉี่ยวและทันสมัยยิ่งขึ้นตามแนวคิด Dynamic Shield ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mitsubishi แต่ได้รับการตีความใหม่ให้เข้ากับความเป็นรถยนต์ Full Hybrid
Mitsubishi Xpander HEV จะมาพร้อมกับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่โดดเด่นด้วยโลโก้ “HEV” สีน้ำเงิน เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นรถยนต์ Hybrid อย่างชัดเจน เส้นสายตกแต่งสีน้ำเงินที่กันชนหน้าและกาบข้างประตูช่วยเพิ่มความรู้สึกพรีเมียมและล้ำสมัย ล้ออัลลอยแบบทูโทน Machine Finished ขนาด 17 นิ้ว พร้อมแถบสีฟ้าขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 205/55 R17 ช่วยเสริมให้ตัวรถดูสปอร์ตและมีมิติมากยิ่งขึ้น
Mitsubishi Xpander CROSS HEV นั้น จะยกระดับความสปอร์ตและความบึกบึนขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนต์ SUV กระจังหน้าดีไซน์เฉพาะรุ่น พร้อมโลโก้ “HEV” สีน้ำเงิน ที่ดูดุดันและแตกต่างอย่างชัดเจน เส้นสายตกแต่งสีน้ำเงินที่กันชนหน้าและกาบข้างประตูยังคงมีอยู่ แต่ถูกออกแบบให้ดูกลมกลืนไปกับดีไซน์โดยรวมของรุ่น CROSS ล้ออัลลอยแบบทูโทน Machine Finished ขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์เฉพาะรุ่น พร้อมแถบสีฟ้าขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 205/55 R17 เสริมให้ตัวรถดูสูงโปร่งและพร้อมลุยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีคิ้วซุ้มล้อสีดำขนาดใหญ่ และสเกิร์ตข้างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ช่วยเพิ่มความรู้สึกของรถยนต์อเนกประสงค์อย่างแท้จริง
ในส่วนของมิติตัวถัง ทั้งสองรุ่นมีความยาว 4,595 มม. ความกว้าง 1,750 มม. ความสูง 1,750 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,775 มม. ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองและนอกเมือง จุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคือ ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance) ในรุ่น Xpander HEV จะอยู่ที่ 195 มม. ในขณะที่รุ่น Xpander CROSS HEV จะเพิ่มขึ้นเป็น 205 มม. ซึ่งทำให้ Xpander CROSS HEV มีความสามารถในการลุยได้ดีกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องขับขี่บนถนนที่หลากหลาย หรือต้องการความมั่นใจในการขับขี่บนเส้นทางที่ขรุขระ
สำหรับเฉดสีตัวถัง ทั้งสองรุ่นมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond (สีใหม่), สีเงิน Blade Silver Metallic, สีเทา Graphite Gray Metallic และสีดำ Jet Black Mica อย่างไรก็ตาม Xpander CROSS HEV จะมีสีพิเศษเฉพาะรุ่น คือ สีเขียว Green Bronze Metallic ซึ่งเป็นสีที่สะท้อนถึงความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่มีสไตล์และแตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน
ภายในห้องโดยสาร: หรูหรา ทันสมัย และอัดแน่นด้วยฟีเจอร์
เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV คุณจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกหรูหรา พรีเมียม และการออกแบบที่พิถีพิถัน วัสดุที่ใช้ในการตกแต่งภายในมีความหลากหลายและมีคุณภาพสูง หน้าจอแสดงผลได้รับการอัปเกรดให้ทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมด้วยฟีเจอร์อำนวยความสะดวกที่จัดเต็มเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
การจัดวางเบาะเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ซึ่งเป็นจุดขายหลักของรถยนต์ประเภทนี้ เบาะนั่งทั้ง 3 แถวถูกหุ้มด้วยหนัง Max Cool ซึ่งเป็นวัสดุพิเศษที่ช่วยลดความร้อนสะสมและระบายอากาศได้ดี ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายแม้ในการเดินทางไกล ในส่วนของโทนสี เบาะนั่งใน Xpander HEV จะเป็นโทนสีดำ-น้ำตาล ในขณะที่ Xpander CROSS HEV จะมาในโทนสีดำ-น้ำเงิน ซึ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกพรีเมียมและแตกต่างให้กับแต่ละรุ่น
สำหรับฟังก์ชันการปรับเบาะนั่ง เบาะฝั่งผู้ขับปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง ส่วนผู้โดยสารตอนหน้าปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง แม้จะเป็นการปรับด้วยมือ แต่ตำแหน่งและองศาการปรับที่เหมาะสม ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถหาท่าทางการนั่งที่สบายได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ เบาะนั่งแถวที่ 2 และแถวที่ 3 ยังสามารถพับแบนราบได้ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานพื้นที่เก็บสัมภาระ
แผงหน้าปัดได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ ด้วยการติดตั้ง มาตรวัดแบบ Full Digital สี TFT ขนาด 8 นิ้ว ซึ่งแสดงผลข้อมูลการขับขี่ได้อย่างชัดเจนและทันสมัย รวมถึงข้อมูลจากระบบ Full Hybrid และระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ หน้าจออินโฟนเทนเมนต์ขนาด 9 นิ้ว ตั้งอยู่กลางแผงคอนโซล รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
นอกจากนี้ ภายในห้องโดยสารยังมาพร้อมกับชุดอุปกรณ์และฟีเจอร์ที่หลากหลายเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ได้แก่:
ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง ที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยมสำหรับการฟังเพลงหรือดูหนัง
แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบ