
สุดยอดนวัตกรรมแห่งยุค! มิตซูบิชิ เปิดตัวเทคโนโลยี e:MOTION ยกระดับประสบการณ์ขับขี่ สู่มิติใหม่แห่งความเร้าใจ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเผยโฉม ไทรทัน แอทลีท ขุมพลังใหม่ล่าสุด!
ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 วงการยานยนต์ไทยต้องจับตามอง เมื่อ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้เปิดฉากการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดล้ำ ภายใต้แนวคิด “Mitsubishi Motors-ness” ณ งาน FAST AUTO SHOW THAILAND 2026 ณ ไบเทค บางนา ที่นี่คือสมรภูมิแห่งการแสดงศักยภาพสูงสุดของค่ายดาวสามแฉก ที่ได้นำทัพยานยนต์แห่งอนาคตมาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์จากทั่วสารทิศได้อย่างล้นหลาม นี่ไม่ใช่แค่การโชว์รถ แต่เป็นการประกาศศักดาแห่งวิศวกรรมที่ผสานความประณีตแบบญี่ปุ่น เข้ากับความแข็งแกร่งที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว
e:MOTION: ปรัชญาแห่งการขับเคลื่อนแห่งอนาคต
หัวใจสำคัญที่สะกดทุกสายตาในบูธของมิตซูบิชิ คือการเปิดตัวเทคโนโลยี e:MOTION ซึ่งเป็นผลผลิตจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมากว่าศตวรรษของมิตซูบิชิ ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของวิศวกรคือการผสานพลังไฟฟ้าอันเงียบสงบ เข้ากับพละกำลังของเครื่องยนต์สันดาปได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ “สนุกเร้าใจ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ตามที่ มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้กล่าวไว้ว่า “ปรัชญาความเป็นที่สุดแห่ง ดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คือพลังขับเคลื่อนให้เรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้า พร้อมปลุกพลังแห่งการผจญภัย ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ที่เพียบพร้อมทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย ความล้ำสมัย ความปลอดภัย รวมถึงความไว้วางใจได้”
เทคโนโลยี e:MOTION ไม่ได้มีดีแค่เพียงชื่อเรียกที่ไพเราะ แต่คือการผนึกรวมสามสุดยอดองค์ประกอบสำคัญเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ดังนี้
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV System): นี่คือการปฏิวัติวงการยานยนต์ ด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยตรงจากรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลก มิตซูบิชิได้ออกแบบระบบนี้ให้สามารถสลับการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ได้อย่างชาญฉลาด ทำให้ผู้ขับขี่ได้รับอัตราเร่งที่ทันใจด้วยแรงบิดสูงจากมอเตอร์ไฟฟ้า ในขณะที่ยังคงความประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุดในทุกช่วงความเร็ว ไม่มีความลังเล ไม่มีการกระชาก แต่เป็นความนุ่มนวลที่ส่งตรงถึงเท้าของผู้ควบคุม
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Modes): มิตซูบิชิเข้าใจดีว่าถนนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ด้วยเหตุนี้ จึงได้พัฒนาระบบที่ให้ความยืดหยุ่นสูงสุดในการปรับเปลี่ยนการขับขี่ ให้สอดคล้องกับทุกสภาพถนนและทุกสภาวะอากาศ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว การเดินทางบนทางหลวงที่ต้องการความเร็วคงที่ หรือการลุยในเส้นทาง Off-road ที่ท้าทาย โหมดการขับขี่เหล่านี้จะปรับการทำงานของระบบส่งกำลัง ระบบควบคุมการทรงตัว และระบบขับเคลื่อนให้เหมาะสมที่สุด เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ขับขี่
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC): นี่คือเอกลักษณ์อันโดดเด่นของมิตซูบิชิ ที่ทำให้รถยนต์ของค่ายนี้แตกต่างจากคู่แข่งอย่างสิ้นเชิง ระบบ AYC ทำงานประสานกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อควบคุมแรงบิดของล้อแต่ละข้างในขณะเข้าโค้ง ช่วยให้รถเกาะถนนได้แน่นหนา ลดการลื่นไถล และเพิ่มความแม่นยำในการควบคุม ราวกับว่ารถยนต์คันนั้นมีญาณวิเศษที่อ่านใจของผู้ขับขี่ได้
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี: ผู้นำแห่งรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง
ในงานนี้ ไฮไลท์สำคัญที่ดึงดูดความสนใจของครอบครัวไทย คือ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี (Mitsubishi Xpander HEV) และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี (Mitsubishi Xpander Cross HEV) ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก ด้วยการผสานความอเนกประสงค์ในการใช้งานของรถ MPV เข้ากับเทคโนโลยีขับเคลื่อนฟูลไฮบริดอันล้ำสมัย
ภายใต้รูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและทันสมัย ดีไซน์ภายนอกยังคงเอกลักษณ์ของ Dynamic Shield ที่สื่อถึงความแข็งแกร่งและความปลอดภัย แต่เพิ่มความพรีเมียมด้วยเส้นสายที่เฉียบคมและรายละเอียดที่ประณีตมากขึ้น ห้องโดยสารภายในได้รับการออกแบบให้มีความกว้างขวาง นั่งสบาย และสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย เพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ เบาะนั่งสามารถพับเรียบได้หลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ รองรับทุกการเดินทาง ตั้งแต่การไปจ่ายตลาดในวันหยุด ไปจนถึงการเดินทางไกลพักผ่อนช่วงเทศกาล
แต่สิ่งที่ทำให้รถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้โดดเด่นเหนือใคร คือเทคโนโลยี e:MOTION ที่ทำงานอยู่ภายใน เมื่อคุณกดคันเร่ง รถจะออกตัวอย่างนุ่มนวลและเงียบสงบด้วยพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า ให้ความรู้สึกผ่อนคลายในการขับขี่ในเมือง เมื่อต้องการเร่งแซงหรือขึ้นทางชัน ระบบจะผสานการทำงานกับเครื่องยนต์ทันที มอบพละกำลังที่เพียงพอต่อทุกสถานการณ์ ความพิเศษคือระบบจะคำนวณและสลับการทำงานให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ผู้ขับขี่เพียงแค่เพลิดเพลินไปกับการเดินทาง ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการพลังงานใดๆ ทั้งสิ้น
ในด้านความปลอดภัย มิตซูบิชิได้ติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง Diamond Sense ไว้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM), ระบบเตือนการออกนอกเลน (LDW), ระบบควบคุมการทรงตัว (ASC), และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCL) ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานประสานกันเพื่อปกป้องผู้โดยสารและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ราวกับมีเกราะป้องกันที่มองไม่เห็น
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยเล็กๆ น้อยๆ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ยังมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่สามารถเลือกโหมดการขับขี่บนพื้นผิวที่หลากหลาย ทำให้คุณสามารถพาครอบครัวออกไปสัมผัสธรรมชาติได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางลูกรัง ทุ่งหญ้า หรือชายหาด นี่คือรถที่เกิดมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความฝันของครอบครัวยุคใหม่ ที่ต้องการทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความสนุกสนานในการเดินทาง
โปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับครอบครัวมิตซูบิชิ
มิตซูบิชิรู้ดีว่าการซื้อรถยนต์ใหม่คือการตัดสินใจครั้งสำคัญ จึงได้จัดเตรียมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจจองรถภายในงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่เป็นเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิอยู่แล้ว รับส่วนลดเพิ่มอีก 10,000 บาท เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน M-Drive และลงทะเบียน คุณจะได้รับ e-Voucher สำหรับใช้เป็นส่วนลดในการซื้อรถยนต์คันใหม่ภายในงาน โปรโมชั่นนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่มิตซูบิชิมีต่อลูกค้า และต้องการตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้กับแบรนด์เสมอมา
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่: ขีดสุดแห่งความหรูหราและสมรรถนะ
ก้าวสู่ความพรีเมียมสูงสุดด้วย มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่นปี 2024 ซึ่งมาพร้อมกับขุมกำลังใหม่ “Hyper Power”