
เจาะลึกตลาดรถยนต์ MPV 7 ที่นั่งไทย 2026: ใครครองแชมป์ และอะไรคือไม้เด็ดสู้ศึก?
ตลาดรถยนต์ MPV 7 ที่นั่งในประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถือเป็นสมรภูมิเดือดที่ผู้ผลิตรถยนต์ต่างงัดกลยุทธ์มาแย่งชิงส่วนแบ่งเค้กกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมจากครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและความบันเทิงในวันหยุด ย้อนกลับไปในช่วงปี 2561 มิตซูบิชิ (Mitsubishi) ได้พลิกโฉมตลาดอีกครั้ง ด้วยการส่ง มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ (Mitsubishi Xpander) ลงสู่สนาม ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 7.79 แสนบาท ซึ่งถือเป็นการปลุกกระแสรถยนต์ MPV ขนาด 7 ที่นั่ง ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยการนำเสนอรถที่ “ถูกราคา ถูกเวลา” ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในขณะนั้นได้อย่างลงตัว
ในช่วงเวลานั้นเอง ฮอนด้า (Honda) เคยเป็นผู้บุกเบิกตลาดนี้มาก่อน ด้วย Honda Freed รถมินิเอ็มพีวีในตำนานที่เปิดตัวในปี 2552 พร้อมจุดเด่นด้วยประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ด้าน และเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร แต่ก็น่าเสียดายที่ Freed ไม่สามารถไปต่อในตลาดไทยได้นานนัก ทำให้เกิดช่องว่างที่มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เข้ามาเติมเต็มได้อย่างสมบูรณ์แบบ และด้วยยอดขายที่แข็งแกร่ง มิตซูบิชิ จึงได้เสริมทัพด้วยการเปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส (Mitsubishi Xpander Cross) เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น แม้ว่าต่อมาจะมีการปรับโฉมและขยับราคาเริ่มต้นเป็น 7.99 แสนบาท แต่มิตซูบิชิก็ยังคงครองตำแหน่ง “เสือนอนกิน” ในตลาดนี้มาอย่างยาวนาน ด้วยยอดขายที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน
ในปี 2563 ซูซูกิ (Suzuki) ได้เข้ามาร่วมวงด้วยการเปิดตัว ซูซูกิ เอ็กซ์แอล 7 (Suzuki XL7) ด้วยราคาเริ่มต้น 7.79 แสนบาท เพื่อเจาะตลาดกลุ่ม MPV-SUV ที่กำลังเติบโต ซูซูกิ มีความได้เปรียบจากการมีรถ MPV ขนาดเล็กอย่าง ซูซูกิ เออร์ทิก้า (Suzuki Ertiga) ซึ่งเปิดตัวตั้งแต่ปี 2556 และได้รับการปรับโฉมพร้อมใส่เทคโนโลยี Mild-Hybrid ในปี 2565 ด้วยราคาเริ่มต้น 6.99 แสนบาท การเข้ามาของ XL7 ช่วยกระตุ้นตลาดให้มีการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น และสามารถสร้างยอดขายให้กับซูซูกิได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของตลาดเกิดขึ้นในปี 2565 เมื่อ โตโยต้า (Toyota) ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการยานยนต์ไทย ได้ส่ง โตโยต้า เวลอซ (Toyota Veloz) เข้าสู่ตลาด ด้วยราคาจำหน่ายที่เริ่มต้น 7.95 แสนบาท พร้อมออปชั่นที่จัดเต็ม เรียกได้ว่าเป็นการ “เขย่าบัลลังก์” มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และดันให้ตลาด MPV มีตัวเลขยอดขายที่ขยับขึ้นอย่างชัดเจน ตามมาด้วยการเปิดตัว ฮอนด้า บีอาร์-วี (Honda BR-V) ในปีเดียวกัน ด้วยราคาเริ่มต้น 9.15 แสนบาท ซึ่งถือเป็นราคาสูงที่สุดในตลาดเวลานั้น แต่ก็มาพร้อมกับออปชั่นและสมรรถนะเครื่องยนต์ที่โดดเด่น
ปี 2566 ถือเป็นปีที่มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาอีกครั้ง เมื่อ ฮุนได (Hyundai) ได้เปิดตัว ฮุนได สตาร์เกเซอร์ (Hyundai Stargazer) อย่างเป็นทางการ หลังจากที่เคยนำมาจัดแสดงในช่วงปลายปี 2565 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 7.69 แสนบาท จุดเด่นของรุ่นท็อปคือการมาพร้อม Captain Seat หรือเบาะนั่งแยกอิสระสำหรับผู้โดยสารตอนกลาง ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่หาได้ยากในรถกลุ่มนี้ ทำให้สตาร์เกเซอร์กลายเป็นที่สนใจของครอบครัวที่มองหาความหรูหราและความสะดวกสบายเป็นพิเศษ
สรุปสถานการณ์ตลาด MPV 7 ที่นั่ง ปี 2566
ในปี 2566 ภาพรวมตลาดรถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง มียอดขายสะสมรวมอยู่ที่ ราว 2.5 หมื่นคัน โดยผู้เล่นในตลาดที่มียอดขายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่:
โตโยต้า เวลอส (Toyota Veloz): มียอดขายรวมอยู่ที่ราว 11,000 คัน ครองตำแหน่งผู้นำตลาดอย่างแข็งแกร่ง
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ (Mitsubishi Xpander): มียอดขายรวมอยู่ที่ราว 9,000 คัน เป็นคู่แข่งที่ตามมาติดๆ
ฮุนได สตาร์เกเซอร์ (Hyundai Stargazer): มียอดขายรวมอยู่ที่ราว 1,500 คัน แม้จะเป็นผู้เล่นใหม่ แต่ก็สามารถสร้างฐานลูกค้าของตัวเองได้
การแข่งขันในตลาด MPV 7 ที่นั่ง มีการตั้งราคาจำหน่ายที่อยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่าย เมื่อเทียบกับรถยนต์ในกลุ่มอเนกประสงค์อื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการเดินทางในเมืองและการเดินทางไกลด้วยจำนวนที่นั่งถึง 7 ที่นั่ง ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวและผู้ที่ต้องการความอเนกประสงค์เป็นพิเศษ ดังนั้น ผู้ผลิตจึงเน้นเรื่องความสะดวกสบายในการโดยสารและเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยเป็นหลัก
ไม้เด็ดปี 2567: ใครจะอยู่ใครจะไป?
สำหรับความเคลื่อนไหวในตลาด MPV 7 ที่นั่ง ในปี 2567 นี้ คาดว่าจะมีการขยับจากแบรนด์ที่อยู่ในตลาดนี้อย่างแน่นอน โดยในช่วงกลางปี 2566 ที่ผ่านมา ซูซูกิ ได้มีการเผยโฉม Suzuki XL7 Smart Hybrid ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งแน่นอนว่า XL7 ในประเทศไทยมีการนำเข้าจากอินโดนีเซีย การเผยโฉมรุ่นใหม่นี้จึงมีผลโดยตรงต่อตลาดไทย และซูซูกิมีแผนการเปิดตัว Suzuki XL7 Smart Hybrid ในปี 2567 นี้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ได้เผยแพร่ภาพพร้อมข้อความบน Facebook Fanpage: Mitsubishi Motors Thailand ระบุว่า “เปลี่ยนทุกความรู้สึกที่เคยเชื่อ กับขุมพลังไฮบริดใหม่ ครั้งแรกใน New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV รถครอบครัวฟูลไฮบริด 7 ที่นั่ง ที่สมบูรณ์แบบ พบกันที่ LIVE Facebook และ YouTube Mitsubishi Motors Thailand 1 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 09:30 น.”
ดังนั้น จึงเป็นที่น่าจับตาในตลาด MPV 7 ที่นั่ง ในปี 2567 นี้ จากการที่ผู้เล่นในตลาดจะมีความเคลื่อนไหว โดยเฉพาะ เจ้าตลาด (เดิม) อย่าง มิตซูบิชิ ที่จะแนะนำ New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV ลงสู่ตลาดในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นี้ แน่นอนว่าถ้าพิจารณาจากยอดขายที่ห่างจากผู้นำตลาด งานนี้ มิตซูบิชิ หวังที่จะทวงแชมป์ยอดขายในกลุ่มนี้อย่างชัดเจน
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่: การกลับมาของผู้นำด้วยขุมพลังไฮบริด
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นเดินหน้าสานต่อเพื่อการเติบโตในประเทศไทย พร้อมส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าด้วยการนำเสนอยานยนต์คุณภาพเยี่ยมที่มาพร้อมกับความน่าตื่นเต้นและความเร้าใจในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 พร้อมการเปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่
มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Mitsubishi Motors-ness’ โดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ไม่ได้ปรับเปลี่ยนแค่เฉพาะดีไซน์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังมีการปรับปรุงดีไซน์ภายในเพื่อการยกระดับ พร้อมติดตั้งระบบ