เปิดใจเจ้าของรถ XPANDER หลังร่วมกิจกรรม “e:MOTION in Moment” กับมิตซูบิชิ ประเทศไทย: ประสบการณ์สุดพิเศษส่งท้ายปี 2025
การสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับลูกค้าถือเป็นหัวใจสำคัญของทุกธุรกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่การแข่งขันสูงลิ่ว การมอบประสบการณ์สุดพิเศษ (Exclusive Experience) ที่เหนือความคาดหมายไม่เพียงช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิม แต่ยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพในการสร้างการบอกต่อ (Word-of-Mouth Marketing) และยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ ล่าสุด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการเป็นแบรนด์ที่ใส่ใจลูกค้า (Customer-Centric Brand) ด้วยการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปถ่ายภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “THE EXCLUSIVE STORY – EP.3 e:MOTION in Moment” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเอาใจเหล่าคนรักการถ่ายภาพสายโซเชียล โดยเฉพาะผู้ใช้งานรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ไฮบริด (Mitsubishi Xpander HEV) และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่น
กิจกรรม “e:MOTION in Moment” จัดขึ้น ณ เจมส์ 500 ซิตี้แคมป์ ร่มเกล้า ลากูน จังหวัดกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลายและสวยงาม นางสาวริสึโคะ คาเนะโคะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบริหารประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรมการบริการ ได้กล่าวเปิดงานด้วยความยินดีว่า “เวิร์กช็อปนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราภูมิใจนำเสนอ เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่เติมเต็มความสนุกสนานและตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เรารัก เราให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าเป็นอันดับต้นๆ เสมอมา และกิจกรรมในวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นนั้น”
ไฮไลท์สำคัญของงานคือ ช่วงเสวนาพิเศษ “e:MOTION Expert Talk” ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มาให้คำแนะนำเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้งานรถยนต์ การขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเจาะลึกฟีเจอร์และเทคโนโลยีล้ำสมัยของรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ไฮบริด และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ไฮบริด (Mitsubishi Xpander HEV & Xpander Cross HEV) ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นเสมือน “เพื่อนร่วมทางที่พร้อมลุยไปกับคุณในทุกที่” (Your Dependable Adventure Partner) รถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (Full Hybrid System) ที่มอบทั้งสมรรถนะที่เร้าใจ อัตราเร่งทันใจ และความประหยัดน้ำมัน ผสานกับช่วงล่างที่เหนือกว่าคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน (Ground Clearance 220 มม.) ทำให้ผู้ขับขี่สามารถออกไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเดินทางได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และอุ่นใจในทุกเส้นทาง
อย่างไรก็ตาม กิจกรรมไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การให้ความรู้ แต่ยังเต็มไปด้วยความสนุกสนานและสร้างสรรค์ ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพด้วยสมาร์ตโฟนจาก “พ่อมดติ๊กต๊อก” ช่างภาพและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียกว่า 2 ล้านคน ซึ่งได้ถ่ายทอดเคล็ดลับการโพสต์ภาพให้สวยปัง โดดเด่น และน่าสนใจในยุคดิจิทัล หลังจากนั้น ลูกค้าได้ลงมือปฏิบัติจริง ด้วยการนำรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ไฮบริด และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ไฮบริด ที่จัดแสดงมาเป็นแบบในการประกวดถ่ายภาพ ภายใต้กติกาที่กำหนด จากนั้นโพสต์ภาพลงบนโซเชียลมีเดียพร้อมติดแฮชแท็กที่เกี่ยวข้อง เพื่อชิงรางวัลพิเศษ โดยมี “พ่อมดติ๊กต๊อก” เป็นกรรมการตัดสิน บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความตื่นเต้น และการแลกเปลี่ยนมุมมองการถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน
ความสำเร็จของกิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของมิตซูบิชิ ประเทศไทย ในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้เหนือกว่าแค่การเป็นเจ้าของรถยนต์ แต่เป็นการสร้างชุมชน (Community) ที่แข็งแกร่งและมีความสุข เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้รถยนต์อย่างเต็มศักยภาพ สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม และเปลี่ยนทุกช่วงเวลาให้กลายเป็น “เรื่องราวสุดพิเศษ” (Exclusive Story) อย่างแท้จริง
บทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเจ้าของรถ: เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริง
เพื่อยืนยันถึงความสำเร็จและความพึงพอใจของลูกค้า เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์เจ้าของรถที่เข้าร่วมกิจกรรม “e:MOTION in Moment” ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของผลิตภัณฑ์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส นี่คือเสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริงที่จะบอกเล่าประสบการณ์ตรงที่ได้รับจากกิจกรรมและตัวผลิตภัณฑ์
นายวีรพล นาชิน เจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ได้แสดงความรู้สึกด้วยรอยยิ้มว่า “ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสมาร่วมเวิร์กช็อปในครั้งนี้ เพราะนอกจากจะได้สนุกและเรียนรู้เทคนิคดีๆ ในการถ่ายภาพเพื่อโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียแล้ว ช่วงพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญยังทำให้ผมเข้าใจระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดและฟีเจอร์ต่างๆ ของรถมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ไฮบริด มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของอัตราประหยัดน้ำมันและความเงียบของเครื่องยนต์ที่น่าประทับใจมาก”
นายปัญญา เชี่ยวไพบูลย์ผล เจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ไฮบริด ได้เสริมมุมมองที่น่าสนใจว่า “กิจกรรมนี้ทำให้ผมได้มีโอกาสพบปะและพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ใช้งานมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์คนอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะเราจะได้เห็นมุมมองการใช้งานที่หลากหลาย ส่วนตัวผมชอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวลของมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ไฮบริด โดยเฉพาะความเงียบของห้องโดยสารตอนที่ขับในโหมด EV ซึ่งรู้สึกเหมือนขับรถยุโรป ส่วนโหมดขับขี่ที่หลากหลาย อย่างโหมด Wet ที่ใช้เมื่อถนนเปียก ช่วยให้ผมเดินทางได้อย่างมั่นใจในช่วงหน้าฝนที่ถนนลื่นและทัศนวิสัยไม่ดี ถือเป็นรถที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริงของคนกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัว”
เสียงสะท้อนจากลูกค้าทั้งสองท่านยืนยันได้ว่า กิจกรรม “e:MOTION in Moment” ไม่เพียงแต่สร้างความสุขและความบันเทิง แต่ยังช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์ เพิ่มความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของ และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างลูกค้าและแบรนด์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความสำเร็จในระยะยาว
เจาะลึกเทคโนโลยีและนวัตกรรม: ทำไม XPANDER HEV ถึงเป็น Smart Choice ในปี 2026
การเลือกซื้อรถยนต์ในปัจจุบันไม่ใช่แค่การมองหารถเพื่อการเดินทาง แต่คือการมองหารถยนต์คู่ใจที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ขับเคลื่อนไลฟ์สไตล์ และตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ในปี 2026 ที่กระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์สักคันต้องพิจารณาถึงปัจจัยหลายด้าน ทั้งสมรรถนะ ประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย รถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ไฮบริด (Xpander HEV) และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ไฮบริด (Xpander Cross HEV) ถือเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Full Hybrid ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ระบบขับเคลื่อน Full Hybrid: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า
หัวใจสำคัญของความโดดเด่นของ XPANDER HEV อยู่ที่ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 1

