
ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ สู่ยุคใหม่แห่งสมรรถนะและความยั่งยืน: มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำ “Mitsubishi Motors-ness” ด้วยการเปิดตัวและจัดแสดงยนตรกรรมไฮไลท์แห่งปี ณ งานฟาสต์ ออโตโชว์ ไทยแลนด์ 2024
ในยุคที่การคมนาคมไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสัญจรจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตน ความสำเร็จ และความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมของผู้ขับขี่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของไทย ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ด้วยการนำเสนอ “Mitsubishi Motors-ness” ซึ่งเป็นปรัชญาการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ความทนทานตามแบบฉบับมิตซูบิชิ และความเข้าใจในวิถีชีวิตคนไทยไว้อย่างลงตัว ท่ามกลางสมรภูมิรถยนต์ที่ทวีความเข้มข้นขึ้น มิตซูบิชิได้ประกาศศักดาอีกครั้ง ด้วยการขนทัพยนตรกรรมเรือธง พร้อมข้อเสนอสุดเร้าใจ มาจัดแสดงในงาน “ฟาสต์ ออโตโชว์ ไทยแลนด์ 2024” (Fast Auto Show Thailand 2024) ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 3 – 7 กรกฎาคม 2567 โดยครั้งนี้ มิตซูบิชิไม่ได้มาเพียงแค่การจัดแสดงรถยนต์ แต่มาพร้อมกับนิยามใหม่แห่งการขับขี่ “Mitsubishi e:MOTION” ที่จะพลิกโฉมประสบการณ์การขับขี่ให้สนุกสนาน ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อโลกมากยิ่งขึ้น
ก้าวข้ามขีดจำกัดสู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต: Mitsubishi e:MOTION
ในงานฟาสต์ ออโตโชว์ ไทยแลนด์ 2024 มิตซูบิชิได้นำเสนอนวัตกรรมที่ถือเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาในยุคปัจจุบัน นั่นคือระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (Full Hybrid Electric Vehicle: FHEV) ซึ่งถูกนำมาใช้ในรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งรุ่นยอดนิยมอย่าง มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี (Mitsubishi Xpander HEV) และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี (Mitsubishi Xpander Cross HEV) การก้าวเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฮบริดไม่ใช่เพียงการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ของมิตซูบิชิในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน รถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมกับนิยามการขับขี่ “Mitsubishi e:MOTION” ซึ่งเป็นการผสานเทคโนโลยีและสมรรถนะเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการผสมผสานการทำงานของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีมาจากระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มิตซูบิชิมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ระบบนี้ไม่เพียงช่วยให้รถประหยัดน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังมอบอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ทันใจด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแรงบิดสูง ทำให้การขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น หรือการเร่งแซงบนทางหลวงเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจ
หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ Mitsubishi e:MOTION แตกต่าง คือ โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ตามความเหมาะสมของสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นโหมดขับขี่ปกติ โหมดประหยัดพลังงาน หรือโหมดที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่บนพื้นผิวพิเศษ เทคโนโลยีนี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจในทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ ความอัจฉริยะของระบบยังผสานรวมกับ เทคโนโลยีควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เทคโนโลยีนี้จะทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนเพื่อควบคุมแรงบิดของล้อแต่ละข้างในขณะเข้าโค้ง ช่วยลดอาการลื่นไถล เพิ่มเสถียรภาพการทรงตัว และมอบความรู้สึกควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ ราวกับรถกำลังลอยตัวเหนือพื้นถนน การผสานรวมของเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มสมรรถนะ แต่เป็นการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ “สนุก เร้าใจ ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” อย่างแท้จริง
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์: ราชาแห่งรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ก้าวสู่ยุคไฮบริด
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก ด้วยการออกแบบที่ทันสมัย พื้นที่ภายในที่กว้างขวาง และความคุ้มค่าคุ้มราคา การเปิดตัวรุ่น เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ไม่เพียงเป็นการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานของกลุ่มรถยนต์ประเภทนี้ไปสู่อีกระดับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เป็นรถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดรุ่นแรกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในตลาดประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดสู่ผู้บริโภคไทย รถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ยังคงไว้ซึ่งดีเอ็นเอของความเป็นเอ็กซ์แพนเดอร์ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภายนอกที่โดดเด่นสะดุดตาด้วยดีไซน์แบบ Dynamic Shield ที่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและลู่ลม ห้องโดยสารที่กว้างขวางสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่ยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน
แต่ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญและน่าตื่นเต้นที่สุดคือขุมพลังภายใต้ฝากระโปรง การผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าในระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาดเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ดีที่สุดในทุกสภาวะ ในขณะขับขี่ในเมือง มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อน ช่วยให้รถออกตัวได้อย่างนุ่มนวลและประหยัดพลังงาน ในขณะที่เครื่องยนต์จะเข้ามาเสริมการทำงานเมื่อต้องการกำลังเร่ง หรือเมื่อแบตเตอรี่ต้องการชาร์จ การทำงานที่ผสานกันอย่างลงตัวนี้ทำให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ต่อเนื่อง ไม่สะดุด และที่สำคัญคือประหยัดน้ำมันได้อย่างมาก ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบภายในที่เน้นความพรีเมียมด้วยวัสดุคุณภาพสูง คอนโซลหน้าแบบ Horizontal Axis ที่ให้ความรู้สึกโอ่โถง และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและสร้างความเพลิดเพลินในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในชีวิตประจำวัน หรือการเดินทางไกลไปยังต่างจังหวัด รถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้พร้อมที่จะตอบสนองทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยและต้องการรถยนต์ที่สามารถพาตะลุยไปได้ทุกเส้นทาง มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี จะเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการออกแบบที่เพิ่มความดุดันด้วยชุดแต่งแบบครอสรอบคัน เพิ่มความสูงใต้ท้องรถ และระบบช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถรับมือกับสภาพถนนที่หลากหลายได้อย่างมั่นใจ แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมือง การผสมผสานเทคโนโลยีฟูลไฮบริดเข้ากับความสามารถในการลุยของรุ่นครอส ทำให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่ครบเครื่องสำหรับผู้ที่ต้องการความสมดุลระหว่างไลฟ์สไตล์ในเมืองและการผจญภัยในวันหยุดสุดสัปดาห์
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต: ขีดสุดแห่งเทคโนโลยีและความหรูหราในกลุ่มรถยนต์ PPV
ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ (PPV) มิตซูบิชิได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วย มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นปี 2024 ซึ่งมาพร้อมกับ “เครื่องยนต์ใหม่ คลีนดีเซล ไฮเปอร์ พาวเวอร์ (Clean Diesel Hyper Power)” ขุมพลัง