การพลิกโฉมวงการยานยนต์ไทย: มิตซูบิชิ แนะนำรถฟูลไฮบริดยุคใหม่ พร้อมแคมเปญสุดพิเศษและแผนพิชิตสนามแรลลี่ระดับโลก
ในวงการยานยนต์ไทยปี 2569 นี้ กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อค่ายรถยนต์ชั้นนำอย่าง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่จะมาปฏิวัติประสบการณ์การขับขี่ ด้วยการนำเสนอรถยนต์ฟูลไฮบริด (Full Hybrid) 2 รุ่นใหม่ ได้แก่ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี (All-New Mitsubishi Xforce HEV) และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ (Mitsubishi Xpander HEV Play) ซึ่งมาพร้อมกับดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงาน และสมรรถนะการขับขี่ นอกจากนี้ บริษัทยังได้เผยแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถในช่วงเปิดตัว พร้อมทั้งประกาศความพร้อมในการส่งทีม มิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต (Mitsubishi Rally Art) ลงแข่งขันรายการ เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ (Asia Cross Country Rally: AXCR) 2025 ด้วยรถแข่ง ไทรทัน แรลลี่คาร์ (Triton Rally Car) เพื่อกลับมาทวงความยิ่งใหญ่บนเวทีระดับโลก
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงการเปิดตัวครั้งประวัติศาสตร์นี้ว่า “จากความสำเร็จในการเปิดตัว ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอรถยนต์รุ่นนี้ให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่หลายๆ คนรอคอย นอกจากนี้ เรายังมีรถยนต์รุ่นพิเศษอย่าง มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ ซึ่งผลิตในจำนวนจำกัด เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่มองหาความแตกต่างและเอกลักษณ์เฉพาะตัว รถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนารถยนต์ฟูลไฮบริดที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์ที่โดดเด่น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
แคมเปญพิเศษ “Early Bird Offers” สำหรับลูกค้าที่จอง ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม และรับมอบรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 จะได้รับสิทธิประโยชน์สุดพิเศษ ได้แก่ บัตรกำนัลที่พักในเครือเซ็นทารา มูลค่า 10,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมายสำหรับรถยนต์ทุกรุ่น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจให้กับลูกค้าที่ตัดสินใจในช่วงเปิดตัว
ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี เป็นผลลัพธ์ของการพัฒนาที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของทีมวิศวกรและนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาวไทยและญี่ปุ่น โดยมีฐานการผลิตหลักอยู่ที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการผลิตและจำหน่ายรถยนต์คุณภาพสูงในประเทศไทย รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมกับการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคอนเซ็ปต์ “Silky & Solid” ซึ่งสื่อถึงความเรียบหรู สง่างาม แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่งและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม แบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย ได้แก่ อิกไนท์ (Ignite) อัลทิเมท (Ultimate) และรุ่นท็อป อัลทิเมท เอ็กซ์ (Ultimate X) แต่ละรุ่นได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค
หัวใจสำคัญของ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี คือระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Generation ใหม่ ภายใต้เทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งทำงานผสานกันอย่างลงตัวระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกมิติ ระบบนี้ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม พร้อมด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ประหยัดอย่างเหลือเชื่อ เฉลี่ยอยู่ที่ 24.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรถยนต์กลุ่ม SUV ที่มีประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานสูงที่สุดในตลาดปัจจุบัน นอกจากนี้ ระบบยังมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ หรือ 7 Drive Mode ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ที่เหมาะสมกับสภาพถนนและสภาพอากาศได้อย่างง่ายดาย
เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพถนน มิตซูบิชิได้ติดตั้งระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ ที่ช่วยควบคุมแรงบิดและแรงเบรกของแต่ละล้อ เพื่อให้รถเข้าโค้งได้อย่างมั่นคงและแม่นยำ ระบบช่วงล่างและระบบกันสะเทือนได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่โดยเฉพาะสำหรับสภาพถนนในประเทศไทย ผ่านการทดสอบจริงบนถนนกว่า 100,000 กิโลเมตร เพื่อให้มั่นใจว่ารถจะสามารถรองรับสภาพถนนที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ได้รับการติดตั้งระบบความปลอดภัยรอบคัน ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) ซึ่งประกอบด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครัน อาทิ ระบบกล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM) พร้อมระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (Moving Object Detection: MOD) ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบคันได้อย่างชัดเจน และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ รถยังมีถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้โดยสารทุกคน
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีความกว้างขวาง โปร่งสบาย พร้อมพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะในรุ่นท็อป อัลทิเมท เอ็กซ์ (Ultimate X) ที่มาพร้อมกับระบบเสียง ไดนามิค ซาวน์ ยามาฮา พรีเมียม (Dynamic Sound Yamaha Premium) และลำโพง 8 จุด ซึ่งมอบประสบการณ์การฟังเพลงที่เหนือระดับ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในคอนเสิร์ตฮอลล์ขนาดเล็ก
อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจภายในงานคือ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษที่มีจำนวนจำกัด เพื่อตอกย้ำความสำเร็จของรถยนต์ในตระกูล มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ที่ครองความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก รุ่นพิเศษนี้ได้รับการติดตั้งชุดแต่งจากโรงงานในโทนสีดำ ทำให้มีบุคลิกที่โดดเด่นและมีสไตล์มากขึ้น ดีไซน์ภายนอกผสมผสานความสปอร์ตและความหรูหราเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ขณะที่ภายในห้องโดยสารยังคงความกว้างขวางและเบาะนั่งที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้งานได้ตามความต้องการ
ภายในงาน มิตซูบิชิ ยังได้จัดแสดง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม ใหม่ (Mitsubishi Pajero Sport Prime New) ซึ่งได้รับการยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ในขณะที่ยังคงราคาจำหน่ายเท่าเดิม ทำให้รถรุ่นนี้มีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น การออกแบบภายในยังคงสะท้อนถึงความหรูหราและทันสมัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ SUV ที่มีสมรรถนะสูงและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน
ปิดท้ายด้วยการจัดแสดง มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท (Mitsubishi Triton Athlete) ซึ่งเป็นรถกระบะที่ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์สปอร์ตพรีเมียมด้วยขุมพลัง ไฮเปอร์ พาวเวอร์ เอ็กซ์ทู (Hyper Power X2) ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในรถกระบะที่มีสมรรถ