
เผยโฉมใหม่ All-New Mitsubishi XForce HEV และ Xpander HEV Play: ยกระดับนิยามรถยนต์พลังงานทางเลือก 2026
กรุงเทพฯ – 24 มีนาคม 2568 – อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก ที่ผู้บริโภคมีความต้องการที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในด้านสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และเทคโนโลยี วันนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ ฟูลไฮบริด 2 รุ่นใหม่ล่าสุด: All-New Mitsubishi XForce HEV และ Mitsubishi Xpander HEV Play ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นับเป็นก้าวสำคัญที่จะพลิกโฉมตลาดรถยนต์ไฮบริดในประเทศไทย ท่ามกลางกระแสความนิยม รถยนต์ไฟฟ้า ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ความท้าทายของตลาดรถยนต์ฟูลไฮบริดในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ EV
ในขณะที่ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในตลาดโลกและประเทศไทย การตัดสินใจลงทุนใน ระบบ Full Hybrid อาจดูเป็นการสวนกระแส แต่จากข้อมูลเชิงลึกในตลาด พบว่าผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมากยังมีความลังเลในการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% ด้วยเหตุผลด้าน โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ ความกังวลเรื่อง ระยะทางวิ่ง และ ราคาจำหน่ายที่สูง ในขณะที่ รถยนต์ Full Hybrid สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายได้อย่างลงตัว
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงกลยุทธ์นี้อย่างชัดเจนว่า “จากที่เราได้เปิดตัวรถ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ในวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา งานนี้จึงถือเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าจะได้ชมการจัดแสดงรถ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ที่หลายๆ คนรอคอย รวมถึงรถ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ ซึ่งเป็นรถรุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด โดยรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการพัฒนารถยนต์ฟูลไฮบริด พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์ที่โดดเด่น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”
นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า มิตซูบิชิ ไม่ได้มองว่า Full Hybrid เป็นเพียงสะพานเชื่อม แต่เป็น โซลูชันที่ยั่งยืน และ เหมาะสมกับบริบทปัจจุบัน ของตลาดไทย โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความสมดุลระหว่าง เทคโนโลยีอนาคต และ ความสะดวกสบายในการใช้งานจริง
เทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION: หัวใจสำคัญของความสำเร็จ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ All-New XForce HEV และ Xpander HEV Play แตกต่างจากคู่แข่งในตลาด คือ ระบบขับเคลื่อน MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งได้รับการยกระดับไปอีกขั้น ด้วย ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Generation ใหม่ ที่ผสมผสานการทำงานของ มอเตอร์ไฟฟ้า และ เครื่องยนต์สันดาปภายใน ได้อย่างลงตัวที่สุด
มร. อินาบะ เน้นย้ำว่า “ด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Generation ใหม่ ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม แต่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เฉลี่ยอยู่ที่ 24.4 กิโลเมตร/ลิตร” ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่คือ ความสามารถในการแข่งขันโดยตรง กับรถยนต์กลุ่มเดียวกันในตลาดที่ยังต้องพึ่งพาเครื่องยนต์สันดาปเพียงอย่างเดียว
กลไกเบื้องหลังความสำเร็จนี้คือ การทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด ของระบบไฟฟ้าและเครื่องยนต์ ซึ่งทำให้รถสามารถ:
สตาร์ทด้วยไฟฟ้า ในทุกครั้งที่ออกตัว เพิ่มความเงียบและลดการสิ้นเปลืองน้ำมัน
ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนหลัก ในช่วงความเร็วต่ำถึงปานกลาง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รถยนต์ในเมืองมีการใช้งานมากที่สุด
สลับโหมดการขับขี่ ไปยังเครื่องยนต์สันดาปโดยอัตโนมัติเมื่อต้องการกำลัง หรือเมื่อแบตเตอรี่มีประจุต่ำ
ฟังก์ชัน Regenerative Braking ดึงพลังงานจากการเบรกกลับมาเก็บในแบตเตอรี่ เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันสูงสุด
ออกแบบเพื่อคนไทย: ความเข้าใจในตลาดท้องถิ่น
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ All-New XForce HEV ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมในไทย คือ การพัฒนาที่ร่วมกับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาวไทย และ การใช้ฐานการผลิตที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ซึ่งทำให้รถสามารถ:
ตอบสนองต่อสภาพถนนไทยโดยเฉพาะ: ด้วยการ ช่วงล่างและระบบกันสะเทือนที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ จากการทดสอบจริงบนถนนไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร ทำให้มั่นใจได้ถึงความนุ่มนวลและเสถียรภาพในการขับขี่ แม้ในสภาพถนนที่ไม่สมบูรณ์
มีดีไซน์ที่ตรงใจผู้บริโภค: ภายใต้แนวคิด Silky & Solid ที่สะท้อนความเรียบหรูแต่ทรงพลังในทุกมิติอันเป็นเอกลักษณ์
เทคโนโลยีที่ใช้งานง่าย: ด้วย โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ หรือ 7 Drive Mode ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่ได้ตามต้องการให้สมรรถนะการขับขี่ที่ปลอดภัย มั่นใจได้ในทุกเส้นทาง ลุยได้ในทุกสภาพถนนและทุกสภาพอากาศ
การที่รถได้รับการ พัฒนาและทดสอบในไทย ทำให้ มิตซูบิชิ สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ มีความมั่นใจในคุณภาพรถยนต์และบริการหลังการขายที่ครบครัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคไทย
ความปลอดภัยระดับโลก: เทคโนโลยี Diamond Sense
ในยุคที่ ความปลอดภัย กลายเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ของผู้บริโภค มิตซูบิชิ ได้ยกระดับมาตรฐานอีกครั้งด้วย เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) ที่ครบครันที่สุดในกลุ่ม
เทคโนโลยีนี้ประกอบด้วยระบบอัจฉริยะที่ทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสาร:
กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM) พร้อม ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (Moving Object Detection: MOD) ที่ช่วยให้การจอดรถและการขับขี่ในที่แคบเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ถุงลม 6 ตำแหน่ง ที่ให้การปกป้องในทุกทิศทาง
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มอบการขับขี่ที่ปลอดภัยและมั่นใจ ควบคุมรถได้อย่างคล่องตัวโดยเฉพาะขณะเข้าโค้ง
สำหรับ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม ใหม่ ที่เปิดตัวพร้อมกับเทคโนโลยีนี้ ได้ยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารสะดวกสบาย สะท้อนความหรูหราและทันสมัย
Xpander HEV Play: การพลิกโฉมรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์
นอกจากการเปิดตัว XForce HEV แล้ว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ ซึ่งเป็น รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด ได้เข้ามาเติมเต็มตลาด รถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก ให้มีทางเลือกที่น่าสนใจยิ่งขึ้น
รถยนต์รุ่นพิเศษนี้ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาด ด้วยการติดตั้ง ชุดแต่งจากโรงงานในโทนสีดำ ที่ให้บุคลิกใหม่ที่โดดเด่น มีสไตล์ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับในแบบ MITSUBISHI e:MOTION ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นในสไตล์สปอร์ตพรีเมียม ห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งปรับพับได้หลากหลายรูปแบบและมีพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และ